อาทิตย์, กรกฏาคม 23, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวการศึกษา ::

โรงพยาบาลพุทธชินราชเปิดตัวหุ่นยนต์ผสมยารักษาโรคมะเร็งตัวแรกของประเทศไทย

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเตรียมพร้อมเป็นศูนย์กระจายยาไปยังโรงพยาบาลภูมิภาคและเอกชน

 

 

            เมื่อวันที่  18 ก.ค. 60  ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก ได้เตรียมความพร้อมนำ HEALTH ROBOTICS หรือ โรบ็อตผสมยา มาดำเนินการใช้ผสมยาเคมี รักษาโรงมะเร็งแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลพุทธชินราช ซึ่งถือเป็นหุ่นยนต์เครื่องแรกที่นำมาใช้ในประเทศไทย  โดยทางโรงพยาบาลพุทธชินราชจำเริ่มใช้หุ่นยนต์ในการผลิตยาในเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป

            นายจิรวัฒน์  สุวรรณกิจ หัวหน้างานผลิต กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลพุทธชินราช กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพุทธชินราชถือเป็นโรงพยาบาลรัฐ และเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่รับผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้ามาทำการรักษาทั้งในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดข้างเคียง ซึ่งทุกวันต้องใช้บุคลากรในการผสมยาในแต่ละวันทำให้เสียบุคคลากรในการที่มาให้บริการงานด้านอื่น  ดังนั้นเมื่อโรงพยาบาลพุทธชินราชเตรียมพัฒนาสู่โรงพยาบาล 4.0 จึงได้ตัดสินใจนำ HEALTH ROBOTICS หรือ โรบ็อตผสมยา มาใช้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการผสมยาเคมีภัณฑ์รักษาโรคมะเร็ง โดยกำลังผลิตอยู่ที่ 40 โดจ ต่อชั่วโมง ปัจจุบันโรงพยาบาลพุทธชินราชใช้ปริมาณยาเคมีภัณฑ์รักษาโรคมะเร็งอยู่ที่ 120 – 200 โดจ ต่อวัน การใช้ HEALTH ROBOTICS หรือ โรบ็อตผสมยา จะมีความแม่นยำอย่างมากลดความเสี่ยงต่อการผสมยาผิดปริมาณ ลดปริมาณบุคลากรที่มาผสมยาสามารถไปปฏิบัติงานอื่นได้

            นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมที่เป็นศูนย์กระจายยาเคมีภัณฑ์รักษาโรคมะเร็งให้กับโรงพยาบาลภูมิภาครอบโรงพยาบาลพุทธชินราช รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนด้วย

            สำหรับเครื่อง HEALTH ROBOTICS หรือ โรบ็อตผสมยา นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงพยาบาลพุทธชินราชที่มีความพร้อมใช้เป็นแห่งแรก โดยได้ก่อสร้างสถานที่และติดตั้งเครื่องเป็นที่เรียบร้อย และอีกแห่งที่โรงยาบาลหาดใหญ่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและติดตั้ง

 

มน.แสดงนิทรรศการศิลปกรรมสัญจร มิติใหม่ของศิลปินหน้าใหม่

เพื่อเป็นมิติใหม่ของการนำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัย รูปแบบจิตรกรรม ประติมากรรม ฉีกจากรูปแบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถชมได้ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม นี้

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ หอศิลป์ศุภโชค ดิ อาร์ต เซ็นเตอร์ จัดนิทรรศการ “ศิลปกรรมสัญจร” ขึ้น เพื่อเป็นมิติใหม่ของการนำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัย รูปแบบจิตรกรรม ประติมากรรม ฉีกจากรูปแบบดั้งเดิม เช่น การเพนท์ การวาดที่ไม่เหมือนจริง ไร้ขีดจำกัด การใช้วัสดุที่คาดไม่ถึง หรือที่มีอยู่รอบตัวมาสร้างสรรค์ ตีความ และสร้างชีวิตใหม่ให้กับผลงาน ในลักษณะของความสนุกสนาน การสื่อคุณค่า ความหมาย กุศโลบาย แนวคิด สร้างวิสัยทัศน์และแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ ผู้ชื่นชอบและสนใจงานศิลปะทั่วไป

โดยมีผลงานไฮไลท์คือ ชีวิตในผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แม่วัว ลูกวัว  ซึ่งเป็นผลงานประติมากรรมชิ้นใหญ่ “ชีวิตในผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แม่วัว ลูกวัว” โดย นฤพนธ์ บำรุงเรือน ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชีวิตของสัตว์ที่มนุษย์ใช้ประโยชน์จากทุกส่วน เช่น หนัง เขา โดยประดิษฐ์จากกระเป๋ามือสอง ตั้งแต่หนัง ตะเข็บ หมุด ผสมผสานกับขนนก ไฟเบอร์กลาส นำมาตัดเย็บด้วยมือกลายกระเป๋าเดินทางใบใหญ่รูปแม่วัว และกระเป๋าใบเล็กรูปลูกวัว

ผลงานจิตรกรรม “Fall in Love” โดยจามร นิ่มนาค ซึ่งจะเดินทางไปแสดงผลงาน ณ ประเทศมาเลเซียในเดือนสิงหาคมนี้เป็นการสร้างสรรค์ผลงานเลียนแบบวัสดุพื้นผิวต่าง ๆ เช่น หินอ่อน ลูกโป่ง ผิว เส้นผม ให้เหมือนจริงที่สุด บวกกับแนวคิดเรื่องค่านิยมความงามของรูปปั้นสมัยกรีก โรมันโบราณ ที่โชว์ความกำยำของผู้ชาย และความนุ่มนวล อวบอิ่มของผู้หญิง โดยมีการตีความใหม่ นำค่านิยมสมัยใหม่แนวเกาหลี หรือชนชาติตะวันตกมาผนวกเข้ากับบริบทวัฒนธรรมในยุคกรีกโรมัน สะท้อนแฟชั่น แว่นตาที่มีลูกเล่น และลูกโป่งที่มีสีสันสวยงาม แต่อยู่ในบริบทของหินอ่อนเหมือนรูปปั้นกรีกหรือโรมัน และอีกหลายภาพที่สื่อความหมายต่างๆสวยงามน่าชม

ผู้ใดสนใจชมนิทรรศการ “นิทรรศการศิลปกรรมสัญจร” ที่สวยงามเหล่านี้ก็ไปชมกันได้ตลอดเดือนกรกฎาคม 2560  ในวันและเวลาราชการ ที่หอศิลป์ฯ อาคารวิสุทธิกษัตริย์ สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร โทร 055-961148 และ 055-961202

 

รณรงค์ควบคุมป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในศูนย์เด็กเล็ก

เทศบาลตำบลบ้านคลอง จัดการรณรงค์ควบคุมป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในสถานศึกษา/ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ประจำปี 2560 ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดยาง และโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลบ้านคลอง หลังจากมีหลายพื้นที่พบเด็กป่วยแล้วหลายราย

 

 

 

วันนี้ (13 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโรคมือเท้าปาก ในเด็กเล็ก กำลังระบาดและพบว่ามีเด็กนักเรียนทั้งระดับก่อนอนุบาล และอนุบาล ป่วยเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ในขณะนี้ ทำให้ทางเจ้าหน้าที่งานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก ลงพื้นที่สำรวจพร้อมให้ความรู้กับครูและนักเรียนในการล้างมือที่ถูกวิธี พร้อมทั้งทำความสะอาดโรงเรียนในทุกบริเวณ แยกสิ่งของเครื่องใช้

โดยจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ แยกรายบุคคลไม่ให้ใช้ปะปนกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ช้อน และจัดหาอุปกรณ์ ให้นักเรียนล้างมือด้วยน้ำ และสบู่ และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดอุปกรณ์ของเล่นของเด็กๆ เพื่อตัดวงจรของโรคก่อนที่จะขยายวงกว้าง สร้างความมั่นใจกับผู้ปกครองเด็กนักเรียน และแจ้งครู พี่เลี้ยง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมดำเนินการ ทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ในห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร ห้องน้ำ อาคาร เช่น ลูกบิด ราวบันได และของเล่น

ทั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลบ้านคลองให้ครู พี่เลี้ยง ต้องหมั่นสังเกตอาการโรคมือ เท้า ปาก และไข้หวัดโดยการตรวจเด็กก่อนเข้าห้องเรียน ถ้าพบมีอาการป่วย มีไข้ มีผื่นขึ้นในปาก ในกระพุ้งแก้ม และผื่นขึ้นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ คออักเสบ ให้แยกเด็ก และแจ้งผู้ปกครองพากลับบ้านและไปพบแพทย์

   

นายกสมาคมสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วชี้บางแก้วดุ ก็ไม่ถึงขั้น ทำร้ายเจ้าของ

 นายกสมาคมสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วชี้แนะวิธีดู “บางแก้ว”หรือ”บางขวด”ยืนยัน บางแก้วดุ ก็ไม่ถึงขั้น ทำร้ายเจ้าของ

 

 

 วันนี้ 11 กรกฏาคม 2560 นายสามารถ  สิงห์โตทอง  นายกสมาคมสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วแห่งประเทศไทย  เปิดเผยว่า กระแสสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วดุ ถึงขั้นกัดเจ้าของนั้น ยืนยันว่า สุนัขดังกล่าวไม่ใช่ สายพันธุ์บางแก้วแน่นอน เรียกว่า สายพันธุ์ทาง คือ สุนัขไทยผสมไปหลายสายพันธุ์ไปเรื่อยๆสุนัขกัดเจ้าของ ย่อมมีสาเหตุแน่นอน ว่า สุนัขจึงมีพฤติกรรมเป็นเช่นนั้น ๆ

หลักการสังเกตง่ายๆว่า สุนัขไทย”บางแก้ว”แท้ๆ ไม่ใช่”บางขวด”นั้น คือ หูทั้งสองของบางแก้ว ต้องตั้ง ปากเรียว ตาไม่กลม ลักษณะรีๆ สีน้ำตาลเข้มใกล้สีดำเท่านั้น หากเป็นสีอื่นไม่ใช่บางแก้วแน่นอน ปลายจมูกสีดำ หางเป็นพวง มีขนขาหน้าคล้ายขนขาแข้งสิงห์ มีขนแผงรอบคอคล้ายสิงโต  ส่วนลำตัวนั้น มีทั้งสีขาว-ดำ ขาว-น้ำตาลและขาว-เทา ด้วยคุณสมบัติลักษณะเด่นคือ ฉลาด  กล้าหาญชาญชัย ว่องไว ปราดเปรียว แข็งแรง ค่อนข้างดุ แต่รักเจ้าของ

หากสุนัขของสมาชิกของสมาคมฯ คอกใด มีจุดด้อย อาทิเช่น หู ตก ฯลฯ ทางสมาคมฯ จะห้าม ไม่ให้ผสมพันธ์ต่ออีกเลย เนื่องจากสายพันธุ์ดังกล่าวจะเสียไปเรื่อยๆ ฉะนั้น สมาคมฯ ต้องการพัฒนาสุนัขบางแก้วให้มาตรฐานสากล ทั้งนี้สมาคมสุนัขโลก  (FCI) ได้รับรองสุนัขบางแก้วเป็นการชั่วคราวแล้ว  

การเพาะเลี้ยงสุนัขบางแก้วเกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศ แต่ถิ่นกำเนิดมาจากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งสมาชิกสมาคมสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วแห่งประเทศไทย มีถึง 200 คอก โดยเฉพาะฟาร์มของตน “สิงห์โตฟาร์ม” นั้นมีแม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ ร่วม 70 ตัว แต่บางตัวที่เลี้ยงไว้นั้น เนื่องจากแก่ อายุมาก ใกล้ปลดระวาง

นายสามารถ  สิงห์โตทอง  นายกสมาคมสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วแห่งประเทศไทย ยืนยันอีกว่า ไม่อนุญาตให้สุนัขบางแก้วผสมข้ามสายพันธุ์ เพราะมีคนเคยเล่าว่า นำสุนัขบางแก้ว กับ สุนัขไซบีเรียนไปผสมกัน ลูกออกมาไม่ได้เรื่อง คือ ไม่ได้ลักษณะเด่นๆออกมา  กลายเป็นสุนัข ที่ยึดหลักอะไรไม่ได้เลย

สำหรับคนที่คิดจะเลี้ยงสุนัขบางแก้ว สมาคมฯไปแจ้งไปยังแต่ละฟาร์ม(คอก) ว่า จะต้องเลี้ยงให้ถูกต้อง จะต้องถามก่อนว่า ผู้เลี้ยงหน้าใหม่ มีอาณาบริเวณหรือไม่ ซึ่งหากเป็น บ้านทาวเฮาส์ คงไม่ได้แน่นอน เพราะสุนัขบางแก้วจะต้องมีพื้นที่วิ่งเล่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาเหล่าสมาชิกสมาคมฯ ได้ชื่นชม”เจ้าภูหิน” สุนัขเพศผู้ อายุ 4 ปีเศษ เกิดที่คอก”สิงห์โตทองฟาร์ม”ของนายกสมาคมฯ  ได้เข้าประกวดและคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดยูโรด๊อกโชว์  ที่ประเทศเบลเยียมเมื่อปีที่ผ่านมา เรียกว่า ทำชื่อเสียงความเป็นสุนัขไทยแท้ถิ่นกำเนิดพิษณุโลกจนโด่งดัง

ต่อมาสมาชิกสมาคมฯพาสื่อมวลชน เดินชมศูนย์เรียนรู้สุนัขไทยพันธ์บางแก้ว เริ่มจากดูลักษณะกรงที่เลี้ยง และสถานที่วิ่งเล่น การให้อาหาร ซึ่ง คอกสิงโตฟาร์ม มีสุนัขไทยบางแก้วที่มีมากถึง 70 ตัว (แบ่งเป็น 2 แห่ง ทั้งศูนย์เรียนรู้และสถานที่โชว์ตัว) นอกจากนี้ยังพบว่า กรงเลี้ยงดูสุนัขไทยบางแก้วได้รับการติดมุ้งลวดกันยุงอย่างดี ประกอบกันช่วงนี้ เป็นช่วงฤดูผสมพันธ์หรือ ตัวเมียจะเป็นสัตว์ เจ้าของฟาร์มกำลังดูแล อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตัวผู้จะได้กลิ่นและมีความต้องการผสมพันธุ์ ซึ่งคนเลี้ยงจะต้องดูแลใกล้ชิด พร้อมกับคัดสรรสาย(พ่อ)พันธุ์  ไม่ให้ลูกออกมาดุร้าย ซึ่งสมาชิกสมาคมฯทุกคน ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้สุนัขไทยบางแก้วจะดุ ก็ไม่ถึงขั้นกัดเจ้าของ

 

ปลูกต้นซากุระเมืองไทย 20,000 ต้นสร้างถนนซากุระ

พิษณุโลกปลูกต้นซากุระเมืองไทย (นางพญาเสือโคร่ง) 20,000 ต้น ริมสองฝั่งถนนพิษณุโลก-เพชรบูรณ์ ยาว 30 กม. สร้างแลนด์มาร์คท่องเที่ยวถนนซากุระยาวที่สุด

 

 

วันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวนินทร์  วงศ์สถิตจิรกาล นายอำเภอนครไทย พร้อมด้วย นายนิพนธ์  จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เป็นประธานร่วม เปิด" โครงการปลูกต้นไม้ถนนซากุระเมืองไทยระยะ 30 กิโลเมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย" บนถนนหมายเลข 233 เริ่มปลูกตั้งแต่ริมถนนหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จนถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมภูทับเบิก เขตรอยต่อสองจังหวัด คือ จังหวัดพิษณุโลก-จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยปลูกทั้งสองฝั่งถนนระยะทาง 30 กิโลเมตร ระยะในการปลูกห่างกัน 3 เมตร ซึ่งใช้ต้นซากุระ (พญาเสือโคร่ง) ถึง 20,000 ต้น โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีความมุ่งเน้นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา ค้นคว้า วิจัยการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหลัก โดยเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความมั่นคงและสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ตามแนวทางของประชารัฐเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ยึดตามนโยบายของ พล.อ.สุรศักดิ์  กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการให้การช่วยปลูกป่า เพาะชำกล้าไม้ โดยใช้พื้นที่ป่าเป็นห้องเรียนให้กับเด็กและเยาวชน

สำหรับการปลูกป่าเป็นกิจกรรมหนึ่งในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ทรัพยากรป่าไม้ และช่วยเพิ่มความหลากหลายของระบบนิเวศ ที่สังคมมนุษย์จำเป็นต้องพึ่งพิงอาศัยในการดำรงชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม ปัจจุบันการปลูกป่ามีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน ที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ที่มีผลกระทบสภาพแวดล้อม และการดำรงชีวิตของมนุษย์ นอกจากนี้การปลูกป่าในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ยิ่งมีความสำคัญต่อประเทศ เพราะบ้านเรามีป่าต้นน้ำลำธารเป็นแหล่งผลิตน้ำตามธรรมชาติ ประชาชนทุกภาคส่วนจึงควรตระหนักในคุณค่าของป่าต้นน้ำลำธาร และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกๆ ฝ่าย ทุกๆคน ในทุกระดับ ได้ช่วยกันฟื้นฟูดูและรักษาระบบนิเวศน์ ต้นน้ำลำธาร เพราะทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศธรรมชาตินี้ ถ้าระบบนิเวศธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทุกคนก็จะได้รับผลเสียหายจากผลกระทบนั้นเช่นกัน ดังนั้นการมีส่วนร่วมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ป่าต้นน้ำลำธารสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อสังคมมนุษย์ได้อย่างยั่งยืน

ด้าน นายนิพนธ์  จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) กล่าวว่า ต้นไม้ 1 ต้น ถ้ามีขนาดใหญ่ จะมีความเย็นเท่ากับแอร์ขนาด 12,000 BTU เช่นนั้นการปลูกต้นไม้ 20,000 ต้น ในวันนี้นั้นเท่ากับทำให้จังหวัดพิษณุโลกเย็นลงกว่าเดิมทันที ซึ่งการปลูกต้นไม้นั้นไม่ยาก แต่การรักษาต้นไม้ให้เจริญเติบโตนั้นยากกว่า จึงอยากฝากให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษา ถ้าประชาชนหรือชาวบ้านพบเห็นต้นไม้ที่เราปลูกไว้เสียหาย หรือตายไป ให้ทำการปลูกซ่อมแซม แต่ถ้าทำไม่ได้ให้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่อุยานฯ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือ นายก อบต. ทราบและไปทำการปลูกทดแทน เราจะต้องช่วยกันดูแลและสร้างฝันที่จะทำให้จังหวัดพิษณุโลกของเรามีถนนที่มีต้นซากุระยาวถึง 30 กิโลกเมตร.

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL