อังคาร, มกราคม 16, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

นักท่องเที่ยวเที่ยวชมมนต์เสน่ห์ภูหินร่องกล้าช่วงหน้าฝน

 นักท่องเที่ยวยังคงแห่ชมความงานของดอกไม้ป่า ที่บานสะพรั่ง และสายหมอกฤดูฝน ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย 18 องศา

 

 

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 16 ฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากบริเวณประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน "ตาลัส" (Talas) โดยที่จังหวัดพิษณุโลก มีฝนตกบนพื้นที่สูงโดยเฉพาะที่ลานหินปุ่ม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งตลอดทั้งวันนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางไปสัมผัสกับอากาศเย็นท่ามกลางอุณหภูมิ 18 องศา เพื่อสัมผัสกับสายหมอกรอบ ๆ ตัว หากเดินเหนื่อยก็แวะพักเล่นธารน้ำตกที่ไหลเป็นธารน้ำเย็นเฉียบ และยลโฉมดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังผลิดอกบานอีกด้วย

โดยเฉพาะ "ดอกเปราะภู" ที่ผลิบานสีขาวสดในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ไม่ว่าลานหินปุ่ม ลานหินแตก และบริเวณรอบๆ ที่ทำการอุทยาน เต็มไปด้วยดอกเปราะภูที่ขาวสะพรั่ง ไม่เหมือนที่อื่น ๆ เนื่องจากดอกเปราะภูที่ขึ้นตามอุทยานแห่งชาติอื่น ๆ จะมีแต่สีชมพู ขณะที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะเป็นดอกสีขาวเนื่องจากแต่ละภูมิศาสตร์มีสภาพที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ดอกเปราะภูที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามีสีขาวสะอาด สด สวยงาม

นอกจากนี้ตลอดเส้นทางเดินไปยังลานหินปุ่ม-ผาชูธงนักท่องเที่ยวยังได้สัมผัสกับบรรยากาศช่วงหน้าฝนที่น่าตื่นตาตื่นใจที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความสวยงามของเหล่าดอกไม้ป่านานาชนิดโดยเฉพาะพระเอกของงานอย่าง "ดอกตาเหินไหว"เบ่งบานไปตลอดเส้นทางเดินสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูหินร่องกล้าในช่วงหน้าฝนได้เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับดอกตาเหินไหวนั้นเป็นไม้สกุลขิงข่าประเภทพืชอิงอาศัยมีดอกสีขาว พบได้ทั่วไปตามลานหิน ยอดภู หรือดอยที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1,100 เมตร และพบมากในเส้นทางเดินลานหินปุ่ม-ผาชูธง ออกดอกเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี และสำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่ชื่นชอบความสวยงามของดอกพญาลิ้นมังกรแล้วล่ะก็ตอนนี้เริ่มออกดอกเป็นปุ่ม ๆ แล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะบานสะพรั่งให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉมกันในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้.

 

ข้าวพันผักหลงลับแลพิษณุโลก สูตรประยุกต์โบราณ

ร้านข้าวพันผักหลงลับแลพิษณุโลก สูตรประยุกต์โบราณ  โดนใจผู้ชื่นชอบสุขภาพ หันมารับประทานจำนวนมาก

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าวพันผัก ถือเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีต้นตำรับอยู่ที่ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ และเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คนส่วนใหญ่นิยมรับประทาน   โดยที่จังหวัดพิษณุโลก ได้มีร้านข้าวพันผักที่มีประชาชนให้ความสนใจ เนื่องจากรสชาติที่อร่อย ไม่แตกต่างต้นตำรับทีเดียว ร้านดังกล่าวคือร้าน ข้าวข้าวพันผักหลงลับแลพิษณุโลก ตั้งอยู่ที่ริมถนนรถไฟ ติดกับร้านมดเดิน ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก เจ้าของร้านคือคุณเจนจิรา พรารัตน์เสถียร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 209/1 หมู่ 4 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เป็นเจ้าของร้านดังกล่าว

คุณเจนจิรา เล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองได้นำสูตรข้าวพันผักมาจาก อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์บ้านเกิด ซึ่งเป็นอาหารประจำถิ่นเพื่อสุขภาพ จากนั้นนำไปขายที่ จ.อยุธยา ได้ 6 เดือน จากนั้นได้ย้ายมาขายที่ จ.พิษณุโลก ได้ 2 เดือน ซึ่งผลปรากฎว่ามีลูกค้ามารับประทานกันจำนวนมาก เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยไม่เผ็ด และที่สำคัญเป็นที่ชื่นชอบของผู้ทีรักสุขภาพเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเป็นเมนูข้าวพันผัก ข้าวเปิ๊บ  ข้าวพันไม้ หมี่ขยุ่ม  นอกจากนี้ ตนยังได้คิดสูตรประยุกต์สำหรับผู้ที่ไม่ชอบรับประทานพักมากนัก ด้วยนำหมูหมัก หมูแดง หมูตุ๋น ขาไก่ มาร่วมรับประทาน เป็นเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวพันผักหมูแดง ข้าวพันผักหมูตุ๋น /หมูหมัก  ข้าวเปิ๊บหมูแดง หมูหมัก หมูตุ๋น  ข้าวพันผักสุกี้แห้ง ข้าวพันผักเย็นตาโฟ เป็นต้น ซึ่งราคานั้นก็ไม่แพง เพียงเริ่มต้นอยู่ที่ 30-40 บาทเท่านั้น

โดยหลังจากประยุกต์เมนูข้าวพันผัก ก็มีผู้ที่ชื่นชอบรักสุขภาพมารับประทานกันจำนวนมาก และผู้ที่ชื่นชอบเมนูข้าวพันผักที่ต้องการรับประทานหมู ไก่ ก็มาสั่งรับประทานกันเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยถูกปาก โดยร้านข้าวพันผักหลงลับแลพิษณุโลก จะเปิดให้บริการเวลา 10.30-20.00 น.เป็นประจำทุกวัน ใครที่ชื่นชอบก็สามารถไปรับประทานกันได้

 

ศุภชัย  สิธานนท์ / พิษณุโลก

 

ชาวนาบางระกำระดมเกี่ยวข้าวหนีฝน

ชาวนาในเขตอ.บางระกำ จ.พิษณุโลกพื้นที่ปลูกข้าวในโครงการบางระกำโมเดล 60 ระดมจ้างรถเกี่ยวข้าวหวั่นเจอฝนหนัก น้ำท่วมข้าวเน่า โอดครวญปีนี้ราคาตกต่ำ ได้ตันละ 5,900-6,300 บ. หลายรายต้องเร่งเกี่ยวข้าวเขียวก่อนกำหนด หวั่นทั้งพายุและน้ำเหนือมาเกี่ยวไม่ทัน

 

 

วันที่ 18 กรกฏาคม 2560 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกระยะนี้สภาพอากาศปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝน และมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือในระยะนี้ ส่งผลกระทบกับเกษตรกรชาวนาในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ที่ปลุกข้าวในโครงการบางระกำโมเดล 60 ขณะนี้ ข้าวเริ่มได้กำหนดเก็บเกี่ยวหลายพื้นที่แล้ว แต่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ทำให้น้ำท่วมขังแปลงนา ต้นข้าวล้ม แม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำยมและลำคลองสาขาจะยังไม่ถึงวิกฤติล้นตลิ่ง แต่จำนวนมาก ได้เร่งว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวมาเร่งเก็บเกี่ยวข้าวจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ต.ท่านางงาม ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ ขณะนี้มีรถเกี่ยวข้าวหลายสิบคันมาเกี่ยวข้าวในแปลงนา ซึ่งส่วนมาก เมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว ก็จะนำข้าวใส่รถบรรทุกไปขายที่ท่าข้าวทันที และราคาช่วงนี้ค่อนข้างต่ำมาก ขายได้เฉลี่ยตันละ5,900=6,300 บาท ขึ้นอยู่กับความชื้นของข้าว นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายราย ที่แม้ข้าวจะยังไม่แก่เต็มที่ เหลือเวลาอีก 7-10 วัน ก็ได้ว่าจ้างรถมาเกี่ยวข้าวแล้ว เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ต่ำ เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำฝนเข้าท่วมแปลงนา

นายบุญสืบ  จำปาหล้า อายุ 52 ปี ชาวนาม.9 บ้านตะแบกงาม ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ปีนี้ทำนา 60 ไร่ เป็นที่นาของตนเอง 20 ไร่ และเช่าทำ 40 ไร่ ขณะนี้ข้าวถึงอายุเก็บเกี่ยวได้แล้ว ราคาปีนี้ค่อนข้างต่ำ ได้ตันละ 5,900-6,300บาท เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกตลอด ข้าวที่เกี่ยวมีความชื้นสูงมาก ขณะที่อีกจำนวนมากที่อยู่ในที่ต่ำ ถูกน้ำฝนท่วมแปลงนา จะสูบออกคลองก็สูบไม่ได้ เพราะระดับน้ำในคลองเริ่มสูง หลายคนจึงเริ่มจ้างรถเกี่ยวมาเกี่ยวข้าวก่อน แม้ว่าจะยังเหลืออีก 7-10 วันจะถึงอายุเก็บเกี่ยว ทำให้ได้ข้าวเขียว ราคาต่ำลงอีก แต่ดีกว่าไม่เกี่ยว เพราะปล่อยไว้อาจจะถูกน้ำท่วมรวงข้าวที่ล้มเน่าได้

นางยุพา  พจนา ชาวนาม.3 บ้านวังแร่ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ เปิดเผยว่า ทำนา 30 ไร่ ได้เก็บเกี่ยวหมดแล้วเมื่อวานนี้ได้ผลผลิตประมาณ 30 ตัน ขายได้ตันละ 6,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างต่ำ หักค่ารถเกี่ยว ค่าปุ๋ย ค่ายา ก็แทบจะไม่เหลือกำไร หลังเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ตนก็นำข้าวมาตาก เพื่อเก็บไว้ทำพันธุ์ข้าวปลูก และบริโภคเอง

นอกจากนี้ จากการสำรวจการเกี่ยวข้าวของชาวนาพบว่านาข้าวแทบทุกแปลงที่เก็บเกี่ยวช่วงนี้จะมีความชื้นสูง จากฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่บางแปลง น้ำก็ท่วมข้าวเร็วมาก เนื่องจากไม่สามารถอุดท่อระบายน้ำได้ทัน ทำให้ต้องเร่งนำรถมาเกี่ยวข้าวที่ยังไม่แก่เต็มที่ ขายได้แค่ตันละ 3,000-4,000 บาท

 

ศุภชัย  สิธานนท์ / พิษณุโลก

   

ผู้ใหญ่สอนผู้เยาว์ ดำนา สืบสานวิถีชีวิต

ชาว ต.ไทรย้อย จัดกิจกรรม "ผู้ใหญ่สอนผู้เยาว์ ดำนา สืบสานวิถีชีวิต" โดยข้าวที่ได้นำไปสีเป็นข้าวสารมอบผู้พิการ ผู้ยากไร้ในพื้นที่

 

 

          ที่แปลงนาสาธิต ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เทศบาลตำบลไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน และผู้สูงวัย ที่สังกัดโรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลไทรย้อย ได้ร่วมกันสอน น้อง ๆ นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ เรื่องการ”ดำนา” ซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิม ของชาวนาในตำบลไทรย้อย ที่นับวันคนรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้ถึงกรรมวิธีดำนาแบบดั้งเดิม โดยในกิจกรรมครั้งนี้มีการสอนทั้งภาคทฤษฎี และลงแปลงนาเพื่อปฏิบัติจริง

 

ทั้งนี้ การ “ดำนาด้วยมือ” เป็นหนึ่งในขั้นตอนของการปลูกข้าว ที่ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากมีกรรมวิธีอื่น รวมทั้งมีเครื่องมือ เครื่องจักรกลทางการเกษตรเข้ามาทดแทน แต่ในอดีต “การดำนา” นับว่าเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่นอกเหนือจากการปลูกข้าวแล้ว การดำนา ยังเสริมสร้างความรักความสามัคคี รวมทั้งความเสียสละให้กับคนในชุมชน กิจกรรม ผู้ใหญ่ สอนผู้เยาว์ “ดำนา” ในวันนี้ จัดขึ้นก็เพื่อสืบสานวิถีชีวิตชาว ต.ไทรย้อย ที่มีมาแต่เดิม ให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ นอกจากนี้ แปลงนาข้าวที่เด็ก ๆ ร่วมกันลงมือ “ดำนา” เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ผลผลิตที่ได้ส่วนหนึ่งเก็บไว้ทำเมล็ดพันธ์เพื่อเพาะปลูกในครั้งต่อไป และที่เหลือก็จะนำไปสีเป็นข้าวสารเพื่อนำไปมอบให้กับผู้พิการ ผู้ยากไร้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้อีกด้วย

 

 

 

ชาวบ้านแห่ซื้อเมนูปูนาหลังฝนตก

 เริ่มเข้าหน้าฝน ปูนาเริ่มออกชุกมาก ทำให้มีพ่อค้าแม่ค้านำมาทำเป็นเมนูพื้นบ้าน จากปูนาหลากหลายชนิด มาวางจำหน่ายจำนวนหลายเจ้า ราคาเฉลี่ยตั้งแต่ชุดละ 20-30 บาท

 

 

วันที่ 15 กค. 60 ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตลาดเช้าที่ชาวเมืองพิษณุโลกนิยมมาซื้อหาอาหารเช้ารับประทานมากที่สุดของจังหวัด ช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าฝน ปูนาเริ่มออกชุกมาก และเป็นเมนูยอดนิยมของหลาย ๆ คน ในวันนี้ มีเมนูพื้นบ้านบ้าน จากปูนาหลากหลายชนิด มาวางจำหน่ายจำนวนหลายเจ้า ราคาเฉลี่ยตั้งแต่ชุดละ 20-30 บาท

พ่อค้าแม่ค้าตลาดใต้ บอกว่า ช่วงนี้ปูนาเริ่มออกมาจำนวนมาก ตามพื้นที่ทำนาต่าง ๆ ทั้งจากเขตอ.เมืองพิษณุโลก อ.บางระกำ อ.พรหมพิราม อ.วังทอง มีผู้นำมาจับขายส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้า ไม่แน่ใจว่าปีนี้จะยังมีปูนามากน้อยแค่ไหน เพราะเมื่อชาวนาเริ่มทำนา ปูนาถือเป็นศัตรูพืช ที่กัดกินต้นข้าว จึงมีการกำจัดปูนา แต่ช่วงนี้ ปูนาที่รับมาเป็นปูนาที่ยังเป็น ๆ มีชีวิตอยู่ จึงรับประกันได้ว่า ไม่ใช่ปูนาที่ถูกจับมาโดยสารเคมีกำจัดปูนา

สำหรับเมนูจากปูนาที่วางจำหน่ายในตลาดใต้เช้าวันนี้มีหลากหลายมาก เมนูพื้น ๆ ที่สุด คือ ปูนาต้ม ใส่ถุงจำหน่ายถุงละ 20 บาท และยังมีปูนาที่ยังเป็น ๆ มีชีวิต รวมถึงปูนาดอง ขายราคาถุงละ 20 บาทเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการนำปูนามาทำอาหารอีกหลายเมนู ได้แก่ หลนปูนา เป็นต้น

นางยุพิน  แก้วชาวนา แม่ค้าขายปูนาเปิดเผยว่า ทุกหน้าฝนจะเป็น เป็นร้านที่ขายปูนาแบบครบวงจรเลยทีเดียว มีปูนาต้ม ก้ามปู ปูดอง ปูนาตัวเป็น ๆ ใส่ถุงวางขาย ช่วงนี้เพิ่งเริ่มฝน เริ่มจับปูนาได้  ได้ทำมันปูนา ใส่ถุงขาย ถุงละ 50  บาท น้ำหนักประมาณขีดกว่า ๆ หรือ ขายกิโลกรัมละ 350  บาท  ปีนี้ลดราคาลงหน่อย จากปีที่แล้วขายกก.ละ 400 บาท เพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนซื้อของน้อยลง

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL