อังคาร, มกราคม 16, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

เดินป่าชมดอกลิ้นมังกรสีชมพูที่น้ำตกหมันแดงอช.ภูหินร่องกล้า

 

นักท่องเที่ยวผจญภัยนิยมมาเดินป่าฝ่าดงทาก เข้าไปชมความงามของดอกลิ้นมังกรสีชมพู ออกดอกบานสะพรั่งช่วงเดือนสิงหาคมบนโขดหินหน้าน้ำตกหมันแดง อช.แห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก  ต่างประทับใจมีให้ชมความงามแค่ปีละครั้งในช่วงหน้าฝน

 

 

วันที่ 21 สิงหาคม 2560   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  หลังจากดอกลิ้นมังกร ที่บริเวณน้ำตกหมันแดง  ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ได้ออกดอกบานในช่วงฤดูฝน หรือปลายเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม  ซึ่งปีหนึ่ง จะออกดอกแค่ครั้งเดียว โดยดอกลิ้นมังกรจะออกดอกบานพร้อมกันเป็นสีชมพูสด เกาะอยู่บนโขดหินหน้าน้ำตกหมันแดง  นักท่องเที่ยวที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ชมความงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม  ต่างเดินทางไปเที่ยวชมและถ่ายรูปกันอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าเป็นช่วงระยะเวลาอันสั้นที่ดอกลิ้นมังกร จะออกดอก และที่สำคัญดอกลิ้นมังกร ที่บริเวณน้ำตกหมันแดงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะมีสีชมพูสดที่เดียว ซึ่งถือว่าแตกต่างจากที่อื่นจะออกสีส้ม  

ในช่วงหน้าฝนนี้ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าน่าเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่แพ้ช่วงฤดูหนาว  เพราะมีดอกไม้นานาพันธุ์ให้ชมมากมาย โดยเฉพาะดอกลิ้นมังกร ที่กำลังออกดอกสวยงามในขณะนี้ นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทางหลัก เริ่มจากหน่วยพิทักษ์น้ำตกหมันแดง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร  โดยเป็นเส้นทางเดินป่าไต่ลงเข้า ต้องเข้าชมก่อนเวลา 10.00 น. เนื่องจากใช้เวลาเดินป่าประมาณ 2 ชั่วโมง และต้องเผื่อเวลาเดินกลับเพื่ออกจากน้ำตกในเวลา 14.00 น. และอีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทางหลังน้ำตกโดยเดินเข้าทางหมู่บ้านหมันขาว ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ( เข้าไปทางบ้านภูทับเบิก )  ระยะทาง 1 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินที่สั้นกว่า  ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ 19-20 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พากันเดินป่าเข้ามาชมดอกลิ้นมังกีหน้าน้ำตกหมันแดง นักท่องเที่ยวจากจ.เชียงราย บอกว่า รู้สึกประทับใจมาก ที่ได้เข้ามาชม แม้ว่าการเดินป่าจะค่อนข้างเหนื่อยและยากลำบาก แต่เมื่อมาเห็นน้ำตกหมันแดงและดอกลิ้นมังกรแล้วก็หายเหนื่อย

นายมนัส  สีเสือ จนท.ประจำศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเปิดเผยว่า ดอกลิ้นมังกรสีชมพูที่น้ำตกหมันแดงจะออกดอกบานหน้าน้ำตกเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น จะบานเต็มที่ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี  นักท่องเที่ยวที่สนใจต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมสำหรับการเดินทางด้วยเช่นกัน ร่ม เสื้อกันฝน ถุงพลาสติกสำหรับกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ รองเท้าผ้าใบ เป็นต้น รวมทั้งถุงกันทากที่จะมีมากในช่วงหน้าฝนในป่าดิบชื้น  และต้องช่วยกันรักษาธรรมชาติ ไม่ขึ้นไปบนโขดหินที่มีดอกลิ้นมังกรขึ้นอยู่ เก็บขยะทุกชิ้นออกมาให้หมด

จากการคาดการณ์ของเจ้าหน้า นับจากวันนี้ 21 สิงหาคม 2560  ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดอกลิ้นมังกร สีชมพูที่น้ำตกหมันแดง บานสะพรั่งเต็มที่ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่าและชมความงามทางธรรมชาติสามารถติดต่อขอคำแนะนำได้ที่ 0955089539  หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูหินร่อง น้ำตกหมันแดง

 

หนุนหมี่ซั่วขึ้นเมนูหลักในโรงแรม

จังหวัดพิษณุโลก หนุนหมี่ซั่ว เป็นอาหารหลักสร้างมูลค่าผ่านการจัดการท่องเที่ยวหลายด้วยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงแรม The Park ถนนบรมไตรโลกนารถ อ.เมืองพิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "สานพลังประชารัฐ รณรงค์ ผัดหมี่ซั่ว สีทองสองแคว" ครั้งที่ 2 ซึ่งทางจังหวัดพิษณุโลกได้แต่งตั้งคณะทำงาน สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ตามภารกิจของ D๓ การส่งเสริมการท่องเที่ยว & Mice โดยใช้ อัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าผ่านการจัดการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมต่างๆ ที่จะนำเมนูหมี่ซั่ว มาเป็นอาหารเมนูหลัก เพื่อให้นักท่องเที่ยวชิมกัน

โดยทางคณะทำงานได้พิจารณาเห็นว่า หมี่ซั่ว เป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูปมาปรุงอาหารพร้อมรับประทานให้แก่นักท่องเที่ยว และยังเป็นของฝากของจังหวัดพิษณุโลก เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารให้กับนักท่องเที่ยวรับประทาน  จะยิ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้จังหวัดพิษณุโลกอีกทางหนึ่ง

ดังนั้นภาครัฐจึงร่วมกับเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดกิจกรรม “สานพลังประชารัฐ รณรงค์ ผัดหมี่ซั่ว สีทองสองแคว” ครั้งแรกที่ โรงแรมรัตนาปาร์ค ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบธุรกิจ 8 ราย คือ เครือโรงแรมเดอะแกรนด์ริเวอร์ไซด์,เดอะพาร์คพิษณุโลก,ภัทธารารีสอทร์แอนด์สปา /โรงแรม MayFlower Grande / โรงแรมพิษณุโลกออคิด /ภัตตาคาร ส.เลิศรส /  ภัตราคารเกษนรี เบเกอรี่ แอนด์ เรส์เตอร /ภัตตาคารบักกุ๊ดเต๋ / ยูไนเต็ดคลับเฮ้าส์ และผู้ผลิตหมี่ซั่วมังกรทอง เข้าร่วมปรุงเมนูผัดหมี่ซั่วด้วยเมนูที่หลากหลาย และจะนำไปเป็นเมนูหลักให้นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวรับประทาน อาทิ ผัดหมี่ซั่ว หมี่ซั่วน้ำเงี้ยว เป็นต้น

นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของประชารัฐ อันหมายถึงความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิ องค์กรภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาชน ประโยชน์ของกิจกรรมในครั้งนี้ในท้ายที่สุดก็จะส่งผลด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก ความรักความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวจังหวัดพิษณุโลกในทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลในเวลานี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งหรือจุดเริ่มต้นของโครงการประชารัฐในเรื่องอื่นๆ ด้วย  เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งของประชาชน นักธุรกิจในจังหวัดพิษณุโลก และให้เกิดความยั่งยืนจนถึงเทศกาลกินเจของชาวไทยเชื้อสายพุทธด้วย และเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติต่อไป

 

มะลิพุ่งกก.1,200 ใช้ดอกพุดดอกรักร้อยมาลัยวันแม่

แม่ค้าขายดอกไม้ต่างใช้ดอกพุด ดอกรัก ร้อยพวงมาลัยวันแม่จำหน่ายในตลาดสด ทดแทนดอกมะลิที่ทั้งแพงและขาดตลาด พุ่งไปกก.ละ 1,200 บาท ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก

 

 

วันที่ 11 สิงหาคม 2560 สำรวจตลาดการจำหน่ายพวงมาลัยวันแม่ ที่จะขายดีมาก ๆ ในช่วงเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก บรรดาแม่ค้าจำนวนหลายร้าน ต่างเร่งร้อยพวงมาลัยวันแม่ วางจำหน่ายให้ลูกค้า แต่ปีนี้ ดอกมะลิ กลับขยับราคาแพงขึ้นมาก ถึงราคากิโลกรัมละ 1,000-1,200 บาท เมื่อเทียบกับเทศกาลวันแม่ปี 2559 ราคากิโลกรัมละ 500 บาท แถมยังขาดตลาดอีกด้วย ทำให้ร้านขายพวงมาลัยต่าง ๆ ต่างใช้ดอกพุด และดอกรัก ที่มีสีสาวนวลสวยงามเหมือนกัน มาร้อยพวงมาลัยจำหน่ายทดแทน ขายในราคาตั้งแต่พวงละ 20 บาท 50 บาท 100 บาท

แม่ค้าขายดอกไม้รายหนึ่งเปิดเผยว่า พวงมาลัยวันแม่จะขายได้ดีมาก ๆ ในวันนี้ และเช้าวันพรุ่งนี้ 12  สิงหาคม 2560 แต่ปีนี้มะลิตามสวนต่าง ๆ ออกดอกน้อยมาก และเจอฝนที่ตกชุก ทำให้ขาดตลาด และ ราคาแพงมาก จะใช้ดอกมะลิมาร้อยพวงมาลัยขาย ก็จะราคาแพงเกิน จึงต้องใช้ดอกพุด ที่ราคากก.ละ 120 บาท และดอกรัก ราคากก.ละ 200 บาท มาร้อยผสมกับดอกมะลิ ดอกกุหลาบ ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย เป็นพวงมาลัยขายทดแทน

   

สัมผัสน้ำตกไอหมอก ความงามในหุบเขาบ้านรักไทย

เที่ยวชมน้ำตกไอหมอก ที่มีความสวยงามเหมือนม่านน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีสายน้ำไหลลงสู่โขดหิน เล็กใหญ่ สลับกันไป และคงความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ที่ถูกซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาบ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ้านรักไทย หมู่ 7 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้มีการค้นพบน้ำตกไอหมอก ที่มีความสวยงามเหมือนม่านน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีสายน้ำไหลลงสู่โขดหิน เล็กใหญ่ สลับกันไป และคงความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จึงได้เดินทางไปค้นหาความเป็นธรรมชาติที่สวยงามและถูกซ้อนอยู่กลางหุบเขาบ้านรักไทย

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงก็ได้พบกับ คุณพิทักษ์ สุดจันทร์ ส.อบต ม.7 บ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ที่จะเป็นผู้นำทางพาเราเดินทางไปสัมผัสกับความสวยงามที่ยังคงความบริสุทธิ์ กลางหุบเขาแห่งบ้านรักไทย

โดยเส้นทางการเดินทางที่จะเข้าไปสามารถนำรถยนต์ลัดเลาะเข้าหมู่บ้านไปประมาณ 2 กม. จากนั้นต้องใช้การเดินเท้าลงไปด้านล่าง เส้นทางการเดินทางเป็นทางลงเขาเดินลัดเลาะป่าหญ้า ป่าไผ่ และป่าจำพวกไม้เลื้อย เถาวัลย์ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ครึ่งชั่วโมง ก็จะได้พบกับหน้าผาน้ำตกไอหมอกเป็นจุดแรก ที่มองลงไปเบื้องล่างจะเห็นเป็นหน้าผามีชั้นน้ำตก ไหลลงเป็นธารน้ำอย่างสวยงาม

จากนั้นได้ไต่ลัดเลาะโขดหินน้อยใหญ่ด้านข้างน้ำตกลงไป ลักษณะคล้ายเป็นอุโมงค์หินขนาดใหญ่ โดยมีสายน้ำตกสาดมาใส่ก้อนหินกลายเป็นน้ำหยดใต้ก้อนหิน ให้พอได้สดชื่น การเดินไต่ลงไปในครั้งนี้ระยะทางประมาณ 50 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีเท่านั้น ก็จะได้พาตัวเองลงไปอยู่เบื้องล่างของน้ำตกไอหมอก ทันที่เมื่อเงยหน้าขึ้น รับรองได้ว่าทุกคนจะลืมความเหนื่อยล้าตลอดการเดินทางที่ผ่านมาเป็นปลิดทั้ง เพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้า คือม่านน้ำตกขนาดใหญ่ความสูงประมาณ 30 เมตร ที่มีสายน้ำไหลลงมากระทบกับชั้นหิน โขดหินเบื้องล่าง ทิ้งตัวเป็นละอองน้ำกระเซ็นให้พอชื่นใจ ก่อนจะไหลลงสู่โขดหินชั้นล่างเป็นธารน้ำที่สามารถนั่งพักแช่น้ำเย็นได้ตามใจชอบ

นายพิทักษ์ สุดจันทร์ ส.อบต ม.7 บ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของน้ำตกไอหมอกแห่งนี้ว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านได้มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2525 เพราะเห็นว่าจุดนี้เป็นจุดที่เกิดหมอกบ่อย จึงได้ตั้งชื่อว่าน้ำตกสายหมอก ต่อมาในปี พ.ศ.2557 ผู้ใหญ่สมประสงค์ฯ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 คนปัจจุบันพร้อมคณะกรรมการหมู่บ้าน ก็ได้เดินทางเข้าไปสำรวจอีกครั้ง และตั้งชื่อให้ใหม่ว่า น้ำตกไอหมอก แต่เนื่องจากเป็นน้ำตกที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก จึงยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในเรื่องของป้ายบอกทาง หรือเส้นทางลงไปยังน้ำตกยังไม่ได้มีการพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยว

นายพิทักษ์ฯ แนะนำว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะมาสัมผัสความสวยงามของน้ำตกไอหมอก ควรแต่งกายให้รัดกุมเป็นชุดเดินป่า และควรมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือผู้นำทาง ลงไปด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการผลัดหลง หรือได้รับอันตรายจากการเดินทาง โดยสามารถติดต่อสอบถามเส้นทาง หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 086-2103315

 

ชาวนา ต.ท่านางงาม สู้กับน้ำเต็มที่ ทำคันกั้นเร่งเกี่ยวก่อนกำหนด

ชาวนา ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่ติดกับคลองบางแก้ว  หรือ แม่น้ำยมสายเก่าอีกจำนวนมากยังคงสู้กับระดับน้ำที่กำลังไหลเข้าท่วมนาข้าวอย่างเต็มที่  เร่งเก็บเกี่ยวข้าวก่อนกำหนดขาย แม้ว่าจะได้ราคาต่ำ ตันละ 3,000 บาท 

 

 

วันที่ 9 สิงหาคม 2560 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.พิษณุโลก พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมส่วนใหญ่ขณะนี้อยู่ในเขตลุ่มน้ำยม ทั้งแม่น้ำยมสายหลักในเขตต.คุยม่วง ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ และแม่น้ำยมสายเก่า หรือ คลองบางแก้ว  ในเขตบ้านคลองคู ม.4  ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ ที่กำลังประสบปัญหาน้ำจากน้ำฝนที่ตกหนัก และไม่สามารถระบายออกได้ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยมสายเก่าเพิ่มระดับสูงเกือบล้นตลิ่ง ขณะนี้ ในพื้นที่จะพบเห็นภาพชาวนาหลายแปลง เร่งว่าจ้างรถเกี่ยวข้าว มาเกี่ยวข้าวก่อนกำหนด นำไปขายได้ราคาตันละ 3,000-4,000 บาท และอีกหลายแปลง จะพบเห็นภาพจ้างรถแบ็คโฮ มาทำคันดินกั้นแปลงนาข้าว พร้อมกับติดเครื่องสูบน้ำออก ขณะที่วัดย่านขาด ม. 8 ต.ท่านางงาม ชาวนาก็ช่วยกันตากข้าวในลานวัด ทั้งข้าวที่เตรียมเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูกาลผลิตหน้า และข้าวที่เกี่ยวมาก่อนกำหนด เพื่อลดความชื้น นำไปขายได้ราคาสูงหน่อยตันละ 5,000 บาท

นายบำรุงศักดิ์  โพธิ์ศรี อายุ 27 ปี ชาวนาม.5 บ้านห้วยชัน ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนมาทำนาที่ม.4 บ้านคลองคู ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ ขณะนี้กำลังประสบปัญหาน้ำในทุ่งนาบริเวณนี้ เขตติดต่อระหว่างม.4 และม. 7 มีปัญหาน้ำท่วมในทุ่งนาวงกว้าง หลายรายไม่สามารถนำรถลงไปเก็บเกี่ยวได้ แต่สำหรับตน ต้องเร่งจ้างรถเกี่ยวมาเกี่ยวข้าวก่อนกำหนด ก่อนถึงเวลาเก็บเกี่ยว 10 วัน เพราะมีแนวโน้มว่าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะบริเวณนี้ รับน้ำฝนมาจากเขตอ.เมือง และไม่สามารถระบายออกคลองบางแก้ว หรือ แม่น้ำยมสายเก่าได้ ระดับน้ำในคลองสูงมาก เกี่ยวไปขายได้ตันละ 3,000-3,500 บาท

นางสาวอภิญญา  ไทรนนทรี อายุ 30 ปี ชาวนาม.8  ต.ท่านางงาม ที่กำลังนำข้าวที่เกี่ยวก่อนกำหนดมาตากในลานวัดย่านขาด เปิดเผยว่า ปีนี้น้ำมาเร็วมาก ทั้งน้ำฝนที่ตกชุกมาตลอด  และน้ำในคลองบางแก้ว ทำให้นาข้าวในบริเวณนี้เผชิญปัญหาน้ำท่วมนาข้าว ชาวนาต่างต้องช่วยเหลือตัวเองโดยทำคันดินกั้นแปลงนา แล้วสูบน้ำออก ค่อย ๆ เก็บเกี่ยวทีละแปลง และหลายรายโดยเฉพาะตนต้องเกี่ยวข้าวก่อนกำหนด ปลูกข้าวพันธ์ กข. 41 อายุ ข้าว 115  วัน  ต้องเก็บข้าวก่อนกำหนดถึง 10 วัน ทำให้ได้เมล็ดข้าวไม่เต็มที่ และมีความชื้นสูง ต้องนำมาตากก่อน 3 แดด พอจะขายได้บ้างตันละ 5,000 บาท

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL