พุธ, พฤศจิกายน 22, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวสังคม ::

ฮือฮาตัวเงินตัวทองคลานขึ้นวิหารหลวงทองดำวัดราชบูรณะ

 เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันจับตัวเงินตัวทองที่คลานขึ้นวิหารเก่าแก่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อทองดำ วัดราชบูรณะ อ.เมืองพิษณุโลก

 

 

วันที่ 17 พ.ย. 60  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระวัดราชบูรณะ ว่ามีตัวเงินตัวทองเข้าไปในวิหารพระประธาน ซึ่งเป็นวิหารเก่าแก่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อทองดำ วัดราชบูรณะ อ.เมืองพิษณุโลก จึงได้ไปตรวจสอบ พบพระวรภัทร วรภทฺโท ผู้ช่วยเลขานุการเจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ ซึ่งยืนอยู่ที่บริเวณหน้าวิหารดังกล่าว ขณะรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาจับกุม โดยไม่ทราบว่าตัวเงินทองตัวมาจากไหน กันแน่ เพราะภายในวัดไม่มีที่อยู่ที่เหมาะกับตัวเงินตัวทองเลย

พระวรภัทร กล่าวว่า ขณะนั่งพักผ่อนอยู่ภายในห้องกุฏิด้านหน้าวิหารหลวงพ่อทองดำ ปางมารวิชัย ยุคสุโขทัย ปรากฏว่ามีตัวเงินทองทอง ซึ่งไม่ทราบมาจากไหน ได้คลานผ่านมาที่หน้าวิหาร ก่อนจะคลานขึ้นบันไดหน้าวิหารเข้าไปด้านในทันที  โดยไม่สามารถไล่ได้ทัน  จากนั้นได้ตามไปดูข้างใน พบตัวเงินตัวทองยืนอยู่หน้าพระประธาน ก่อนจะวิ่งไปหลบด้านหลังพระพุทธรูป เนื่องจากมีผู้คนภายในวัดที่ทราบข่าวพากันเข้าไปดู ทำให้ตัวเงินทองตัวหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวิหาร ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปในวิหาร นอกจากนั้นเกรงว่าตัวเงินทองจะคลานเดินไปถูกสิ่งของตกพังเสียหายได้ ทางพระลูกวัดได้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่กูภัยข่าวภาพเพื่อให้เจ้าหน้าที่มาดำเนินการจับตัวเงินตัวทองดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพเดินทางมาถึง เพื่อจะจับตัวเงินตัวทองดังกล่าว จึงได้ไปตรวจสอบ พบว่าตัวเงินทองทองเข้าไปหลบด้านหลังตู้กระจกเก็บของเก่า ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับดึงออกมาได้ เพราะตัวเงินตัวทองจะดิ้นสะบัดตีตู้กระจกแตก สุดท้ายต้องใช้ไม้ค่อยๆแหย่ที่ตัวเงินตัวทองตื่นตกใจ กระทั่งตัวเงินตัวทองวิ่งออกมา ส่งเสียงขู่ฟ่อๆตลอดเวลา ทำให้ผู้คนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างตกใจวิ่งหนีกันกระเจิง เจ้าหน้าที่กู้ภัยหาจังหวะคว้าหางเจ้าตัวเงินทองเอาไว้ได้ พร้อมกับในบ่วงคล้องคอเอาไว้ เพื่อไม่ให้หันหัวมากัดได้ จากนั้นได้นำอกมาจากวิหาร โดยมีผู้คนทราบข่าวมาดูกัน ต่างวิพากษ์วิจารณ์และยังเชื่อกันว่าตัวเงินทองตัวอาจจะมาไหว้พระประธานในวิหารก็ได้ เพราะขณะกู้ภัยนำตัวออกมาประตูวิหาร ตัวเงินตัวทองพยายามใช้กงเล็บเกาะประตูเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จึงต้องดึงอย่างแรงถึงจะหลุด ก่อนจำออกมาข้างนอกได้

จากสภาพตัวเงินตัวทองไม่ทราบเพศ มีขนาดน้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม ความยาวประมาณ 1.5 เมตร ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงใช้ผ้าขาวมัดขาทั้งสี่ขา และมัดปากเอาไว้ เพื่อป้องกันดิ้นหลุด ก่อนจะนำไปล่อยสู่ธรรมชาติต่อไป

 

วัดดังเมืองสองแควขึ้นป้ายรับพวงรีดของใช้แทนพวงหรีดดอกไม้

วัดดังเมืองพิษณุโลกใส่ใจสิ่งแวดล้อมงดรับพวงหรีดดอกไม้สด เน้นหรีดสิ่งของเครื่องใช้ต่อยอดบุญเป็นประโยชน์หลังจบงาน
 

 

            วันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดคูหาสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ประชาชนที่ผ่านไปมาจะพบเห็นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ติดอยู่ภายในวัด พร้อมข้อความระบุว่า “วัดคูหาสวรรค์ขอความร่วมมือ งดพวงหรีดดอกไม้สด ลดขยะรักษาสิ่งแวดล้อม” จึงเดินทางไปสอบถามกับพระครูประทีปธรรมานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ ซึ่งกำลังช่วยกันกับพระลูกวัดติดป้ายชื่อเจ้าภาพกับหรีดเก้าอี้ หรีดพัดลม ที่ใช้แทนพวงหรีดดอกไม้สด จำนวนกว่า 40 ตัว อยู่ในศาลาธรรมสังเวช พร้อมกับเปิดเผยว่า ทางวัดมีนโยบายที่จะปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการที่ญาติโยมนำพวงหรีดดอกไม้สดมาใช้ในพิธีศพ แต่หลังจากเสร็จสิ้นงานแล้วก็จะเหลือทิ้งไว้เป็นขยะมากมายก่ายกอง หากนำไปเผาก็จะกลายเป็นมลพิษสู่ชุมชนข้างเคียงได้ ก่อนหน้านี้ทางวัดนำพวงหรีดดอกไม้สดไปทิ้งถังขยะแล้ว แต่พนักงานเก็บขยะก็จะไม่เก็บขึ้นรถเนื่องจากไม่ใช่ขยะทั่วไป จึงขอความร่วมมือจากญาติโยมให้ปรับเปลี่ยนเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ เก้าอี้ พัดลด จักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ เป็นการต่อยอดบุญได้อีกทางหนึ่งด้วย
 
 
ด้าน ดร.เอกชัย  โกมลกิตติ์ ไวยาวัจกรวัดคูหาสวรรค์ กล่าวว่า ล่าสุดทางวัดได้นำเงินไปซื้อเก้าอี้จำนวน 50 ตัว ในราคาตัวละ 800 บาท มาให้ญาติโยมซื้อแทนพวงหรีดดอกไม้สดในราคาแค่เพียงตัวละ 500 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าราคาเท่ากับพวงหรีดทั่วไปที่ขายตามร้านค้า ส่วนต่างที่เหลือ 300 บาท ทางวัดจะเป็นผู้ออกให้เอง ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกันไป ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ไม่ใช่ว่าทางวัดจะบังคับไม่ให้ใช้พวงหรีดดอกไม้สดเลย พร้อมกับประชาสัมพันธ์บอกทางเจ้าภาพที่จะจัดงานศพว่า ทางวัดมีเก้าอี้จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
 
 
หลังจากนั้นญาติโยมก็เข้าใจหันมาใช้สิ่งของแทนพวงหรีดดอกไม้สด จนทำให้ปริมาณของขยะที่เกิดจากพวงหรีดลดลงอย่างมาก เช่น การจัดงานศพแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะมีพวงหรีดประมาณ 50 – 100 พวง ปัจจุบันลดลงไปกว่า 80% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหลือจากงานศพและเจ้าภาพได้มอบให้กับทางวัด วัดก็จะนำไปมอบให้กับโรงเรียนที่มีความต้องการหรือขาดแคลนสิ่งของเหล่านี้ ถือว่าเป็นการช่วยกันรักษาสิ่งแล้วล้อม ทั้งยังช่วยส่งต่อผลบุญให้ได้รับถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง ส่วนเก้าอี้ที่ญาติโยมบริจาคมาแทนพวงหรีดมานั้น ก็จะนำไปเปลี่ยนกับเก้าอี้พลาสติกที่เก่าและชำรุดทรุดโทรมต่อไป.
 

ผู้แทนพระองค์มอบถุงพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์

ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ตำบลวังอิทก และตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก

 

 

    วันนี้ ( 10 พฤศจิกายน 2560 ) เวลา 11.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ท.ฐิตะฐาน สุขศรี เป็นผู้แทนพระองค์เป็นผู้อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน และถุงพระราชทาน ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ ไปมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ของตำบลวังอิทก อำเภอบางระกำ ที่ศาลาการเปรียญวัดกระทุ่มยอดน้ำ โดยมี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ พร้อมร่วมมอบถุงพระราชทาน แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 683 ครอบครัว

    ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ท.ฐิตะฐาน สุขศรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ตำบลท่านางงาม จำนวน 864 ครอบครัว ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชทานเลี้ยงอาหารแก่ผู้มารับมอบสิ่งของพระราชทานด้วย

    สำหรับในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาอำเภอบางระกำเป็นพื้นที่รองรับน้ำที่ไหลจากแม่น้ำยมเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งเป็นไร่นาบ้านเรือนราษฎร เป็นเวลานานกว่า 2-3 เดือน โดยขยายเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้นส่งผลให้พื้นที่ตำบลวังอิทก ตำบลบางระกำ ตำบลปลักแรต ตำบลหนองกุลา ตำบลพันเสา ตำบลบ่อทอง ตำบลบึงกอก ตำบลท่านางงาม ตำบลชุมแสงสงคราม และตำบลคุยม่วง ถูกน้ำท่วมจำนวน 10 ตำบล 73หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมจำนวน 4,205 ครัวเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนรวมทั้งสิ้น 14,393 คน ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัดพิษณุโลกและอำเภอบางระกำได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่างต่อเนื่อง

   

กู้ภัยจับลุกจระเข้ที่หลุดมาอยู่คลองระบายน้ำ ส่งต่อเจ้าหน้าที่ดูแล

หวั่นทำร้ายประชาชน พร้อมส่งต่อให้เจ้าหน้าที่สำนักบริหารและอนุรักษ์ที่ 11

 

 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพคงคลธรรม ร่วมกันจับลูกจระเข้ อายุประมาณ 1 ปีครึ่ง ที่หลุดมาอยู่บริเวณริมคลองชลประทาน ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก หวั่นทำร้ายประชาชน พร้อมส่งต่อให้เจ้าหน้าที่สำนักบริหารและอนุรักษ์ที่ 11 ไปอนุบาลก่อนส่งให้สำนักงานประมงจังหวัดไปดูแลอีกครั้ง

เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 10 พ.ย. นายสุริยา   สอนเขียว ประธานกรรมการมูลนิธิมิตรภาพคงคลธรรม พร้อมด้วยนายณเดช เหมาะดา หัวหน้ากู้ชีพมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมิตรภาพมงคลธรรม เข้าจับลูกจระเข้ ที่บริเวณคลองระบายน้ำชลประทาน ติดกับวัดบ้านคลอง  ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังชาวบ้านที่หาปลาในละแวก พบเห็นลูกจระเข้ ลอยหัวอยู่ริมคลองชลประทาน  โดยในการจับลูกจระเข้ตัวนี้นั้นในทางเจ้าหน้าที่ได้ทำบวงคล้องคอเจ้าลูกจระเข้ แล้วก็นำสก๊อตเทปพันปากไว้ทันที เพื่อป้องกันอันตรายอาจถูกกัดได้โดยลูกจระเข้ดังกล่าว มีขนาดความยาวประมาณ 85-90 เซนติเมตร อายุประมาณ 1 ปีครึ่ง  จากนั้นได้ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารและอนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก มารับตัวลูกจระเข้ไปดูแล

นายสุริยา   สอนเขียว ประธานกรรมการมูลนิธิมิตรภาพคงคลธรรม กล่าวว่า หลังจากชาวบ้านที่หาปลาแจ้งว่าพบลูกจระเข้ลอยอยู่บริเวณริมคลองชลประทาน ทางเจ้าหน้าที่ก็รีบไปดูและต้องรอเกือบครึ่งชั่วโมงจึงเห็นลูกจระเข้ตัวนี้ลอยคอมาริมตลิ่ง จึงได้นำไม้คล้องเชือกจับลูกจระเข้ตัวดังกล่าวไว้ได้ในที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ยังไม่พบว่ามีพ่อแม่ของเจ้าจระเข้แต่อย่างใด แต่ก็ไม่ทราบว่าลูกจระเข้ตัวนี้หลุดมาจากไหน

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารและอนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้มารับตัวลูกจระเข้ตัวนี้ไว้ เพื่อนำไปอนุบาลและดูอาการว่าลูกจระเข้มีอาการอะไรหรือไม่ จากนั้นก็จะส่งต่อให้สำนักงานประมงจังหวัดเข้าไปดูแลอีกครั้ง เนื่องจากจระเข้เป็นสัตว์น้ำ อยู่ในความดูแลของกรมประมงอีกครั้ง

 

ผู้แทนพระองค์มอบสิ่งของพระราชทาน แก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมผู้แทนพระองค์มอบสิ่งของพระราชทาน แก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก

 

 

วันนี้ ( 9 พ.ย.60 ) เวลา 11.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลบางระกำเมืองใหม่ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานมอบแก่ประชาชน จำนวน 1,969 ถุง เพื่อเป็นเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย ณ พื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก โอกาสเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชทานเลี้ยงอาหารแก่ผู้มารับมอบสิ่งของพระราชทาน ราษฎรต่างปลื้ม ปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จากนั้นนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์การแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่และประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางระกำ จากนายอำเภอบางระกำ ซึ่งในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ของอำเภอบางระกำ เป็นพื้นที่รองรับน้ำที่ไหลจากแม่น้ำยมเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งเป็นไร่นาบ้านเรือนราษฎร เป็นเวลานานกว่า 2-3 เดือน โดยขยายเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้นส่งผลให้พื้นที่ตำบลวังอิทก ตำบลบางระกำ ตำบลปลักแรต ตำบลหนองกุลา ตำบลพันเสา ตำบลบ่อทอง ตำบลบึงกอก ตำบลท่านางงาม ตำบลชุมแสงสงคราม และตำบลคุยม่วง ถูกน้ำท่วมจำนวน 10 ตำบล 73 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมจำนวน 4,205 ครัวเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนรวมทั้งสิ้น 14,399 คน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว

ในการนี้ องคมนตรี ได้อัญเชิญพระราชกระแสความห่วงใยของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดิทรเทพยวรางกูร ที่ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบอุทกภัยเป็นอย่างมาก และทรงพระราชทานถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ดังกล่าว

จากนั้น เวลา 14.00 น. โดยออกเดินทางนั่งเรือเร็วไป ยังหมู่ 15 บ้านวังกุ่ม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยและมอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบอุทกภัยอีก จำนวน 5 ถุง

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL