อาทิตย์, กรกฏาคม 23, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการเมือง ::

จังหวัดพิษณุโลก จัดประชุมเตรียมร่วมจัดกิจกรรม "3 สถาบันแพทย์ภูมิภาครวมใจไทยวิ่ง- ปั่น ปันน้ำใจเพื่อผู้ป่วยในภูมิภาค" ซึ่งคณะวิ่งจะวิ่งผ่านจังหวัดพิษณุโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 นี้

วันทื่ 18 ก.ค.60 ที่ห้องประ ชุมชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมร่วมจัดกิจกรรม "3 สถาบันแพทย์ภูมิภาครวมใจไทยวิ่ง -ปั่น ปันน้ำใจเพื่อผู้ป่วยในภูมิภาค" โดยคณะแพทย์ศาสตร์จาก 3 สถาบันแพทย์ภูมิ ภาค ทั้งคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่และ ม.สงขลานครินทร์ ในระหว่างวันที่ 22 -28 กรกฎาคม 2560 โดยจะเริ่มเปิดตัววิ่งที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2560และคณะจะวิ่งสิ้นสุดที่ 3 สถาบันดังกล่าว ในวันที่ 28 กรกฎาคม  2560 และจะร่วมพิธีถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยคณะจะวิ่งผ่านจังหวัดพิษณุโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560เวลา 15.00 น. โดยจะมีการนัดรวมพลที่หน้าห้างโกลบ้อลเฮาส์ บนถนนสีหราชเดโชชัย จากนั้นจะวิ่งไปที่วัดใหญ่ ผ่านไปทางสถานีรถไฟพิษณุโลกและวิ่งไปที่โรงแรมวังจันทน์ริเวอร์วิว จากนั้นในเวลา 18.00 น. จะมีพิธีกล่าวต้อนรับโดย นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ศ.นพ.บรรณกิจ โรจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รับมอบเงินบริจาคและกล่าวขอบคุณ และในวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 เวลา06.00 น. จะมีการปล่อยตัวคณะนักวิ่งที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมวังจันทน์ริเวอร์วิว เพื่อวิ่งต่อไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ต่อไป

     จังหวัดพิษณุโลกจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีและเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และสามารถร่วมสนับสนุนเสื้อ หมวกและผ้าบัฟ ได้ที่ งานประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลพุทธชินราช โทรศัพท์หมายเลข 055-270300 ต่อ 20320 บริจาค500 บาทขึ้นไป รับใบเสร็จลดหย่อนภาษี โดบบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2560 หรือบริจาคผ่านธนา คารไทยพาณิชย์ หมายเลขบัญชี 408-062768-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก (สร้างอาคารผู้ป่วย ระยะสุดท้าย) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์หมายเลข 055-252052

 

การให้บริการระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก(สายหลัก) 5 เส้นทาง

เทศบาลนครพิษณุโลก ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคมจัดประชุมรับฟังความเห็นประชาชนแนวทางให้บริการระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก(สายหลัก) 5 เส้นทาง

 

 

   ที่เทศบาลนครพิษณุโลกนายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีเทศบาลพิษณุโลกกล่าวเปิดการสัมมนาและร่วมแสดงความเห็นกับภาคประชาชนในพื้นที่ โดยในการสัมมนามีการหารือแนวทางให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ(กลุ่มย่อย) โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ซึ่งจัดสัมมนาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม เทศบาลนครพิษณุโลก และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งแนวทางระบบขนส่งสาธารณะหลักของเมือง ในการออกแบบเบื้องต้นมี 5 สายทาง ประกอบด้วย


1.สายสีแดง ขนส่ง2 – เรือนแพ – ขนส่ง1 – วัดใหญ่ – บ้านคลอง – เซ็นทรัล ระยะทาง 12 กม. 


2.สายสีน้ำเงิน เต็งหนาม – สถานีรถไฟ – โรงพยาบาลพุทธ – รามา – แม็คโคร – สามแยกต้นหว้า ระยะทาง 11.5 กม.

3.สายสีส้ม มหาวิทยาลัยนเรศวร – สามแยกต้นหว้า – บ้านคลอง – รร.ท็อปแลนด์ – สถานีรถไฟ – มหาวิทยาลัยราชพัฒฯ(วังจันทน์) ระยะทาง 15.5 กม.

4.สายสีเขียว สนามบิน – โรงพยาบาลพุทธ – สถานีรถไฟ – แยกเรือนแพ – ขนส่ง1 – ขนส่ง2 ระยะทาง 15 กม.


5.สายสีชมพู วัดใหญ่ – ท็อปแลนด์ – โคกมะตูม – ค่ายนเรศวร – ตลาดทรัพย์อนันต์ – โรงพยาบาลพุทธ – สถานีรถไฟ – วัดคูหาสวรรค์ ระยะทาง 7.5 กม.


ทั้งนี้ได้มีการแบ่งการประชุมรายสายทาง 4 วัน ดังนี้
•กลุ่มย่อยพื้นที่ด้านทิศเหนือ ประชุมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก
•กลุ่มย่อยพื้นที่ด้านทิศตะวันตก ประชุมในวันที่ 29 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องจุฬามณี เทศบาลนครพิษณุโลก
•กลุ่มย่อยพื้นที่ด้านทิศใต้
ประชุมเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบึงพระ
•กลุ่มย่อยพื้นที่ด้านทิศเหนือ 


ประชุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลอรัญญิก
พร้อมตอบข้อซักถามและข้อเสนอแนะของภาคประชาชน


1.ในเส้นทางสายสีแดงบนถนนสาย 12 เขตทางกว้าง รถขนส่งสาธารณะหลัก ถ้าใช้ระบบ Tram จะวางไว้ที่กลางถนน มีช่องทางเฉพาะทำให้การเดินรถรวดเร็วควบคุมเวลาได้
2.ในเส้นทางสายสีชมภู และสายสีน้ำเงิน เขตทางแคบถ้าใช้ระบบ Tram ระบบเดินรถวันเวร์และวางรางในฝั่งเดียว และแชร์เลนเป็นแนวทางที่อาจเลือกใช้ 
3.มีข้อเสนอจากหลายท่านให้ต่อขยายเส้นทางออกไปเชื่อมชุมชนให้มากขึ้นในหลายทิศทางของเมืองและรองรับการขยายตัวในอนาคต เช่น มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา , มหาวิทยาลัยราชภัฎทะเลแก้ว
4.ศูนย์การขนส่งหลายรูปแบบที่สถานีรถไฟความเร็วสูง รวมทุกหมวดการเดินทาง เข้ามาที่นี้ แล้วทำเป็นชั้นๆ รถไฟความเร็วสูง รถไฟ รถเมล์ และทางอากาศ
5.มีข้อเสนอให้รถราง Tram เพื่อความเจริญของเมืองพิษณุโลก


เพื่อให้ได้ระบบขนส่งสาธารณะของประชาชน เพื่อประชาชนชาวเมืองพิษณุโลก รองรับความเจริญเติบโตของเมืองพิษณุโลกในอนาคต และความเป็นเมืองบริการของภูมิภาคนี้ รองรับการเดินทางของหลายจังหวัดที่เข้ามาใช้ความเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน ศูนย์กลางการค้าปลีก-ส่ง ศูนย์ราชการและศูนย์กลางการศึกษา ศูนย์กลางด้านสาธารณะสุขและสุขภาพ ศูนย์กลางการขนส่งในทุกหมวดการเดินทาง เช่น ทางการบิน ทางรถไฟ ทางถนน ไปยังทุกภูมิภาค ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ “พิษณุโลก2020” เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน ทุกท่านสามารถเสนอข้อมูลความต้องการในที่ประชุมประกอบการวิเคราะห์สายทางได้ตามวัน เวลาและสถานที่ข้างต้นที่กล่าวมา ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลความก้าวหน้าโครงการได้ที่ http://plktransit.com/?p=202

 

ก.ธ.จ. พิษณุโลก ลงพื้นที่สอดส่องและตรวจติดตามโครงการ

ตามแผนปฎิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2560 ที่อำเภอพรหมพิราม อำเภอวัดโบสถ์และอำเภอเมืองพิษณุโลก เพื่อป้องกันการทุจริต

 

 

 

คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพิษณุโลก นำโดยนายวิศว วิศวชัยวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด หรือ ก.ธ.จ.พร้อมคณะกรรมการ ลงพื้นที่ตรวจติดตามและสอดส่องโครงการตามแผนปฎิบัติราชการ ของจังหวัดพิษณุโลก ประจำปีงบประมาณ 2560 ที่อำเภอพรหมพิราม อำเภอวัดโบสถ์และอำเภอเมืองพิษณุโลก จำนวน 4 โครงการ งบประมาณกว่า 32 ล้านบาท โดยในช่วงเช้าคณะกรรมการ ก.ธ.จ.ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสอบถามปัญหา อุปสรรคและความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการของแต่ละหน่วยงานก่อนจะลงพื้นที่ไปตรวจติดตามและสอดส่องผลการดำเนินงานโครงการของทั้ง 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตพื้นที่นาแปลงใหญ่ หมู่ 15 บ้านทุ่งสาน ตำบลพรหมพิราม เชื่อมต่อตำบลมะต้อง อำเภอพรหมพิราม งบประมาณ 13,900,000 บาท ซึ่งหน่วยงานแขวงการทางหลวงชนบทพิษณุโลก และดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ถนนสายดังกล่าวมีความยาว 4,465 เมตร กว้าง 5.00 เมตร เชื่อมต่อระหว่างตำบลพรหมพิรามกับตำบลมะต้อง ของอำเภอพรหมพิราม ที่ผ่านมาสภาพถนนเป็นลูกรังชำรุดเสียหายมาก ในช่วงฤดูฝนเป็นหลุมเป็นบ่อและถูกน้ำขัง ส่วนหน้าแล้งถนนเป็นฝุ่นละออง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สะดวกในการสัญจรไป มา และขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากนั้นคณะกรรมการ ก.ธ.จ. พิษณุโลก ได้เดินทางไปตรวจติดตามและสอดส่องโครงการส่งเสริมป่าพื้นบ้านอาหารชุมชนบริเวณรอบเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ งบประมาณในการดำเนินการ 2,000,000 บาท โครงการส่งเสริมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก งบประมาณ 3,000,000 บาทซึ่งทั้งสองโครงการ ดำเนินการโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก และโครงการสุดท้ายโครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยาง สายเลียบคลองชลประทาน หมู่ 1 บ้านท่าตะเคียน เชื่อมต่อหมู่ 5 บ้านจอมทอง ตำบลจอมทอง จังหวัดพิษณุโลก งบประมาณในการดำเนินการ 14,000,000 บาท ดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิษณุโลก  ซึ่งการลงพื้นที่ตรวจติดตามและสอดส่องโครงการตามแผนปฎิบัติราชการ ของจังหวัดพิษณุโลก ประจำปีงบประมาณ 2560 ของคณะกรรมการ ก.ธ.จ. ในครั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่ส่วนราชการเจ้าของโครงการ เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส แล้วเสร็จโดยเร็วและประชาชนสามารถได้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวมากที่สุด

   

รองผู้ว่าฯพิษณุโลกลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของโรงสีเกียรติ์รุ่งเรือง 999

รองผู้ว่าฯพิษณุโลกลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีชาวบ้านตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่มร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลกหลังได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการของโรงสีเกียรติ์รุ่งเรือง 999

 

 

 

      เช้าวันนี้ ( 20 มิ.ย.60 ) ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก นายธัชชัย  สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกร่วมประชุมกับคณะทำงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนางแอ๊ด  พุ่มใย อายุ 59 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 5 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ได้ทำหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ว่าตนเองมีอาชีพทำนา ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสที่เกิดจากการกระทำและการประกอบกิจการของโรงสีเกียรติ์รุ่งเรือง 999 ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 9/9 หมู่ที่ 9 ตำบลโคกสลุด อำเภอบางกระทุ่ม ซึ่งโรงสีดังกล่าวมีพื้นที่ติดกับนาและบ้านเรือนของตนเอง และได้ปล่อยละอองข้าว แกลบข้าว ฝุ่นละอองต่างๆ มีเสียงดังและมีกลิ่นสารพิษ ปลิวไปยังบ้านและลงไปในที่นาของตนเอง ส่งผลให้ตนเองป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ หายใจติดขัด ปวดหัวมืนงง ความดันโลหิตสูง เกิดอาการเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นประจำ เสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ผลผลิตที่ได้จากการปลูกข้าวลดลง และได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลกเพื่อให้เข้าตรวจสอบเรื่องมลพิษดังกล่าว ซึ่งหลังจากจังหวัดพิษณุโลกได้รับทราบเรื่องการร้องเรียนของนางแอ๊ด  พุ่มใย แล้วทางจังหวัดได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบทั้งที่บ้านและที่นานางแอ๊ด  พุ่มใย ผู้ร้องเรียน และตรวจสอบการประกอบการของโรงสีเกียรติ์รุ่งเรือง 999  และมีคำสั่งให้เจ้าของโรงสีทำการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงในการปล่อยละอองข้าว แกลบข้าว ฝุ่นละอองต่างๆ และปรับปรุงไม่ให้มีเสียงดังและมีกลิ่นสารพิษ ซึ่งหลังจากคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วทางโรงสีเกียรติ์รุ่งเรือง 999  ก็ได้ทำการแก้ไขและปรับปรุง เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่บ้านและที่นานางแอ๊ด  พุ่มใย

   ซึ่งในเวลาต่อมาจังหวัดพิษณุโลก ได้รับแจ้งจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ได้รับหนังสือจากนางแอ๊ด  พุ่มใย ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนมายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีทำหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำและการประกอบกิจการของโรงสีเกียรติ์รุ่งเรือง 999 ซึ่งหลังจากส่งหนังสือร้องเรียนไปแล้วปรากฎว่าทางจังหวัดพิษณุโลกยังไม่ได้มีการตรวจสอบและดำเนินการแต่อย่างใด และคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาในการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องขอรับค่าเสียหายเยียวยาจากโรงสีเกียรติ์รุ่งเรือง 999 อีกจำนวน 900,000 บาท ดังนั้นในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ จึงได้มอบหมายให้นายธัชชัย  สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เดินทางมาร่วมประชุมกับคณะทำงานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัด และร่วมกับคณะทำงานพิจาณาหาแนวทางแก้ไข ตลอดจนดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยและหาทางออกให้แก่ทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ต่อไป

   ด้านนายธัชชัย  สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเปิดเผยว่า จากกรณีนางแอ๊ด  พุ่มใย  ราษฎรหมู่ 5 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่มได้ร้องเรียนว่า  ได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัสจากโรงสีเกียรติรุ่งเรือง 999 ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ  608  เมตร  ซึ่งหลังคณะทำงานได้มาตรวจสอบแล้วข้อเท็จจริงจากการสอบปากคำชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ที่อยู่บริเวณนี้   10 กว่าราย  ผลปรากฏว่าไม่ได้รับผลกระทบจริง  และได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วในการประชุมร่วมกับคณะทำงาน ได้ดูข้อมูลจาก PowerPointซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่  39 ซึ่งเป็นหน่วยรักษาความสงบความเรียบร้อยในพื้นที่ นำมาให้ดู  ทั้งการลงพื้นที่พบปะประชาชน และการปรับปรุงของโรงสี  นอกจากนี้พบว่าที่นาของนางแอ๊ด  พุ่มใย  ที่ติดกับโรงสีประมาณ  20  ไร่  ผลผลิตปีนี้ดี  ไม่ได้ตกต่ำอย่างที่นางแอ๊ด  พุ่มใย  ได้กล่าวไว้  ซึ่งคณะทำงานยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง  เราไม่ได้เข้าข้างเรื่องผู้ประกอบการโรงสีแต่อย่างใด  และขอยืนยันว่าเรื่องนี้ชาวบ้านไม่ได้รับผลกระทบ  จากนี้จะได้มอบหมายให้นายอำเภอบางกระทุ่ม  เชิญนางแอ๊ด  พุ่มใย  ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบางกระทุ่ม หากพบว่ามีอาการเจ็บป่วยจากการได้รับผลกระทบฝุ่นละออง  เป็นโรคภูมิแพ้มา  ก็อาจจะมีการช่วยเหลือ  บรรเทาชดเชยความเสียหายแล้วแต่ละกรณีต่อไป  จากนั้นคณะทำงานชุดนี้จะได้รวมเอกสารหลักฐานและสรุปผลการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ก่อนจะรายงานผลให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับทราบต่อไป

 

สำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลกเตรียมจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนเลขสวย

สำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลกเตรียมจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนเลขสวย หมวดอักษร กย ( กินดี อยู่ดี บารมีหลวงพ่อพระพุทธชินราช ) จำนวน 301 หมายเลข

 

 

     นางวราภรณ์  วรพงศธร ขนส่งจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ด้วยกรมการขนส่งได้กำหนดแผนการประมูลหมายเลขทะเบียนรถซึ่งเป็นที่ต้องการ หรือเป็นที่นิยมของประชาชน ( เลขสวย ) และเป็นการประมูลเป็นครั้งที่ 10 หมวดอักษร กย ( กินดี อยู่ดี บารมีหลวงพ่อพระพุทธชินราช )สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ( รถเก๋ง รถแวน และรถนั่งสองตอนท้ายบรรทุก ) โดยแผ่นป้ายได้ผ่านการประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และผ่านพิธีนั่งปรกอธิษฐาน โดยหลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์ ทั้งนี้การประมูลกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 และวันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 2560 ณ ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมอัมรินทร์ลากูน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยเงินที่ได้จากการประมูลจะนำส่งเป็นรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปใช้ในการณรงค์ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนต่อไป

   สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการประมูล มีดังนี้

1. มีหมายเลขทะเบียนรถสวยๆ ให้เลือกถึง 301 หมายเลข ท่านสามารถเลือกเลขที่ชอบที่สุด เลขที่ถูกโฉลกและเป็นสิริมงคลเพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางการค้าและความก้าวหน้าในธุรกิจของตนเอง

2. แผ่นป้ายทะเบียนที่ได้จากการประมูล แตกต่างจากแผ่นป้ายลักษณะธรรมดาทั่วไป มีลวดลายสีสันแบบกราฟฟิคที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพิษณุโลก

3. ท่านสามารถนำหมายเลขทะเบียนที่ประมูลได้มาจดทะเบียนได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอตามลำดับหมายเลข ทั้งนี้สามารถนำหมายเลขทะเบียนที่ประมูลได้ไปใช้กับรถยนต์ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วได้ อีกทั้งหมายเลขทะเบียนรถที่ประมูลได้ยังถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ประมูลและเป็นมรดกตกทอดทายาทเหมือนกับทรัพย์สินอื่น หรือหากจะขายรถให้ผู้อื่นสามารถเลือกที่จะโอนแต่ตัวรถ โดยไม่โอนหมายเลขทะเบียนรถที่ประมูลได้ก็สามารถทำได้

   ส่วนเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการยื่นวางหลักประกันเพื่อเข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ประกอบด้วย บุคคลธรรมดาใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน แต่สำหรับคนต่างชาติใช้สำเนาหนังสือเดินทาง ( Passport ) หากเป็นนิติบุคคลต้องใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และหนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ากรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง )  

     สำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลกจึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียน หมวดอักษร กย ( กินดี อยู่ดี บารมีหลวงพ่อพระพุทธชินราช ) จำนวน 301 หมายเลข ได้ตามวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายทะเบียนรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์หมายเลข 055 - 301050 และ 055 - 245280 ในวันและเวลาราชการ

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL