อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการเมือง ::

ร้องศูนย์ดำรงธรรม ทต.เนินกุ่ม ไม่ยอมจ่ายค่าจ้างทำประปาหมู่บ้าน

ผู้รับเหมาก่อสร้างประปาหมู่บ้าน เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม หลังจากทางเทศบาลตำบลเนินกุ่ม อ.บางกระทุ่ม ไม่ยอมจ่ายเงินรับเหมาทำประปาหมู่บ้าน 3 หมู่บ้าน ร่วมกว่า 8 ล้านบาท

 

 

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายประจักษ์  ปานสุริยะ อายุ 58 ปี หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดโชคประจักษ์คอนสตรัคชั่น ร้องเรียนต่อนายอธิปไตย  ไกรราช ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.พิษณุโลก   กรณีขอความเป็นธรรมและตรวจสอบเทศบาลตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โดย นายประจักษ์ ได้แจ้งว่า ตนได้ตกลงทำสัญญาจ้างกับเทศบาลตำบลเนินกุ่ม โดยมี นางสนม  ชาชาวนา ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเนินกุ่ม จำนวน 3 โครงการ คือโครงการก่อสร้างประปาหมู่บ้านขนาดใหญ่แบบบาดาล ที่หมู่ 2 บ้านดงถ่าน ตำบลวัดตายม อำเภอบางกระทุ่ม เป็นเงินจำนวน 2,631,000 บาท โครงการก่อสร้างประปาหมู่บ้านขนาดใหญ่แบบบาดาล ที่หมู่ 4 บ้านวัดตายม ตำบลวัดตายม เป็นเงินจำนวน 2,624,000 บาท และโครงการก่อสร้างประปาหมู่บ้านขนาดใหญ่แบบผิวดิน ที่หมู่ 9 บ้านหนองแสง ตำบลเนินกุ่ม เป็นเงินจำนวน 3,475,000 บาท รวม 3 โครงการเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 8,730,000 บาท

และทางห้างฯ ได้ส่งมอบงานทั้ง 3 โครงการสิ้นสุดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งการส่งงานแต่ละโครงการทางเทศบาลตำบลเนินกุ่มตรวจงานแล้วแต่ไม่มีการแจ้งผลการตรวจรับงานให้ทางห้างทราบ และพยายามจะให้ทางห้างร้าน ส่งงานใหม่โดยอ้างว่า ในช่วงส่งงานนั้นยังไม่มีการขยายเขตไฟฟ้าติดหม้อแปลงให้ ซึ่งทางห้างฯต้องรับผิดชอบในการขยายเขตล่าช้าของการไฟฟ้า ทั้งที่ในสัญญาจ้างระบุให้ผู้รับจ้างทำการประสานติดต่อไฟฟ้า ชำระเงินค่าขยายเขตเท่านั้น ส่วนการดำเนินการต่าง ๆ เป็นของการไฟฟ้า ซึ่งการทำงานของเทศบาลตำบลเนินกุ่มล่าช้ามาก ๆ ผิดทุกอย่างตั้งแต่สถานที่ก่อสร้าง แบบแปลน ปริมาณงาน เป็นต้น มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบ พอทางห้างฯ ทำเสร็จส่งงานก็เบิกจ่ายเงินไม่ได้ อ้างว่ารออนุมัติจากจังหวัด

นายประจักษ์ กล่าวต่อว่า พอทางจังหวัดอนุมัติมาแทนที่จะเบิกจ่ายเงินได้ กลับมีการเสนอจังหวัดปรับลดปริมาณงานอีก ทั้ง ๆ ที่เทศบาลบันทึกข้อความปรับลดค่างานตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 255 แต่เพิ่งมาส่งจังหวัดเพื่อขออนุมัติเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางห้างฯ จึงได้รับความเสียหายเนื่องจากเงิน 8 ล้านกว่าบาท ถึงวันนี้ตนยังไม่ได้รับแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่งานแบ่งจ่ายเป็น 4 งวด และในระหว่างที่ทำงานช่างคุมงานลาออกจากราชการ กรรมการตรวจการจ้างขอย้าย ผอ.กองช่าง ย้าย เจ้าหน้าที่พัสดุย้าย รวมทั้งปลัดและรองปลัดซึ่งเป็นประธานตรวจการจ้างก็ทำเรื่องขอย้ายอีก รวมเจ้าหน้าที่ที่ย้ายแล้วกว่า 10 คน ตนเคยร้องเรียนขอความเป็นธรรมมาแล้ว 1 ครั้งเรื่องก็เงียบ จึงอยากวอนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและสื่อมวลชนช่วยไปตรวจสอบหาสาเหตุให้หน่อย เพราะไม่ใช่ตนเดือดร้อนเพียงคนเดียว ชาวบ้านก็เดือดร้อนเนื่องจากน้ำกินน้ำใช้ไม่เพียงพอเพราะโครงการก่อสร้างที่เสร็จแล้วแต่ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เทศบาลถึงกับต้องนำรถน้ำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านอยู่ในเวลานี้

ด้านนายอธิปไตย  ไกรราช ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องที่ผู้รับเหมาร้องไว้ และจะส่งเรื่องให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ทราบ พร้อมกับประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำการชี้แจงและหาทางช่วยเหลือผู้ร้องต่อไป

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง นางสนม  ชาชาวนา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเนินกุ่ม เปิดเผยว่า โครงการทั้ง 3 โครงการข้างต้นนั้นเป็น “เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ” ที่กำหนดให้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของรายการและตามรายละเอียดที่สำนักงบประมาณกำหนด เช่น รายการค่าครุภัณฑ์ หรือค่าสิ่งก่อสร้างเป็นต้น จะดำเนินการเบิกจ่ายงบกับทางจังหวัด แต่ขณะนี้โครงการทั้ง 3 โครงการทางเทศบาลตำบลเนินกุ่มยังไม่ได้มีการเซ็นตรวจรับ เนื่องจากผู้เหมาจะต้องแก้ไขแบบแปลนและข้อบกพร่องของโครงการที่ยังไม่เรียบร้อย เพื่อที่คณะกรรมการตรวจสอบจะได้เซ็นตรวจรับงานเมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์ ขอยืนยันว่าได้มีการเชิญผู้รับเหมามาพูดคุยกันหลายรอบแล้วถึงเรื่องดังกล่าว โดยมีนายอำเภอเดินทางมาร่วมรับฟังด้วย ซึ่งหากโครงการที่ว่าจ้างเป็นไปตามเงื่อนไขก็จะสามารถนำเอกสารไปแนบทำเรื่องเบิกจ่ายได้อย่างแน่นอน

 

ตร.ภ.6 ร่วม จนท.สสจ.พิษณุโลก จับสถานเสริมความงามไม่ได้รับอนุญาต

 
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 เข้าตรวจค้นสถานเสริมความงามที่เปิดไม่ได้รับอนุญาต หลังได้รับการร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม พบกระทำความผิดโดยประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตและพบยาต้องห้ามจำนวนมาก
 
 
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 16 มีนาคม 2560 นายสุริยะ วิริยะประสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่สารณสุขและ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 นำโดย พ.ต.ท.วชิรวิชญ์ สิงห์แก้ว สว.กก.สส.2 กองกำกับการ สืบสวน ภาค 6 เข้าตรวจค้น ร้านสถานความงามแห่งหนึ่ง   เลขที่ 330/37 ถ.สีหราชเดโชชัย อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งมี น.ส.กฤติกา แสงศรีบุญเรือง อายุ 30 ปี รับเป็นเจ้าของ 
 
หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าสถานเสริมความงามดังกล่าว เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีผู้ได้ที่ได้รับการรักษาแล้วได้รับผลกระทบ หน้าเน่า  จึงทำให้เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบ เบื้องต้นในการตรวจค้นพบว่าสถานเสริมความงามดังกล่าวเปิดให้บริการเสริมความงาม รวมทั้งฉีดฟิลเลอร์เพื่อหน้าเด้งโดยไม่มีใบอนุญาตและยังพบยาต้องห้าม  ทั้งยาแก้อักเสบ สเตอรอยด์จำนวนมาก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้และในการตรวจค้นครั้งนี้ยังพบยาที่คาดว่าเป็นสารเสพติดซึ่งต้องนำไปตรวจสอบอีกครั้ง  
 
นายสุริยะ วิริยะประสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากมีผู้เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ว่าสถานความงามแห่งนี้เปิดโดยไม่ได้อนุญาต ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่า ขายยาไม่ได้อนุญาต ,ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชศาสตร์,ดำเนินกิจกรรมสถานพยาบาลโดยไม่ได้อนุญาต โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 6 จะได้นำของกลาง ซึ่งเป็นยาและอุปกรณ์การแพทย์ในการเสริมความงามส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีต่อไป
 

บอร์ด สปสช.เคาะเลือก “หมอศักดิ์ชัย” นั่งเลขาธิการ สปสช.คนใหม่

 บอร์ด สปสช.เคาะเลือก “หมอศักดิ์ชัย” นั่งเลขาธิการ สปสช.คนใหม่ ด้วย 16คะแนนเสียง หลังเว้นว่างตำแหน่งเลขาธิการ สปสช.นานร่วม 10เดือน ชนะ “หมอทรงพล” ได้รับ 13คะแนน

 

 

ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ – เมื่อวันที่ 6มีนาคม 2560เวลา 09:30น. ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน มีวาระคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 

บอร์ด สปสช.ได้มีการคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการ สปสช. ภายหลังจากที่คณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งมี นายต่อตระกูล ยมนาค เป็นประธานกรรมการสรรหาฯ พิจารณาเลือกผู้สมัคร 3คน จากผู้ที่ผ่านคุณสมบัติผ่านตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545จำนวน 9คน เพื่อเสนอต่อบอร์ด สปสช. พิจารณา คือ 1.นพ.ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) ราชบุรี 2.นพ.วิทยา ตันสุวรรณนนท์ รองเลขาธิการ สปสช. และ 3.นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รองเลขาธิการและอดีตรักษาการเลขาธิการ สปสช.

          ทั้งนี้ที่ประชุมบอร์ด สปสช.ได้เปิดให้ผู้สมัครเลขาธิการ สปสช.ทั้ง 3คน แสดงวิสัยทัศน์ ก่อนเปิดให้กรรมการ สปสช.ลงคะแนนลับ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เลือก นพ.ศักดิ์ชัย เป็นเลขาธิการ สปสช.คนใหม่ด้วย 16คะแนน ส่วน นพ.ทรงพล ได้ 13คะแนน ขณะที่ นพ.วิทยา ไม่ได้รับคะแนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงคะแนนครั้งนี้มีกรรมการลงคะแนน 29คนจากกรรมการทั้งหมด 30คน โดย นายพชร อนันตศิลป์ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ได้ออกจากที่ประชุมก่อนหน้าลงคะแนน และการประชุมเลือกบอร์ด สปสช.ในวันนี้ ใช้เวลานานร่วม 7ชั่วโมง เนื่องจากมีการถกเถียงในประเด็นต่างๆ ทั้งคุณสมบัติผู้ที่ถูกเสนอชื่อ การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร รวมถึงวิธีการลงคะแนน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับการลงคะแนนเลือกเลขาธิการ สปสช.เมื่อวันที่ 4ก.ค. 59นอกจากนี้ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล ยังได้ลงนามบัตรลงคะแนนทุกใบเพื่อความโปร่งใส

นพ.ศักดิ์ชัย เป็นผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สปสช.คนที่ 3วาระที่ 5ต่อจาก นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ และ นพ.วินัย สวัสดิวร

ประวัติของ นพ.ศักดิ์ชัย อายุ ณ วันสมัคร 59ปี 6เดือน (9 ก.ย.59) ดำรงตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ สปสช. และรองเลขาธิการ สปสช. ก่อนเกษียณอายุราชการ โดยก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด มีผลงานโครงการป้องกันผู้ติดเชื้อเอชไอวีและการพัฒนาระบบสาธารณสุขมูลฐาน, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลครบุรี จ.นครราชสีมา มีผลงานการณรงค์ป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนและงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค, ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน 8จ.สระบุรี มีผลงานด้านระบาดวิทยา งานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และแผนรวมพลังป้องกันยาเสพติด

นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ระดับ 9 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผลงานด้านระบาดวิทยา และงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ระดับ 9 จังหวัดสิงห์บุรี มีผลงานการพัฒนาคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข หลังจากนั้นได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา และผู้อำนวยการสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 7 ขอนแก่น  

   

สั่งปิดสนามชนไก่ ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้าออกพื้นที่

จังหวัดพิษณุโลก สั่งปิดสนามชนไก่ ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้าออกพื้นที่ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง H5N6

 

 

     นายธัชชัย ศรีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ตั้งแต่ต้นปี 2560 จนถึงขณะนี้ มีการพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในประเทศเพื่อบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ และล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง H5N6 ที่ประเทศเมียนมาร์ โดยพบในตลาดค้าสัตว์ปีก ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยง

และจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในขณะนี้ที่มีอุณหภูมิลดต่ำลงในหลายพื้นที่ ทำให้มีโอกาสทำให้สัตว์อ่อนแอและป่วยเป็นโรคได้ง่าย เอื้อต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีก อีกทั้ง ทางกรมปศุสัตว์ ได้ส่งหนังสือด่วน ขอความร่วมมือให้จังหวัดที่มีสนามชนไก่ งดการชนไก่ และให้ปิดสนามชนไก่ไปก่อนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก จังหวัดพิษณุโลก จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แจ้งไปยังเจ้าของสนามชนไก่ให้ปิดสนามชนไก่ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 30 เมษายน 2560 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง H5N6 ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้รวมทั้งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้าออกพื้นที่ และห้ามเกษตรกรนำเป็ดไปเลี้ยงไล่ทุ่งด้วย

     รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับในเดือนที่ผ่านมาพื้นที่จังหวัดพิจิตรซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดพิษณุโลก พบมีสัตว์ปีกป่วยล้มตายเป็นจำนวนมากแต่ยังหาสาเหตุไม่พบ ส่วนสถานการณ์ของโรคไข้หวัดนก ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ขณะนี้อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ ยังไม่มีรายงานว่ามีไก่ตาย โดยไม่ทราบสาเหตุแต่อย่างใด

 

 

 

เตรียมจัดเวทีสร้างความสามัคคีปรองดอง 4กลุ่ม

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกนำส่วนราชการประชุมหารือ พร้อมเตรียมจัดเวทีรับฟังแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ของจังหวัดพิษณุโลก โดยแบ่งเป็น 4กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มการเมืองท้องถิ่น กลุ่มนักวิชาการ นักศึกษาสื่อมวลชน NGOs กลุ่ม ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานวิสาหกิจ หอการค้าจังหวัด และกลุ่ม ผู้นำชุมชนผู้นำจิตวิญญาณ ชาวบ้าน กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มท้องถิ่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการภาครัฐ  คาดว่าจะแล้วเสร็จวันที่ 17มีนาคม นี้

 

 

วันที่ 27กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุม 772ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานการ ประชุมหารือ พร้อมเตรียมจัดเวทีรับฟังแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ของจังหวัดพิษณุโลก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน  และประชาชน เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก 

นายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ทางจังหวัดพิษณุโลกเตรียมดำเนินการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองขึ้นในพื้นที่ ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำหนดการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง  โดยเชิญบุคคลด้านต่างๆในพื้นที่จังหวัดเพื่อมารับฟังและแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง  เสนอแนะกระบวนการ และประชาสัมพันธ์การสร้างความสามัคคีปรองดอง  ตามแนวทางของจังหวัด

ทั้งนี้  ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลกได้ตั้งคณะทำงานในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว โดยมีตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะทำงาน  ส่วนการจัดเวทีแสดงความคิดเห็นแบ่งการจัดออกเป็น 4กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย  กลุ่มการเมืองท้องถิ่น  กลุ่มนักวิชาการ องค์กรภาคประชาสังคม(CSOs) กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน(NGOs) สื่อมวลชน นักธุรกิจ กลุ่มองค์กรวิชาชีพต่างๆ รวมไปถึงกลุ่มคนในท้องถิ่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการของรัฐ เป็นต้น ซึ่งในการดำเนินการเป็นไปตามกรอบการทำงานของคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น  เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

ส่วนกำหนดการจัดเวทีนั้น จัดขึ้นทีศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก คือ  กลุ่มที่ 1 กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 มีนาคม กลุ่มที่ 2 กลุ่มนักวิชาการ นักศึกษาสื่อมวลชน NGOs  จัดขึ้นวันที่ 8 มีนาคม 3 กลุ่มที่ กลุ่ม ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานวิสาหกิจ หอการค้าจังหวัด จัดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม  และกลุ่มที่ 4 กลุ่ม  ผู้นำชุมชนผู้นำจิตวิญญาณ ชาวบ้าน กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มท้องถิ่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการภาครัฐ  จัดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม   หลังจากจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครบทั้งที่ 4 กลุ่มแล้ว จะประมวลผลเพื่อสรุปให้ทางกองทัพภาคที่ 3 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างความสามัคคีปรองดองของจังหวัดพิษณุโลกต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL