อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการเมือง ::

ปปส.ภาค 6 เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเ

เชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแกนนำภาคประชาชนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน

 

 

  

       เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายกิตติชัย เหลืองกำจร ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 6 ผู้แทน ผอ.ปปส.ภาค 6 เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแกนนำภาคประชาชนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายชุดปฏิบัติการตำบลที่ปฏิบัติการในหมู่บ้าน จังหวัดละ 3 หมู่บ้าน รวม 27 หมู่บ้าน ชุดประสานงานจังหวัดปปส.ภาค 6 และชมรมชุมชนภิวัฒน์ รวมจำนวน 134 คน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง วิธีการ รูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับหมู่บ้านชุมชน โดยกลไกประชารัฐในระดับพื้นที่ หลังจากนั้นนายสำเริง ภูมิโคกรักษ์ รกน.ผอ.ยอ. ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและแผนปฏิบัติการประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคงปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2559 - 2560

 

"น้องต่อ" สาวประเภทสองพร้อมลุ้นใบดำ-แดง แบบแมนๆ

เผยผ่อนผันเกณฑ์ทหารมาแล้ว 2 ปีเนื่องจากอยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียนแต่ปีนี้ เรียนจบแล้ว พร้อมลุ้นจับใบดำ-ใบแดง แบบแมน ๆ หากจับได้ก็พร้อมเป็นทหาร และจะทำหน้าทีอย่างเต็มที่

 

 

 

บรรยากาศ คัดเลือกทหารกองเกินเข้าประจำการ¬ประจำปี 2559 วันที่ 3  ที่หน่วยตรวจคัดเลือกสนามกีฬาจังหวัดพิษณุโลก  ยังเป็นไปอย่างคึกคัก  ขณะที่ยังมีสาวประเภทสอง ที่มาสร้างสีสันให้กับการคัดเลือกทหารกองเกินไม่ต่างจาก 2 วันแรกที่ผ่านมา  ซึ่งในวันนี้ ผู้สื่อข่าวพบ “น้องต่อ” หรือ นายณัฐสิทธิ์ กลิ่นดิษฐ์  อายุ 23 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ 1 ตำบลบ้านคลอง  อ.เมือง จ.พิษณุโลก  ที่มารอคัดเลือกทหารกองเกิน ในชุดเสื้อยืดรัดรูปสีเทา กางเกงขายาวสีดำ

โดย “น้องต่อ” ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองได้ทำการผ่อนผันการเกณฑ์ทหารมา 2 ปีแล้ว  เนื่องจากอยู่ระหว่างกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม  แต่ในปีนี้จบการศึกษาแล้ว  ซึ่งน้องต่อ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ยื่นเรื่องผ่อนผันต่อ แม้ว่าจะยังมีสิทธิ์ผ่อนผันได้อีก 1 ครั้ง  โดยพร้อมจะลุ้นจับใบดำ-ใบแดง  ในปีนี้เลย   และหากว่าโชคดีจับได้ใบแดง ต้องเป็นทหาร  ตนเองก็พร้อมที่จะเข้าทำหน้าที่ ชายไทย แบบแมน

 

เตือนระวังมิจฉาชีพแฮกเข้าเฟสบุ้คยืมเงิน

ประชาชนชาวพิษณุโลก หลายรายตกเป็นเหยื่อ มิจฉาชีพ ที่แฮกเข้าเฟสบุ้คส่วนตัว แล้ว ไปแอบอ้างขอยืมเงินเพื่อนทางเฟสบุ้คด้วยกัน พอรู้ตัวอีกที ก็ตกเป็นเหยื่อ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ไม่สามารถกระทำอะไรได้ เนื่องจากหลังจากสืบพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพ เป็นชาวสุราษฎ์ธานี วอนให้สื่อเตือนภัยสังคมในโลกออนไลน์

 

 

 

วันนี้( 4 เม.ย.) นางโชติกา โพธิ์ประทุม อายุ 40 ปี ชาว ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย นายวรวุฒิ เม้ยกำเนิด อายุ 38 ปี ชาว ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาส จ.สุโขทัย ได้เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ หลังจากตกเป็นเหยื่อแก็งมิจฉาชีพ แฮกเฟสบุ้ค แล้วแอบอ้างไปขอยืมกับเพื่อนที่อยู่ในเฟสบุ้ค ด้วย ทำให้เกิดความเสียหาย โดยบางราย ก็แฮกไปขอยืมเงินเพื่อน 4-8 พันบาท บางรายก็แอบอ้างว่าขอเงินคืนจากธุรกิจที่โอนเงินไป ให้สร้างความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก

นางโชติกา โพธิ์ประทุม เปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าวว่า อยากให้ช่วยเตือนภัยอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวจากสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กจนตนเองได้รับความเดือนร้อน โดยเผยว่า “เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559 ตนเองได้มีการติดต่อพูดคุยเพื่อซื้อขายกับร้านเสื้อผ้าในจังหวัดน่านผ่านข้อความทางเฟซบุ๊ค โดยแล้วมีการส่งสลิปโอนเงินจำนวน 22,500 บาท ให้กับทางร้านเสื้อผ้า หลังจากนั้นไม่นานมีคนลักลอบเข้ามาในบัญชีเฟชบุ๊กของนางโชติกา สวมรอยพูดคุยกับทางร้านเสื้อผ้าขอเงินที่โอนจำนวน 22,500 ให้ทางร้านโอนคืนเพราะมีเรื่องร้อนเงิน ต้องใช้เงินด่วน ทางร้านเสื้อผ้าไม่ติดใจอะไร จึงโอนเงินจำนวน 22,500 บาท เข้าเลขบัญชี 725-6-05370-6 ธนาคารธนชาติ ชื่อบัญชี ญานิสา ยังแก้ว สาขาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย เพราะมีเพื่อนๆในเฟซบุ๊คตนอีกหลายคนได้รับข้อความในลักษณะการขอยืมเงินจากเฟสตนเอง โดยที่ตนเองไม่รู้เรื่องมาก่อน เมื่อทราบเรื่องจึงได้แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 แต่ไม่คืบหน้า จึงมาร้องเรียนสื่อมวลชนช่วยแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนทั่วไป

ด้าน นายวรวุฒิ เม้ยกำเนิด กล่าวว่า ตนเองก็ถูกแฮกเฟสบุ้ค เข้าไปแอบอ้างเป็นตนส่งข้อความหาเพื่อนในเฟชบุ๊กจำนวนกว่า 20 ราย เพื่อขอยืมเงิน 4,000-8,000 บาท แต่ตนเอง ได้ ไหวตัวทัน เนื่องจาก inbox ข้อความเฟส ที่มิจฉาชีพ แฮกและคุยกับเพื่อนที่จะยืมขึ้นข้อความที่มือถือ ทำให้ตนรีบเข้าเฟส ไปบอกเพื่อนทันที จึงไม่มีใครโอนเงินให้คนร้าย และคาดว่าคนร้าย น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน มีลักษณะที่ทำงานเป็นขบวนการและเจาะจงเข้ามาแฮ็กระบบเป็น ทอดๆข้อความที่ส่งหามีลักษณะที่เหมือนกันทุกคนและชื่อบัญชีทีคนร้ายให้โอนไปนั้นมีความข้องเกี่ยวกันทั้งนามสกุลเหมือนกันและที่อยู่เหมือนกันอีกด้วย จึงอยากจะวอนสื่อและเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเร่งดำเนินการหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ขณะที่ขอเตือนประชาชนที่ใช้เฟสบุ้คนั้น ควรเปลี่ยนรหัสให้บ่อยครั้งเพื่อป้องกันการเกิดเข้าแอบอ้าง หรือ แฮกเฟสบุ้ค เข้าไปขอยืมเงินดังกล่าว  นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้ความเสียหายอีกหลายคนที่เจอลักษณะเดียวกัน จึงอยากให้ผู้สื่อข่าวเป็นสื่อช่วยเผยแพร่ข่าวเตือนระวังภัยดังกล่าว 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL