อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการเมือง ::

เปิดประชุมสภาเทศบาลนครพิษณุโลก

สภาเทศบาลนครพิษณุโลกมีมติเห็นชอบ ร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี61 รวมกว่า 941 ล้านบาท

 

 

   ที่ห้องประชุมจุฬามณี  1 เทศบาลนครพิษณุโลก นายเขมชาติ   นิธิวรรณ   ประธานสภาเทศบาลนครพิษณุโลก    กล่าวเปิดประชุมสภาเทศบาลนครพิษณุโลก สมัยสามัญ สมัยที่ 3 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560  โดยมีนายเจริญเกียรติ  เจริญชันษา ปลัดเทศบาลทำหน้าที่เลขานุการ ซึ่งในการประชุมในครั้งนี้มีสมาชิกลาประชุม จำนวน  5  ท่าน  คือ นายจรินทร์ สนั่นนาม นายถนัตถ์ คูหาจิต นางสำรวย นาทิพย์ นายวิชัย  ศรีวันทนียกุล และนายวันชัย  เหล็กคำ   จึงมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม  จำนวน 20 ท่าน  โดยมีผู้บริหารเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก นายแพทย์สุธี ฮั่นตระกูล รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก นายสมเกียรติ แสงสุวรรณ  รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  นางสาวณัฐทรัชต์ ชามพูนท รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก หัวหน้าส่วนการงาน ประชาชน และผู้สังเกตการณ์

    นายบุญทรง  แทนธานี  นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  กล่าวว่า การประชุมสภาเทศบาลนครพิษณุโลก สมัยสามัญ  สมัยที่  3  ครั้งที่  1  ประจำปี  2560  ที่ประชุมมีเรื่องที่สำคัญ คือ ญัตติขอความเห็นชอบร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยแยกรายละเอียดตามแผนงานได้ ดังนี้

งบประมาณรายจ่ายทั่วไป จ่ายจากรายได้จัดเก็บเองหมวดภาษีจัดสรร และหมวดเงินอุดหนุนทั่วไป เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น  786,374,000 บาท  แยกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านบริหารงานทั่วไป                               ยอดรวม  137,660,000 บาท

ด้านบริการชุมชนและสังคม                      ยอดรวม  452,616,000              บาท

ด้านเศรษฐกิจ                                         ยอดรวม    35,189,000              บาท

ด้านการดำเนินงานอื่น                             ยอดรวม  160,909,000              บาท

งบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ จ่ายจากรายได้ เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 154,721,000 บาท  แยกเป็นรายละเอียด ดังนี้   

งบกลาง                                                            ยอดรวม  14,913,000   บาท  

งบบุคลากร                                            ยอดรวม  27,776,000    บาท

งบดำเนินงาน                                         ยอดรวม  55,165,100    บาท    

งบลงทุน                                               ยอดรวม  18,649,900    บาท  

งบรายจ่ายอื่น                                         ยอดรวม  38,217,000                บาท

โดยสภาเทศบาลนครพิษณุโลกมีมติเห็นชอบรับหลักการร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ. 2561  งบประมาณรายจ่ายทั่วไปและงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ รวมจำนวนทั้งสิ้น  941,095,000  บาท

นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลกเป็นผู้เสนอญัตติขอความเห็นชอบร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.  2561  โดยประธานสภาขอมติในที่ประชุมโดยการให้สมาชิกสภาฯยกมือ สำหรับผลการลงมติในที่ประชุมสภาเทศบาลนครพิษณุโลก  มีความเห็นชอบขั้นรับหลักการร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ด้วยคะแนนเสียง  18  เสียงเป็นเอกฉันท์โดยได้กำหนดระยะเวลาในการแปรญัตติเป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้คณะกรรมการแปรญัตติพิจารณา ระหว่างวันที่ 17 – 21 สิงหาคม 2560  เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมจุฬามณี 3 และประธานสภาเทศบาลฯ ได้นัดเปิดประชุมสภาเทศบาลนครพิษณุโลกครั้งต่อไป เพื่อพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ. 2561  ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3  ในวันที่ 29 สิงหาคม  2560 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมจุฬามณี 1 เทศบาลนครพิษณุโลก

ซึ่งคาดว่าเมื่อทุกอย่างผ่านขั้นตอนตามระเบียบของทางราชการเรียบร้อยการดำเนินการตามแผนงานโครงการจะก้าวหน้าไปตามที่กำหนดไว้ ในส่วนของคณะผู้บริหารขอให้คำมั่นว่าจะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป

 

อบจ.พิษณุโลก นำเครื่องจักรกลเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืช

แก้ปัญหาน้ำท่วมให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองพิษณุโลก-อ.บางกระทุ่ม

 

 

      องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยนายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองช่าง นำเครื่องจักรกลลงพื้นที่ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมบริเวณทางน้ำไหลที่บริเวณประตูน้ำกลางคลอง หมู่ที่ 8 บ้านหนองหญ้า ตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ภายหลังทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกได้รับหนังสือจากเทศบาลเมืองอรัญญิก และองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมืองพิษณุโลก เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกล (กรณีเร่งด่วน) ในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมบริเวณทางไหลของน้ำ

โดยมีคำร้องเรียนจากกลุ่มผู้ใช้น้ำตำบลอรัญญิก ตำบลบึงพระ ตำบลวังพิกุล ตำบลแม่ระกา ตำบลวังน้ำคู้ จังหวัดพิษณุโลก ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากบริเวณประตูวังน้ำใส ประตูน้ำคลองสิบบาท และประตูน้ำกลางคลอง เป็นพื้นที่รับน้ำที่มีแม่น้ำ 2 สายไหลผ่าน คือ ทิศเหนือมาจากอำเภอวัดโบสถ์และทิศตะวันออกมาจากวังทองนั้นมีผักตบชวาและวัชพืชปลกคลุมกีดขวางทางไหลของน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะในขณะนี้ได้เกิดฝนตกชุกทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรประมาณ 10,000ไร่ และบ้านเรือนของประชาชนกว่า 1,000 ครัวเรือน จนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง

เบื้องต้นได้นำรถแบ็คโฮคอยาว จำนวน 1คัน เข้าดำเนินการเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมบริเวณทางน้ำไหลบริเวณประตูน้ำออกทั้งหมด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและที่สำคัญช่วยเร่งระบายน้ำให้ไหลได้สะดวกรวดเร็วป้องกันน้ำเอ่อล้นไหลเข้าน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร ต่อจากนั้นได้นำเครื่องจักกรลงพื้นที่ดำเนินกำจัดผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมทางน้ำไหล บริเวณประตูระบายน้ำคลองเนินสุ่มกา หมู่ที่ 8 ตำบลท่าตาล เขตติดต่อกับหมู่ที่ 13 ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม

เนื่องจากได้รับหนังสือจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตาล อำเภอบางกระทุ่ม เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำไหล เนื่องจากพบว่ามีผักตบชวาและวัชพืชขึ้นปกคลุมและกีดขวางทางน้ำไหลเป็นจำนวนมาก มีระยะทางยาวกว่า 500 เมตร ทำให้กระแสที่ไหลมาจากแม่น้ำวังทอง ผ่านตำบลแม่ระกามายังบริเวณดังกล่าว ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำน่านไม่สามารถระบายได้ทันจนส่งผลให้น้ำไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้างทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งขณะนี้บริเวณประตูน้ำดังกล่าวระบายได้รวดเร็วเพิ่มมากขึ้นและสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

 

โยกย้าย 21 ผู้ว่าราชการจังหวัด

เปิดชื่อครบ-ครม.อนุมัติโยกย้าย 21 ผู้ว่าราชการจังหวัด

 

 

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขั้นแรกจะเป็นการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการ อธิบดีในระนาบเดียวกัน ทั้งนี้เมื่อครม. มีมติในขั้นตอนนี้แล้ว ก็จะไปสู่ขั้นตอนการแต่งตั้งผู้บริการใหม่ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ซึ่งวันนี้มีการเสนอย้ายผู้ว่าราชการในระนาบเดียวกัน ประมาณ 26 คน

มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบแต่งตั้งตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอโยกย้ายข้าราชการระดับสูงจำนวน 21 ตำแหน่ง ดังนี้

 

1.นายชยพล ธิติศักดิ์ พ้นจากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
2.นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็น ผวจ.นครนายก
3.นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.นนทบุรี เป็นรองปลัดกระทรวง
4.นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก เป็นรองปลัดกระทรวง
5.นายธานี ธัญญาโภชน์ ผวจ.กำแพงเพชร เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง
6.นายภานุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี เป็นผวจ.นนทบุรี
7.นายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา เป็นผวจ.พิษณุโลก
8.นายสิทธิชัย ศักดา ผวจ.นราธิวาส เป็น ผวจ.พังงา
9.นายชัยวัฒน์ชื่นโกสุม ผวจ.ราชบุรี เป็น ผวจ.เลย
10.นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี เป็นผวจ.ราชบุรี
11.นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.แพร่ เป็น ผวจ.อุดรธานี
12.นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา เป็นผวจ.ลำปาง
13.นายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.ยะลา เป็นผวจ.สงขลา
14.นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี เป็น ผวจ.ขอนแก่น
15.นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็น ผวจ.อุบลราชธานี
16.นายวันชัย คงเกษม ผวจ.พัทลุง เป็นผวจ.ร้อยเอ็ด
17.นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผวจ.ชัยนาท เป็น ผวจ.สุพรรณบุรี
18.นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม เป็น ผวจ.ฉะเชิงเทรา
19.นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ตราด เป็น ผวจ.นครปฐม
20.นายพิพัฒน์ เอกภาพพันธ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ เป็น ผวจ.สุโขทัย
21.นายพินิจ บุญเลิศ ผวจ.กระบี่ เป็น ผวจ.ปทุมธานี


ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560 เป็นต้นไป

   

จับตัวนายกสมาคมชาวนาเศรษฐกิจพอเพียงฐานฉ้อโกง

 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ควบคุมตัวนายทวีศักดิ์  วีระศักดิ์  นายกสมาคมชาวนาเศรษฐกิจพอเพียง ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

 

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ทาง พ.ต.ท.สันตสิริ เมตตาวงศ์   สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก  ได้ควบคุมตัวนายทวีศักดิ์  วีระศักดิ์  นายกสมาคมชาวนาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อทำการสอบสวน หลังจากที่มีประชาชนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายทวีศักดิ์ ในข้อหาฉ้อโกง

เนื่องจากมีนายทวีศักดิ์ ได้แอบอ้างสมาคมชาวนาเศรษฐกิจพอเพียงว่าได้จัดทำโครงการคอนโดฟาร์ม โดยจะทำการก่อสร้างอาคาร 5 ชั้นในพื้นที่ของสมาชิกที่เป็นกรรมการกล่าวคือ 1 โครงการจะมีสมาชิกที่เป็นคณะกรรมการ 20 คนและ 1 ใน 20 คนจะต้องมีที่ดินสำหรับสร้างอาคารโดยในอาคารจะมีการปลูกพืชผักเศรษฐกิจ เช่นการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ เพื่อส่งขายต่างประเทศโดยเงินที่จะใช้ก่อสร้างอาคารมูลค่า 120 ล้านบาทและอ้างว่าทางสมาคมฯเป็นผู้ลงทุนโดยอ้างว่าจะหาทุนจากแหล่งเงินทุนให้โดยเริ่มแรกจะต้องสมัครสมาชิกค่าสมัคร 850 บาทต่อคนโดยหลังจากได้คณะกรรมการครบ 20 คนทุกคนจะต้องจ่ายเงินค่าอบรมอีกคนละ 1.500 บาท ซึ่งหลังจากการอบรมเสร็จสิ้นจะได้ใบประกาศนียบัตร โดยจะต้องเสียค่าใบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรมใบละ 300 บาท และหลังจากมีพิธีเปิดสมาคมอย่างเป็นทางการ ทางสมาคมฯจะให้เงินเดือนกับคณะกรรมการคนละ 15,000  บาทต่อเดือน และหลังจากสร้างคอนโดฟาร์มแล้วกรรมการทั้งหมดจะได้เงินจำนวนร้อยละ 10 ของรายได้จากการขายผลผลิต โดยวิธีการป่าวประกาศให้เผยแพร่หลายด้วยการโฆษณา ป่าวร้องและแจกจ่ายด้วยเอกสารกับประชาชนทั่วไป อันเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยมีเจตนาทุจริตเพื่อหลอกลวงเอาเงินของผู้อื่นและโครงการคอนโดฟาร์มไม่มีอยู่จริงไม่มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนและไม่มีการคืนเงินสมาชิก

พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินการสอบสวนปากคำผู้เสียหาย พยานและยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดพิษณุโลกออกหมายจับนายทวีศักดิ์  วีระศักดิ์กับพวกรวม 18 คนข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343

ซึ่งในวันนี้นายทวีศักดิ์  วีระศักดิ์ ถูกจับกุมตัวตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลกหมายจับที่ 129/2560 โดยถูกจับที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสุโขทัย ขณะไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุโขทัยในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้นายทวีศักดิ์  วีระศักดิ์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนเช่นเดียวกัน  แต่อย่างไรนายทวีศักดิ์   เมื่อรับทราบข้อกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนต่อไป.

 

ธปท.ออกธนบัตรที่ระลึก ร.9 เปิดแลก 20 ก.ย.เป็นต้นไป

แบงก์ชาติออกธนบัติที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลักในพระมหากรุณาธิคุณ โดยใช้เป็นธนบัติหมุนเวียนทั่วไป ระบุธนบัตรชุดใหม่มี 5 ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท
 

 

       
       นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะออกใช้ธนบัตรที่ระลึกด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการถวายความอาลัยและเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ โดยจะใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียนทั่วไป
       
       สำหรับธนบัตรชุดใหม่นี้ จะมี 5 ชนิดราคา ได้แก่ 20 บาท, 50 บาท, 100 บาท, 500 บาท และ 1,000 บาท โดยมีลักษณะด้านหน้าเช่นเดียวกับธนบัตรแบบ 16 ที่ใช้หมุนเวียนในปัจจุบัน ส่วนภาพด้านหลังธนบัตรได้เชิญภาพพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำริที่สะท้อนเรื่องราวตลอดช่วยรัชสมัยของพระองค์ท่าน
       
       โดยธนบัตรชนิดราคา 20 บาท แสดงภาพเรื่องราวเมื่อครั้งทรงพระเยาว์, ธนบัตรชนิดราคา 50 บาท แสดงภาพเรื่องราวเมื่อเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ, ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท แสดงภาพเรื่องราวพระราชกรณียกิจที่ทรงห่วงใยพสกนิกรในพื้นที่ทุรกันดาร, ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แสดงภาพเรื่องราวพระปรีชาสามารถที่สะท้อนผ่านโครงการพระราชดำริในด้านต่าง ๆ และธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท แสดงภาพเรื่องราวในช่วงปลายรัชกาลที่ประชาชนชาวไทยร่วมกันเทิดทูนพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
       
       “ธนบัตรชุดใหม่นี้จะมีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงเช่นเดียวกับธนบัตรแบบ 16 และได้เพิ่มเติมลักษณะพิเศษ คือ การเรืองแสงบริเวณเบื้องหลังพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์เมื่อส่องภายใต้รังสีเหนือม่วง" นายวิรไท กล่าว
       
       สำหรับธนบัตรชุดใหม่นี้จะออกใช้หมุนเวียนพร้อมกันทุกชนิดราคา ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2560 เป็นต้นไป โดยประชาชนสามารถแลกธนบัตรได้ตามช่องทางปกติผ่านทางธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ได้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับธนบัตรหมุนเวียนปกติ 
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL