พุธ, พฤศจิกายน 22, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการศึกษา ::

ว่านมหาเมฆสมุนไพรไทยสู่นวัตกรรมกระตุ้นการเจริญของเส้นผม

คนศีรษะล้าน ผมร่วง ผมบาง เตรียมเฮลั่น หลังนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรต่อยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย “ว่านมหาเมฆ” ร่วมกับนักธุรกิจภายใต้ชื่อแบรนด์ “นวัตรา”เห็นผลในระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ที่ศูนย์วิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ อาคารมหาธรรมราช มหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผศ.ดร.พีรธร  บุณยรัตพันธุ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย นายกนกพงษ์  ม่วงศรี ประธานกรรมการ บริษัท สยามนวัตต จำกัด ดร.กมล  ไชยสิทธิ์ ที่ปรึกษา บริษัท สยามนวัตต จำกัด รศ.ดร.เนติ  วระนุช นักวิจัย รศ.ดร.กรกนก  อิงคนินันท์ นักวิจัย ร่วมกับเปิดงานและแถลงข่าวผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย “ว่านมหาเมฆ” สู่นวัตกรรมกระตุ้นการเจริญของผมสำหรับผู้มีปัญหาผมหลุดร่วงและศีรษะล้าน ส่งผลทำให้มีปัญหากระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในตนเอง โดยหนึ่งในภาวะผมร่วงที่พบบ่อยคือภาวะผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย (androgen) หรือ androgenic alopecia ซึ่งมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชาย Dihydrotestosterone (DHT) สารต้านเอนไซน์ไฟว์แอลฟารีดักเทส ซึ่งเป็นเอมไซม์ที่เปลี่ยน testosterone เป็น DHT จึงมีศักยภาพที่จะใช้รักษาภาวะผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย

 ทั้งนี้คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร พบว่าสารสกัดจาว่านมหาเมฆ (Curcuma aeruginosa Roxb.) ซึ่งเป็นพืชวงศ์เดียวกับขมิ้นมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชายทั้งในระดับหลอดทดลอง และสัตว์ทดลองด้วยกลไกลยับยั้งเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทส สารที่ออกฤทธิ์นี้เป็นสารกลุ่ม sesquiterpenes โดยมีสารหลักที่ออกฤทธิ์สูง นอกจากนี้ยังทำการศึกษาความเป็นพิษแล้วพบว่าสารสกัดไม่เกิดพิษทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ทีมวิจัยได้ศึกษาคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของสารสกัด และพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมของผู้มีปัญหาศีรษะล้านจากแอนโดรเจนจากสารสกัดมาตรานี้ ทดสอบความปลอดภัยโดยผลิตภัณฑ์ไม่มีปัญหาด้านการระคายเคืองต่อผิว จากนั้นศึกษาประสิทธิภาพในเชิงคลินิกในอาสาสมัครชาย 87 คน ที่มีภาวะศีรษะล้านในโรงพยาบาลรัฐ 3 แห่ง โดยศึกษาแบบสุ่มเทียบกับยาหลอก และยากระตุ้นการเจริญของผมพบว่าสารสกัดนี้ช่วยเพิ่มการเจริญของผมอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการนำสารสกัดว่านมหาเมฆมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์กระตุ้นการเจริญของผม

คณะวิจัยจึงได้จดสิทธิบัตรและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ บริษัท สยามนวัตต จำกัด เพื่อต่อยอดทำการส่งต่อผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค มีทั้งแชมพูสมุนไพรว่านมหาเมฆ ครีมนวดผมสมุนไพรหว่านมหาเมฆ แฮร์โทนิกสมุนไพรว่านมหาเมฆ เป็นต้น เพื่อต้านศีรษะล้าน ผมร่วง ผมบาง ควบคุมการเจริญของเส้นผม ซึ่งจะเห็นผลอย่างน้อยต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์ชื่อ “นวัตรา” (Nawattra) เพื่อกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งได้รับรางวัล Silver Medal จาก Geneva Innovation 2014 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ รางวัล JIPA Award : The Best Innovation in Biotechnology ในงานวันนักประดิษฐ์ 2557 โดยคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติอีกด้วย.

 

สรุปแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ครั้งที่ 2

กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดสัมมนาสรุปแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ครั้งที่ 2 ตามโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก

 

 

    เมื่อวันที่ 6 ต.ค.60   ที่โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการสัมมนาสรุปแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ครั้งที่ 2 ตามโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กระทรวงคมนาคม ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดการเชื่อมต่อและอำนวยความสะดวก ลดปัญหาการจราจรบนท้องถนน รองรับระบบรถไฟความเร็วสูง

รวมทั้งเป็นทางเลือกในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อนำประเด็นข้อเสนอแนะไปพิจารณาประกอบการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก พร้อมทั้งมีการนำเสนอโครงข่ายแนวเส้นทาง รูปแบบการลงทุน แนวคิดในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี และแนวคิดในการแก้ไขปัญหาจราจรให้ประชาชนชาวพิษณุโลกได้รับทราบ โดยมีผู้เข้าการสัมมนารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้กว่า 100 คน

    นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า การจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ครอบคลุมระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2565-2594 รวมระยะทาง 113.2 กิโลเมตร โดยระยะที่ 1 ประกอบด้วย6 เส้นทาง คือ สายสีแดง สายมีน้ำเงิน สายสีส้ม สายสีม่วง สายสีชมพู และสายสีเขียว เปิดบริการในปี 2565 ส่วนระยะที่ 2 ประกอบด้วย 2 เส้นทาง คือ สายสีเทา และสายสีเหลือง และส่วนต่อขยายจากระยะที่ 1 อีก 3 เส้นทาง คือ ส่วนต่อขยายสายสีแดง ส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน และส่วนต่อขยายสายสีม่วง คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2574 ซึ่งมีความมั่นใจว่าจะดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลกได้อย่างแน่นอน

 

 

 

 

นร.กว่า 3000 คนมอบดาวเรืองคนละ 1 ต้นถวายความอาลัยในหลวง ร.9

นักเรียนโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีกว่า 3,000 คน นำดอกดาวเรืองคนละ 1 ต้น เพื่อถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทางโรงเรียนจะนำดอกดาวเรืองที่ได้ไปตกแต่งโรงเรียนและสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ต่อไป

 

 

วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากช่วงเคารพธงชาติและเป็นวันสอบวันสุดท้ายของนักเรียนชั้นม.6 วันนี้โรงเรียนได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนชั้นม.ปลาย ม.4-ม.6 ได้ร่วมถวายต้นดาวเรืองคนละ 1 ต้น เพื่อใช้ในการตกแต่งสถานที่ภายในโรงเรียน และ มอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการตกแต่งสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ในวันที่ 26 ตุลาคม นี้

นายพยับ อนันนิล ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี เปิดเผยว่า เป็นกิจกรรมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  ให้นักเรียนถวายดอกดาวเรืองคนละ 1 ดอก นักเรียนจำนวน 3,200 คน และครู 160 คน ถวายเพื่อเป็นพระราชกุศลให้แก่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ดอกดาวเรืองทั้งหมดนี้ ส่วนหนึ่งจะใช้แตกแต่งสถานที่ในบริเวณโรงเรียน และ อีกจำนวนหนึ่งจะมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการนำไปตกแต่งสถานที่ในงานพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้  ซึ่งในวันนี้เป็นพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของนักเรียนชั้นม.ปลาย เมื่อวานนี้จัดกิจกรรมนักเรียนชั้นม.ต้น และในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ได้นัดนักเรียนมาร่วมพิธียืนถวายอาลัยเป็นเวลา 89 วินาที

   

สพป.พล.เขต 3 บรรจุครู 2 อัตราแก้ปัญหาครูเกษียณทั้งโรงเรียน

สพป.พล.เขต 3 ชี้แจงกรณีครูเกษียณหมดทั้งโรงเรียน ต้นสังกัดเตรียมความพร้อมบรรจุครูไว้รองรับแล้ว พร้อมเข้าสอนทันทีไม่มีปัญหาขาดแคลนครูแน่นอน

 

 

วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีโรงเรียนประชาสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 (สพป.พล.เขต 3) ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่มีคุณครูสอน 4 คน รวมผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยเป็น 5 คน ปรากฏว่าหลังจากสิ้นเดือนนี้คุณครูภายในโรงเรียนได้เกษียณอายุราชการ จำนวน 4 คน จะเหลือเพียง ผอ.คนเดียว ทำให้ไม่มีครูสอน นักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งสิ้น 51 คน ทำให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนต้องออกมาประกาศขอครูจิตอาสามาช่วยสอนในช่วงยังไม่มีครูมาบรรจุยังโรงเรียนดังกล่าว

ล่าสุดผู้สื่อข่าวสอบถามได้เดินทางไปสอบถาม นายอุดม  สายโท รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ กล่าวว่า กรณีโรงเรียนประชาสามัคคีที่มีครูเกษียณอายุราชการหมดโรงเรียนนั้น ขณะนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ได้จัดสรรอัตราคืนแทนครูที่เกษียณอายุราชการในวันที่ 29 ก.ย. 60 ให้แก่โรงเรียนประชาสามัคคีแล้ว 2 อัตรา คือ1.ครูคืนถิ่น 1 อัตรา 2.พนักงานราชการครู 1 อัตรา ที่ทางเขตได้เปิดสอบไปเมื่อวันที่ 23ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจะมารายงานตัวที่เขตวันที่ 29 ก.ย. และบรรจุครูทำงานที่โรงเรียนประชาสามัคคีในวันที่ 2 ต.ค. 60 นี้อย่างแน่นอน

ซึ่งถือว่าสามารถแก้ปัญหาให้โรงเรียนนี้ได้ เพราะปัจจุบันนี้มีนักเรียน จำนวน 51 คน ตามอัตราส่วนครู 1 คนต่อเด็กนักเรียน 20 โดยโรงเรียนแห่งนี้จะต้องมีคุณครู 3 คน แต่ครูอีกคนที่ยังขาดอยู่นั้นจะทำการขอเพิ่มในส่วนของอัตรากำลังครูวิกฤตรวมทั้งสิ้น 3 คน ครบตามหลักเกณฑ์สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) แต่ในส่วนกรณีที่ทางโรงเรียนจะจ้างครูอัตราจ้างเพิ่มเติม หรือนำครูจิตอาสามาช่วยสอนให้นักเรียนก็เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ เนื่องจากเป็นการบริหารด้วยงบประมาณของโรงเรียนนั้นๆ

ทั้งนี้ที่ผ่านมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 รับทราบปัญหาของโรงเรียนประชาสามัคคีมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ว่าในปีนี้จะมีครูเกษียณทั้งหมด 4 คน จึงได้เตรียมแผนไว้รองรับแล้ว คือ แผนที่ 1 ให้ทำประชาพิจารณ์โดยส่งเจ้าหน้าที่ศึกษานิเทศก์ประจำเขตไปประชุมหารือร่วมผู้ปกครองถึง 2 ครั้ง โดยยุบรวมโรงเรียนประชาสามัคคี โรงเรียนหนองหม้อแกง โรงเรียนราษฎ์บำรุง อ.พรหมพิราม เนื่องจากมีเด็กจำนวนไม่เพียงพอ และให้มาเรียนรวมกันที่โรงเรียนประชาสามัคคีเพียงแห่งเดียว

แต่เนื่องจากผู้ปกครองไม่เห็นด้วยและไม่ยินยอมหาข้อยุติไม่ได้ ซึ่งทางเขตก็ไม่ได้บังคับหรือกดดันให้ต้องยุบโรงเรียน จึงได้เตรียมแผนที่ 2 คือ หลังจากครูเกษียณแล้วจะเกลี่ยอัตรากำลังครูไปบรรจุใหม่ทันที จะไม่มีปัญหาขาดแคลนครูผู้สอนอย่างที่เป็นข่าว จึงขอชี้แจ้งให้กับผู้ปกครองและนักเรียนได้ทำความเข้าใจ และไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจไปแต่อย่างใดว่าจะไม่มีครูมาสอนดังกล่าว เพราะเคสนี้ถือเป็นเคสแรกที่เพิ่งเกิดขึ้นในสถานศึกษา จ.พิษณุโลก แต่ก็ยังมีอีกหลายโรงเรียนในประเทศไทยก็เกิดปัญหาลักษณะเดียวกัน ต้นสังกัดก็เห็นใจลงมาดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ที่สุด.

 

วอนครูจิตอาสาช่วยสอนหลังครูเกษียณเกือบทั้งโรงเรียน

โรงเรียนขนาดเล็กเมืองสองแคววิกฤต ขาดแคลนครูเกษียณพร้อมกัน ผอ.วอนครูจิตอาสามาช่วยสอนบรรเทาความเดือนร้อนระหว่างรอจัดสรรตำแหน่ง

 

 

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสิ้นเดือนกันยายน นี้เป็นช่วงของการเกษียณอายุราชการ รวมทั้งคุณครู ซึ่งมีโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ใน ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่มีคุณครูสอน 4 คนรวมผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยเป็น 5 คนปรากฏว่า หลังจากสิ้นเดือนนี้คุณครูภายในโรงเรียนได้เกษียณอายุราชการ จำนวน 4 คน เหลือเพียง ผอ.คนเดียว โดยโรงเรียนแห่งนี้คือ โรงเรียนประชาสามัคคี สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3  มีนายปรีชา  ตุนาโป่ง เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี โดยหลังจากพบวิกฤติขาดแคลนครูในช่วงว่างของการรอบรรจุคุณครูใหม่ จึงได้โพสต์ในโซเซียลขอความช่วยเหลือเนื่องจากโรงเรียนที่ประจำอยู่จะมีครูเกษียณอายุราชการ หรือปลดเกษียณหมดทั้งโรงเรียน จำนวน 4 คน ในวันที่ 29 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ส่งผลทำให้ทั้งโรงเรียนจะเหลือผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่เพียงคนเดียว และโรงเรียนจะเกิดภาวะขาดแคลนครูไม่มีครูสอนหนังสือแก่เด็กนักเรียน จึงขอให้ผู้ที่สนใจต้องการจะเข้ามาช่วยเหลือเป็นครูจิตอาสา สอนหนังสือให้แก่นักเรียนเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนในเบื้องต้น ระหว่างรอคำสั่งจากเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งอยู่ในขั้นตอนของทางราชการรอการคืนอัตรา เพื่อแต่งตั้งข้าราชการครูมาประจำตำแหน่งถาวรยังโรงเรียนแห่งนี้

ซึ่งเมื่อไปสอบถามที่โรงเรียนพบ นายจำลอง  มาอยู่ อายุ 63 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนประชาสามัคคี ซึ่งเป็นจิตอาสามาช่วยสอนในช่วงเดือนนี้ เปิดเผยว่า ตนเองเคยเป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ แต่เกษียณอายุราชการไปแล้ว 3 ปี หลังทราบข่าวว่าโรงเรียนจะต้องมีครูเกษียณอายุราชการพร้อมกันหมดทั้งโรงเรียน จึงได้ขอเข้ามาช่วยสอนในเบื้องต้นก่อน เพราะมีความผูกพันและรักโรงเรียนที่เคยได้สอนมา ประกอบกับภรรยา คือ นางพชร  มาอยู่ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการพร้อมกับเพื่อนครูอีก 3 คน ก็ยังทำหน้าที่สอนหนังสือให้กับเด็กเรียนด้วย แต่จะมาสอนเป็นวันสุดท้ายในวันที่ 29 ก.ย. นี้

ขณะที่ ด.ช.ภาณุวิชญ์  อินทรกำแหง อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 กล่าวว่า รู้สึกเสียใจหลังทราบข่าวว่าครูจะเกษียณอายุราชการ เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครมาสอนหนังสือ ปัจจุบันเพื่อนในห้องทั้งหมด 5 คน ก็ต่างวิตกกังวลเป็นอย่างมาก จึงอยากให้มีครูมาสอนต่อไปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

นอกจากนี้ น.ส.ทัศนีย์  ยิ้มประเสริฐ อายุ 25 ปี ครูอัตราจ้างโรงเรียนประชาสามัคคี เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งมาทำงานได้เพียง 1 เดือน เนื่องจากทางโรงเรียนเปิดรับสมัครสรรหาครูอัตราจ้างมาสอนหนังสือเด็กนักเรียน ซึ่งใช้งบประมาณของโรงเรียนโดยจะได้ค่าจ้างเดือนละ 5,000 บาท เพราะโรงเรียนแห่งนี้จะมีข้าราชการครูเกษียณอายุในวันที่ 29 ก.ย. ประกอบด้วย  1.นายชัยรัชต์  ทองน้อย 2.นายอนันต์  คงทอง 3.นางฉัฐมัญคมน์  สุวรรโณ 4.นางพชร มาอยู่ รวมทั้งสิ้นจำนวน 4 คน ทำให้โรงเรียนต้องขาดแคลนครูมาทำหน้าที่สอนหนังสือ โดยโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนทั้งหมด 60 คน ซึ่งปกติครู 1 คน จะดูแลนักเรียน 20 คน แต่ต้องผลัดกันดูและนักเรียนถึง 2 ห้อง หรือบางครั้งดูแลไม่ทั่วถึง ต้องการให้มีครูประจำห้อง ห้องละ 1 คน แต่ระหว่างที่รอคืนอัตราก็ขอวอนผู้มีจิตอาสามาช่วยสอนไปก่อนโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แต่อย่างใด ล่าสุดก็มีผู้ที่สนใจแวะเข้ามาสอบถามบ้างแล้ว อาทิ ทหาร ตำรวจ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวสอบถามนายปรีชา  ตุนาโป่ง ผอ.โรงเรียนประชาสามัคคี กล่าวว่าหลังจากเรื่องนี้ได้รายงานให้กับทางสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3  แล้ว ก็ได้คุณครูที่จะบรรจุใหม่นั้น จำนวน 1 อัตรา และขณะนี้ทางโรงเรียนได้จ้างเอง อีก 1 ตำแหน่ง เพื่อให้มาช่วยสอนเป็นการเบื้องต้น โดยใช้งบประมาณของโรงเรียนมาจ้างสอน แต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะโรงเรียนต้องใช้คุณครู จำนวน 6 คนเพื่อสอนนักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยแนวทางแก้ปัญหาตนเอง ได้ประกาศขอคุณครูจิตอาสา มาช่วยสอน โดยเฉพาะปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้มาสอนเป็นการเบื้องต้น ตอนนี้มีทหารจากกองทัพภาคที่ 3 จะมาสอนให้ถึงระเบียบวินัยให้แก่นักเรียน ,ครูพระ จากวัดใกล้โรงเรียน จะมาสอนเกี่ยวกับศีลต่างๆ ให้แก่นักเรียน และผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้สอนให้กับนักเรียนอีกด้วย

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL