อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการเมือง ::

ครูในพิษณุโลกร้องศูนย์ดำรงธรรมถูกหลอกกู้เงินสูญกว่า 40ล้านบาท

ครูในจังหวัดพิษณุโลก กว่า 20คน เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมหลังถูกเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิษณุโลก หลอกว่าสามารถกู้เงินสหกรณ์ได้แม้ยอดกู้เต็มแต่ต้องฝากเงินไว้ก่อนและจะทยอยให้   สุดท้ายหลบหนีหายไปพร้อมเงินกว่า 40ล้านบาท

 

 

เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 27กุมภาพันธ์ 2560ที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดพิษณุโลก คณะครูในจังหวัดพิษณุโลกกว่า 20คน รวมตัวเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก นำโดยนายสำเนา ยาสุด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบุ่งผลำ ต.น้ำกุ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก กรณีที่ถูกนายฉัตรชัย ทองน้อย หรือ บอย อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 283 หมู่ที่ 1 ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิษณุโลก จำกัด และเป็นเจ้าหน้าที่พิจารณาเงินกู้ โดยหลอกลวงให้ครูที่สนใจกู้เงินสหกรณ์แบบ กู้สามัญ กู้ฉุกเฉิน และกู้ท่องเที่ยว โดยครูที่จะกู้ยอดวงเงินเต็มก็สามารถกู้ผ่านได้ แต่ต้องผ่านนายบอยคนเดียวเท่านั้น แต่เมื่อการกู้สำเร็จปรากฏผู้กู้แต่ละคนไม่ได้รับเงินตามที่ทำเรื่องกู้เงินไว้ และยังมีการชักชวนลงทุนเป็นเงินหมุนเวียนในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอีกด้วย โดยจะรับเงินปันผลทุกเดือน รวมยอดเงินที่มีการสูญเสียไปไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท

ซึ่งนายสำเนา ยาสุด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบุ่งผลำ   กล่าวว่า สำหรับตนได้ทำเรื่องกู้ผ่านทางนายบอย กว่า 800,000บาท โดยทราบจากทางเฟสบุ๊คว่าสามารถกู้เงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ แม้ว่าวงเงินกู้เต็มโดยติดต่อกู้ผ่านนายบอย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิษณุโลก จำกัด และเป็นเจ้าหน้าที่พิจารณาเงินกู้ตนจึงได้ไปยื่นเรื่องกู้เพราะมั่นใจว่านายบอย จะช่วยได้ ซึ่งเมื่อยื่นเรื่องไปจำนวนเงิน 800,000บาท และปรากฏว่าเรื่องผ่าน แต่ไม่ได้เงินตามจำนวนมาที่ข้อกู้ โดยนายบอย บอกว่าจะขอนำเงินไปให้ผู้อื่นกู้ และทำธุรกิจอื่นๆ โดยตนจะได้เงินกู้จำนวน 50,000บาท  จากนั้นนายบอย บอกว่าจะทยอยให้ในเดือนต่อมาอีก 2งวด แต่หลังจากนั้นนายบอย ก็ไม่ได้จ่ายเงินให้กับตนอีกเลย  ตนได้พยายามติดต่อไปหานายบอย ก็ติดต่อไม่ได้ รู้ได้เพียงว่านายบอย ได้หลบหนีไปแล้ว  สุดท้ายจึงรู้ว่าตนเองถูกโกงเงินแน่นอนจึงได้มารวมตัวกันร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือ

ด้าน นางสาวธัญญนิตย์ อัมพรัตน์ เจ้าหน้าที่ สพม.เขต 39กล่าวว่า ในส่วนตนมีคนรู้จักมาขอร้องให้ไปช่วยกู้ผ่านทางนายบอย 400,000บาท โดยงวดแรกได้มา 30,000บาทเท่านั้น โดยเท่าที่ตรวจสอบพบว่ามีคุณครูและเจ้าหน้าที่พนักงานด้านการศึกษาที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ครูจังหวัดพิษณุโลก ถูกหลอกเช่นเดียวกับตนไปจำนวนมาก ยอดเงินคาดว่าไม่ต่ำกว่า 30-40ล้านบาท

ด้านนายอธิปไตย ไกรราช ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้ทำการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากครูที่มาร้องเรียนวันนี้แล้ว พร้อมกับจะส่งเรื่องไปให้กับนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบ พร้อมทั้งจะประสานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำสอบสวนและเร่งดำเนินการช่วยเหลือครูที่ถูกหลอกต่อไป

 

กระทรวงสาธารณสุข ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท ให้ รพ.พุทธชินราช ผุดศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ภาคเหนือตอนล่าง

เปิดให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็ง ปอด สมอง ไต ฉายแสง เคมีบำบัด ผ่าตัดและห้องไอซียู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคซับซ้อนและส่งต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ

 

 

 

 นายแพทย์ศิวฤทธิ์ รัศมีจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2560-2562 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรงบประมาณวงเงิน 1,000 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อสร้างอาคารและจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เรียกว่าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ภาคเหนือตอนล่าง ในพื้น 155 ไร่ ติดโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

นายแพทย์ศิวฤทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับงบประมาณจะเป็นการก่อสร้างอาคาร 500 ล้านบาท และอุปกรณ์การแพทย์อีก 500 ล้านบาท ในปี 2560 ได้รับงบจัดสรร 175 ล้านบาท จัดสร้างอาคาร 3 หลัง ปี 2561 จำนวน 275 ล้านบาท โดยศูนย์แห่งนี้จะเปิดให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็ง ปอด สมอง ไต ฉายแสง เคมีบำบัด ผ่าตัดและห้องไอซียู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคซับซ้อนและส่งต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก มีความแออัดค่อนข้างมาก เพราะต้องรับบริการผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง คือ จังหวัดตาก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และสุโขทัย และยังมีบางส่วนจากจังหวัดพิจิตร กำแพงเพชร และนครสวรรค์

แม้ว่าจะขยายไปให้บริการผู้เจ็บป่วยเล็กน้อยที่โรงพยาบาลรังสีเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่เช่าของโรงพยาบาลพุทธชินราช แต่ก็ยังไม่เพียงพอ "ขณะนี้โรงพยาบาลพุทธชินราช รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 1,000 เตียง การที่กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาถึงความสำคัญได้จัด สรรงบประมาณผูกพันเป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2560-2562 หากการก่อสร้างแล้วเสร็จการเปิดศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของภาคเหนือตอนล่าง จะขยายเตียงจากโรงพยาบาลพุทธฯไป 350 เตียง มั่นใจว่าจะสามารถให้บริการผู้ตรวจรักษาและผู้ป่วยได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น" นายแพทย์ศิวฤทธิ์ กล่าวในที่สุด

 

วัดใหญ่ประชุมร้านค้าต่างพอใจข้อสรุป

 
วัดใหญ่นัดหมายผู้ประกอบการร้านค้ามาฟังคำชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการทำสัญญาขายของในอาคารศูนย์จำหน่ายสินค้าของวัด โดยมีผู้ประกอบการร้าค้า จำนวน 200 ราย มาร่วมรับฟัง ผลการชี้แจงข้อเท็จจริง   ต่างพอใจข้อสรุป  ย้ายไปขายอาคารใหม่ทั้งหมดใน 28 ก.พ.60

 
 
 วันที่ 15 ก.พ.60 เวลา 13.00 น. ที่ศาลาพิบูลธรรม  พระมหาธนศักดิ์จินตกวี เลขานุการ เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้นัดหมายผู้ประกอบการร้านค้าภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ มาฟังคำชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการทำสัญญาขายของในอาคารศูนย์จำหน่ายสินค้าของวัด โดยมีผู้ประกอบการร้าค้า จำนวน 200 ราย มาร่วมรับฟัง ผลการชี้แจงข้อเท็จจริง สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1.1 ให้ผู้ประกอบทุกร้านขนย้ายสินค้าทั้งหมดไปจำหน่ายที่ล็อกของตนเองที่จองไว้ ภายในอาคารจำหน่ายสินค้าที่วัดจัดสร้างใหม่ ให้หมดภายในเดือน ก.พ.60 (28 ก.พ.60) 
1.2 ข้อตกลงที่ทำไว้กับคณะกรรมการวัด คือค่าจองล็อกขายของในอาคารแห่งใหม่เป็นเงินจำนวน 320,000 บาท โดยให้วางเงินดาวน์ 50,000 บาท ที่เหลือผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 3,750 บาท จำนวน 72 งวด ( 6 ปี) ปัจจุบันผู้ประกอบการส่งมาแล้ว จำนวน 49 งวด ยังเหลืออีก 23 งวด โดยเริ่มส่งมาตั้งแต่ปี2555  คณะกรรมการจะให้ทำสัญญาใหม่ โดยจะทำสัญญามีกำหนด 3 ปี แต่พ่วงข้อกำหนดให้สามารถขายต่อไปได้อีก  3 ปี จนครอบ 6 ปี โดยผู้ประกอบการจะเสียค่ารายเดือนราคาเดือนละ 1,000 บาท รวมกับค่าจองล็อกในส่วนที่เหลืออีก 23 งวด เมื่อส่งค่าจองล็อกส่วนที่เหลือครบ 23 งวด แล้ว ก็จะเสียเฉพาะค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท ไปจนครบ 6 ปี หลังจากนั้นค่อยนัดหมายมาทำสัญญากันใหม่ โดยจะกำหนดราคาเช่าล็อกขายของกันใหม่ตามความเหมาะสมต่อไป
1.3  เงินประกันจำนวน 5,000 บาท ในการทำสัญญาที่รับมาจากผู้ประกอบการ หากครบวาระ 6 ปี ล็อกไม่เสียหายก็คืนเงินประกันให้ผู้ประกอบการ หรือถ้าหากผู้ประกอบการไม่จ่ายค่าเช่ารายเดือนก็จะหักจากเงินประกันที่เรียกเก็บไว้
1.4 สำหรับผู้ที่จะเช่าช่วงต่อรายใหม่ จะต้องจ่ายเงินจำนวน 420,000 บาท แยกเป็น ( ค่าจองล็อก 320,000 บาท ค่าทำสัญญาใหม่ 100,000 บาท ) แต่ถ้าเป็นลูกหลานมาเช่าช่วงต่อจะไม่เสียค่าทำสัญญาใหม่ 100,000 บาท เพียงแต่ต้องส่งค่าเช่าและงวดต่อจนครบเท่านั้น
1.5 อาคารทรงไทยซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเดิม วัดจะทำการรื้อออกทั้งหมด หลังจากที่ผู้ประกอบการทุกคนย้ายไปจำหน่ายสินค้าที่อาคารใหม่ทั้งหมดแล้ว 
1.6  ร้านค้าที่ไม่ได้จองสิทธิขายสินค้าในอาคารแห่งใหม่ (ไม่ได้เสียเงินจอง) วัดจะให้ออกไปขายนอกวัดภายในเดือน ก.พ.60
1.7 ในส่วนของร้านขายลอตเตอรี่บริเวณใกล้กับวิหารหลวงพ่อพุทธชินราช ก็จะไม่ให้ขายและให้ย้ายออกไป โดยจะจัดสถานที่ให้บริเวณใกล้กับอาคารจำหน่ายสินค้าเช่นเดียวกั

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่มาร่วมประชุม พอใจการชี้แจงและแยกย้ายกันเดินทางกลับ เวลา 14.00 น.

 

 

   

ชาวบ้านวังทองร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังถูกผจก.แบ็งค์ออมสินโกงเงิน

ชาวบ้าน อ.วังทอง เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ช่วยเหลือหลังจากถูกผู้จัดการการธนาคารออมสิน สาขาวังทอง ที่ได้ฉ้อโกงเงินของชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังทอง ได้เงินไปหลายสิบล้านบาท โดยพฤติกรรม หลอกให้ประชาชนยื่นคำขอกู้ยืมเงินจากธนาคาร แต่จะต้องแบ่งเงินจำนวนกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืม และรับปากว่าจะชดใช้เอง แต่เมื่อถึงเวลาใช้หนี้สินไม่ยอมชดใช้ตามที่รับปากไว้ ชาวบ้านก็ต่างก็หลงเชื่อสูญเงินหลายสิบล้านบาท

 

 

เมื่อเวลา 12.30น.ของวันนี้( 8ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก นายทองสุข ถิ่นน้ำใส ราษฎรหมู่ที่ 12  ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมเพื่อนบ้านอีกกว่า 20คน เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ช่วยเหลือหลังจากถูกนายมงคล หุ่นพิกุลทอง ผู้จัดการการธนาคารออมสิน สาขาวังทอง ที่ได้ฉ้อโกงเงินของชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังทอง ได้เงินไปหลายสิบล้านบาท โดยพฤติกรรมนายมงคล ได้ แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอวังทองยื่นคำขอกู้ยืมเงินจากธนาคารออมสิน สาขาวังทอง โดยเสนอว่า ถ้าหากอยากได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน จะต้องแบ่งเงินจำนวนกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมให้กับนายมงคล อาทิ ถ้ายืมเงินแสนหนึ่ง ก็ให้ทำเรื่องกู้ 2แสนบาท โดยใช้ชื่อของชาวบ้านผู้กู้ โดยนายมงคลรับปากว่าจะใช้ในส่วนที่ตนเองกู้ ประกอบกับนายมงคล ได้เสนออยากให้ชาวบ้านได้รับเงินมาเพื่อใช้จ่ายดำรงชีพ อีกด้วย ชาวบ้านก็ต่างก็หลงเชื่อ ต่างทำเรื่องกู้กันจำนวนมาก ในพื้นที่หมู่ 12ต.แก่งโสภา มีชาวบ้านทำเรื่องกู้เงิน กว่า 4ล้านบาท แต่เมื่อถึงเวลาชดใช้เงินคืนธนาคารนั้น ส่วนของชาวบ้านก็ได้คืนให้กับธนาคารจนหมด แต่ในส่วนของนายมงคล ผู้จัดการธนาคารกลับไม่ยอมจ่ายชดใช้ตามที่รับปากไว้

เมื่อชาวบ้านไปทวงถามนายมงคล ในตอนแรกก็บอกจะชดใช้เอง แต่ระยะเวลาล่วงเลยไปปรากฏว่านายมงคล ได้หลบหนีไปแล้ว จึงได้รวมตัวไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทอง นอกจากนี้ยังสอบถามชาวบ้านในพื้นที่อำเภอวังทอง ก็พบว่าถูกนายมงคล หุ่นพิกุลทอง ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาวังทอง โกงเงินชาวบ้านในลักษณะดังกล่าว จำนวนกว่า 100ราย ได้เงินไปกว่า 40ล้านบาท ตนจึงได้ตัดสินใจชักชวนเพื่อนบ้านที่เสียหาย มาร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เข้ามาช่วยเหลือ

หลังจากนั้นนายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มารับเรื่องดังกล่าวกับชาวบ้านดังกล่าว พร้อมกับจะนำเรื่องเสนอต่อนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพื่อประสานไปยังธนาคารออมสิน สาขาใหญ่ที่กรุงเทพ เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว เบื้องต้นมีชาวบ้าน อ.วังทอง มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก ไว้จำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ก็เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อไปโดยจากการตรวจสอบเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ประชาชน

 

เทศบาลนครเตรียมขยายถนนพระลือ เป็นคอขวดมานานหลายสิบปี

 
 
เทศบาลนครพิษณุโลกเตรียมทำพิธีเข้าดำเนินการเปิดรั้วของบริษัทโรซี่บลูไดมอนด์ เพื่อก่อสร้างขยายถนนพระลือ ซอย 1 (ซอยเจียระไนเพชร) ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 โดยเชิญผู้ที่มีส่วนช่วยผลักดันสนับสนุนให้โครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี  และพี่น้องประชาชนชาวพิษณุโลกทุกท่านเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในวันที่เริ่มต้นดำเนินการในครั้งนี้ด้วย ไม่เกิน 1 เดือนจะเปิดให้สัญจรไปมาได้

 

 

นายบุญทรง  แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวว่า ด้วยถนนพระลือซอย 1 เป็นถนนที่ได้รับการปรับปรุงโดยได้รับการสนับสนุนจากโยธาธิการเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วมให้เป็นถนนสี่เลนตั้งแต่สี่แยกวุ่นวาย ถ.สีหราชเดโชชัย มาจนถึงคูเมืองโบราณ แต่มีบางช่วงที่มีลักษณะคับแคบถนนมีลักษณะเป็นโค้งตัวยู เป็นคอขวดมานานหลายปี ในช่วงที่ผ่านที่ดินของบริษัทโรซี่บลูไดมอนด์ เทศบาลจึงมีโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อขยายถนนดังกล่าว โดยมีผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหลายท่านช่วยประสานและเจรจาต่อรองราคาในการจัดซื้อที่ดินในราคาที่ส่วนราชการสามารถซื้อได้  โดยเฉพะท่านชูชาติ  กีฬาแปง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ใหญ่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเจรจาจนสามารถตกลงกันได้เป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย โดยบริษัทโรซี่บลูไดมอน ยินดีขายให้เทศบาลในราคาตารางวาละ 40,000 บาท ต่ำกว่า ราคาทั่วไปที่ 60,000-70,000 บาท และเทศบาลนครพิษณุโลกสามารถซื้อได้เพียง 161.7 ตารางวา  เนื่องจากมีที่บางส่วน 67.9 ตารางวา ไม่สามารถซื้อได้เนื่องจากเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับที่ดิน เป็นเขตแนวกำแพงเมืองโบราณ ในความดูแลของกรมธนารักษ์ 

การดำเนินงานที่ผ่านมาเทศบาลนครพิษณุโลกจึงหาทางออกโดยทางด้านชมรมพัฒนาเมืองพิษณุโลกซึ่งนำโดยท่าน พล.อ.ดร.ศิริ  ทิวะพันธุ์ ประธานชมรมพัฒนาเมืองพิษณุโลก จัดสร้างเหรียญพระพุทธชินราช-สมเด็จพระนเรศวรมหาราช รุ่น ประตูชัย จำนวน 30,000 เหรียญ เปิดให้เช่าบูชา เหรียญละ 99 บาท พี่น้องประชาชนชาวพิษณุโลกเห็นความสำคัญกับวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเหรียญดังกล่าว มีผู้สนใจร่วมเช่าบูชาจนหมดภายในเวลาอันรวดเร็วจนสามารถนำเงินรายได้มาจัดซื้อที่ดินที่เหลือเป็นที่เรียบร้อย ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้จะดำเนินเรื่องการโอนที่ดิน ใช้เงินของเทศบาลทั้งหมด 6.4 ล้านบาท และ เงินจากการจำหน่ายพระรุ่นประตูชัย 1.2 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 7.6 ล้านบาท ซึ่งบริษัทโรซี่บลูไดมอนด์จะเสียประโยชน์ไปประมาณ 4-5 แสนบาท และบริษัทก็ยินดี เพราะเป็นราคาที่รับได้กับการเสียสละที่ดินตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชน 
นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเทศบาลนครพิษณุโลกกำหนดเข้าดำเนินการเปิดรั้วของบริษัทโรซี่บลูไดมอนด์ เพื่อก่อสร้างขยายถนนพระลือ ซอย 1 (ซอยเจียระไนเพชร) ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีการทุบรั้วเพื่อก่อสร้างขยายถนนให้พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรได้ ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการทำถนนไม่เกิน 1 เดือน โดยจะปรับปรุงเนื้อที่ 200 ตารางวา ให้เป็นถนนลาดยาง กว้าง 15 เมตร เป็นผิวถนน 12 เมตร ทางเท้าข้างละ 1.5 เมตร และยาวประมาณ 50 เมตร และในปี 2561 เทศบาลนครพิษณุโลกจะมีการตั้งงบประมาณดำเนินการปรับปรุงให้เป็นถนนคอนกรีตพร้อมท่อระบายน้ำ และมีการปรับปรุงสะพานประตูชัยบริเวณคูเมืองให้สามารถรองรับการสัญจรไปมาให้สะดวกมากยิ่งขึ้น
 
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL