เสาร์, พฤษภาคม 27, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวสังคม ::

ชาววัดโบสถ์กว่า3พันคน ร่วมปลูกต้นงิ้วแดงคืนผืนป่าให้แผ่นดิน

ชาวบ้าน อ.วัดโบสถ์ และ “ย่ายิ้ม”  คนต้นแบบ ที่อยู่ป่า ปลูกต้นไม้ทำฝายถวายในหลวง ร่วมทำพิธีบวชป่า และปลูกต้นงิ้วแดง  จำนวน 2,800 ต้น  ในโครงการ ปลูกงิ้วแดง  คืนผืนป่าให้แผ่นดิน

 

 

ที่พื้นที่สาธารณะ บ้านท่าหนอง  หมู่ 1 ต.หินลาด  อ.วัดโบสถ์  จ.พิษณุโลก   พลตรี ภานุวัฒน์  เหนียวแน่น   ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39  ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ปลูกงิ้วแดง  คืนผืนป่าให้แผ่นดิน ต.หินลาด  ซึ่งที่มาของโครงการดังกล่าว สืบเนื่องจาก ในพื้นที่ ต.หินลาด มีการขอคืนพื้นที่สาธารณะ ที่ชาวบ้านรุกปลูกมันสำปะหลัง  และตามนโยบายรัฐบาลจะต้องมีการฟื้นฟูป่าไม้   ชาวบ้านจึงได้ร่วมใจกันมอบคืนพื้นที่บุกรุก  จำนวน 28 ไร่ มาเพื่อดำเนินการปลูกฟื้นฟูสภาพป่า

ขณะที่ นายแผน  พานทอง  กำนัน ต.หินลาด  และนายกสมาคมเครือข่ายป่าชุมชนได้กล่าวว่า เดิม ต.หินลาด มีต้นงิ้วแดงอยู่เป็นจำนวนมาก  แต่ปัจจุบันปริมาณต้นงิ้วลดลง  และด้วยพื้นที่สาธารณะดังกล่าว ด้านหน้าอยู่ติดถนนสายหลัก ด้านหลังติดแม่น้ำแควน้อยที่อยู่ระหว่างเขื่อนพญาแมน และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ทำให้มีน้ำตลอดทั้งปีจึงอยากจะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  ให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถมีรายได้นอกเหนือจากการทำการเกษตรได้  จึงเป็นที่มาของการปลูกต้นงิ้วแดงในวันนี้

โดยในพิธีการได้มีการทำพิธีสงฆ์  และเชิญ  “ย่ายิ้ม  ยิ้มเย้ยยาก”  คนต้นแบบ ที่อยู่ป่า ปลูกต้นไม้ทำฝายถวายในหลวง  ร่วมทำพิธีบวชป่า อัญเชิญรุกขเทวดาช่วยรักษาป่าให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 

อำเภอบางระกำเร่งขุดเปิดคันดินกั้นน้ำเปิดทางน้ำไหลป้องกันน้ำท่วม

 
นายอำเภอบางระกำส่งรถแบ็คโฮเข้าขุดเปิดทางน้ำ ที่คันดินกั้นน้ำฤดูแล้งชุมแสงสงคราม เพื่อป้องกันน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
 
 

วันที่ 19 พ.ค.60 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิษณุโลกได้คลี่หลายพื้นที่แล้ว จากฝนที่ตกหนัก 3 วันก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำป่าไหลหลากที่ท่วมเร็วและลงเร็ว บริเวณ อ.วัดโบสถ์ อ.เนินมะปราง ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เช้าวันนี้มีน้ำป่าที่ไหลมากในเขตอ.นครไทย ทำให้เช้านี้ถนนเส้นนครไทย-นครชุม ที่กำลังทำท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ทางเบี่ยงน้ำท่วมตัดขาด  แถวที่ทำการประปาส่วนภูมิภาคห่างทางแยกประมาณ  200 เมตร 

ส่วนที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก น้ำฝนที่ตกหนักมากในเขต จ.แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ได้เริ่มไหลเข้ามาสู่ อ.บางระกำ เช้าวันนี้ ระดับน้ำยมในเขต ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ สูงขึ้นมาก แรงของน้ำได้กัดเซาะ คันดินกั้นแม่น้ำยม ที่ อบต.ชุมแสงสงคราม สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งแตกเป็นทางยาว กระแสน้ำได้ไหลลงสู่ตัวอำเภอบางระกำอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤติ  นายอัครโชค  สุวรรณทอง นายอำเภอบางระกำ ได้เข้าตรวจสอบสถานการณ์คันดินที่แตก พร้อมกับสั่งการให้อบต.ชุมแสงสงคราม นำรถแมคโครมาเร่งเปิดทางน้ำให้น้ำไหลลงไปเร็วขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตอนบนของจังหวัดสุโขทัย และได้ให้โครงการชลประทานยม-น่าน เปิดบานประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ระบายน้ำสู่แม่น้ำยม พร้อมแจ้งให้ผู้นำท้องที่ตอนล่างคันดินได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนราษฎรเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเก็บข้าวของเครื่องมือเครื่องใช้ไว้ในที่สูงโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยที่มักเกิดเป็นประจำในช่วงฤดูน้ำหลาก
ขณะที่คันดินอีกหนึ่งจุดบริเวณตำบลท่านางงาม อ.บางระกำ ที่อยู่ด้านท้ายเขื่อนดินบ้านกรุงกรัก ที่สร้างไว้กักเก็บน้ำใช้ช่วงหน้าแล้ง ก็ถูกแม่น้ำยมกัดเซาะพังเช่นกัน 
ซึ่ง นายอัครโชค  สุวรรณทอง นายอำเภอบางระกำ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบางระกำยังไม่ได้รับผลกระทบนอกจากคันดินที่กั้นน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งที่ถูกแรงดันน้ำเสียหายและได้มีการสั่งการให้เปิดคันดินเป็นที่เรียบร้อย
 

เปิดการประกวดพระเครื่อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเปิดการประกวดพระเครื่อง และเหรียญคณาจารย์ชิงถ้วยเกียรติยศ มูลนิธิมิลราเคิลออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เพื่อหารายได้มอบให้เป็นสาธารณกุศล

 

 

 

     เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนวัดศรีรัตนาราม ต.ท่าทอง อ.เมือง จังหวัดพิษณุโลก นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุปผะศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ได้ร่วมกันเป็นประธานเปิดการประกวดพระเครื่อง และเหรียญคณาจารย์ชิงถ้วยเกียรติยศ มูลนิธิมิลราเคิลออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี โดยทางคณะกรรมการการจัดประกวดพระเครื่อง ได้พร้อมใจกันจัดขึ้นเพื่อหารายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักเรียนโรงเรียนวัดศรีรัตนาราม จำนวน 100 ทุน และนำรายได้ส่วนหนึ่งไปมอบให้กับกาชาดจังหวัดพิษณุโลก มอบให้กับมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมทำบุญสร้างพระอุโบสถวัดศรีสง่าเจริญพร ต.ท่าหลวง อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี และมอบให้กับทางโรงเรียนวัดศรีรัตนาราม เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการศึกษา

    นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวว่า เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในกลุ่มนักอนุรักษ์ และสะสมพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์แล้วว่า พระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ คือสิ่งสมมติแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและอริยสงฆ์ที่ชาวพุทธเคารพบูชา และยังเป็นการสืบสานสายสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอันดี สร้างความรักความสามัคคีกลมเกลียวให้เกิดขึ้นในกลุ่มที่รักและชื่นชอบพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดงานในครั้งนี้ทำให้ทราบว่ารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วทั้งหมด จะนำไปมอบให้สาธารณกุศล ทุนการศึกษาและโรงเรียนวัดศรีรัตนารามซึ่งยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางคณะกรรมการการจัดงานได้มีจิตสาธารณกุศลให้กับสังคม

   

พิธีถวายเครื่องสักการบูชา 660 ชุด องค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารหรือวัดใหญ่ จัดพิธีถวายเครื่องสักการบูชา องค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ด้วยเครื่องสักการะ 660 ชุดอย่างยิ่งใหญ่

 

 

เมื่อเวลา 08.39 น. วันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2560 ( วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 จันทรคติ วันเททองหล่อพระชินราช เมื่อปี 1900 ) ที่หน้าพระวิหารพระพุทธชินราช และโพธิ์สามพี่น้อง  วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้จัดพิธีถวายเครื่องสักการะบูชา องค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช และสังเวยท้าวสักกรินทร์เทวราช ผู้นฤมิตตนเป็นตาปะขาว  มาช่วยปั้นและหล่อพระพุทธชินราชจนแล้วเสร็จ ให้มีพุทธลักษณะที่งดงามในโลก และเทพยดา ที่สถิตอภิบาลรักษาองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ด้วยในวันนี้ได้มีการจัดเครื่องสักการะบูชา เครื่องทองชุด 9 และ ศรีษะสุกร (หัวหมู 660 หัว ) บายศรี จำนวน 660 คู่ ผลไม้ 5 อย่าง จำนวน 660 ที่ พวงมาลัย 9 พวง จำนวน660 ชุดที่

โดยมีพุทธศาสนิกชน มาร่วมพิธีตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีแล้ว  ผู้เข้าร่วมพิธี ได้ร่วมแห่ผ้าตาดทอง 3 ผืน น้ำ ดิน และปุ๋ย ประทักษิณ ทักษิณาวัตร รอบโพธิ์สามพี่น้อง หรือโพธิ์สามเส้า สถานที่หล่อพระพุทธชินราช เมื่อ 660 ปี 3 รอบ แล้วถวายน้ำ ถวายดิน ถวายปุ๋ย ผูกผ้าตาดทองถวายต้นโพธิ์สามพี่น้อง เป็นพุทธบูชา ร่วมกัน และร่วมรับน้ำพระพุทธมนต์ ในพิธี

 

นางรำกว่า 2,660 คน ร่วมจารึกประวัติสาสตร์พร้อมใจรำถวายพระพุทธชินราช

 
 
นางรำชาวพิษณุโลก กว่า 2,660 คน ร่วมใจรำถวายครบรอบ 660 ปี พระพุทธชินราช ตั้งแต่หน้าสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลก และที่บริเวณวิหารหลวงพ่อพุทธชินราช  อย่างสวยงาม ท่ามกลางสายฝน ที่โปรยปรายลงมาให้ร่มเย็น
 
 
 
เมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 28 เม.ย. 2560  จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดงานสมโภชพระพุทธชินราช 660 ปี โดยวันนี้มีการเคลื่อนขบวนธรรมยาตรา บูชาพระพุทธชินราช ในพิธีเปิดงานสมโภชพระพุทธชินราช 660 ปี จากสวนชมน่านฯ ผ่านวงเวียนสถานีรถไฟ ไปยังหน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหารขบวนอัญเชิญเครื่องสักการะพระพุทธชินราช ประกอบด้วย ตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ คณาจารย์ จนท. นศ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม  พร้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ที่เดินทางมาจากอำเภอต่างๆ มาร่วมขบวนแห่พระพุทธชินราชจำลอง ขนาดหน้าตัก 29 นิ้ว และอัญเชิญ อัญเชิญเครื่องสักการะ 10 แถวประกอบด้วย พานดอกไม้ พานธูป พานเทียน พานหมากพลู พานพุ่ม พานพุ่มเงินทอง พานบายศรี พานพวงมาลัยดอกไม้สด พานโพธิ์เงินโพธิ์ทอง และพานฉัตรเงินฉัตรทองไปถวายองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช และมีนางรำกว่า 2,660 คน พร้อมใจแต่งกายชุดสีขาวปฏิบัติธรรม คล้องผ้าสไบสีทอง รำถวายพระพุทธชินราช ในวาระโอกาสครบรอบ 660 ปี อย่างสวยงาม และร่วมเดินขบวนธรรมยาตรา บูชาพระพุทธชินราชไปรอบเมืองพิษณุโลกพร้อมรำถวายพระพุทธชินราช โดยจุดที่ 1 ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลกใช้เพลงพิษณุโลกงาม  ตั้งขบวนรำยาวกว่า 1 กิโลเมตร และรำอย่างสวยงาม  จากนั้นได้เดินขบวนไปจุดที่ 2 คือ ด้านหน้าและรอบพระวิหารพระพุทธชินราช 
 
 
โดยในวันนี้มี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  เป็นประธานจุดธูปเทียนถวายเครื่องสักการะแด่องค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช โดยมีข้าราชการและประชาชนร่วมในพิธีจำนวนมาก
 
 สำหรับงานสมโภชองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช 660 ปี จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 29 เมษายน ถึง วันที่ 3 พฤษภาคม ตลอดงานยังสามารถร่วมเวียนเทียนสมโภชแบบประเพณีโบราณ ชมการแสดงแสงเสียง "ตำนานพระพุทธชินราช" ชมมหรสพการแสดงลิเกจากคณะต่างๆ และการแสดงโขนโรงใหญ่ จากกรมศิลปากร 
 
สำหรับพระพุทธชินราช หรือ “หลวงพ่อใหญ่” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสุโขทัย หล่อด้วยทองสำริด เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย ชายผ้าสังฆาฏิแยกเป็นเขี้ยวตะขาบ พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง พระหัตถ์มีปลายนิ้วทั้งสี่เสมอกัน ส่วนซุ้มเรือนแก้วทำด้วยไม้แกะสลักอย่างงดงามคาดว่าน่าจะสร้างในสมัยอยุธยา ซึ่งด้วยพุทธลักษณะอันงดงามโดดเด่น พระพุทธชินราชจึงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในประติมากรรมพุทธศิลป์ชั้นสูงสุดของเมืองไทย  
 
สำหรับพระพุทธชินราช ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารด้านตะวันตกในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1900 ตรงกับรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย พร้อมกับพระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา และพระเหลือ พระพุทธชินราชนอกจากได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่งและยังเป็นพระพุทธรูปที่นิยมจำลองกันมากที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนชาวไทยศรัทธาและนิยมเดินทางมากราบไหว้มากที่สุดองค์หนึ่งด้วย
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL