อังคาร, กันยายน 26, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวกีฬา ::

เปิดการแข่งขันกีฬา อาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 12

เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวะศึกษา เปิดการแข่งขันกีฬา อาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 12 “พิษณุโลกเกมส์ ประจำปี 2560 ซึ่ง วิทยาลัยอาชีวะศึกษาจังหวัดพิษณุโลก ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน

 

 

   เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวะศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา อาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 12 “พิษณุโลกเกมส์” ท่ามกลางคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้ฝึกสอน และนักกีฬาจากสถาบันสังกัดอาชีวะศึกษาจาก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคใต้ รวม 77 จังหวัด มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนหลายพันคน ซึ่งบรรยากาศในพิธีเปิดซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สุดอลังการ

     นายจีระพงษ์ หอมสุวรรณ ประธานคณะกรรมการบริหารกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ปี 2560 ได้กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา ได้จัดการศึกษาด้านสายอาชีพ ให้กับเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรี นอกจากจะส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะ มีความชำนาญด้านวิชาการ และวิชาชีพแล้ว ซึ่งอันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ดังคำกล่าวที่ว่า “อาชีวะ ฝีมือชน คนสร้างชาติ ” นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาด้านบุคลิกภาพ จิตใจ และสติปัญญาให้มีความสมบูรณ์ครบกระบวนการอีกด้วย

ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา จึงได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษาขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทั้งในระดับอาชีวะศึกษาจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่28 สิงหาคม 2560-3 กันยายน 2560 ที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัยของนักเรียนนักศึกษา ให้เป็นบุคคลที่มีจิตแจ่มใสร่าเริงเบิกบาน ร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด เป็นผู้รับผิดชอบ มีความสามัคคีในหมู่คณะ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย โดยชนิดกีฬาที่ทำการแข่งขัน มีทั้งสิ้น 10 ชนิดกีฬา

 

ซักและตากธงชาติไทยผืนใหญ่เตรียมเชียร์ฟุตบอลไทยแมตหน้า

กลุ่มไทยแลนด์ฮาร์ดคอร์ และพิษณุโลกฮาร์ดคอร์  ร่วมใจกันซักธงชาติไทยผืนใหญ่ยักษ์ และนำไปตากเพื่อเตรียมเอาไว้เชียร์ ฟุตบอลทีมชาติไทยในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ หลังเจอปัญหาฝนตกหนักทำให้ธงชาติไทยผืนใหญ่ยักษ์ขนาดใหญ่ถึง108x18 เมตร เปียกและมีกลิ่นเหม็น เพื่อรักษาความสะอาด

 

 

วันที่ 19 สิงหาคม  ที่กองพันทหารม้าที่ 9 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กลุ่มไทยแลนด์ฮาร์ดคอร์ และพิษณุโลกฮาร์ดคอร์ นำสมาชิกกว่า 20 คน มาช่วยกันชักธงชาติไทยขนาดถึงใหญ่  โดยธงผืนนี้มีขนาดใหญ่ถึง กว้าง 18 เมตร ยาว 108 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นธงชาติไทยที่ขนาดใหญ่ที่สุด ที่ทางกลุ่มนำไปใช้ในการเชียร์ ฟุตบอล บนอัฒจันทร์สนามราชมังคลากีฬาสถาน  เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย  โดยผืนธงชาติไทยผืนนี้ทุกครั้งที่มีการแข่งขันฟุตบอลจะถูกโบกเคลื่อนไปทั่วอัฒจันทร์  เพื่อเป็นกำลังใจเชียรนักกีฬาฟุตบอลไทยทุกครั้ง

นายณัฐวุฒิ  ไชยขันธุ์  กลุ่มไทยแลนด์ฮาร์ดคอร์ และพิษณุโลกฮาร์ดคอร์ เปิดเผยว่า  วันนี้ทางกลุ่มได้จัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์  ด้วยการร่วมใจกันซักธงชาติผืนใหญ่  ด้วยธงชาติผืนนี้ใช้เป็นสื่อกำลังใจที่ส่งจากกองเชียร์ถึงนักกีฬา  ในการเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทย ที่ต้องปะทะแข้งกับนักฟุตบอลจากประเทศต่างๆ  อีกทั้งช่วงนี้เจอสภาพฝนตก ทำให้ธงชาติมีกลิ่นอับเหม็น  ทางสมาชิกในกลุ่มที่มีจิตอาสาจึงพากัน มาทำการซักธงชาติไทย  ด้วยธงผืนใหญ่ภาชนะปกติไม่สามารถซักได้ จึงต้องมาขอความร่วมมือขอใช้อ่างเก็บน้ำของทหาร  ภายในค่ายทหารกองพันทหารม้าที่ 9 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถอำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก ทำการแช่ผงซักฟอกและซักผ้าโดยใช้แรงมือคนขยี้ ก่อนแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มให้มีกลิ่นหอม 

จากนั้นต้องหาสถานที่ตากที่มีขนาดใหญ่  ต้องขอความร่วมมือ ขอให้สนามกีฬาฟุตบอลของ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามพิษณุโลก  เป็นสถานที่ตาก กว่าจะตากได้ต้องใช้อีกจำนวนมาก ก็ขอให้นักศึกษาที่มาทำกิจกรรมมาช่วยคลี่กระจายผ้าออกตาก   และด้วยวันนี้อากาศครึ้มฝน สมาชิกจึงต้องช่วยกันสะบัดผืนธงเพื่อให้ธงแห้งเร็วๆ ก่อนฝนตก  เพื่อเก็บรักษาเตรียมนำไปใช้เชียร์แมตต่อไป เป็นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียนัดสุดท้าย  ทีมชาติไทยปะทะกับอิรัก  ในวันที่ 31 สิงหาคม ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน  อีกครั้ง

 

ปั่นรักษ์ ปั่นรู้ ส่งเสริมออกกำลังกายเสริมความรู้

เทศบาลนครพิษณุโลก ส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยจัดกิจกรรมการปั่นรักษ์ ปั่นรู้ศึกษาธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนในชุมชน สร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ชื่นชอบการปั่น

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่โรงเรียนเทศบาล 3 วัดท่ามะปราง อ.เมืองพิษณุโลก นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เป็นประธานในกิจกรรมปั่นรักษ์ ปั่นรู้ ตามโครงการส่งเสริมการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน หรือ เมืองปั่นได้ เมืองปั่นดี ขึ้น เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน พร้อมทั้งเสริมความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ไปพร้อมๆ กับการปั่นจักรยาน

 

 นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวว่ากิจกรรมปั่นรักษ์ ปั่นรู้ ตามโครงการส่งเสริมการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน หรือ เมืองปั่นได้ เมืองปั่นดี ได้จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 4 แล้วปัจจุบันมีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ 180 ราย โดยในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นน้องๆ นักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดท่ามะปราง และประชาชนทั่วไปที่สนใจ เข้าร่วมปั่นไปศึกษาเรียนรู้การปลูกสวนป่านิเวศ ที่คลังน้ำมัน ปตท.พิษณุโลก และเรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียง วิสาหกิจชุมชนผักปลอดสารพิษหมู่ 8 บ้านบึงพระ

 

นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวอีกว่า โดยกิจกรรมการปั่นจุดแรกนั้นน้องๆนักเรียนและประชาชน จะปั่นไปเที่ยวชมสวนป่านิเวศ ที่สามารถปลูกป่าใจกลางเมือง คืนธรรมชาติในเนื้อที่ 1 ไรเศษ ของคลังน้ำมัน ปตท.พิษณุโลก ตั้งแต่ปี 2558 ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ มีต้นไม้พื้นเมืองน้อยใหญ่กว่า 30 ชนิด ขึ้นปกคลุมพื้นที่สวยงาม มีสัตว์ที่อาศัยตามธรรมชาติในพื้นที่แห่งนี้นานาชนิดที่น่าศึกษา ส่วนจุดที่ 2 เป็นที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชนผักปลอดสารพิษหมู่ 8 บ้านบึงพระ ตามระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร โดยมีนางอังควิภา อดิศักดิ์วัฒนา ประธานกลุ่มฯ ให้การต้อนรับ และให้ความรู้แก่ผู้ปั่น ซึ่งที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชนปลอดสารพิษแห่งนี้ เริ่มต้นจากความคิดของปัญหาโรคภัยต่างๆ ที่เกิดจากการใช้สารเคมีในการปลูกผักสวนครัวเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ กระทั่งสู่เรียนรู้วิธีปลูกผักสวนครัวปลอดสาร แบบไล่รุ่น ที่ปัจจุบันทำเงินเข้ากลุ่มปีละหลายแสนบาท สำหรับโครงการปั่นรักษ์ ปั่นรู้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างแรงจูงใจให้ประชาชน นำจักรยานมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเพิ่มการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติได้อีกด้วย

   

ชื่นชม กระต่ายขาว ศ ไกล่เขี่ย นักชกสาวสวย ดีกรีเหรียญทอง

นักชกสาวสวย “น้องครีม” นางสาวนันทฉัตร วันเพ็ง  หรือ ฉายา “กระต่ายขาว ศ ไกล่เขี่ย”  ดีกรีแชมป์เหรียญทองการแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่น ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์”  และ  นักกีฬามวยไทยสมัครเล่นหญิงดีเด่น  ขณะค่ายมวยพื้นบ้าน “ศ.ไกล่เขี่ย”  

 

 

วันนี้( 5 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านักมวยไทยสาวสวย ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากนอกจะมีหน้าตาดีแล้ว ยังมีความสามารถในการคว้าแชมป์เหรียญทองการแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่น ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์”   นักกีฬามวยไทยสมัครเล่นหญิงดีเด่น จากการกีฬาแห่งประเทศไทย  ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ  ครั้งที่  45 นักชกสาวสวยผู้นี้ คือ นางสาวนันทฉัตร วันเพ็ง หรือ น้องครีม อายุ 20 ปี  ที่ชาวพิษณุโลก รู้จักกันในนาม “กระต่ายขาว ศ. ไกล่เขี่ย”   ปัจจุบันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม คณะวิทยาการจัดการ เอกคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่  3

นางสาวนันทฉัตร วันเพ็ง หรือ น้องครีม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองสนใจศิลปะป้องกันตัวมวยไทย มาตั้งแต่อายุ 12 ขวบ หลังจากได้ปรึกษาทางบ้าน ก็เห็นด้วยที่จะมาชกมวยไทย เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่หมกมุ่นเกี่ยวกับยาเสพติด หรือ อบายมุข แล้ว ยังถือว่าเป็นการอนุรักษ์และหวงแหนศิลปะป้องกันตัวของไทยอีกด้วย และในปัจจุบันมักมีผู้หญิงให้ความสนใจ มาชกมวย เพื่อป้องกันตัวกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้ตนเอง ได้เริ่มซ้อมมวยจริงๆ จัง ตั้งแต่อายุ 15 ปี และเริ่มขึ้นเวทีชกมวยไทยตามเวทีต่างๆ ได้แชมป์มาหลายรายการ ทั้งแชมป์การแข่งขันชกมวยไทยหญิง ภาคเหนือ  น้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม ,แชมป์รายการยามาฮ่า ปีล่าสุด ,เหรียญเงินกีฬาชกมวยไทยสากล ที่นครสวรรค์เกมส์ และ ล่าสุดซึ่งล่าสุดได้คว้าเหรียญทองการแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่น และนักกีฬามวยไทยสมัครเล่นหญิงดีเด่น  ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์”   ที่จังหวัดสงขลา ที่ผ่านมา

น้องครีม กล่าวอีกว่า การฝึกซ้อมมวยไทย นั้นได้ใช้เวลาว่างจากการเลิกเรียนทุกเย็นมาฝึกซ้อม อนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากหันไปต่อยมวยสากล ซึ่งอาจมีอนาคตที่สามารถก้าวไปสู่เวทีมวยระดับชาติได้ โดยตนเองนั้นมีอาวุธหนักคือ การเตะ ที่หนักหน่วง  ส่วนความใฝ่ฝันอันสูงสุดคือ  อยากกับราชการทหาร  เพื่อจะได้สานต่อการชกมวยที่ตัวเองรัก  คติประจำใจเวลายามท้อ  คือ  “อยากสูงต้องเขย่ง   อยากเก่งต้องขยัน”

ขณะที่นายวีระพล วันเพ็ง หรือ ครูต่าย ครูสอนมวยไทย ศ ไก่เขี่ย กล่าวว่า ค่าย ศ ไก่เขี่ย ได้เปิดเป็นค่ายมวยพื้นบ้านมากว่า 20 ปีแล้ว มีเยาวชนมาฝึกซ้อมมวยไทย จำนวนกว่า 20 คน  ซึ่งสวนใหญ่เป็นเยาวชนลูกหลานในหมู่บ้าน และโรงเรียนในพื้นที่ ที่มาฝึกมวย เพื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง สืบสานอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย ฝึกวินัยให้แก่ตนเอง เพื่อห่างไกลยาเสพติด ซึ่งบางคนที่มาฝึกมวยอาจแค่เป็นการออกกำลังกาย เรียนรู้ศิลปะมวยไทยอย่างเดียวก็ได้ หรือคนไหนต้องการฝึกมวยขึ้นชกตามรายการต่างๆ ทางค่าย ก็ส่งเสริม เพื่อให้มีรายได้เสริมระหว่างเรียนอีกด้วย

 

ซ้อมบอลที่ไหน ก็จะแวะให้กำลังใจและมอบลูกฟุตบอลไว้ให้ฝึกซ้อมกัน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก “หัวใจกีฬา” นำลูกฟุตบอลใส่รถประจำตำแหน่งไว้ ผ่านเจอน้องๆ เยาวชน ซ้อมบอลที่ไหน ก็จะแวะให้กำลังใจและมอบลูกฟุตบอลไว้ให้ฝึกซ้อมกัน ซึ่งท่านเชื่อว่า เป็นการส่งเสริมการออกกำลัง และแก้ไขปัญหา เด็กติดเกมส์ ยาเสพติด ได้เป็นอย่างดี 

 

 

 

     เมื่อวันที่ 26 เม.ย.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่า ในรถประจำตำแหน่งของ นายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในรถของท่าน จะมีลูกฟุตบอลติดรถไว้ตลอด ซึ่งท่านจะใช้เวลาว่างหลังจากเวลาราชการ ช่วงเย็น หรือเวลาไปเป็นตัวแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ไปเปิดกิจกรรมงานตามต่างอำเภอ หากผ่านไปที่ไหน พบน้องๆ เยาวชน กำลังเล่นฟุตบอล หรือซ้อมบอลกันอยู่ จะเป็นสนามตามวัดหรือตามโรงเรียน ท่านก็จะลงไปพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบลูกฟุตบอลไว้ให้ฝึกซ้อมกันไว้ด้วย ถามถึงที่มาที่ไป

นายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายมากๆ โดยเฉพาะฟุตบอล จึงเป็นที่มาของการนำลูกฟุตบอลติดรถไว้ แล้วนำไปมอบให้เด็กและเยาวชน ตามที่ต่างๆ ก็เพราะคิดว่า กีฬา สามารถแก้ไขปัญหา ทั้งยาเสพติด ปัญหาเด็กติดเกมส์ และเป็นการออกกำลังกาย ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้โดยตรง โดยผมขอยกตัวอย่างเช่น ที่ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จะมีชมรมฟุตบอลบางพยอม จูเนียร์ อะคาเดมี่ ที่นั้นจะมีเยาวชนในตำบลกว่า 20 - 30 คน มาซ้อมฟุตบอลกันอย่างเป็นระบบในช่วงเย็น โดยจะใช้สนามโรงเรียนวัดตาปะขาวหาย เป็นที่ซ้อม

พอเด็กๆ ได้มาฝึกทักษะเบื้องต้น ของการเล่นฟุตบอลแล้ว คราวนี้พอน้องๆ เล่นดี ไปแข่งขันที่ไหนชนะ ก็จะมีทีมหรือโรงเรียนดังๆ สนใจเข้ามาติดต่อให้โควต้าเรียนต่อ และอยากได้ตัวน้องๆ เหล่านี้ไปร่วมทีม ก็ถือว่าเป็นการปูพื้นฐานทางด้านกีฬา ให้เด็ก เยาวชนเหล่านี้ ได้เป็นอย่างดี

 

 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL