อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวสังคม ::

เปิดจองเหรียญที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

กระทรวงการคลังจัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

 

 

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่ากรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 4 ประเภท ได้แก่ เหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 50,000 บาท เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2,000 บาท เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000 บาท และเหรียญที่ระลึก คิวโปรนิกเกิล ราคาเหรียญละ 100 บาท โดยมีลวดลายด้านหน้ากลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ภายในวงขอบเหรียญ เบื้องล่างมีข้อความว่า "พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ" และข้อความ "วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560" ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

โดยได้ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย สภาสถาบันการเงินของรัฐ และธนาคาร 19 แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดเป็นหน่วยรับจองเหรียญที่ระลึกฯ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2560 ณ สำนักการคลัง กรมธนารักษ์ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่ธนาคารต่าง ๆ 19 แห่ง ทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดรับจองเหรียญที่ระลึก 3 ประเภทยกเว้นเหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทรายที่ต้องจองผ่านกรมธนารักษ์เท่านั้น โดยใช้หลักฐานที่แสดงความเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่ทางราชการออกให้ มีเลขประจำตัวประชาชน

ทั้งนี้ แต่ละสิทธิ์สามารถจองได้เหรียญทองคำ 1 เหรียญ เหรียญเงิน 2 เหรียญ เหรียญคิวโปรนิกเกิล 1 ชุด มี 3 เหรียญ และเหรียญทองแดงรมดำพ่นทราย 1 เหรียญ โดยผู้สั่งจอง 1 คน สามารถสั่งจองได้ไม่เกิน 3 สิทธิ รวมของตนเอง พร้อมเปิดรับเหรียญที่ระลึก ณ สถานที่สั่งจอง ได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2561 เป็นต้นไป สำหรับรายได้จากการจำหน่ายเหรียญหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย

 

ชาวบ้านดินทองอพยพขนของหนีน้ำป่า

ฝนที่ตกหนักกว่า 3 ชม. ส่งผลให้เกิดน้ำป่า ไหลหลากลงมาจากเขาหนองกบและเขาชี เอ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หมู่ 2 บ้านดินทอง ต.ดินทอง อ.วังทอง จำนวนกว่า 15 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ช่วยชาวบ้านขนของขึ้นที่สูง

 

 

          เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก มีพายุฝนฟ้าคะนองตกหนักนานกว่า 3 ชม. ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเขาหนองกบและเขาชี เอ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หมู่ 2 บ้านดินทอง ต.ดินทอง อ.วังทอง จำนวนกว่า 15 หลังคาเรือน และมีรถจักรยานยนต์หลายคันจมน้ำที่ท่วมสูงถึง 1-1.5 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาจำนวน 50 นาย ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเข้าขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง พร้อมทั้งขนย้ายสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านใส่เรือหางยาวไปไว้ในที่ปลอดภัย ขณะที่ถนนเส้นหลักที่ใช้สัญจรภายในหมู่บ้านก็ถูกน้ำท่วมขังสูงเช่นกัน รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ล่าสุดสถานการณ์เริ่มคลี่คลายฝนเริ่มซาลงและระดับน้ำลดลง ซึ่งชาวบ้านจะได้แจ้งไปยังหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงานความเดือดร้อนไปยังอำเภอ พร้อมหาทางช่วยเหลือในลำดับต่อไป

 

อบจ.พิษณุโลก พร้อมใจปลูกต้นดาวเรือง 10,000 ต้น

ให้ออกดอกบานสะพรั่งในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

 

 

    ที่บริเวณลานนกฮูก กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บึงราชนก) ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ช่วยกันนำต้นกล้าดาวเรืองที่ทางกองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้เพาะพันธุ์ไว้อายุ 15 วัน มาปลูกลงในถุงชำต้นไม้จำนวน 10,000 ต้น เพื่อให้สามารถดูแลรักษาได้ง่ายและเติบโตออกดอกบานสะพรั่งในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 วันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

สำหรับดอกดาวเรือง เป็นสีประจำวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งมีอายุตั้งแต่ปลูกไปจนถึงออกดอกใช้เวลาประมาณ 55-60 วัน และจะออกดอกบานนานถึง 3 สัปดาห์ โดยเมื่อดอกดาวเรืองที่ปลูกไว้ในครั้งนี้บานสะพรั่งก็จะนำไปประดับไว้ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก พระราชวังจันทน์ สนามกีฬาจังหวัดพิษณุโลก และส่วนราชการในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกต่อไป.

   

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก จัดเลี้ยงอาหารกลางวันพระราชทาน

ตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา

 

 

    เช้าวันนี้ ( 15 ส.ค.60 ) นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2560  เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา85 พรรษา ที่ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางปัทมา เอี่ยมสุวรรณ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก นายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นแก่ผู้ต้องขังและผู้รับบริการสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทอง

สำหรับโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน เกิดขึ้นจากน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานเงินพร้อมทั้งได้มีพระราชเสาวนีย์ ให้จัดตั้งกองทุนอาหารกลางวันเลี้ยงผู้ตกงาน และผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยาก เดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยสนับสนุนเงินในการจัดกิจกรรมผ่านทางสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

ผู้ว่าฯพิษณุโลก ให้กำลังใจชาวนาสมอแข ถูกน้ำท่วมนาข้าว

หลังจากนาข้าวกว่า 86 ไร่ของชาวนากว่า 10 ราย ที่กำลังออกรวง ได้อายุในการเก็บเกี่ยว แต่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากฝนตกลงมาติดต่อหลายวัน ประกอบกับไม่มีเส้นทางระบายน้ำ ทำให้น้ำท่วมนาข้าวจนได้รับความเสียหาย

 

 

วันนี้ (11 สิงหาคม 2560)  นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก เดินทางไปให้กำลังกับชาวนาในพื้นที่หมู่ 3 บ้านดงปะโดก ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากนาข้าวกว่า 86 ไร่ของชาวนากว่า 10 รายที่กำลังออกรวงได้อายุในการเก็บเกี่ยว แต่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากฝนตกลงมาติดต่อหลายวัน ประกอบกับไม่มีเส้นทางระบายน้ำ ทำให้น้ำท่วมนาข้าวจนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะนาข้าวหอมมะลิ ของนายณรงค์ รอบช่วงหวัด อยู่บ้านเลขที่ 293/2 หมู่ 3 ต.สมอแข ที่ถูกน้ำท่วมกว่า 30 ไร่ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวขึ้นมาได้ เนื่องจากเลยกำหนด จนข้าวเน่าอยู่ใต้น้ำ เสียหายทั้งหมด

นายณรงค์ ชาวนที่ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า น้ำได้ท่วมนาข้าวมาเกือบ 1 เดือนแล้ว เนื่องจากฝนตกหนัก และไม่มีทางระบายน้ำ เนื่องจากมีการก่อสร้างถนน ทำให้นาข้าวของตนเองและเพื่อนบ้านในละแวก ได้รับความเสียจำนวนมาก ไม่สามารถเกี่ยวข้าวนำมาขายได้ ได้แต่ทำใจมองรวงข้าวจมน้ำเท่านั้น

ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ตนเองและนายอำเภอเมืองได้รับทราบว่าชาวนาในพื้นที่ ต.สมอแข ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมจำนวนมาก จึงเดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมกับตรวจสอบสภาพน้ำที่ท่วมนาข้าวของชาวบ้าน ก็ได้แต่เสียดาย แต่ก็ต้องหามาตรการแก้ไขระยะยาวหากยังมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ก็อาจแนะนำให้เกษตรกรเปลี่ยนพื้นที่จากทำนามาเป็นเลี้ยงปลาหรือเลี้ยงสัตว์แทน แต่หากยังต้องทำนาอยู่ก็ต้องหาทางน้ำระบายให้ใหม่ ซึ่งในพื้นที่ ต.สมอแข ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมนี้ไม่ได้อยู่ในโครงการบางระกำโมเดล แต่ก็ต้องหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL