อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการศึกษา ::

40 ศิลปินวาดภาพวัดใหญ่ ร่วมงานสมโภชพระพุทธชินราช 660 ปี

ศิลปินทั้ง 40 ชีวิต ร่วมวาดภาพวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารหรือวัดใหญ่ ด้วยเทคนิค และมุมมองต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เพื่อจัดแสดงในงานสมโภชพระพุทธชินราช 660 ปี นอกจากนี้ ยังมีน้องทาม ดช.วรรธนะ  คำอินทร์ หนูน้อยไร้แขน ชาวพิษณุโลก มาร่วมวาดภาพกับศิลปินรุ่นใหญ่ด้วย

 

 

วันที่ 22-23 เมษายน 2560 ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก สถานอารยธรรมศึกษาโขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านศิลปะ เนื่องในมงคลโอกาสที่พระพุทธชินราช สุดยอดพระพุทธปฏิมากรศักดิ์สิทธิ์ สร้างมาครบ 660 ปี พ.ศ.1900-2560 จึงเชิญศิลปินภาคเหนือตอนล่างจำนวน 40 ราย มาร่วมสร้างงานศิลปะ โดยวันนี้ ได้แจกสี ผ้าใบ อุปกรณ์ การวาดภาพ ให้ศิลปินต่าง ๆ สร้างสรรค์ ผลงานวาดภาพพระพุทธชินราช ระยะเวลา 2 วัน จากนั้น จะนำผลงานทั้งหมด มาจัดแสดง ในงานสมโภชพระพุทธชินราช 660 ปี ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-3 พ.ค. 60 โดยศิลปินทั้ง 40 ชีวิต ได้กระจายวาดภาพวัดใหญ่ ด้วยเทคนิค และมุมมองต่าง ๆ อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ ยังมีน้องทาม ดช.วรรธนะ  คำอินทร์ หนูน้อยไร้แขน ชาวพิษณุโลก มาร่วมวาดภาพกับศิลปินรุ่นใหญ่ด้วย

นายไกรสร  ประเสริฐ ศิลปินจากจ.ปทุมธานี ที่วาดภาพไม้ค้ำชูต้นโพธิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกยินดี ที่ได้มาร่วมวาดภาพและจัดแสดงในงานสมโภชพระพุทธชินราช ในโอกาสครบ 660 ปี เพราะตนเองทำงานศิลปะ เกี่ยวกับงานค้ำชูพุทธศาสนา ได้ร่วมเผยแพร่ศิลปะให้ชุมชน และเป็นกิจกรรมที่ดีเกี่ยวกับพุทธศาสนา

ดช.วรรธนะ  คำอินทร์ หรือ น้องทาม หนูน้อยผู้พิการไร้แขนชาวพิษณุโลก แต่มีความสามารถและชื่นชมในการวาดภาพโดยใช้เท้า ก็ได้มีโอกาสมาร่วมวาดภาพวัดใหญ่ร่วมกับศิลปินอาวุโสครั้งนี้ด้วย และเป็นครั้งแรก ที่ได้วาดภาพลงบนผืนผ้าใบ ด้วยเทคนิคสีอะคลิริค เปิดเผยว่า ได้วาดภาพวิหารพระอัฏฐารส ที่มองเห็นพระปรางค์เป็นฉากหลัง รู้สึกดีใจมาก ที่ได้มาวาดภาพวัดใหญ่ ในการร่วมงานสมโภชพระพุทธชินราชครบ 660 ปี

นายเอกชัย  โกมลกิตติ์ จากงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า  เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของงานสมโภชพระพุทธชินราชครบ 660 ปี ตั้งแต่พ.ศ.1900 – 2560 ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยที่งดงามของไทย วัดใหญ่ ได้มอบหมายให้สถานอารยธรรมศึกษาโขง-สาละวิน จัดกิจกรรมด้านงานศิลปะ ทั้งประกวดวาดภาพ แสดงภาพถ่ายพระพุทธชินราช และ กิจกรรมการวาดภาพนี้ ได้เชิญครูศิลปิน อาจารย์ศิลปะ  ผู้ชื่นชอบงานศิลปะ เยาวชน มาร่วมกันเขียนภาพวัดใหญ่ ในมุมมองต่าง ๆ ของศิลปิน บางคนมองพระพุทธชินราช บางคนมองวิหาร แล้วนำเสนอออกมาเป็นภาพภาพ จะจัดนิทรรศการให้ชมผลงานในห้วงงานฉลองครบรอบ 660 ปี เริ่มจากวันที่ 28 เมษายน 2560 จะมีพิธีสวดพระพุทธมนต์ และรำถวายพระพุทธชินราช วันที่ 29 เมษายน -3 พฤษภาคม 2560 จะแสดงนิทรรศการทางศิลปะ ทั้งภาพที่วาดในวันนี้ และ ภาพถ่ายจากช่างภาพในมุมมองต่าง ๆ

 

ชื่นชม 2หนูน้อยเก็บกระเป๋าเงินได้ส่งให้ตำรวจคืนเจ้าของ

น่าชื่นชม 2หนูน้อยพี่น้อง ที่เก็บกระเป๋าสตางค์ ได้ร่วมหมื่นบาท แล้วนำไปมาให้ย่าไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดต่อส่งคืนเจ้าของชาวจังหวัดพิจิตร พร้อมชื่นชมเป็นเด็กดี มอบเงินสดให้เป็นสินน้ำใจ

 

 

เมื่อเวลา 10.40น.ของวันนี้( 22เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้มอบกระเป๋าเงินให้กับนายวิชัย ตัณฑุลเวสส อายุ 58ปี อยู่บ้านเลขที่ 91ถนนริมน้ำตะวันตก ต.ตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร หลังจากพลเมืองดี ซึ่งเป็น 2หนูน้อย เก็บได้แล้วนำมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ภายในกระเป๋าเงินนั้นมีเอกสารและเงินสดเกือบหนึ่งหมืนบาท โดยพลเมืองดีที่น่าชื่นชมดังกล่าว คือ ด.ช.รัชวิน (น้องโฟ๊ก) สุดวังยาง อายุ 10ปี และ ด.ญ.ณัฐธิดา (น้องแอน)  สุดวังยาง อายุ 8ปี สองพี่น้องอยู่โรงเรียนวัดท่ามะปรางค์ และ อยู่บ้านเช่าเลขที่ 267/1ถนนบรมไตรโลกนาถ อ.เมืองพิษณุโลก

โดยหนูน้อยทั้ง 2คน เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงวานที่ผ่านมาหลังจากเลิกเรียนพิเศษระหว่างปิดภาคเรียน และกำลังจะเดินทางกลับบ้าน มาถึงบริเวณด้านหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวโชคชัย ย่านราม่า ได้เก็บกระเป๋าเงินได้บนฟุตบาท ในนั้นก็มีทั้งบัตรต่างๆ และเงินเต็มกระเป๋าได้ จากนั้นจึงได้รีบนำไปให้นางประนอม สุดวังยาง ซึ่งเป็นย่า เพื่อให้นำส่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับติดต่อญาติของกระเป๋าเงินให้ทราบ เนื่องจากมีเบอร์โทรอยู่ในกระเป๋าเงิน   จนนายวิชัย เจ้าของกระเป๋าเงินมาติดต่อขอรับต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก 

 นายวิชัย กล่าวว่า เมื่อช่วงวานที่ผ่านมา ตนเองนั้นไปกินก๋วยเตี๋ยว ที่ร้านโชคชัย จากนั้นก็เปิดประตูรถเพื่อขับรถกลับบ้าน แต่ระหว่างนั้นคาดว่ากระเป๋าเงินคงตกหล่น โดยที่ตนไม่ได้เอะใจ จนกระทั่งมีคนโทรมาบอกว่ามีคนเก็บกระเป๋าสตางค์แล้วนำส่งให้กับตำรวจที่ สภ.เมืองพิษณุโลก  ตนก็รู้สึกดีใจที่มีคนส่งคืน เนื่องจากมีบัตรต่างๆที่สำคัญอยู่ในกระเป๋า

ซึ่งหลังจากรับกระเป๋าเงินคืน พร้อมกับกล่าวขอบคุณหนูน้อย 2พี่น้องว่าเป็นเด็กดี และเป็นตัวอย่างของเยาวชนรุ่นใหม่ ที่ประพฤติตนไม่เอาของผู้อื่น เก็บกระเป๋าเงินได้แล้วนำส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดต่อหาเจ้าของ ซึ่งปัจจุบันนี้หาเด็กๆที่ดีน่าชื่นชมได้ยาก เห็นข่าวทีไร ก็มักจะพบว่ามีเยาวชนใช้เวลาว่างที่ผิด ทำตนเป็นที่เดือดร้อนของผู้อื่น แต่สองหนูน้อยนี้ถือว่าพื้นฐานของเยาวชนที่ดี เป็นอนาคตในการพัฒนาประเทศชาติ  หลังนั้นนายวิชัย ได้มอบเงินจำนวน 2,000บาทให้กับด.ช.รัชวิน  และ ด.ญ.ณัฐธิดา เป็นสินน้ำใจ

ด้านนางประนอม กล่าวว่า ตนและครอบครัว ที่ฐานะยากจนแต่สอนลูกสอนหลาน ไม่ให้เห็นของผู้อื่นเป็นของตนเอง โดยเฉพาะกระเป๋าสตางค์ ซึ่งหากของเราหายบ้าง ก็จะมีความรู้สึกเสียดาย จึงหลังจากหลานเก็บกระเป๋าเงินได้ ก็รีบพากันมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ดังกล่าว

 

พิษณุโลก มน.เปิดตัว “Thai Cleft Care” แอพพลิเคชั่นเพื่อผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และครอบครัว

 
มหาวิทยาลัยนเรศวร (NUCCC) เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “Thai Cleft Care” แอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ปกครองในการร่วมกันดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ระหว่างแพทย์และผู้ปกครองเวอร์ชั่นทดลองใช้เป็นที่แรกของโลก เพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้รับบริการกับ แพทย์ ในการดูแลผู้ป่วยด้วยตนเองในทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน Smart Phone ที่รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
 
 
เมื่อเวลา 09.30 น.ของวันที่ 21 เม.ย.รองศาสตราจารย์ นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพบปะรวมกลุ่มผู้ปกครองและผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ “เติมเต็มกลีบดอกไม้...ที่หายไป ครั้งที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาให้ดีขึ้น เพื่อเป้าหมายคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของผู้ป่วย โดยภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ การดูแลผู้ป่วย ของผู้ปกครอง การเล่นเกมส์ต่างๆพร้อมทั้งมีการเปิดตัวเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “Thai Cleft Care” แอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ปกครองในการร่วมกันดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ระหว่างแพทย์และผู้ปกครองเวอร์ชั่นทดลองใช้เป็นที่แรกของโลก เพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้รับบริการกับ NUCCC ในการดูแลผู้ป่วยด้วยตนเองในทุกที่ ทุกเวลา บันทึกเหตุการณ์ฉุกเฉินในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดอาการสำลักน้ำนมออกทางจมูกหรือหู มีอาการเลือดไหลหลังการผ่าตัด เป็นต้น อีกทั้ง อำนวยความสะดวกด้วยการดูรายการนัดหมายจากแพทย์และการแจ้งเตือนจาก NUCCC ผ่านเทคโนโลยีไร้สาย เพิ่มพูลข้อมูลด้วยคลังความรู้ในการดูแลผู้ป่วยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วย ผู้ปกครองสามารถร่วมกันดูแลรักษาผู้ป่วยได้ด้วยตนเองอย่างสะดวก รวดเร็วได้ทุกที่ ทุกเวลาผ่าน Smart Phone ที่รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
  
 
พ.ศรัณย์ วรศักดิ์วุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการสถานรักษาแก้ไขอาการปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร (NUCCC) เปิดเผยว่า NUCCC ได้ร่วมมือกันระหว่างคณะแพทยศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ และทีมนิสิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจเศรษฐศาสาตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น ได้รับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาแอพพลิเคชันจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมี ผศ.ทพ.ดร.อนุพันธ์ สิทธิโชคชัยวุฒิ และอาจารย์ปริญญา บุญชัย เป็นที่ปรึกษาหลักในการพัฒนา แอพพลิเคชัน “Thai Cleft Care” ภายในแอพพลิเคชันสามารถช่วยสร้างความใกล้ชิด ความร่วมมือระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์โดยการเช็คสุขภาพ และส่งข้อมูลในการรักษาผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือแบบ Real Time ทำให้แพทย์สามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันผู้ป่วยก็จะมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองมากกว่าการรักษาแบบเดิม และทางสถานรักษาได้ทำเทคโนโลยี Cloud Computing มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วย มี Server เก็บข้อมูลเป็นของสถานรักษาเอง ท่านจึงมั่นใจได้ ว่าข้อมูลของท่านจะอยู่ภายในสถานรักษา NUCCC เท่านั้น ไม่มี นำไปเผยแพร่และนำไปเปิดเผยอย่างแน่นอน”คุณสมบัติของแอพพลิเคชั่น “Thai Cleft Care” ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวก
 
ผศ.ทพ.ดร.อนุพันธ์ สิทธิโชคชัยวุฒิ  ปรึกษาหลักในการพัฒนา แอพพลิเคชัน “Thai Cleft Care”  กล่าวว่า สำหรับผู้ปกครองที่ดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในการดูแลรักษา มีข้อมูลความรู้ประกอบการดูแลที่ผ่านการตรวจสอบจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แนวทางการรักษา เครื่องมือบันทึกพัฒนาการและเหตุการณ์ฉุกเฉินในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ อีกทั้งยังมีระบบการแจ้งเตือนการทำกิจกรรมและการมาพบแพทย์ในแต่ละครั้ง ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ก็สามารถทำการโต้ตอบได้แบบ Real Time กับผู้ปกครองได้ โดยผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้เข้ารับการรักษากับสถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถเข้าถึงข้อมูลทั่วไปในการดูแลรักษา บันทึกพัฒนาการของผู้ป่วยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ และดูแผนที่ตำแหน่งสถานรักษาฯ ที่มีความสามารถในการรักษาระดับสูง แห่งอื่นทั่วประเทศไทยได้จากระบบสัญญาณ GPS และมีระบบการป้องกันสามารถเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลได้อีกด้วย
 
สำหรับขั้นตอนการเข้าใช้งานสำหรับผู้ใช้บริการที่มีประวัติเป็นผู้ป่วยของสถานรักษาสถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถติดต่อขอรับสิทธิ์การใช้งานได้ที่สถานรักษาเพื่อรับ Username และ Password พร้อมสิทธิประโยชน์ในการใช้แอพพลิเคชั่นอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่หากท่านมีบุตรหลานที่ป่วยเป็นภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ที่เข้ารับการรักษาในสถานรักษาแห่งอื่น ก็สามารถดาวน์โหลดและสมัครสมาชิกเพื่อเข้าใช้งานได้เช่นกัน ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “Thai Clef Care” เวอร์ชั่นทดลองใช้ ได้แล้ววันนี้ สำหรับระบบปฏิบัติการ Android สามารถมารถดาวน์โหลดได้จาก Google Play โดยค้นหาคำว่า “Thai Cleft Care” (โดยมือถือของท่านต้องเป็น Anrdroid 6.0 ขึ้นไป) สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS สามารถนำโทรศัพท์เข้ามาลงทะเบียนเพื่อขอใช้งานแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นทดลองใช้ได้ที่ NUCCC และท่าต้องทำการยินยอมการเปิดเผยและเข้าถึงข้อมูลของผู้ป่วยก่อนเข้าใช้บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือหากมีปัญหาในการดาวน์โหลดการใช้งานสามารถติดต่อสถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันเวลาราชการ โทรศัพท์ 0 5596 5596 หรือ http://www.nuccc.nu.ac.th/
   

นิสิต ม.นเรศวร เจ๋ง ทำเสื้อเกราะกันกระสุนราคาถูก

นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมวัสดุ มหาวิทยาลัยนเรศวร คิดค้น “เสื้อเกราะคอมโพสิตกันกระสุน” (Bulletproof Composite Vest) ตอบโจทย์ผู้ใส่เสื้อเกราะด้วยราคาที่ถูกว่าท้องตลาด 3 เท่า และน้ำหนักเบากว่าท้องตลาด 3 เท่าเช่นกัน ทดสอบกับกระสุนจริงได้ผลเกินคาด

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมวัสดุ มหาวิทยาลัยนเรศวร คิดค้น “เสื้อเกราะคอมโพสิตกันกระสุน” (Bulletproof Composite Vest) ตอบโจทย์ผู้ใส่เสื้อเกราะด้วยราคาที่ถูกว่าท้องตลาด 3 เท่า และน้ำหนักเบากว่าท้องตลาด 3 เท่าเช่นกัน ทดสอบกับกระสุนจริงได้ผลเกินคาด โดยผลงานดังกล่าวเป็นของนิสิต 6 คน ประกอบด้วย นางสาวกนกวรรณ  มณีวร นายณัฐิวุฒิ  ปริสาวงศ์ นางสาวบรรเจิดลักษณ์  แย้มนิยม นางสาวปาริฉัตร  ป้อมใย นายศุภกฤต  พรมดวง และนายอดิศร  ปิ่นมณี  โดยมี ดร.ชุลีพรย์ ป่าไร่ ดร. ปิยนันท์  บุญพยัคฆ์  ทั้ง 6 คน อยู่ชั้นปีที่ 4  สาขาวิศวกรรมวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

นางสาวปาริฉัตร  ป้อมใย นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมวัสดุ  คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ปัจจุบันการใช้เสื้อเกาะกันกระสุนจำนวนมาก ซึ่งมีราคาแพง ถึง 15,000 บาท ต่อตัว และมีน้ำหนักมาก ทำให้กลุ่มของตนเองได้รวมตัวกันคิดค้นเสื้อเกราะกันกระสุน ที่มีราคาไม่แพงเพียง 2,500 บาทเท่านั้น โดยนำแผ่นเกราะคอมโพสิตกันกระสุน มาประกอบเข้าด้วยกัน และมีเฟสเสริมแรงที่ไม่ต่อเนื่องกระจายอยู่ และนำแผ่นยางมาช่วยกันการกระแทก น้ำหนัก 2.2 กิโลกรัม

สำหรับการผลิตเกราะกันกระสุน เป็นแบบเกราะแข็ง จะมีความสามารถในการป้องกันกระสุนปืนที่มีหัวแหลมและมีอำนาจในการทะลุทะลวงสูง  และยังสามารถลดความเสียหาย หรืออาการบาดเจ็บจากแรงกระแทกของลูกกระสุน  ซึ่งจากการตรวจสอบจากการยิงกระสุนจริง โดยกระสุนขนาด .38 มิลลิเมตร .45 มิลลิเมตร และ 9 มิลลิเมตร ที่ระยะยิง 10 เมตร โดยกระสุนไม่สามารถทะลุไปถึงชั้นของเกราะชั้นในสุดได้ แต่อย่างใด

ดร.นฤมล  สีพลไกร  อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมวัสดุ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ปรึกษาผลงานชิ้นนี้ กล่าวว่า หลังจากไปทดสอบการยิงใส่เสื้อเกาะชนิดนี้ที่สนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ กองทัพภาคที่ 3 แล้ว  ก็สามารถใช้การได้ดี  อนาคตจะพัฒนาเสื้อเกาะชนิดนี้ให้เป็นแบบเต็มตัว และทำเกาะอ่อนทั้งตัว เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะในพื้นที่ของภาคใต้ได้ โดยเสื้อเกาะ ก็จะมีขนาดเล็กและเบากว่าตามท้องตลาด เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานภาครัฐ สามารถซื้อในราคาที่ถูกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

2 นร.ม.3 เฉลิมขวัญสตรีสอบโอเน็ตคณิตได้เต็ม 100 คะแนน

คณะครูและผู้ปกครอง ร่วมแสดงความยินดีกับด.ญ.ธนพร ชูช่วย (น้องเพชร) และ ด.ญ.พัชรวลัย กัดผุ (น้องเอมมี่) ที่สามารถทำคะแนนO-NET รายวิชาคณิตศาสตร์ ได้ 100 คะแนนเต็ม

 

 

28 มี.ค.2560 ดร.พยัพ อนันนิล ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี พร้อมคณะผู้บริหาร คณะครูและผู้ปกครอง ร่วมแสดงความยินดีกับ 2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ที่สามารถทำคะแนนของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) รายวิชาคณิตศาสตร์ ได้ 100 คะแนนเต็มโดยทางโรงเรียนได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และเสื้อสามารถ ให้กับนักเรียนทั้ง 2 คน คือ ด.ญ.ธนพร ชูช่วย (น้องเพชร) และ ด.ญ.พัชรวลัย กัดผุ (น้องเอมมี่)

ด.ญ.พัชรวลัย กัดผุ (น้องเอมมี่) บอกว่า “ในการเรียนจะพยายามทบทวนวิชาที่เรายังทำไม่ได้ก่อน จนเราเริ่มเข้าใจมากขึ้น ถ้าเข้าใจแล้วก็จะทบทวน และก่อนสอบจะพยายามนอนให้เพียงพอ ทำให้ในการทำข้อสอบก็จะมาสมาธิมากขึ้น จะแบ่งเวลาที่เราว่าง จะใช้เวลาในการทบทวน”

ด.ญ.ธนพร ชูช่วย (น้องเพชร) กล่าวเสริมว่า “ฝากถึงเพื่อน ๆ ให้ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ตรวจไหนเรายังพลาด ตอนทำเราต้องจับเวลาทำได้ จะได้รู้ว่าเราทำช้าไป หรือถ้าเวลาเหลือก็ต้องกลับไปดูว่าเราทำผิดหรือเปล่า ทางโรงเรียนก็จะสนันสนุนด้านวิทยากรภายนอกมาติวให้ ทำให้มีโจทย์ที่หลากหลาย การคิดหลายแนวมากขึ้น มีสูตรลับบ้างค่ะ” ทั้งนี้ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ได้มีกระบวนการจัดเรียนเสริมให้กับนักเรียนอย่างเป็นระบบ คือ ได้แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ในกลุ่มแรกเป็นกลุ่มหนูทำได้ สำหรับนักเรียนที่ยังต้องได้รับการพัฒนา นักเรียนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มขยายความรู้ เป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนปานกลาง และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มมุ่งสู่ดวงดาว เป็นการเสริมให้แก่เด็กนักเรียนที่มีความเด่นในการเรียน ซึ่งน้องนักเรียนทั้ง 2 คน ได้เป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มมุ่งสู่ดวงดาว ผลการสอบโอเน็ตสามารถทำคะแนนได้เต็มร้อย.


 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL