อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการศึกษา ::

นักวิจัยพบสารต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระในมะม่วงมหาชนก

อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ค้นพบ สารต้านมะเร็งและสารต้านอนุมูลอิสระในมะม่วงมหาชนก  ซึ่งพบว่าหากผู้บริโภครับประทานมาก จะทำให้ต้านโรคมะเร็ง และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด

 

 

 ผศ. ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยนเรศวร หลังจากได้รับทุนวิจัย จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ได้ทำการวิจัยมะม่วงมหาชนก ซึ่งพบว่าสามารถต้านโรคมะเร็งได้และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด  โดยการวิจัยพบว่า ผักและผลไม้จะพบสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แคโรทีนอยด์ ซึ่งไม่แสดงสีให้เห็น เนื่องจากถูกสีเขียวของคลอโรฟิลล์บดบังไว้ แต่เมื่อผักและผลไม้แก่ตัว คลอโรฟิลล์จะสลายตัวไป สารสีแคโรทีนอยด์จึงปรากฏสีให้เห็น เช่น เหลือง ส้ม แดง สำหรับมะม่วงมหาชนกเป็นมะม่วงพันธุ์ลูกผสมที่เกิดจากการผสมกันระหว่างพันธุ์ซันเซท และพันธุ์หนังกลางวัน มีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่ามะม่วงพันธุ์อื่น คือ เปลือกผลเมื่อแก่หรือสุกจะมีผิวสีแดงม่วงสวยงาม หรือเหลืองเข้มปนแดง ดังนั้นเมื่อทำการวิจัยมะม่วงมหาชนกจะพบสารแคโรทีนอยด์

ผศ. ดร.พีระศักดิ์ ระบุว่า แคโรทีนอยด์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะโครงสร้างทางเคมี คือ แคโรทีน และเบต้าแคโรทีน ซึ่งในปัจจุบันพบว่าแคโรทีนอยด์มีประโยชน์ทางด้านช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ช่วยในการรวมตัวเองเข้ากับเยื่อบุเซลล์เหมือนกับวิตามินอี ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ถึง 40% อีกทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม

นอกจากนี้ในมะม่วงมหาชนกยังพบสารต้านอนุมูลอิสระที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งคือ แอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่ให้สีแดง ม่วง และน้ำเงิน สารสกัดแอนโทไซยานินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตันในสมอง ช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย

ดังนั้นจึงมีการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดสีแดง และปริมาณแอนโธไซยานินในผลมะม่วงมหาชนก พบว่าการฉีดพ่นสารเมทิลจัสโมเนส ความเข้มข้น 80 ไมโครลิตรต่อมิลลิลิตร สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพ เช่น วิตามินซี ปริมาณน้ำตาลกลูโคส ฟรุกโตส ซูโครส และพบการเพิ่มขึ้นของปริมาณแคโรทีนอยด์ เท่ากับ 1.43 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม น้ำหนักสด มากกว่าการไม่ฉีดพ่นสาร อีกทั้งการใช้สารเมทิลจัสโมเนส และเอทิฟอนมีผลในการเพิ่มระดับของแคโรทีนอยด์มากกว่ามะม่วงที่ไม่ใช้สาร 50% โดยพบมากที่สุดในช่วงวันที่ 5-6 ของการเก็บรักษา (ระยะพร้อมรับประทาน) อีกทั้งการประยุกต์ใช้สารเมทิลจัสโมเนส และเอทิฟอน ยังสามารถควบคุมกระบวนการสุกและปรับปรุงคุณภาพทางโภชนาการของผลมะม่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้นักวิจัยยังได้ศึกษาปัจจัยของแสงร่วมกับสารเมทิลจัสโมเนส พบว่าผลมะม่วงที่ได้รับแสงร่วมกับการฉีดพ่นสารละลายเมทิลจัสโมเนส ความเข้มข้น 80 ไมโครลิตรต่อลิตร ที่อายุผล 90 วันหลังดอกบาน ทําให้เกิดพื้นที่สีแดงเพิ่มขึ้น 25% ของพื้นที่ผิวเปลือกผล และมีปริมาณแอนโทไซยานินเพิ่มขึ้นในมะม่วงพันธุ์มหาชนกเท่ากับ 1.31มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม น้ำหนักสด โดยแสงอาจมีผลต่อการส่งเสริมการสร้างแอนโทไซยานินในผลมะม่วง ในอนาคตทางมหาวิทยาลัยนเรศวรจะต่อยอด ไปให้ความรู้แก่เกษตรกรที่ปลูกมะม่วงมหาชนก มากขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพในอนาคต นอกจากนี้นักวิจัยที่สนใจยังสามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ต่อไป

 

Start Up เปิดร้าน Thai Denmark Milk Shop สู่รั้วโรงเรียน

เปิดร้านจำหน่ายนม Thai Denmark Milk Shop ในโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ต้นแบบของภาคเหนือตอนล่าง ในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ Start Up ที่ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พิษณุโลก ได้อบรมบ่มเพาะขึ้น

 

 

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ที่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ (Start-up) ร้าน Thai Denmark Milk Shop ภายใต้โครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start Up) ปี 2559 เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยได้ดื่มนมที่มีคุณภาพในปริมาณที่มากขึ้น อบรมบ่มเพาะผู้ประกอบการ ในโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start Up) ของมหาวิทยาลัย ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ เป้าหมายของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนม อสค. ซึ่งผลิตจากนมโคสดแท้ 100% ให้เป็นที่รู้จักทั่วไป

นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวว่า ในนามของจังหวัดพิษณุโลก ขอแสดงความยินดีกับโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start-up) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ที่ได้พัฒนาผู้ประกอบการใหม่ ร้าน Thai Denmark Milk Shop จนเห็นเป็นรูปธรรมและเป็นต้นแบบของผู้ประกอบที่ดำเนินธุรกิจจำหน่ายนมในโรงเรียน ในเขตภาคเหนือตอนล่างขึ้น ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นที่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมนี้ขึ้นเป็นแห่งแรกในเขตภาคเหนือตอนล่าง ประเทศไทย

การเป็นต้นแบบของผู้ประกอบการใหม่ ร้าน Thai Denmark Milk Shop ซึ่งจำหน่ายนมในโรงเรียนของ Start Up ในโครงการของมหาวิทยาลัยฯ นั้น เป็นการตอบสนองต่อความต้องการตามค่านิยมของผู้บริโภคปัจจุบัน โดยเฉพาะเยาวชนและนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งจะเป็นการรณณรงค์ให้เด็กๆ ที่เป็นอนาคตของสังคมและประเทศชาติหันมาบริโภคนมสดและนมสดแปรรูปที่มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การผลิตต้องเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและดำรงรักษาคุณภาพนั้นไว้ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดพิษณุโลกตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนบริโภคนมสดให้มากยิ่งขึ้น จึงขอส่งเสริมและยินดีให้การสนับสนุนให้มีการขยายผลการดำเนินโครงการเช่นนี้นี้ไปสู่โรงเรียนแห่งอื่นๆ ต่อไป

 

สำหรับโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ (Start-up) ร้าน Thai Denmark Milk Shop นี้เกิดจากการที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาที่ดำเนินได้ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start Up) ปี 2559 ในการอบรมบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ขึ้นในเขตภาคเหนือ จึงทำให้เกิดโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค" (Thai Denmark Milk Shop) ขึ้น ด้วยการประสานงานจากศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มทร.ล้านนา (UBI) ในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความพร้อม ในการดำเนินธุรกิจการแปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้ตราสินค้าไทย-เดนมาร์ค สัญลักษณ์ (วัวแดง) ด้วยการให้ความรู้ด้านการแปรรูปและกำกับมาตรฐานจากฝ่ายวิจัยของมหาวิทยาลัยด้วยการเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรม และส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

ที่มา  http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/769818

 

ผู้ว่าฯ พบนักเรียนหน้าเสาธง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกพร้อมด้วยผู้บริหารจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต พบปะคณะครูและนักเรียนของโรงเรียนจ่าการบุญ ในกิจกรรม “ผู้ว่าฯ พบนักเรียนหน้าเสาธง”

 

 

   เช้าวันนี้ ( 17 ส.ค.60 ) นายฐานุพงศ์  เจริญสุรภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายประยุทธ์ สุรเดชไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 พบปะคณะครูและนักเรียนโรงเรียนจ่าการบุญ ในกิจกรรม “ผู้ว่าฯ พบนักเรียนหน้าเสาธง” ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีในการดำรงชีวิตในสังคม การเป็นพลเมืองที่มีคุณค่าของชาติบ้านเมืองและการศึกษาเล่าเรียนเพื่อความสำเร็จและอนาคตที่ดีแก่นักเรียน ตลอดจนการมีคุณธรรม การปฎิบัติตนตามหลักศีล 5 การรู้รักสามัคคี และดูแลปกป้องสถาบันหลักสำคัญของชาติ และการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ไปปฎิบัติในชีวิตประจำวัน

      สำหรับโรงเรียนจ่าการบุญ เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ในปีการศึกษา 2560 มีครูและบุคลากรจำนวนทั้งสิ้น 76 คน นักเรียน 1,798 คน ทางโรงเรียนได้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาขับเคลื่อนในสถานศึกษา และบูรณาการเป็นกิจกรรมและโครงการในแผนการประจำของโรงเรียน ส่งเสริมและพัฒนาบุคคลากรของสถานศึกษาให้มีความรู้และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน และบูรณาการลงสู่การเรียนการสอนทุกระดับชั้น มีการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมแนะแนว ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ลูกเสือ ยุวกาชาด เพื่อพัฒนาให้เป็นคนดี มัคุณธรรมและน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต

     สำหรับการจัดกิจกรรมผู้ว่าฯ พบนักเรียนหน้าเสาธง” ในครั้งต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกและรองผู้ว่าราชการจังหวัด จะได้เดินทางไปพบปะคณะครูและนักเรียนของโรงเรียนเซนต์นิโกลาส ในวันที่ 18 สิงหาคม 2560 และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคเหนือ ในวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ต่อจากนั้นจะหมุนเวียนไปตามโรงเรียนต่างๆในจังหวัดพิษณุโลก จนถึงเดือนกันยายน 2560 นี้

   

นิสิต.ปริญญาโท ม.นเรศวร พบซากฟอสซิลและฟันไดโนเสาร์

ชาวบ้านกลางอ.วังทอง จ.พิษณุโลก ต่างแตกตื่นสนใจไปชมจุดที่นิสิต.ปริญญาโท ม.นเรศวร มาพบซากฟอสซิลลักษณะเป็นสัตว์ทะเล และฟันลักษณะเป็นไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อ บริเวณเชิงเขาชี กลุ่ม นศ.เข้ามาสำรวจชั้นดินและพบไหลลงมาจากเนินเขา จากชั้นดินดาน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นฟอสซิลอะไรชัดเจน

 

 

วันที่ 17 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเนินเขา ริมศาลตาปะขาวหาย ศาลาสหกรรมของชาวบ้านเขาชี ม.15 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก  พระวิรัตน์ จันทสโร ประธานสงฆ์วัดเขาชี ม.15 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยนายลำพูล  สีหวงษ์ นายกอบต.บ้านกลาง และ ชาวบ้านเข้าชีประมาณ 30 คน ได้เข้าสำรวจพื้นที่ ที่ คณะนิสิต ป.โท สาขาธรณีวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มาทำการวิจัยชั้นดิน ที่บริเวณดังกล่าว และได้เกิดพบซากฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์โดยบังเอิญ ซึ่งคาดว่าเป็นจะซากฟอสซิลสัตว์ทะเล และมีฟัน ลักษณะคล้ายฟันของ ไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อที่หายาก  หลายชิ้น อาทิ ฟัน และชิ้นส่วนกระดูก  ซึ่งขณะนี้ได้คณะนิสิต ได้นำซากฟอสซิลดังกล่าวนำกลับไปตรวจสอบที่ มหาลัยนเรศวร เพื่อตรวจสอบและยืนยันความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

พระวิรัตน์ จันทสโร ประธานสงฆ์วัดเขาชี  เปิดเผยว่า บริเวณดังกล่าว ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีนิสิตม.นเรศวร เข้ามาสำรวจชั้นดินในพื้นที่บ้านเขาชี และ ได้มาพบกับซากฟอสซิลและชิ้นส่วนฟันของไดโนเสาร์ ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นพันธุ์อะไรแน่ โดยพบบริเวณพื้นดิน ที่เศษดินร่วงลงมาจากเนินเขา สร้างความตื่นเต้นให้กับชาวบ้านอย่างมาก ซึ่งต้องรอผลการพิสูจน์อีกครั้งจากทีมงานที่มาพบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยพบลักษณะเหมือนซากสัตว์ทะเลโบราณเหมือนกันบริเวณวัดเขาชี ช่วงก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ได้ขุดลงไปเพื่อวางเสา ลักษณะคล้ายหอย สาหร่าย แต่เมื่อนำมาจะเก็บรักษาไว้ ก็จะเปื่อยยุ่ยไป เพราะโดนอากาศ

โดยชาวบ้านได้เก็บภาพถ่ายฟอสซิลและฟันไดโนเสาร์ ที่อาจารย์จากม.นเรศวรมอบไว้ให้ชม มีจำนวนหลายชิ้น ประมาณ 2-10 เซนติเมตร มีชิ้นส่วนที่เป็นฟัน ความยาวประมาณ 2-4  เซนติเมตร 2 ชิ้น และมีลักษณะชิ้นส่วนที่น่าจะเป็นโครงกระดูก ความยาวประมาณ 9-10 เซนติเมตร 2 ชิ้น และมีฟอสซิลสัตว์โบราณประเภทหอย

ด้านนายลำพูล  สีหะวงษ์ นายกอบต.บ้านกลาง เปิดเผยว่า จะกันพื้นที่ไว้ เพื่อไม่ให้ผู้คนเข้าไป ให้ผู้นำท้องที่ อปพร. เข้ามาดูแล เพื่อรอผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบในภายหลัง ซึ่งบริเวณดังกล่าวด้านหลัง เป็นเขตของป่าสงวนฯอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยมีการค้นพบซากฟอสซิลมาก่อน ก็ต้องรอการสำรวจต่อไปว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลจากนิสิตปริญญาโท และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยังประชาสัมพันธ์ม.นเรศวร เพื่อขอติดต่อสัมภาษณ์ถึงการค้นพบซากฟอสซิลโบราณ และ ซากฟันลักษณะคล้ายฟันไดโนเสาร์ ได้รับคำตอบว่ายังคงต้องรอการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญก่อน ยังไม่พร้อมให้ข้อมูลในเวลานี้ โดยวันเสาร์นี้ อาจารย์จากมน.จะเข้าไปสำรวจพร้อมกับนักธรณีวิทยาในบริเวณจุดที่พบอีกครั้ง

 

ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลกจัด โครงการ ราชมงคลร่วมใจสืบสานวิถีข้าวไทย ด้วยการดำนา “ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ” สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และ พระสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9    

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่แปลงนาสาธิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก  ดร.ทินกร  ทาตระกูล รองอธิการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก พร้อมด้วย  คณาจารย์  บุคลากร และนักศึกษา  ร่วมโครงการ ราชมงคลร่วมใจสืบสานวิถีข้าวไทย ด้วยการดำนา “ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ” ประจำปีการศึกษา  2560 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก มีวัตถุประสงค์ในการจัดขึ้น เพื่อสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และ พระสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9    เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีที่ ทั้ง 2 พระองค์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อข้าวและชาวนาไทย ด้วยพระราชดำริในการพระราชทานความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ยากจน  การทุ่มเทความช่วยเหลือ  ในการศึกษาและวิจัยพัฒนาข้าวไทยทำให้ข้าวไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อีกทั้ง  เป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ที่มีต่อ 'ข้าว' ให้เยาวชน นักศึกษา ตลอดจนประชาชน ได้เห็นความสำคัญ และช่วยกันรักษา 'ข้าว' อาหารหลักของคนไทย  ให้อยู่คู่กับลูกหลานสืบต่อไป   

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก จึงได้จัดโครงการ ราชมงคลร่วมใจสืบสานวิถีข้าวไทย ด้วยการดำนา“ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ”             โดย ใช้ต้นกล้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ปลูกแบบดำนา  ในพื้นที่  5 ไร่  ณ แปลงนาสาธิต สาขาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก โดยมีคณาจารย์  บุคลากร และนักศึกษา  ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก เข้าร่วมดำนาในครั้งนี้กว่า 100 คน

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL