อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการเมือง ::

ชาวบ้านนครไทย ร้อง ผวจ. ตรวจสอบผู้ใหญ่บ้าน

ชาวบ้านน้ำเลา ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จ.พิษณุโลก กว่า 20 คน เดินทางยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้ตรวจสอบการทำงานของผู้ใหญ่บ้านหลังพบทำงานไม่โปร่งใส

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก มีชาวบ้านน้ำเลา ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย กว่า 20 คน นำโดยนางขนิษฐา อำมาตย์หิน เข้าร้องเรียนต่อนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้ตรวจสอบการทำงานของผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านน้ำเลา (นายจรัญ ปัญญาประสิทธิ์) เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทุจริต โดยที่ผ่านมาได้มีงบประมาณเข้ามาที่บ้านน้ำเลาในการก่อสร้างปรับปรุงหอประชุมหมู่บ้าน 200,000 บาท ก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ 1,200,000 บาท ทำท่อน้ำประปา 500,000 บาท ก่อสร้างแทงค์เก็บน้ำ 380,000 บาท เงิน SML 400,000 บาท แต่เมื่อชาวบ้านไปสอบถามกลับไม่สามารถชี้แจงได้ อีกทั้งการก่อสร้างอย่างศูนย์การเรียนรู้ ยังไม่เรียบร้อยปล่อยค้างไม่มีคนงานมาก่อสร้างต่อ เมื่อสอบถามไปอีกก็ไม่ชี้แจ้งบ่ายเบี่ยง ซึ่งทำให้ชาวบ้านคลางแคลงใจจึงอยากให้มีการตรวจสอบและที่ผ่านมาได้ร้องเรียนไปทางอำเภอนครไทยก็เงียบหาย จึงตัดสินใจมาร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

ต่อมาทาง นายเกรียงวิทญ์ เตชวิทยไวทิน ปลัดจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายอธิปไตย ไกรราช ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก  ได้มารับหนังสือ ซึ่งหลังรับหนังสือได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเพื่อคลายปัญหาทุกข์ใจของชาวบ้าน  เบื้องต้นนายเกรียงวิทญ์ เตชวิทยไวทิน ปลัดจังหวัดพิษณุโลก  ได้สั่งการให้นายอำเภอนครไทย เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายใน 2-3 วันนี้ พร้อมกับรายงานมาทางจังหวัดทราบอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านพอใจแยกย้ายในเวลาต่อมา

 

ตัวแทนคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง แถวหน้าวัดจุฬามณี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

ร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลกและหน่วยงาน สคบ.กรณีผู้ประกอบการเจ้าของหมู่บ้าน เอาเปรียบผู้บริโภคสร้างความเดือดร้อนในความมั่นคงต่อทรัพย์สิน(บ้านเรือน)

 

 

ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ตัวแทนคณะกรรมการหมู่บ้านหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง บริเวณหน้าวัดจุฬามณี อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกผ่าน นายอธิปไตย ไกรราช ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลกและหน่วยงาน สคบ.กรณีผู้ประกอบการเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าว เอาเปรียบผู้บริโภคสร้างความเดือดร้อนในความมั่นคงต่อทรัพย์สิน(บ้านเรือน) ซึ่งปัจจุบันหมู่บ้านมีสมาชิกพักอาศัยประมาณ 70 ครัวเรือนใช้ประโยชน์จากถนนภายในโครงการมาโดยตลอดนับตั้งแต่ซื้อบ้านพร้อมที่ดินมาจากโครงการ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี

ต่อมาประมาณเดือนพฤศจิกายน 2559 มีผู้ประกอบการายใหม่เข้ามาดำเนินการและใช้ประโยชน์ในถนนโครงการด้วยการนำรถบรรทุกดินขับผ่านในโครงการเพื่อนำดินไปถมในที่ดินว่างเปล่าบริเวณด้านหลังของโครงการซึ่งทางคณะกรรมการเกรงว่าจะเกิดผลเสียหายต่อถนนภายในหมู่บ้านจึงรวมตัวคัดค้านการกระทำของผู้ประกอบการดังกล่าวประกาศห้ามนำรถขนดินเข้ามาใช้ถนนผ่านหมู่บ้านโดยเด็ดขาด และเมื่อเดือน ธันวาคม 2559 บริษัทรายใหม่ดังกล่าว ได้ขอทำการรังวัดสอบเขตที่ดินบริเวณถนนภายในโครงการที่เป็นทางสัญจรหลักของคนในหมู่บ้านมากว่า 20 ปีเพื่อเล็งเห็นผลเพื่อทำการก่อสร้างอาคารพาณิชย์หรือบ้านจัดสรร สร้างความเดือดร้อนและไม่พอใจกับเจ้าของบ้านพักอาศัยและคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก

เนื่องมาจาก พื้นที่ที่ขอทำการสอบเขตที่ดินดังกล่าวเมื่อดูในสภาพที่จริงคือถนนคอนกรีตที่ทางโครงการโฆษณาว่าเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่สะดวกสบายทุกคนจึงตกลงมาซื้อบ้านในโครงการดังกล่าว จึงสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจกับผู้ที่อาศัยในหมู่บ้านจึงประชุมและส่งมอบตัวแทนคณะกรรมการหมู่บ้านยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาการเอารัดเอาเปรียบจากนักธุรกิจที่หวังผลกำไรจากการสร้างจัดสรรขายเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนที่เข้ามาซื้อและอยู่เดิมหรือที่กำลังตัดสินใจเข้ามาอยู่ใหม่ก็ตามให้พิจารณาถึงสภาพของหมู่บ้านจัดสรรนั้นๆว่าทำตามข้อกำหนดที่โฆษณาหรือไม่จะได้ไม่มาตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกับพวกตน ซึ่งผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ได้ออกมารับหนังสือและจะได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 

 

 

โรงพยาบาลพิษณุเวช เปิดตัววัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเป็นแห่งแรกของภาคเหนือ

พร้อมให้บริการรับปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับวัคซีน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อต่างๆ ด้วยวัคซีน

 

 

 

            เมื่อวันที่  18 ม.ค.60   ที่ห้องประชุมสานสัมพันธ์ ชั้น 9 โรงพยาบาลพิษณุเวช พญ.วรรณศิริ  นิ่มพิทักษ์พงค์  กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลพิษณุเวช และนพอภิวัฒน์  น้อยประสิทธิ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิษณุเวช  ร่วมกันเปิดตัววัคซีนป้องกันไข้เลือดออก  เป็นแห่งแรกในภาคเหนือ  พร้อมให้บริการรับปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับวัคซีน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อต่างๆ ด้วยวัคซีน ในกลุ่มผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคเรื้อรัง ทั้งนี้ ได้จัดให้มีการเสวนา เรื่องน่ารู้ วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกอีกด้วย


     ด้านนพ.ศราวุฒิ มากล้น อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลพิษณุเวช กล่าวว่า วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลก สามารถป้องกันไวรัสเด็งกี่ได้ทั้ง 4 สายพันธุ์และผ่านการขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ(อย)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประสิทธิภาพของวัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 65 .6 % ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล 80.3% ลดอัตราการป่วยรุนแรง 93.2 % มีผลการวิจัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกในกลุ่มอายุ 9 -45 ปีโดยฉีดทั้งหมด3 เข็มห่างกัน 6 เดือนในเดือน0, 6 และ12

   โรงพยาบาลพิษณุเวช ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อต่างๆด้วยวัคซีน ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของโรคได้ ซึ่งการป้องกันโรคก่อนที่จะเป็นโรคย่อมดีกว่าปล่อยให้เป็นแล้วรักษา จึงได้จัดให้มีพิธีเปิดตัววัคซีนป้องกันไข้เลือดออกในครั้งนี้ขึ้น

   

สั่งถอดถอนเจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์พ้นจากตำแหน่ง

เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก สั่งถอดถอนพระครูสุปุญญนิวิฐ ( บุญส่ง ) สุฐิโต เจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง พิษณุโลก ออกจากตำแหน่ง ต้องหาว่าละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง

 

 

วันที่ 13มกราคม 2560ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ชาวบ้านรวมตัวกันขับไล่ พระครูสุปุญญนิวิฐ หรือ หลวงพ่อขาว เจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 3มกราคม 2560ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลการบริหารเงินของวัดไม่โปร่งใส และนำผู้หญิงเข้ามาช่วยบริหารจัดการวัดหลายเรื่อง ซึ่งในวันนั้น ว่าที่ ร.ต.อิทธิพล  บุพศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย พระครูประภากรชัยกิจ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองพิษณุโลก ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองพิษณุโลก เข้ามาควบคุมดูแลความเรียบร้อย พร้อมทั้งประสานสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลกเข้ามาตรวจสอบและไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้น และสำนักพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์จังหวัดพิษณุโลกจะรับเรื่องไว้ พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบให้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอน

ล่าสุดวานนี้ 12มกราคม 2560มีการประชุมคณะสงฆ์โดยมีพระราชธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก พร้อมกับมีคำสั่ง เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ที่ 5/2560เรื่องถอดถอนเจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ ในคำสั่งระบุว่า ด้วยพระครูสุปุญญนิวิฐ ( บุญส่ง ) สุฐิโต เจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง พิษณุโลก ต้องหาว่าละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง ตามความในข้อ 55 ( 3 ) ( 4 ) แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21พ.ศ. 2541ว่าด้วยการแต่งตั้ง ถอดถอน พระสังฆาธิการ และจังหวัดได้สอบสวนได้ความสัตย์แล้ว

อาศัยตามความในข้อ 54 ( 1 ) แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 พ.ศ.2541 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2535 จึงถอดถอนให้ พระครูสุปุญญนิวิฐ ( บุญส่ง ) สุฐิโต เจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ อายุ 45 ปี พรรษา 25 วิทยฐานะ น.ธ.เอก.ม.3 วัดคูหาสวรรค์ พ้นจากตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 มกราคม 2560 โดย พระราชธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก

 

นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เผยความคืบหน้าในการก่อสร้างสวนสาธารณะใจกลางเมืองพิษณุโลกขณะนี้คืบหน้าเกิน 50% แล้ว

ล่าสุดมีการก่อสร้างอาคารพลับพลาที่ประทับจำลองแบบมาจากพระที่นั่งสีตลาภิรมย์ ซึ่งหากการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นการเพิ่มปริมาณพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองพิษณุโลก  และใช้เป็นพื้นที่ภูมิสัญลักษณ์ (Landmark) ใจกลางเมืองที่สำคัญต่อไป

 

 

 

นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะใจกลางเมืองพิษณุโลกว่า  จังหวัดพิษณุโลกและเทศบาลนครพิษณุโลก มีนโยบายในการพัฒนาพื้นที่ตั้งของสถานีตำรวจจังหวัดภูธรพิษณุโลกและสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลกปัจจุบันให้เป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางเมืองพิษณุโลกเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการออกกำลังกายของประชาชนการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนนักท่องเที่ยวและเพื่อส่งเสริมให้พระบรมราชานุสาวรีย์พระยาจักรีให้มีความสง่างามโดดเด่นมากยิ่งขึ้น รวมทั้งออกแบบให้มีอาคารพลับพลาที่ประทับจำลองแบบมาจากพระที่นั่งสีตลาภิรมย์ในบริเวณสวนสาธารณะ   โดยเป็นการเพิ่มปริมาณพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองพิษณุโลก  และใช้เป็นพื้นที่ภูมิสัญลักษณ์ (Landmark) ใจกลางเมืองที่สำคัญอีกด้วย

 

การก่อสร้างสวนสาธารณะใจกลางเมืองพิษณุโลก แบ่งออกเป็น 4 ระยะดังนี้ 

                        โครงการ ระยะที่ 1 การก่อสร้างพื้นที่สวนสาธารณะโดยรอบ  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดพิษณุโลกวงเงินค่าก่อสร้าง  7,997,000  บาท  (เสร็จเรียบร้อยแล้ว)

                        โครงการ ระยะที่2 การก่อสร้างพลับพลาที่ประทับจำลองแบบมาจากพระที่นั่งสีตลาภิรมย์  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรองเลขาธิการพระราชวัง (นายขวัญแก้ว วัชรโรทัย) มูลนิธิ      วัชโรทัย  วงเงินค่าก่อสร้าง  11,678,000  บาท (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง)

                        โครงการ ระยะที่ 3 การก่อสร้างลานเวทีการแสดงพร้อมติดตั้งระบบเครื่องกลและระบบ  รดน้ำต้นไม้ภายในโครงการ งบประมาณค่าก่อสร้าง 15,000,000 บาท (อยู่ระหว่างดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณ)

                        โครงการ ระยะที่4 งานน้ำพุดนตรี  อาคารห้องเครื่องปั๊ม สถาปัตยกรรมผังบริเวณ ระบบไฟฟ้า งบประมาณค่าก่อสร้าง 30,000,000 บาท (อยู่ระหว่างดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณ)

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL