อังคาร, มกราคม 16, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

เป็ดไล่ทุ่ง-นกปากห่างหากินหอยเชอรี่ศัตรูข้าวเต็มทุ่งนาอ.บางระกำ

ทุ่งนาในเขตอ.บางระกำ จ.พิษณุโลกกำลังอยู่ในช่วงเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อให้หนีทันน้ำที่จะมาท่วมทุ่งในกลางเดือนสิงหาคมนี้ และเต็มไปด้วยเป็ดไล่ทุ่งหลายฝูง ปล่อยให้กินเศษข้าวเปลือก และหอยเชอรี่ ศัตรูพืชของนาข้าว ขณะที่ตามทุ่งนาและท้องฟ้าต่างเต็มไปด้วยนกปากห่างบินว่อน

 

 

สถานการณ์น้ำท่วมในจ.พิษณุโลก ที่แม่น้ำยมเขตอ.บางระกำ จ.พิษณุโลกอยู่ในช่วงทรงตัว แม่น้ำยมในเขตอ.บางระกำ  ที่สถานีวัดระดับน้ำ Y 64 ที่อ.บางระกำวัดได้ 6.77  เมตร มีน้ำไหลผ่าน 397  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สูงกว่าระดับตลิ่งที่ 6.40 เมตร หรือ รองรับน้ำไหลผ่าน 365 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ก็มีนาข้าวทางตอนบนของอ.บางระกำ ในเขตต.คุยม่วง และ ต.ชุมแสงสงครามได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมบ้างหลายพันไร่ ขณะนี้ นาข้าวในเขตต.ชุมแสงสงคราม ต.ท่านางงาม เกษตรกรต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อให้กันก่อนฤดูน้ำหลากที่คาดว่าน้ำจากแม่น้ำยมอาจจะส่งผลกระทบล้นตลิ่งมากขึ้นอีกรอบหลังจากฝนตกชุกหนาแน่นในเดือนสิงหาคมนี้

และตามทุ่งนาในเขตอ.บางระกำ จ.พิษณุโลกในขณะนี้ ก็เต็มไปด้วยฝูงเป็ดไล่ทุ่งจำนวนหลายฝูง นับหมื่น ๆ ตัว ผู้เลี้ยง ได้นำมาปล่อยหากินในนาข้าวที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว ให้เป็ดได้หากินเศษข้าวเปลือกที่ตกอยู่ในทุ่งนา หอยเชอรี่ หอยขม ที่เป็นศัตรูของนาข้าว  ซึ่งแต่ละฝูง จะมีเป็ดเมียอยู่ประมาณ 2,000-4,000 ตัว ผู้เลี้ยงจะเคลื่อนย้ายฝูงเป็ดไปเรื่อย ๆ เมื่ออาหารในทุ่งนาเริ่มหมด

ที่บ้านท่านางงาม ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีครอบครัวชาวกัมพูชา มารับจ้างผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งชาวอ.บางระกำ คอยดูแลปล่อยเป็ดไล่ทุ่งออกหากิน และไล่ต้อนกลับเข้าคอกชั่วคราวที่ทำไว้ โดยผู้ดูแลเป็ดไล่ทุ่งนั้น จะกินอยู่หลับนอนในรถพ่วงชั่วคราว ที่ออกแบบเป็นบ้านเคลื่อนที่ขนาดเล็ก เพราะต้องนอนเฝ้าเป็ดไล่ทุ่งตลอด คอยปล่อยออกไปหากินในทุ่งนา เก็บไข่ และต้อนกลับเข้ามาในคอก

นอกจากนี้ ท้องฟ้าบางระกำ จ.พิษณุโลก ขณะนี้เต็มไปด้วยนกปากห่าง บินว่อนเต็มไปหมด ซึ่งมาปักหลักสร้างถิ่นอาศัยอยู่บริเวณป่าริมแม่น้ำยมด้านหลังวัดปากคลองชุมแสง ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ มาเป็นเวลานานแล้ว ในทุกเช้า ฝูงนกปากห่างจะบินออกจากรังไปหากินตามทุ่งนา อาหารหลักคือ หอยเชอรี่ และหอยชนิดต่าง ๆ กระจายไปทั่วทั้งเขต จ.พิษณุโลก พิจิตร และสุโขทัย เป็นนกที่ช่วยจำกัดศัตรูพืชในนาข้าวได้เป็นอย่างดี

 

ชาว ต.บ้านกร่างลงแขกช่วยเกี่ยวข้าวน้ำท่วม 500 ไร่ หลังฝนลงซ้ำ

ชาวบ้าน  ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก ช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวถูกน้ำท่วม หลังฝนตกหนักมาก ในทุ่งนาบ้านแม่ระหัน ทำให้น้ำขังในพื้นที่แอ่งกะทะระบายไม่ออก  เหลือเก็บเกี่ยวอีกประมาณ 500 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายไปแล้ว 70 ไร่

 

 

วันที่ 5 สค. 60 ที่ทุ่งนาบ้านแม่ระหัน ม. 10 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ยังคงเหลือนาข้าวที่รอการเก็บเกี่ยวและกำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมข้าว สูงระดับครึ่งเอว หรือประมาณ 40-50 เซนติเมตรอีกบางแปลง โดยเฉพาะบริเวณแปลงนาของนางทองสุก ชัยทน ชาวบ้านม.10 บ้านแม่ระหัน น้ำจากน้ำฝนที่ตกหนักมากอย่างต่อเนื่อง ได้ไหลลงมาที่แปลงนาของนางทองสุก ที่ข้าวพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว แต่ไม่สามารถนำรถเกี่ยวข้าวลงได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงมาก และไม่สามารถระบายออกไปได้ วันนี้ นายอนุชิต  โมลา กำนันต.บ้านกร่าง นายอดุลย์  โมลา อดีตกำนันต.บ้านกร่าง พร้อมเพื่อนบ้าน ได้เข้ามาช่วยเหลือ ลงแขก เอาแรงช่วยกัน นำเคียวลงไปเกี่ยวข้าวในนาของนางทองสุกที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 7 ไร่ ขึ้นมา

นางทองสุก ชัยทน เปิดเผยว่า ตนปลูกข้าวประมาณ 22 ไร่ ส่วนหนึ่งได้เก็บเกี่ยวข้าวเขียว เหลือเก็บเกี่ยวข้าวก่อนกำหนดไปแล้ว ได้ราคาประมาณตันละ 4,000 บาท ยังเหลืออีกส่วนหนึ่ง 7 ไร่ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ เนื่องจากน้ำท่วมนาข้าวในระดับที่สูงมาก รถเกี่ยวลงเกี่ยวไม่ได้ จึงขอแรงเพื่อนบ้านมาใช้เคียวเกี่ยวข้าวขึ้นมาเพื่อนำไปตากให้แห้ง อาจจะยังพอเหลือขายได้บ้าง

สภาพที่นาของนางทองสุกนั้น อยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 1 กิโลเมตร ชาวบ้านต้องนำรถอีแต๊กบรรทุกเรือลงไป เพื่อบรรทุกข้าวที่เกี่ยวแล้วขึ้นมาตากบนลานข้างบ้านพัก และในการเกี่ยวข้าวในน้ำวันนี้ นายอดุลย์  โมลา วัย 79 ปี อดีตกำนันต.บ้านกร่าง ได้ลงไปช่วยชาวบ้านเกี่ยวข้าวในน้ำด้วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม

ทั้งนี้ สภาพทุ่งแม่ระหัน ในบ้านแม่ระหัน ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลกนั้น เป็นพื้นที่ต่ำลุ่มน้ำยม และมักจะได้รับอิทธิพลจากแม่น้ำยมสายเก่าเอ่อล้นตลิ่งสร้างความเสียหายในช่วงหน้าฝนเกือบทุกปี ปีนี้ภาครัฐและประชาชนได้ร่วมแผนบางระกำโมเดล 60 ส่งน้ำมาให้เกษตรกรได้ปลูกข้าวได้เร็วขึ้นในวันที่ 1 เมษายน 2560 เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวทันในต้นเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งแปลงนาส่วนใหญ่ เกือบ 10,000 ไร่ กว่า 90  % เก็บเกี่ยวหมดแล้ว เหลือเพียงบางแปลงที่ปลูกล่าช้า ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทัน ประมาณ 500 ไร่ และกำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมจากสาเหตุน้ำฝนที่ตกมาก และไม่สามารถระบายออกได้ และคาดว่า ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปถึงเดือนตุลาคม สภาพทุ่งแม่ระหัน ก็จะเริ่มเต็มไปด้วยน้ำที่รับน้ำมาจากแม่น้ำยมสายเก่า เพื่อเก็บไว้ในทุ่ง รอการระบายในภายหลัง

 

แม่ลูกอ่อนคนสู้ชีวิตพาลูก 10 เดือนตระเวนเก็บขยะรีไซเคิลขาย

คนขยันไม่อดตาย คุณแม่ลูกอ่อนคนสู้ชีวิต พาลูกชายวัย 10 เดือนขึ้นรถพ่วงข้าง ออกตระเวนเก็บขยะรีไซเคิลตามถังขยะในเขต อ.เมืองพิษณุโลกขาย เป็นรายได้เสริมช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัว

 

 

วันที่ 30 กรกฏาคม 2560 ที่จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวพบภาพประทับใจ คนสู้ชีวิต คุณแม่ลูกอ่อนคู่หนึ่ง พากันออกตระเวนเก็บขยะรีไซเคิลตามถังขยะต่าง ๆ เพื่อนำไปขาย เป็นรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว ใครพบเห็นต่างยกนิ้ว ชื่นชมในความขยัน คุณแม่ลูกอ่อนคู่นี้ คือนส.อัจฉรา  มั่นคง หรือ ติ๊ก อายุ 26 ปี ภูมิลำเนาอยู่ซอยชนโคซอย 1 อ.เมืองพิษณุโลก ในทุก ๆ วัน ใช้รถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง ออกตระเวนเก็บขยะในเขตต.อรัญญิก และในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ในรถพ่วง มีน้องเก้า ดช.อธิคม  ไชโย อายุ 10 เดือน บุตรชายคนเล็กนั่งมาด้วย โดยมีร่มหนึ่งคัน ใช้บังแดด บังฝน

โดยจุดที่พบเห็นแม่ลูกคู่นี้ประจำคือบริเวณถังขยะในซอยชนโค เขตเทศบาลนครพิษณุโลก ซอยแป้งนวล ซอยวัดเขื่อนขันธ์ ในเขตต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก รวมถึงตามถนนสายหลักต่าง ๆ สถานีขนส่งผู้โดยสารพิษณุโลก คุณติ๊ก จะขี่รถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง จอดแวะตามถังขยะต่าง ๆ เลือกเก็บขยะที่สามารถนำไปขายต่อได้ อาทิ ขวด กระป๋อง กระดาษหนังสือพิมพ์ ลังกระดาษ เป็นต้น

นส.อัจฉรา เปิดเผยว่า ตนและสามีนายอดิสร  ไชโย เช่าบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณซอยชนโคซอย 1 ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก มีลูกด้วยกัน 3 คน คนโตอายุ 8 ขวบ เรียนชั้นป.2 คนกลาง อายุ 6 ขวบ เรียนชั้นป.1 โรงเรียนวัดศรีวิสุทธาราม ส่วนน้องเก้าคนเล็ก อายุ 10 เดือน ซึ่งสามีตนทำงานที่โรงงานรับซื้อขยะรีไซเคิลCW ในเขตต.บึงพระ มีรายได้วันละ 300 บาท ส่วนตนนั้นต้องเลี้ยงลูกคนเล็ก จึงไม่สามารถออกทำงานได้ กระทั่งน้องเก้าเริ่มมีอายุได้ประมาณ 5 เดือน จึงเริ่มพาน้องเก้า ออกตระเวนเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อนำมาขาย มีรายได้จากการขายขยะ 2,000-3,000 บาท ต่อเดือน เป็นการช่วยค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ ถ้าไม่ทำ เงินในครอบครัวก็จะไม่พอใช้

นส.อัจฉรา เผยต่อว่า ในแต่ละวันจะออกสองช่วง ช่วงเช้าประมาณ 11.00 น. ช่วงบ่ายประมาณ 15.00 น. น้องเก้าก็เริ่มคุ้นเคยกับการที่ออกมาทุกวัน ไม่งอแงอะไร บางครั้งมีคนมาพบเห็นก็ถามว่าร้อนหรือไม่ บางคนให้ขนมน้องเก้ากิน  ถ้าเราไม่ทำก็จะไม่พอกิน

   

ชาวนาบางระกำหวั่นน้ำทะลักนาข้าวที่กำลังออกรวง

ชาวนา ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ไม่สบายใจหลังน้ำแม่น้ำยมสูงขึ้นเล็กน้อย ช่วยกันกรอกกระสอบทราย และทำคันดิน เพื่อไม่ให้น้ำไหลท่วมนาข้าวในนาหลายร้อยไร่ ที่กำลังออกรวง อีก 10 – 15 วัน ก็จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว

 

 

ชาวนาที่มีผืนนา อยู่บริเวณหน้าวัดพรหมเกสร ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ที่มีอยู่จำนวนหลายร้อยไร่ กำลังช่วยกันทำคันดิน และกรอกกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำที่กำลังจะเอ่อล้นมาจากแม่น้ำยม ที่หลากมาจากจังหวัดสุโขทัย และสังเกตดูระดับน้ำ ก็เริ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ชาวนาเกิดความไม่สบายใจอย่างมาก เพื่อความมั่นใจจึงตัดสินใจมาช่วยกันทำคันดินและวางกระสอบทราย เพราะเกรงว่าหากเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาจะแก้ไขไม่ทัน โดยเป็นการเตรียมการป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมผืนนา ที่กำลังออกรวง ที่อีกประมาณ 10 – 15 วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ชาวนาหลายคนบอกว่าปีนี้ฝนมาเร็วมาก ทำให้การคาดการณ์ผิดไป ปกติจะเก็บเกี่ยวเสร็จก่อนแล้วน้ำจึงจะเริ่มไหลบ่ามา โดยได้นำทราย และกระสอบปุ๋ยเหลือใช้ ช่วยกันกรอกทรายใส่ใช้เชือกมัดปากถุง พร้อมนำรถอีแต๊ก บรรทุกเข้าไป จากนั้นใช้คนแบกแล้ววางเรียงเป็นแนวยาว คาดว่าจะพอช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลบ่าเข้าไป ก่อนถึงวันเก็บเกี่ยว

 

ชาวนาพิษณุโลกเร่งเกี่ยวข้าวหนีฝนหวั่นข้าวเน่า

  ชาวนาในพื้นที่อำเภอบางระกำ เร่งเกี่ยวข้าวทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดเกี่ยว หวั่นฝนตกติดต่อนานทำให้น้ำท่วมขังแล้วข้าวจะเน่า ตัดสินใจจ้างรถเกี่ยวและขอแรงเพื่อนบ้านช่วยเหลือเกี่ยวข้าว

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า ชาวนา จ.พิษณุโลก ซึ่งทำนาในพื้นที่ลุ่มต่างทุกข์ใจเนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ทุกวันในระยะนี้ ส่งผลให้มีน้ำขังในนาข้าวหลายหมู่บ้าน ขณะที่อายุข้าวใกล้เก็บเกี่ยวได้แล้ว ทำให้ชาวนาหลายรายไม่รอให้ครบกำหนด 100 วัน เร่งจ้างรถเกี่ยวลุยเกี่ยวข้าวกันทั้ง ๆ ที่น้ำยังท่วมขังอยู่

นางซิ้ม  นิ่มงามศรี อายุ 51 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 บ้านวังแร่ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ เปิดเผยว่า ตนเช่านาปลูกข้าวทั้งหมด 100 ไร่ ข้าวที่หว่านรุ่นแรกตอนนี้มีอายุได้ประมาณ 93 วัน แต่ก็ต้องตัดสินใจเกี่ยว เพราะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง นาของตนอยู่ในที่ลุ่มน้ำฝนเลยขังไม่สามารถระบายได้ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำยมสายหลักมีระดับสูงขึ้น จนทำให้น้ำยันกันต้องใช้วิธีการสูบน้ำออกเท่านั้น เลยตัดสินใจจ้างรถเกี่ยวแต่ก็ไม่ทันเพราะฝนตกทุกวันเลย ทำให้มีส่วนหนึ่งประมาณ 10 ไร่ ต้องระดมแรงเพื่อนบ้านมาช่วยกันเกี่ยว คาดว่าข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ช่วงนี้จะขายได้สูงสุดไม่เกิน 5,100 บาท หากข้าวเขียวก็คงจะอยู่ในราคาตันละ 3,500 ถึง 4,000 บาทเท่านั้น ถ้าไม่เกี่ยวข้าวก็จะเน่าเสียหาย

ขณะเดียวกันชาวบ้านหมู่ 9 บ้านตะแบกงาม และหมู่ 1 บ้านบางบ้า ต.ชุมแสงสงคราม ที่มีนาอยู่ในที่ลุ่มก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากนาข้าวที่ใกล้เกี่ยวได้แล้วมีน้ำขังไม่สามารถระบาย เพราะน้ำในคลองกล่ำ คลองชุมแสงสงคราม มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางรายข้าวมีอายุแค่ 82 วัน ก็ตัดสินใจเกี่ยว เพราะรถเกี่ยวยังสามารถลงไปเกี่ยวข้าวได้ ส่วนชาวนาที่บ้านหมู่ 1 บ้านท่านางงาม และหมู่ 2 บ้านกรุงกรัก ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ ก็มีนาข้าวถูกน้ำฝนขังอยู่ในนาข้าวเกือบ 100 ไร่ ชาวนาต้องเร่งสูบน้ำออกจากนาข้าว บางรายก็จ้างรถเกี่ยวเกี่ยวข้าวทันที เพราะเชื่อว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงนี้อีก

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL