อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการศึกษา ::

สอนน้องดำนารู้คุณค่าข้าวของพ่อ

น้องๆหนูๆจากชั้น ป.1 และ ป.2 กว่า 90 คน เรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียงพร้อมเรียนรู้ขั้นตอนการปลูกข้าว และลงแปลงปลูกข้าวสร้างประสบการณ์ตรง

 

 

          เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2560 ที่แปลงนาสาธิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก คณะครูจากโรงเรียนอนุบาลพิษณุโลกได้พานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 จำนวน 90 คน มาเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและกระบวนการปลูกข้าว เพื่อเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตในการเรียนรู้  ตามกิจกรรมการเรียนรู้ข้าวของพ่อ  ซึ่งน้องๆต่างแต่งตัวเตรียมพร้อมที่จะทำกิจกรรมปลูกข้าวอย่างน่ารัก

โดยเบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก ได้จัดบรรยายให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงพาน้องๆหนูๆ ร่วมชมแปลงเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ ทั้งการเลี้ยงปลา การเลี้ยงสุกร  และการปลูกสวนเกษตร และน้องๆได้ร่วมกันให้อาหารปลาจากรำข้าวที่ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก ทำขึ้น

 จากนั้นน้องๆได้ร่วมกิจกรรม การปลูกข้าวแบบดำนา โดยใช้ข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 2 ไร่ ในแปลงนาสาธิต สร้างความสนุกสนานแก่น้องๆที่ได้ลงในแปลงนา โดยน้องๆกล่าวว่า รู้สึกชื่นชอบที่มาทำกิจกรรมดังกล่าวได้เรียนรู้การทำนา ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้ก็จะมาอีกเพราะได้ความรู้และสนุกสนาน

ด้าน นางสาวอธิป  แย้มเสมอ  คุณครูโรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก กล่าวว่า  กิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งเสริมความรู้แก่นักเรียนได้มีประสบการณ์ตรงในเรื่องของการเกษตร โดยเฉพาะเรื่องการปลูกข้าว และหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 รวมทั้งเด็กๆได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงทั้งกระบวนการ ขั้นตอนการปลูกข้าว เพื่อตระหนักในคุณค่าของการปลูกข้าวที่กว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ด

 

หามนักเรียนแพ้วัคซีนส่งโรงพยาบาลด่วน

รถกู้ชีพ เร่งนำตัวนักเรียนเกิดอาการแพ้ แน่นหน้าอก หลังจากฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน

 

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ส.ค.  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่โรงเรียนบ้านกร่าง (พระขาวชัยสิทธิ์) ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีเด็กนักเรียนจำนวนหลายราย เกิดอาการแพ้ แน่นหนาอก สาเหตุจากการฉีดวัคซีน เมื่อไปตรวจสอบพบรถหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน กำลังลำเลียงนักเรียนที่ป่วยขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาล และมีเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับนักเรียนหญิงอยู่ภายในอาคารเรียน

เบื้องต้น นางจารุณี นาสอน พยาบาลวิชาชีพประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกร่าง เปิดเผยว่า ได้นำวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมาฉีดให้กับเด็กนักเรียนผู้หญิงระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 ทั้งหมด 16 คน หลังจากนั้นพบว่านักเรียนมีอาการแน่นหน้าอก ใจสั่นและไม่มีแรง จำนวน 11 ราย จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ และนำตัวส่งโรงพยาบาลจำนวน 4 ราย ส่วนสาเหตุที่แท้จริงคงต้องให้ทางแพทย์ที่โรงพยาบาลตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน ทั้งที่ช่วงเช้าวันนี้ก็ได้ไปฉีดให้กับนักเรียนหญิงชั้น ป.5 อีกโรงเรียนหนึ่งมาแล้วก็ไม่พบอาการข้างเคียงแต่อย่างใด

            ด้าน นางศศิภา  พุทธิลัดดาวัลย์ อาจารย์ของโรงเรียนเปิดเผยว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกร่าง ได้นำวัคซีนมะเร็งปากมดลูกมาฉีดให้กับนักเรียนหญิงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รวมทั้งหมด 16 คน โดยทางโรงเรียนได้สอบถามผู้ปกครองของนักเรียนก่อนหน้านี้เพื่อถามความสมัครใจ และทางผู้ปกครองได้เซ็นชื่ออนุญาตให้ฉีดวัคซีนได้ สำหรับอาการของเด็กนักเรียนก็คือหายใจไม่ค่อยออก หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อทำการรักษาเบื้องต้นก็ดีขึ้นหมด เหลือที่นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธชินราชจำนวน 3 ราย และที่มีอาการหนักอีก 1 ราย เนื่องจากมีโรคประจำตัวคือหืดหอบ นำส่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

 

มน.เปิดตัววัสดุปิดแผลเบาหวานช่วยแผลหายเร็วขึ้น

 
มหาวิทยาลัยนเรศวรแถลงข่าว 27 ปี ม.นเรศวร มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสังคม พร้อมเปิดตัวความสำเร็จงานวิจัยวัสดุปิดแผลไฟโบรอินผสมสารสกัดจากวุ้นว่านหางจระเข้สำหรับแผลเบาหวานที่ช่วยให้หายไวขึ้นและราคาถูก
 

 

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ที่โรงแรมเดอะปาร์ค อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีรธร  บุณยรัตนพันธุ์  รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร แถลงข่าวสื่อมวลชน “ 27 ปี ม.นเรศวร มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสังคม “  ในโอกาสนี้ได้เปิดตัวงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จจนคว้ารางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติจากญี่ปุ่น และสมาพันธรัฐสวิส คือ วัสดุปิดแผลไฟโบรอินผสมสารสกัดจากวุ้นว่านหางจระเข้สำหรับแผลเบาหวาน โดยเป็นงานวิจัยของ รศ.ดร.ภญ.จารุภาพ  วิโยชน์ จากคณะเภสัชศาสตร์ และ นพ.ศรัณย์  วรศักดิ์วุฒิพงษ์ จากคณะแพทย์ศาสตร์ และ นิสิตปริญญาโท  มหาวิทยาลัยนเรศวรซึ่งช่วยให้แผลเบาหวานหายไวขึ้น
 
            นพ.ศรัณย์  วรศักดิ์วุฒิพงษ์  กล่าวว่า สำหรับโรคเบาหวาน เมื่อเป็นแผลจะหายได้ยากบางรายอาจต้องโดนตัดแขน ตัดขา ดังนั้นจึงได้ร่วมกันทำวิจัยวัสดุปิดแผลที่ช่วยให้แผลหายไวขึ้น สำหรับวัสดุปิดแผลเบาหวาน  นั้นใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในประเทศ ได้ แก่ ไฟโบรอิน (สารสกัดจากรังไหม) และสารสกัดจากวุ้นว่านหางจระเข้ มาทำเป็นแผ่นปิดแผลเบาหวาน ซึ่งจากการทดลองกับผู้ป่วยเบาหวานพบว่า แผลเบาหวานหายเร็วขึ้นกว่าการรักษาปกติ อีกทั้งยังช่วยไม่ต้องเจ็บจากการทำแผลบ่อย เพราะแผ่นปิดแผลดังกล่าวไม่ต้องคอยเปลี่ยนทุกวัน 2-3 วัน เปลี่ยนครั้ง  ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นเฟสแรก ซึ่งแผ่นที่ทำออกมามีขนาด 5 X 5 ซ.ม. ในเฟสต่อไปจะทำการทดลองกับผู้ป่วยโรคเบาหวานมากยิ่งขึ้นใน 7 โรงพยาบาล  และจะได้พัฒนาแผ่นปิดแผลให้ละลายไม่ต้องมาคอยเปลี่ยนอีกต่อไป.
   

ชาวชมพูร่วมใจจัดกิจกรรมปลูกพืชอาหารช้าง

ชาวชมพูร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลชมพู ร่วมกับ กลุ่มมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ ใจจัดกิจกรรมปลูกพืชอาหารช้าง สร้างจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชน และเป็นแนวกันชนให้ช้างหากินอยู่ในพื้นที่

 

 

 ชาวบ้านในตำบลชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลชมพู ร่วมกับ กลุ่มมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ ได้ร่วมใจกันจัดกิจการรมปลูกพืชอาหารช้าง ที่บริเวณฐานแตกบ้านร่มเกล้า ม.11 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง โดยชาวบ้านในหมู่บ้านชมพู และกลุ่มคนรักการขับขี่มอเตอร์ไซร์เอ็นดูโร่ ได้ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ในชุมชนเขตตำบลชมพู ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธ์ไม้นาๆชนิดอีกทั้งสัตว์ป่าที่ยังมีอย่างชุกชุม โดยเฉพาะช้าง การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในตำบลชมพู และผู้นำหมู่บ้าน ตลอดจนกลุ่มผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างขึ้น ในพื้นที่เขตติดต่ออุทยานแห่งชาติทุ่งสแลงหลวง พร้อมกับร่วมกัน ทำโป่งเกลือ (Salt Lick) เพื่อสร้าง แหล่งแร่อาหารทางธรรมชาติที่ขาดไม่ได้ของสัตว์ป่าโดยที่สัตว์ป่าทุกชนิดต้องมาอาศัยกินดินโป่ง เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายของสัตว์แต่ละเภท

ดังนั้นในวันนี้ชาวบ้านจึงได้ร่วมใจกันปลูกพืชอาหารช้างซึ่งเป็นต้นไผ่ เพื่อเป็นแนวกันชนให้ช้างหากินอยู่ในพื้นที่ และเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ อีกทั้งร่วมกันทำโป่งเกลือ เพื่อให้สัตว์นาๆชนิดที่มีอยู่จำนวนมาก ได้มาอาศัยแทะกินสร้างภูมิต้านทาน

ซึ่งถือเป็นการร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆนี้ขึ้นในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนในชุมชนได้ตระหนักเกิดความรักและหวงแหนธรรมชาติที่อยู่รายล้อมรอบชุมชน และเพื่อร่วมกันรักษาผืนป่าแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่กว้างใหญ่ของป่าผืนนี้ให้อยู่คู่กับชุมชนสืบไป.

 

เทศบาลนครพิษณุโลกจัดค่ายนาฏศิลป์สืบสานวัฒนธรรมไทย

เทศบาลนครพิษณุโลกนำนักเรียนกว่า 115 คน เข้าค่ายนาฏศิลป์ เรียนรู้และฝึกรำจากอาจารย์สำนักการสังคีต กรมศิลปากร สาน สานการเรียนรู้นาฎศิลป์ และพื้นฐาน เพื่อต่อยอดและส่งเสริมนาฎศิลป์ไทย

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงเรียนเทศบาล 2 วัดคูหาสวรรค์ เทศบาลนครพิษณุโลก ทางเทศบาลนครพิษณุโลก ได้จัดกิจรรมโครงการค่ายนาฏศิลป์สำหรับเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ 2560  เพื่อให้นักเรียนในสังกัดเทศบาลนครพิษณุโลก จำนวน 5แห่ง ที่มีความสนใจด้านนาฏศิลป์ มาเรียนรู้และฝึกการรำ ตามฐานหรือตามกลุ่มต่างๆ จำนวน 10 ฐาน ซึ่งแต่ละฐานนั้นมีความยากง่ายแตกต่างกันไป อาทิ กลุ่มการรำยอเก็ตปาหัง ,ตาลีกีฟัส, รำดึงครกดึงสาก,รำโคมบัว ,ฟ้อนโกยมือ เป็นต้น โดยมีผู้ฝึกสอนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และอาจารย์จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร มาฝึกสอนให้น้องๆ นักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยกิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นตั้งแต่ 20 – 24 กรกฎาคม  2560

ด้านนายสมชาย ประสานจิต ครูชำนาญการนาฏศิลป์ เทศบาลนครพิษณุโลก กล่าวว่า ทางเทศบาลนครพิษณุโลก ได้จัดกิจกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน ในสังกัดเทศบาลนครพิษณุโลก ได้มาเรียนรู้การรำนาฏศิลป์ ของไทยอย่างถูกต้องและพัฒนาความสามารถในการรำ ซึ่งในครั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 115 คน นอกจากที่นักเรียนได้เรียนรู้จากอาจารย์ในโรงเรียนแล้ว อาจารย์จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ที่มาช่วยสอนจะเพิ่มทักษะความรู้ ต่อยอดจากที่เรียนได้อย่างมาก อีกทั้งอาจารย์ที่สอนยังได้ความรู้เพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางในการสอนนาฎศิลป์ในโรงเรียนต่อไป

โดยนางสาวตวงฤดี ถาพรพาสี อาจารย์จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสที่เด็กๆที่สนใจในนาฏศิลป์ไทยจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมและต่อยอดการเรียนรู้จากที่โรงเรียน แม้จะเป็นการเข้าค่ายอันสั้นแต่คณะอาจารย์ที่มาสอนตั้งใจมาสอนและถ่ายทอดความรู้เต็มที่ ซึ่งทุกวันนี้นาฏศิลป์ไทยเริ่มเป็นที่สนใจของเยาวชนมากขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้นาฏศิลป์ไทยถือเป็นเรื่องดี ยิ่งเด็กๆอายุตั้งแต่ 8 ขวบขึ้นไปให้ความสนใจจะเป็นการสร้างพื้นฐานและปลูกฟังในความรักนาฏศิลป์ไทย และการได้ฝึกตั้งแต่เด็กจะช่วยให้เด็กมีพื้นฐานที่ดีและจดจำได้ง่าย

ด้าน  ด.ญ.จิณห์จุฑา ศรีรอด    นักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล 5 วัดพันปี ที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายนาฏศิลป์ กล่าวว่า  รู้สึกสนุกที่ได้มาเข้าค่ายนาฏศิลป์ เพราะเรียนรู้ท่ารำใหม่ๆที่ไม่เคยรำ อีกทั้งยังได้ความรู้เพื่อนำไปใช้ในอนาคตในการเรียน สำหรับเรื่องของนาฏศิลป์ไทยก็อยากฝากให้ทุกคนช่วยกันสืบสานเพราะเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาควรที่จะร่วมกันสืบสานให้คงอยู่ต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL