อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวสังคม ::

ถึงแรตก็รัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร อ.บางระกำ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงเกษตร “ถึงแรตก็รัก” อ.บางระกำ ผ่อนคลายทุ่งดอกไม้ พร้อมกับพักผ่อนโฮมเสตย์ของชาวบ้านในชุมชน

 

 

วันที่ 10 ส.ค. นายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นางดุษณี  เจียรใจรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลปลักแรด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของเทศบาลตำบลแรด อ.บางระกำ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อนให้กับชาวบ้านตำบลปลักแรด และผู้ที่สนใจได้เที่ยวชมสวนดอกไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นแปลงทุ่งดอกปอเทือง,ดอกบานชื่น และชมวิถีชีวิตการทำนา ของชาวบ้านปลักแรดที่เห็นแล้วสวยงาม โดยทางเทศบาลตำบลปรักแรดได้จัดสถานที่ถ่ายรูปไว้จุดต่างๆ หลายแห่ง อาทิ ซุ้มถึงแรตก็รัก ซุ้มถึงแล้วปลักแรด เป็นต้น

ด้าน นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า เทศบาลตำบลปลักแรด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้นำพื้นที่ส่วนหนึ่งมาจัดสร้างสวนสาธารณะทุ่งดอกไม้แห่งใหม่ ไม่ไกลจากชุมชน สามารถเที่ยวชมแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ 40 ไร่ ชมวิถีชีวิตของชาวนาและชมดอกไม้นานาชนิด ซึ่งถือว่าเป็นการบูรณาการเกษตรกรพอเพียง ซึ่งเชื่อว่าเป็นการขับเคลื่อนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ สามารถมาพักผ่อนและชมธรรมชาติได้อย่างสะดวกสบาย

ขณะที่ ผศ.ดร.อุษณีย์  เส็งพาณิชย์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้มาทำการศึกษาวิจัยแหล่งชุมชนปลักแรด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มาจำนวน 2 ปีแล้ว ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งเชิงเกษตร และโฮมเตย์ของชาวบ้าน ซึ่งขณะถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าชาวบ้านมีการรวมตัวกันอย่างเข็มแข็ง ทั้งการทำแหล่งท่องเที่ยวทุ่งดอกไม้ในเนื้อที่กว่า 40 ไร่ สามารถเดินได้สะดวกสบาย ในขณะที่โฮมสเตย์ของชาวบ้านในขณะนี้ก็มีเกือบ10 ราย แล้วที่นักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนและชมวิถีชุมชนคนปลักแรด ที่พื้นเมืองเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี และมีแหล่งท่องเที่ยวของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสวนน้ำกลางตลาดอีกด้วย.

 

ชาวบ้านหวั่นฝนตกหนักตลิ่งทรุด

จากฝนที่ตกหนักทำให้ริมตลิ่งริมน้ำน่านบริเวณ หมู่ที่ 1 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทรุดยาวกว่า 30 เมตร ชาวบ้าน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งซ่อมแซม

 

 

 

          เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่ามีตลิ่งทรุดจากฝนที่ตกหนักที่ผ่านมาจึงได้ไปตรวจสอบพบว่า ตลิ่งริมแม่น้ำน่าน บริเวณหมู่ที่ 1 ได้ทรุดยาวกว่า 30 เมตร โดยดินได้สไลด์ลงส่งผลให้พื้นถนนทรุดตาม รวมทั้งต้นไม้ จากความตกใจแก่ชาวบ้านหวั่นว่าถนนจะพังมากกว่านี้จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งมาซ่อมแซม เบื้องต้นทางเทศบาลตำบลท่าทองได้นำแผงเหล็ก มากั้นปิดไม้ให้รถใหญ่ผ่าน แต่รถเล็กยังพอสัญจรไปมาได้

            นายพิกุล  มีบุบเพ็ง ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า จากฝนที่ตกหนักตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาส่งผลให้ถนนริมแม่น้ำน่านที่ทรุดลงอยู่ก่อนทรุดมากขึ้นยาวกว่า 30 เมตร  อีกทั้งดินได้สไลด์ทำให้ดึงถนนทรุดเข้ามาอีก เบื้องต้นได้แจ้งไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทางเทศบาลตำบลท่าทองได้เข้ามาสำรวจ และนำแผงเหล็กมากั้นไม่ให้รถใหญ่สัญจร และจะได้ทำการซ่อมแซมในช่วงหน้าแล้ง เพราะถ้าซ่อมแซมช่วงนี้ทำได้ลำบาก  อย่างไรก็ตามก็อยากให้เร่งซ่อมแซมเพราะหวั่นว่าถนนจะทรุดมากขึ้นอีกจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้

 

จับตาแม่น้ำน่านสูงกว่า 1 เมตร หลังเขื่อนปล่อยน้ำเพิ่ม

หลังจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปรับการระบายน้ำเพิ่มเป็น 150 ลบ.ม.ต่อวินาที ประกอบกับฝนตกทางภาคเหนือ ส่งผลให้น้ำแม่น้ำน่านที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 5.48 เมตรแล้ว

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากฝนตกทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนแควน้อยมากขึ้น ล่าสุดเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาพบว่า มีน้ำไหลลงเขื่อนแควน้อย อยู่ที่ 22.32  ล้าน ลบ.ม.มากกว่าเมื่อวาน อยู่ที่ 16 ล้าน ลบ.ม.  ทำให้น้ำในเขื่อนแควน้อย สามารถกักเก็บได้ 784 ล้าน ลบ.ม. แล้ว หรือ คิดเป็น 81% ของการกักเก็บ ส่งผลให้เขื่อนปรับการระบายน้ำอยู่ที่ 150 ลบ.ม.ต่อวินาที

จากผลพวงการระบายน้ำของเขื่อนแควน้อยและมีฝนตกทางภาคเหนือ ทำให้น้ำหลากลงแม่น้ำน่าน ส่งผลให้แม่น้ำน่านที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เช้าวันนี้ที่สถานีวัดระดับน้ำ N5A วัดเวลา 09.00 น. อยู่ที่ 5.48 เมตรแล้ว มวลน้ำไหลผ่าน อยู่ที่ 518 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้แม่น้ำน่านสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน 1 เมตรทีเดียว แพผู้ประกอบการร้านอาหารและแพประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำน่านต้องปรับเชือกทุ่น เพื่อป้องกันความเสียหาย ขณะที่ประชาชนชาวพิษณุโลก ต่างเฝ้าระวังแม่น้ำน่านกันอย่างต่อเนื่อง เพราะหวั่นฝนตกลงมามากและน้ำเหนือหลาก อาจทำให้ขึ้นแม่น้ำน่านขึ้นสูง

   

สวนดอกไม้อารมณ์ดี เขียนกลอนแก้เครียดให้แง่คิดสติเตือนใจคน

ชาวบ้าน ต.คุยม่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ตกแต่งสวนดอกไม้ สวนหย่อมหน้าบ้านริมถ.สายพิษณุโลก-สุโขทัย ได้อย่างสวยงามและสะดุดตา ทั้งการปลูกดอกไม้นานาชนิด การนำวัสดุเหลือใช้มาตกแต่ง และเขียนคำกลอนต่าง ๆ ให้แง่คิดสติเตือนใจผู้คน

 

 

 

                  สังคมไทยยุคไทยแลนด์ 4.0 ต่างเต็มไปด้วยความเครียด ทั้งภาวะเศรษฐกิจ เงินทองหายาก หนี้สินอีรุงตุงนัง ยิ่งพี่น้องเกษตรกรชาวอ.บางระกำ ด้วยแล้ว กำลังประสบปัญหาความทุกข์ยาก และเครียดด้วยภาวะน้ำท่วมนาข้าวเสียหาย แต่ถ้าผ่านมาริมถนนสายพิษณุโลก-สุโขทัย ทางหลวงหมายเลข 1293 ที่บ้านคุยม่วง ม.1 ต.คุยม่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ต้องสะดุดตากับสวนหย่อมหน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่เป็นร้านขายของชำและปั้มน้ำมัน เลขที่ 68 ต.คุยม่วง ตั้งอยู่ริมถนน สวนหน้าบ้านนี้ ตกแต่งได้สะดุดตาผู้สัญจรผ่านไปมาอย่างมาก ได้ตกแต่งด้วยดอกไม้ วัสดุเหลือใช้ ประดิดประดอยเป็นรูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ และที่โดดเด่นมาก ๆ คือ การเขียนถ้อยคำติดป้ายไว้ตามสวนจำนวนมาก  ด้วยภาษาไทยที่อาจจะเขียนด้วยสะกดผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่อ่านแล้วก็ได้ใจความ ได้แง่คิดสติเตือนใจให้กลับมามีกำลังใจ ตั้งตาตั้งตาทำมาหากินต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจต่อไป

                ข้อความต่าง ๆ ที่เขียนติดตามสวนหย่อมตามมุมต่าง ๆ ริมถนน มีจำนวนมาก อาทิ ไปดีมาดี  ขับรถดีมีน้ำใจภัยไม่มี คนเราถ้าไม่ประมาทจะมีความสุขดี  พ่อแม่มีแต่ให้ พ่อจ๋าหนูรักรอยยิ้ม พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก  ศีลกับธรรม สติระวัง  คนเราท่าไม่ประมาทจะมีความสุขดี  เห็นดอกไม้ก็มีความสุขแล้ว รอยยิ้มของพ่อลูกมีความสุข  มีศีล มีทรัพย์ มีเงินทอง มีความสุข เป็นต้น

            ซึ่งเจ้าของสวนดอกไม้อารมณ์ดีคือนายประเสริฐ  เปรมปรี อายุ 70 ปี โดยนางสาวกรรภิรมย์  เปรมปรี ลูกสาวลุงประเสริฐ ได้เล่าว่า ลุงประเสริฐชอบจัดสวนดอกไม้ ตกแต่งประดิดประดอยด้วยวัสดุเหลือใช้ และชอบเขียนข้อความติดไว้ตามสวนดอกไม้ โดยทำมาหลายปีแล้ว ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือแก้เครียด ลุงประเสริฐจบแค่ป.4 แต่ก็มาเรียนต่อกศน.ด้วย ใครผ่านไปมา ก็ชอบจอดรถลงมาถ่ายรูป ทั้งคนเดินทางผ่าน ชาวต่างชาติ และครูในละแวกใกล้เคียง นอกจากเขียนที่บ้านแล้ว ยังชอบเขียนป้ายข้อความติดไว้ตามต้นไม้ ริมถนนในหมู่บ้านด้วย

 

เร่งซ่อมพนังดินที่แตกก่อนน้ำทะลักมากขึ้น

 ทหารจากกองบิน 46 ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชาวบ้านซ่อมพนังดินที่แตกจนแล้วเสร็จเพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรที่ ต.เนินกุ่ม

 

           

วันที่ 29 กค. 60 ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วม ที่ ต.เนินกุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก กำลังประสบปัญหาน้ำจากคลองเนินกุ่มไหลล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนและไหลท่วมพื้นที่การเกษตรในหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่ หมู่ที่ 10 บ้านเนินกุ่ม พนังคลองได้แตกร่วม 20 เมตร ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมากได้ไหลออกสู่พื้นที่เกษตรและหมู่บ้าน ซึ่งหลายหน่วยงานร่วมกับชาวบ้านได้ช่วยกันซ่อมแซมพนังดินที่แตก

ต่อมาทาง นาวาอากาศเอก ขจรฤทธิ์ แก้วอำไพ ผู้บังคับการกองบิน๔๖ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 46 สั่งการให้นายทหารกิจการพลเรือน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และกำลังพลทหาร จำนวน 35 นาย ออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ประสบปัญหาอุทุกภัย หมู่ที่ 10 ตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก

โดยทางทหารจากกองบิน 46 ได้ร่วมกับหน่วยงาน อำเภอบางกระทุ่ม ร่วมกับ เทศบาลตำบลเนินกุ่ม ช่วยกันตัดไม้และนำกระสอบทรายมากั้นเป็นทำนบกั้นน้ำพนังที่แตกที่หมู่ที่ 10 บ้านเนินกุ่ม พร้อมทั้งนำกระสอบทรายมากั้นตามริมคลองที่เอ้อล้น ซึ่งใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ ช่วยชะลอน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL