อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการศึกษา ::

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดอบรมค่ายวิชาการอังกฤษ ยกระดับผลสัมฤทธิ์นักเรียน ม.3

เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายอย่างเต็มศักยภาพ  มีเป้าหมายให้ทุกโรงเรียนจะต้องมีผลการทดสอบ O-NETวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3

 

 

                   ดร.สุพล จันต๊ะคาด รักษาราชการแทน ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 เป็นประธานพิธีเปิด และบรรยายพิเศษ การประชุมเชิงปฏิบัติการ “ค่ายวิชาการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ” โดย นางธัญพร ภุมิรนทร์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการอบรม ว่า สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความสามารถของครูในการจัดค่ายวิชาการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อนำความรู้ไปพัฒนานักเรียนรองรับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน O-NETวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2560

โดยหลักสูตรการอบรมประกอบด้วย การวัดและประเมินผลทางการศึกษา การจัดค่ายวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ ปฏิบัติการกลุ่มเพื่อวางแผนจัดค่ายวิชาการภาษาอังกฤษ กลวิธี (Tactics) การพัฒนานักเรียนเพื่อสอบ O-NETวิชาภาษาอังกฤษ โดยทีมวิทยากรศึกษานิเทศก์ สพป.พิษณุโลก เขต 2 และอาจารย์ภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 52 คน เข้ารับการอบรม ในระหว่างวันที่ 20 –21 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมไพลิน จ.พิษณุโลก


                   ดร.สุพล จันต๊ะคาด กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ สพป.พิษณุโลก เขต 2 ได้ดำเนินการทั้งด้านการสร้างความตระหนัก ให้ความรู้ ความเข้าใจ และการเตรียมความพร้อมแก่ครูผู้สอน อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งได้กำหนดให้ทุกโรงเรียนในสังกัด นำผลการสอบ O-NETมาวิเคราะห์ และวางแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ มีเป้าหมายให้ทุกโรงเรียนจะต้องมีผลการทดสอบ O-NETวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3

นายปิยะ  ธูปทอง
นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ
20 พฤศจิกายน 2560

 

ว่านมหาเมฆสมุนไพรไทยสู่นวัตกรรมกระตุ้นการเจริญของเส้นผม

คนศีรษะล้าน ผมร่วง ผมบาง เตรียมเฮลั่น หลังนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรต่อยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย “ว่านมหาเมฆ” ร่วมกับนักธุรกิจภายใต้ชื่อแบรนด์ “นวัตรา”เห็นผลในระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ที่ศูนย์วิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ อาคารมหาธรรมราช มหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผศ.ดร.พีรธร  บุณยรัตพันธุ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย นายกนกพงษ์  ม่วงศรี ประธานกรรมการ บริษัท สยามนวัตต จำกัด ดร.กมล  ไชยสิทธิ์ ที่ปรึกษา บริษัท สยามนวัตต จำกัด รศ.ดร.เนติ  วระนุช นักวิจัย รศ.ดร.กรกนก  อิงคนินันท์ นักวิจัย ร่วมกับเปิดงานและแถลงข่าวผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย “ว่านมหาเมฆ” สู่นวัตกรรมกระตุ้นการเจริญของผมสำหรับผู้มีปัญหาผมหลุดร่วงและศีรษะล้าน ส่งผลทำให้มีปัญหากระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในตนเอง โดยหนึ่งในภาวะผมร่วงที่พบบ่อยคือภาวะผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย (androgen) หรือ androgenic alopecia ซึ่งมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชาย Dihydrotestosterone (DHT) สารต้านเอนไซน์ไฟว์แอลฟารีดักเทส ซึ่งเป็นเอมไซม์ที่เปลี่ยน testosterone เป็น DHT จึงมีศักยภาพที่จะใช้รักษาภาวะผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย

 ทั้งนี้คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร พบว่าสารสกัดจาว่านมหาเมฆ (Curcuma aeruginosa Roxb.) ซึ่งเป็นพืชวงศ์เดียวกับขมิ้นมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชายทั้งในระดับหลอดทดลอง และสัตว์ทดลองด้วยกลไกลยับยั้งเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทส สารที่ออกฤทธิ์นี้เป็นสารกลุ่ม sesquiterpenes โดยมีสารหลักที่ออกฤทธิ์สูง นอกจากนี้ยังทำการศึกษาความเป็นพิษแล้วพบว่าสารสกัดไม่เกิดพิษทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ทีมวิจัยได้ศึกษาคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของสารสกัด และพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมของผู้มีปัญหาศีรษะล้านจากแอนโดรเจนจากสารสกัดมาตรานี้ ทดสอบความปลอดภัยโดยผลิตภัณฑ์ไม่มีปัญหาด้านการระคายเคืองต่อผิว จากนั้นศึกษาประสิทธิภาพในเชิงคลินิกในอาสาสมัครชาย 87 คน ที่มีภาวะศีรษะล้านในโรงพยาบาลรัฐ 3 แห่ง โดยศึกษาแบบสุ่มเทียบกับยาหลอก และยากระตุ้นการเจริญของผมพบว่าสารสกัดนี้ช่วยเพิ่มการเจริญของผมอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการนำสารสกัดว่านมหาเมฆมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์กระตุ้นการเจริญของผม

คณะวิจัยจึงได้จดสิทธิบัตรและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ บริษัท สยามนวัตต จำกัด เพื่อต่อยอดทำการส่งต่อผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค มีทั้งแชมพูสมุนไพรว่านมหาเมฆ ครีมนวดผมสมุนไพรหว่านมหาเมฆ แฮร์โทนิกสมุนไพรว่านมหาเมฆ เป็นต้น เพื่อต้านศีรษะล้าน ผมร่วง ผมบาง ควบคุมการเจริญของเส้นผม ซึ่งจะเห็นผลอย่างน้อยต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์ชื่อ “นวัตรา” (Nawattra) เพื่อกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งได้รับรางวัล Silver Medal จาก Geneva Innovation 2014 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ รางวัล JIPA Award : The Best Innovation in Biotechnology ในงานวันนักประดิษฐ์ 2557 โดยคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติอีกด้วย.

 

สรุปแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ครั้งที่ 2

กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดสัมมนาสรุปแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ครั้งที่ 2 ตามโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก

 

 

    เมื่อวันที่ 6 ต.ค.60   ที่โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการสัมมนาสรุปแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ครั้งที่ 2 ตามโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กระทรวงคมนาคม ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดการเชื่อมต่อและอำนวยความสะดวก ลดปัญหาการจราจรบนท้องถนน รองรับระบบรถไฟความเร็วสูง

รวมทั้งเป็นทางเลือกในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อนำประเด็นข้อเสนอแนะไปพิจารณาประกอบการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก พร้อมทั้งมีการนำเสนอโครงข่ายแนวเส้นทาง รูปแบบการลงทุน แนวคิดในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี และแนวคิดในการแก้ไขปัญหาจราจรให้ประชาชนชาวพิษณุโลกได้รับทราบ โดยมีผู้เข้าการสัมมนารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้กว่า 100 คน

    นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า การจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ครอบคลุมระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2565-2594 รวมระยะทาง 113.2 กิโลเมตร โดยระยะที่ 1 ประกอบด้วย6 เส้นทาง คือ สายสีแดง สายมีน้ำเงิน สายสีส้ม สายสีม่วง สายสีชมพู และสายสีเขียว เปิดบริการในปี 2565 ส่วนระยะที่ 2 ประกอบด้วย 2 เส้นทาง คือ สายสีเทา และสายสีเหลือง และส่วนต่อขยายจากระยะที่ 1 อีก 3 เส้นทาง คือ ส่วนต่อขยายสายสีแดง ส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน และส่วนต่อขยายสายสีม่วง คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2574 ซึ่งมีความมั่นใจว่าจะดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลกได้อย่างแน่นอน

 

 

 

   

นร.กว่า 3000 คนมอบดาวเรืองคนละ 1 ต้นถวายความอาลัยในหลวง ร.9

นักเรียนโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีกว่า 3,000 คน นำดอกดาวเรืองคนละ 1 ต้น เพื่อถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทางโรงเรียนจะนำดอกดาวเรืองที่ได้ไปตกแต่งโรงเรียนและสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ต่อไป

 

 

วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากช่วงเคารพธงชาติและเป็นวันสอบวันสุดท้ายของนักเรียนชั้นม.6 วันนี้โรงเรียนได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนชั้นม.ปลาย ม.4-ม.6 ได้ร่วมถวายต้นดาวเรืองคนละ 1 ต้น เพื่อใช้ในการตกแต่งสถานที่ภายในโรงเรียน และ มอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการตกแต่งสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ในวันที่ 26 ตุลาคม นี้

นายพยับ อนันนิล ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี เปิดเผยว่า เป็นกิจกรรมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  ให้นักเรียนถวายดอกดาวเรืองคนละ 1 ดอก นักเรียนจำนวน 3,200 คน และครู 160 คน ถวายเพื่อเป็นพระราชกุศลให้แก่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ดอกดาวเรืองทั้งหมดนี้ ส่วนหนึ่งจะใช้แตกแต่งสถานที่ในบริเวณโรงเรียน และ อีกจำนวนหนึ่งจะมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการนำไปตกแต่งสถานที่ในงานพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้  ซึ่งในวันนี้เป็นพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของนักเรียนชั้นม.ปลาย เมื่อวานนี้จัดกิจกรรมนักเรียนชั้นม.ต้น และในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ได้นัดนักเรียนมาร่วมพิธียืนถวายอาลัยเป็นเวลา 89 วินาที

 

สพป.พล.เขต 3 บรรจุครู 2 อัตราแก้ปัญหาครูเกษียณทั้งโรงเรียน

สพป.พล.เขต 3 ชี้แจงกรณีครูเกษียณหมดทั้งโรงเรียน ต้นสังกัดเตรียมความพร้อมบรรจุครูไว้รองรับแล้ว พร้อมเข้าสอนทันทีไม่มีปัญหาขาดแคลนครูแน่นอน

 

 

วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีโรงเรียนประชาสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 (สพป.พล.เขต 3) ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่มีคุณครูสอน 4 คน รวมผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยเป็น 5 คน ปรากฏว่าหลังจากสิ้นเดือนนี้คุณครูภายในโรงเรียนได้เกษียณอายุราชการ จำนวน 4 คน จะเหลือเพียง ผอ.คนเดียว ทำให้ไม่มีครูสอน นักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งสิ้น 51 คน ทำให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนต้องออกมาประกาศขอครูจิตอาสามาช่วยสอนในช่วงยังไม่มีครูมาบรรจุยังโรงเรียนดังกล่าว

ล่าสุดผู้สื่อข่าวสอบถามได้เดินทางไปสอบถาม นายอุดม  สายโท รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ กล่าวว่า กรณีโรงเรียนประชาสามัคคีที่มีครูเกษียณอายุราชการหมดโรงเรียนนั้น ขณะนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ได้จัดสรรอัตราคืนแทนครูที่เกษียณอายุราชการในวันที่ 29 ก.ย. 60 ให้แก่โรงเรียนประชาสามัคคีแล้ว 2 อัตรา คือ1.ครูคืนถิ่น 1 อัตรา 2.พนักงานราชการครู 1 อัตรา ที่ทางเขตได้เปิดสอบไปเมื่อวันที่ 23ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจะมารายงานตัวที่เขตวันที่ 29 ก.ย. และบรรจุครูทำงานที่โรงเรียนประชาสามัคคีในวันที่ 2 ต.ค. 60 นี้อย่างแน่นอน

ซึ่งถือว่าสามารถแก้ปัญหาให้โรงเรียนนี้ได้ เพราะปัจจุบันนี้มีนักเรียน จำนวน 51 คน ตามอัตราส่วนครู 1 คนต่อเด็กนักเรียน 20 โดยโรงเรียนแห่งนี้จะต้องมีคุณครู 3 คน แต่ครูอีกคนที่ยังขาดอยู่นั้นจะทำการขอเพิ่มในส่วนของอัตรากำลังครูวิกฤตรวมทั้งสิ้น 3 คน ครบตามหลักเกณฑ์สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) แต่ในส่วนกรณีที่ทางโรงเรียนจะจ้างครูอัตราจ้างเพิ่มเติม หรือนำครูจิตอาสามาช่วยสอนให้นักเรียนก็เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ เนื่องจากเป็นการบริหารด้วยงบประมาณของโรงเรียนนั้นๆ

ทั้งนี้ที่ผ่านมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 รับทราบปัญหาของโรงเรียนประชาสามัคคีมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ว่าในปีนี้จะมีครูเกษียณทั้งหมด 4 คน จึงได้เตรียมแผนไว้รองรับแล้ว คือ แผนที่ 1 ให้ทำประชาพิจารณ์โดยส่งเจ้าหน้าที่ศึกษานิเทศก์ประจำเขตไปประชุมหารือร่วมผู้ปกครองถึง 2 ครั้ง โดยยุบรวมโรงเรียนประชาสามัคคี โรงเรียนหนองหม้อแกง โรงเรียนราษฎ์บำรุง อ.พรหมพิราม เนื่องจากมีเด็กจำนวนไม่เพียงพอ และให้มาเรียนรวมกันที่โรงเรียนประชาสามัคคีเพียงแห่งเดียว

แต่เนื่องจากผู้ปกครองไม่เห็นด้วยและไม่ยินยอมหาข้อยุติไม่ได้ ซึ่งทางเขตก็ไม่ได้บังคับหรือกดดันให้ต้องยุบโรงเรียน จึงได้เตรียมแผนที่ 2 คือ หลังจากครูเกษียณแล้วจะเกลี่ยอัตรากำลังครูไปบรรจุใหม่ทันที จะไม่มีปัญหาขาดแคลนครูผู้สอนอย่างที่เป็นข่าว จึงขอชี้แจ้งให้กับผู้ปกครองและนักเรียนได้ทำความเข้าใจ และไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจไปแต่อย่างใดว่าจะไม่มีครูมาสอนดังกล่าว เพราะเคสนี้ถือเป็นเคสแรกที่เพิ่งเกิดขึ้นในสถานศึกษา จ.พิษณุโลก แต่ก็ยังมีอีกหลายโรงเรียนในประเทศไทยก็เกิดปัญหาลักษณะเดียวกัน ต้นสังกัดก็เห็นใจลงมาดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ที่สุด.

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL