อาทิตย์, กรกฏาคม 23, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวกีฬา ::

ชื่นชม กระต่ายขาว ศ ไกล่เขี่ย นักชกสาวสวย ดีกรีเหรียญทอง

นักชกสาวสวย “น้องครีม” นางสาวนันทฉัตร วันเพ็ง  หรือ ฉายา “กระต่ายขาว ศ ไกล่เขี่ย”  ดีกรีแชมป์เหรียญทองการแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่น ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์”  และ  นักกีฬามวยไทยสมัครเล่นหญิงดีเด่น  ขณะค่ายมวยพื้นบ้าน “ศ.ไกล่เขี่ย”  

 

 

วันนี้( 5 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านักมวยไทยสาวสวย ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากนอกจะมีหน้าตาดีแล้ว ยังมีความสามารถในการคว้าแชมป์เหรียญทองการแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่น ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์”   นักกีฬามวยไทยสมัครเล่นหญิงดีเด่น จากการกีฬาแห่งประเทศไทย  ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ  ครั้งที่  45 นักชกสาวสวยผู้นี้ คือ นางสาวนันทฉัตร วันเพ็ง หรือ น้องครีม อายุ 20 ปี  ที่ชาวพิษณุโลก รู้จักกันในนาม “กระต่ายขาว ศ. ไกล่เขี่ย”   ปัจจุบันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม คณะวิทยาการจัดการ เอกคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่  3

นางสาวนันทฉัตร วันเพ็ง หรือ น้องครีม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองสนใจศิลปะป้องกันตัวมวยไทย มาตั้งแต่อายุ 12 ขวบ หลังจากได้ปรึกษาทางบ้าน ก็เห็นด้วยที่จะมาชกมวยไทย เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่หมกมุ่นเกี่ยวกับยาเสพติด หรือ อบายมุข แล้ว ยังถือว่าเป็นการอนุรักษ์และหวงแหนศิลปะป้องกันตัวของไทยอีกด้วย และในปัจจุบันมักมีผู้หญิงให้ความสนใจ มาชกมวย เพื่อป้องกันตัวกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้ตนเอง ได้เริ่มซ้อมมวยจริงๆ จัง ตั้งแต่อายุ 15 ปี และเริ่มขึ้นเวทีชกมวยไทยตามเวทีต่างๆ ได้แชมป์มาหลายรายการ ทั้งแชมป์การแข่งขันชกมวยไทยหญิง ภาคเหนือ  น้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม ,แชมป์รายการยามาฮ่า ปีล่าสุด ,เหรียญเงินกีฬาชกมวยไทยสากล ที่นครสวรรค์เกมส์ และ ล่าสุดซึ่งล่าสุดได้คว้าเหรียญทองการแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่น และนักกีฬามวยไทยสมัครเล่นหญิงดีเด่น  ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์”   ที่จังหวัดสงขลา ที่ผ่านมา

น้องครีม กล่าวอีกว่า การฝึกซ้อมมวยไทย นั้นได้ใช้เวลาว่างจากการเลิกเรียนทุกเย็นมาฝึกซ้อม อนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากหันไปต่อยมวยสากล ซึ่งอาจมีอนาคตที่สามารถก้าวไปสู่เวทีมวยระดับชาติได้ โดยตนเองนั้นมีอาวุธหนักคือ การเตะ ที่หนักหน่วง  ส่วนความใฝ่ฝันอันสูงสุดคือ  อยากกับราชการทหาร  เพื่อจะได้สานต่อการชกมวยที่ตัวเองรัก  คติประจำใจเวลายามท้อ  คือ  “อยากสูงต้องเขย่ง   อยากเก่งต้องขยัน”

ขณะที่นายวีระพล วันเพ็ง หรือ ครูต่าย ครูสอนมวยไทย ศ ไก่เขี่ย กล่าวว่า ค่าย ศ ไก่เขี่ย ได้เปิดเป็นค่ายมวยพื้นบ้านมากว่า 20 ปีแล้ว มีเยาวชนมาฝึกซ้อมมวยไทย จำนวนกว่า 20 คน  ซึ่งสวนใหญ่เป็นเยาวชนลูกหลานในหมู่บ้าน และโรงเรียนในพื้นที่ ที่มาฝึกมวย เพื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง สืบสานอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย ฝึกวินัยให้แก่ตนเอง เพื่อห่างไกลยาเสพติด ซึ่งบางคนที่มาฝึกมวยอาจแค่เป็นการออกกำลังกาย เรียนรู้ศิลปะมวยไทยอย่างเดียวก็ได้ หรือคนไหนต้องการฝึกมวยขึ้นชกตามรายการต่างๆ ทางค่าย ก็ส่งเสริม เพื่อให้มีรายได้เสริมระหว่างเรียนอีกด้วย

 

ซ้อมบอลที่ไหน ก็จะแวะให้กำลังใจและมอบลูกฟุตบอลไว้ให้ฝึกซ้อมกัน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก “หัวใจกีฬา” นำลูกฟุตบอลใส่รถประจำตำแหน่งไว้ ผ่านเจอน้องๆ เยาวชน ซ้อมบอลที่ไหน ก็จะแวะให้กำลังใจและมอบลูกฟุตบอลไว้ให้ฝึกซ้อมกัน ซึ่งท่านเชื่อว่า เป็นการส่งเสริมการออกกำลัง และแก้ไขปัญหา เด็กติดเกมส์ ยาเสพติด ได้เป็นอย่างดี 

 

 

 

     เมื่อวันที่ 26 เม.ย.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่า ในรถประจำตำแหน่งของ นายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในรถของท่าน จะมีลูกฟุตบอลติดรถไว้ตลอด ซึ่งท่านจะใช้เวลาว่างหลังจากเวลาราชการ ช่วงเย็น หรือเวลาไปเป็นตัวแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ไปเปิดกิจกรรมงานตามต่างอำเภอ หากผ่านไปที่ไหน พบน้องๆ เยาวชน กำลังเล่นฟุตบอล หรือซ้อมบอลกันอยู่ จะเป็นสนามตามวัดหรือตามโรงเรียน ท่านก็จะลงไปพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบลูกฟุตบอลไว้ให้ฝึกซ้อมกันไว้ด้วย ถามถึงที่มาที่ไป

นายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายมากๆ โดยเฉพาะฟุตบอล จึงเป็นที่มาของการนำลูกฟุตบอลติดรถไว้ แล้วนำไปมอบให้เด็กและเยาวชน ตามที่ต่างๆ ก็เพราะคิดว่า กีฬา สามารถแก้ไขปัญหา ทั้งยาเสพติด ปัญหาเด็กติดเกมส์ และเป็นการออกกำลังกาย ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้โดยตรง โดยผมขอยกตัวอย่างเช่น ที่ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จะมีชมรมฟุตบอลบางพยอม จูเนียร์ อะคาเดมี่ ที่นั้นจะมีเยาวชนในตำบลกว่า 20 - 30 คน มาซ้อมฟุตบอลกันอย่างเป็นระบบในช่วงเย็น โดยจะใช้สนามโรงเรียนวัดตาปะขาวหาย เป็นที่ซ้อม

พอเด็กๆ ได้มาฝึกทักษะเบื้องต้น ของการเล่นฟุตบอลแล้ว คราวนี้พอน้องๆ เล่นดี ไปแข่งขันที่ไหนชนะ ก็จะมีทีมหรือโรงเรียนดังๆ สนใจเข้ามาติดต่อให้โควต้าเรียนต่อ และอยากได้ตัวน้องๆ เหล่านี้ไปร่วมทีม ก็ถือว่าเป็นการปูพื้นฐานทางด้านกีฬา ให้เด็ก เยาวชนเหล่านี้ ได้เป็นอย่างดี

 

 

 

ปล่อยตัวนักจักรยานในการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ

  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกปล่อยตัวนักจักรยานในการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ  “Tour of Thailand” รายการ The princess Maha Chakri Sirindhorn’s cup Tour of Thailand 2017 สเตจที่ 3 ออกจากจังหวัดพิษณุโลกมุ่งหน้าเข้าเส้นชัยจังหวัดอุตรดิตถ์

 

 

 

เช้าวันนี้ ( 3 เม.ย.60 ) ที่หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการปล่อยตัวนักจักรยานในการแข่งขันรายการจักรยานทางไกลนานาชาติ  “Tour of Thailand” รายการ The princess Maha Chakri Sirindhorn’s cup Tour of Thailand 2017 สเตจที่ 3  โดยมีพลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีปล่อยตัวในครั้งนี้ พร้อมร่วมทำพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ก่อนจะร่วมกันมอบจักรยานเพื่อน้องจากสมาคมกีฬาจักรยานให้กับจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 50 คัน

สำหรับการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “Tour of Thailand” นี้ สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการจัดการแข่งขันเป็นประจำ ระหว่างวันที่ 1-10 เมษายน ของทุกปี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันที่ 2 เมษายน เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพและเพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันโดยเส้นทางการแข่งขันปีนี้ ได้คัดเลือกพื้นที่ภาคเหนือเป็นเส้นทางการแข่งขัน จากกรุงเทพมหานคร-เชียงใหม่ สำหรับวันนี้(3 เม.ย.60) เป็นการแข่งขันในสเตจที่ 2 มีนักกีฬาชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน 120 คน โดยเริ่มต้นจากจังหวัดพิษณุโลก ถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ ระยะทาง 111 กิโลเมตร

   

พิษณุโลกเดิน-วิ่ง มหากุศล อิ่มบุญ อิ่มใจ ประชาชนร่วมใจภักดิ์รักพ่อ

แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน เดินวิ่ง อิ่มบุญ อิ่มใจ ประชาชนร่วมใจภักดิ์รักพ่อ  เพื่อแสดงความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9   ซึ่งเด็กหญิงวัย 11 ปี สามารถเข้าเส้นชัยประเภทประชาชนทั่วไปหญิง ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร คว้าถ้วยรางวัล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปครอง
 
 
 

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สามแยกเรือนแพ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน เดินวิ่ง อิ่มบุญ อิ่มใจ ประชาชนร่วมใจภักดิ์รักพ่อ  โดยมี นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกิจกรรมเดินวิ่งร่วม 1,000 คน  ชิงถ้วยรางวัลจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และถวายความอาลัยเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  โดยมีจังหวัดพิษณุโลก กองทัพภาคที่สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก และอีกหลายหน่วยงานร่วมกันจัดขึ้น

บรรยากาศการ  เดินวิ่ง อิ่มบุญ อิ่มใจ ประชาชนร่วมใจภักดิ์รักพ่อ ในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากต่างตั้งใจมาเข้าร่วมเดินและวิ่ง เพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9   อาทิ ลุงหมี หรือ นายสาธิต จันทรังษี อายุ 55 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก ที่เป็นผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ปั่นรถวีลแชร์ ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร เมื่อเข้าเส้นชัยได้ลุกขึ้นเดินเข้าไปถวายสักการะ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ด้วย
เช่นเดียวกับ ด.ญ.ณปภัทร  สังงิ้ว อายุ11 ปี ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เปลี่ยนใจเข้าวิ่งมาราธอนประเภทประชาชนทั่วไปหญิง ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร  จนชนะเลิศเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าถ้วยรางวัล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปครอง
โดยด.ญ.ณปภัทร   กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้ถ้วยรางวัลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งการวิ่งถือว่าช่วยในเรื่องของกำลังกายและสุขภาพแข็งแรง โดยที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากพ่อและแม่โดยจะซ้อมวันละ 10 โลเมตรต่อวัน
ด้านรองศาสตราจารย์สุพจน์ พฤกษะวัน ที่ปรึกษา สโมสรโรตารีวังจันทร์ภาค 3360 โรตารีสากล กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นแสดงความจงรักภักดีและถวายอาลัยแด่  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และต้องการทำประโยชน์ต่อสังคม โดยเงินรายได้จากการเดิน-วิ่ง มหากุศลครั้งนี้ ได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้นักเรียน เงินสนับสนุนโรงเรียน มอบหนังสือและอุปกรณ์ กีฬาให้แก่โรงเรียน จำนวน 30  โรงเรียนในจังหวัดพิษณุโลก  และต้องการส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย ที่มี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีเป็นแบบอย่างของการเชิญชวนให้ประชาชนออกกำลังกาย
 

นักปั่นจักรยาน จากทั่วสารทิศ ร่วมกิจกรรมปั่นพิชิตร่องเขา ชมทะเลหมอก พักโฮมสเตย์

 สัมผัสพื้นเพนครชุม ชมสายหมอกหนาตา และทะเลหมอกกลางร่องเขานครชุมดื่มด่ำธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ของ ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ท่ามกลางอุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส

 

 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าวันนี้ ในพื้นที่ ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นักปั่นจักรยานจากทั่วประเทศ กว่า 250 คัน ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมปั่นพิชิตร่องเขา ชมทะเลหมอก พักโฮมสเตย์ สัมผัสพื้นเพนครชุม ที่ชมเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้รู้จักประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอดีต และวัฒนธรรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลนครชุม ร่วมกับการท่องเที่ยวประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลกจัดขึ้น นายสุรินทร์โรจน์ ศรีสังข์ ปลัด อบต.นครชุม ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชุม กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศได้รู้จัก ร่องเขานครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ ต.นครชุม มีสภาพอากาศดีมาก ในช่วงเช้ามีทะเลหมอกปกคลุมหมู่บ้านและตามร่องเขา เห็นแล้วสวยงามเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ ดูทะเลหมอกยามเช้า ซึ่งที่จุดชมวิวร่องเขาแห่งนครชุม นักท่องเที่ยวสามารถไปถ่ายรูปชมทะเลหมอกยามเช้าได้ ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นฤดูหนาวทีเดียว

โดยทาง อบต.นครชุม ได้จัดส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้มาชมความงามของธรรมชาติ ที่สวยงามไม่แพ้ที่ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ โดยในช่วงนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 13 องศาเซลเซียลเท่านั้น นายสุรินทร์โรจน์ ศรีสังข์ ปลัด อบต.นครชุม ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชุม กล่าวต่ออีกว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นก็เพื่อส่งเสริมหารายได้สมทบการก่อสร้างอาคารโรงเรียนนครชุมพิทยารัชมังคลาภิเษก เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมงานประเพณี วิถีชีวิตของชาว ต.นครชุม เพื่อส่งเสริมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยว ให้เดินทางมาท่องเที่ยวใน ต.นครชุม และเพื่อเป็นที่พบปะชุมนุมของนักปั่นจักรยานต่างๆ จะได้มีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน

โดยในวันนี้จะแบ่งทีม ปั่นจักรยานเป็น 3 ทีม คือทีม Aจะปั่นท้าขาแรง บนเส้นทาง 70 กิโลเมตร คือเส้นทางนครชุม-นาบัว-น้ำพริก-หนองแห้ว-หัวนา-เนิ่นเพิ่ม-สามแยกนครไทยการโยธา-นาบัว และกลับมาที่นครชุม ส่วนทีม B ระยะทาง 40 กิโลเมตร กำหนดสำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจในระยะทาง ทีม A เส้นทางนครชุม-นาบัว-วนกลับทางนาจาน-เข้าสู่นครชุม และทีม C เป็นกิจกรรมปั่นจักรยานชมธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตนครชุม อาทิ เส้นทางนครชุม-นาเมือง-นาตาด-นาฟองแดง-กลับมานครชุม ร่วมระยะทาง 23 กิโลเมตร โดยจุดที่แวะท่องเที่ยวก็จะเป็น บริเวณ ศาลปู่หลวง ที่เป็นสถานที่เคารพนับถือของชาวนครชุมเป็นอย่างมาก

ในแต่ละวันจะมีชาวบ้านมักมาบนบานศาลกล่าว เพื่อขอในสิ่งที่ตนปรารถนา หากสำเร็จดั่งใจหวัง ทุกๆ เดือน 6 จะมีประเพณีการแก้บนศาลปู่หลวงที่บรรดาลให้สมหวังในสิ่งที่ขอตามความเชื่อของชาวนครชุม นอกจากนั้น ที่แห่งนี้ยังมีต้นตะเคียนคู่ อายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี เรียกได้ว่าเป็นต้นตะเคียนคู่บ้านคู่เมือง ของชาวนครชุมก็ว่าได้ เป็นต้นที่สูงสง่า หากมองเสยขึ้นไปแทบมองไม่เห็นยอดต้นตะเคียนเพราะมีความสูงมา ส่วนขนาดทั้ง 2 ต้น ประมาณ 5-7 คนโอบ เป็นต้นตะเคียนที่สมบูรณ์มากลำต้นตรง สูงสวยสง่า จากนั้นก็มีการแวะไปที่กลุ่มไม้กวาด กลุ่มผ้าทอพื้นบ้านที่ ม.2 ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อเลือกซื้อผ้าทอมือที่มีลวดลายสวยงาม หรือจะเป็นไม้กวาดที่ทำด้วยมือ มั่นคงแข็งแรง และราคาถูกอีกด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากจะขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นและเป็นธรรมชาติ บริเวณร่องเขานครชุมแห่งนี้ สามารถติดต่อสอบถามเส้นทาง หรือขอคำแนะนำได้ที่ อบต.นครชุม เบอร์โทรศัพท์ 055-009808

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL