อังคาร, มกราคม 16, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

แล้งจัด ต้นจามจุรี อายุนับ 100 ปี ยืนต้นตาย

สภาพแห้งแล้ง ส่งผลให้ต้นฉ่ำฉา หรือ ต้นจามจุรี อายุกว่า 100 ปี ยืนต้นตาย ภายในวัดกลางสุริยวงศ์ อย่างน่าเสียดาย ทำให้คณะกรรมการวัดและชาวบ้านร่วมหาทางออก ด้วยการให้ผู้รับเหมา มารับซื้อ เพื่อนำรายได้ไปบูรณะวัดแทน

 

วันนี้ ( 21 ม.ค. 59) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่ที่ 5 ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ว่าที่วัดกลางสุริยวงศ์ ต.วังอิทก มีต้นฉ่ำฉา หรือ ต้นจามจุรี อายุกว่าเก่า 100 ปี จำนวน 2 ต้น ภายในวัด ได้เหี่ยวเฉา คาดว่าจะตายยืนต้น ทั้งนี้เนื่องมาจากประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบว่า ต้นฉ่ำฉา หรือ ต้นจามจุรี ตั้งอยู่ภายในวัดมีสภาพเหี่ยวเฉา อายุนับ 100 ปี ต้องใช้คนประมาณ 5 คนโอบจึงจะรอบต้น แต่สภาพต้นไม้กิ่งกร้านแห้ง ไม่มีใบ โดย นางติ๋ม สิงค์คา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 กล่าวว่า สภาพภัยแล้งในปีนี้รุนแรงมาก ทั้งนี้ตามห้วยหนองคลองบึง น้ำลดลงจนแห้งขอด ทั้งยังส่งผลต่อต้นไม้ที่ปลูกภายในวัดกลางสุริยวงศ์ โดยเฉพาะต้นฉ่ำฉา หรือ ต้นจามจุรี อายุกว่า 100 ปี จำนวน 2 ต้น มีสภาพแห้งเหี่ยว ทางชาวบ้านก็ได้พยายามหาวิธีให้ต้นไม้กลับมามีชีวิต ทั้งตัดกิ่งเพื่อให้แตกใบ ทำบ่อปูนใส่น้ำเลี้ยงต้นไม้แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้ทางคณะกรรมการวัดพร้อมทั้งชาวบ้านมีมติให้ขายเพื่อนำเงินมาบูรณะโบสถ์หลวงพ่อดำซึ่งได้ชำรุดทรุดโทรม แต่อย่างไรใจจริงชาวบ้านก็ไม่อยากสุญเสียต้นไม้ทั้งสองเพราะถือว่าเป็นต้นไม้ที่อยู่คู่กับวัดกลางสุริยวงศ์มานาน

 

เร่งกำจัดยุงลายหลังพบผู้เสียชีวิต 2 ราย จังหวัดพิษณุโลก

เร่งรณรงค์ใส่ทรายอะเบท กำจัดลูกน้ำยุงลาย ตามชุมชนต่าง หลังพบผู้เสียชีวิตแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จำนวน 2 ราย ผู้ป่วยสะสม 21 รายแล้ว

 

 

วันนี้ (21 ม.ค. 59) ที่ชุมชนประชาอุทิศ เทศบาลนครพิษณุโลก ทางเทศบาลนครพิษณุโลก ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ ชุดเคลื่อนที่เร็วฉีดพ่นยากำจัดยุง เทศบาลนครพิษณุโลก จ.พิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ออกฉีดพ่นยาในเขตชุมชนประชาอุทิศ หลังพบว่ามีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเสียชีวิตแล้ว 1 ราย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา และยังพบว่ามีผู้ป่วยในพื้นที่อีก นอกจากนี้ทาง อสม.เทศบาลนครพิษณุโลก ยังออกไปให้ความรู้กับประชาชน และตรวจสอบบริเวณบ้านประชาชน เพื่อคว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง เพื่อตัดวงจรยุงที่มาวางไข่ และแจกจ่ายทรายอะเบทแก่ชาวบ้านอีกด้วย

สำหรับยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกทั้งจังหวัดพิษณุโลก ยังคงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2558 พบผู้ป่วยตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึง 31 มกราคม 2558 พบผู้ป่วยแล้วประมาณ 1,245 ราย ส่วนสถานการณ์ล่าสุดภายในเดือนมกราคม 2559  พบผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกแล้ว 2 ราย เป็น หญิงสาว อายุ 22 ปี อาศัยอยู่ อำเภอบางกระทุ่ม และ อีกรายเป็นชาวบ้านชุมชนประชาอุทิศ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก โดยทั้ง 2 รายป่วยตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2558 และมาเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ได้จัดไว้เป็นผู้เสียชีวิต ของปีที่ผ่านมา เนื่องมีอาการป่วยเป็นไข้เลือดออกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 ดังกล่าว

ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยสะสมของไข้เลือดออก ในเดือนมกราคม 2559 มีจำนวน 21 ราย โดยยอดผู้ป่วยสูงสุดอยู่ที่ อำเภอเมือง เบื้องต้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ได้เตือนพี่น้องประชาชน ได้ช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย นอนกางมุ้ง หากว่ามีอาการป่วยก็ให้รีบไปพบแพทย์ทันที


 

 

ธกส.ช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี 2558/59

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร แจ้งประชาสัมพันธ์โครงการบรูณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี 2558/59 และโครงการ “ชำระดี มีคืน”

 

 

   ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร แจ้งประชาสัมพันธ์โครงการบรูณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี 2558/59 และโครงการ “ชำระดี มีคืน” โดยโครงการบรูณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี 2558/59   แบ่งออกเป็น  4 โครงการ ดังนี้


1.โครงการขยายระยะเวลาชำระหนี้สินเดิม สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. โดยธนาคารจะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้เดิมให้เกษตรกร ออกเป็นระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง และสำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ที่อยู่ในพื้นที่วิกฤตภัยแล้งในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด ที่มีหนี้เงินกู้เดิมรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท จะได้รับการลดดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยแทนเกษตรกรร้อยละ 1.5 ต่อปี และ ธ.ก.ส. รับภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรร้อยละ 1.5 ต่อปี

 2. โครงการสินเชื่อเพื่อปรับปรุงระบบการผลิตด้านการเกษตร เพื่อพัฒนาระบบน้ำ หรือเพื่อปรับเปลี่ยนกรผลิตหรือประกอบอาชีพเสริมด้านเกษตรวงเงินให้สินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 10 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 12 ปี โดยปลอดชำระต้นเงินไม่เกิน 3 ปีแรก คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR- 2 ต่อปี ( ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 7 ต่อปี ) หรือเท่ากับร้อยละ 5 ต่อปี

3. โครงการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน  วงเงินให้สินเชื่อราว 2,500 ล้านบาท วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราMRR -2 ต่อปี (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 7 ต่อปี) หรือเท่ากับร้อยละ 5 ต่อปี โดยใช้ทางเลือกอาชีพเสริมของกระทรวงแรงงาน

  4. โครงการสินเชื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน วงเงินให้สินเชื่อราว 2,500 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายวิสาหกิจชุมชน 3,000แห่ง สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มละไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้วิสาหกิจชุมชนระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน และหากเป็นการลงทุนมีระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 5ปี

     ส่วนโครงการ “ชำระดี มีคืน” ธนาคารจะคืนดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่มาชำระหนี้ธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 โดยคืนดอกเบี้ยร้อยละ 3-5 ตามชั้นของลูกค้า โดยลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ที่ดี 3 ปี ติดต่อกันจะได้รับคืนดอกเบี้ยคืน 5% ลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ที่ดี 2 ปี ติดต่อกันขึ้นไปจะได้รับดอกเบี้ยคืน 4% และสำหรับลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ได้ตามกำหนดติดต่อกัน 1 ปี หรือเป็นลูกค้าใหม่จะรับดอกเบี้ยคืน 3% ซึ่งคาดว่าเกษตรกรลูกค้าจะได้รับประโยชน์ 3.53 ล้านครัวเรือน

    สำหรับสถาบันเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร 64 กลุ่มและสหกรณ์การเกษตร1,385 แห่ง ที่ได้รับการประเมินอยู่ในระดับ ชั้นที่ 1-3 ได้รับคืนดอกเบี้ย 5% ที่ได้รับการประเมินอยู่ในระดับชั้นที่ 4-6 ได้รับคืนดอกเบี้ย 4% และได้รับการประเมินอยู่ในระดับชั้นที่ 7-9 ได้รับคืนดอกเบี้ย 3% ทั้งนี้ ประมาณการดอกเบี้ยที่จะได้คืนให้เกษตรกรลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินที่ดีดังกล่าวคิดเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 3,000 บาท

      ดังนั้นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์โครงการบูรณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี 2558/59 และโครงการ “ชำระดี มีคืน”เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และผู้ที่มาชำระหนี้ธนาคาร หากเกษตรกรรายใดมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดพิษณุโลก โทร 055-246259 ในวันและเวลาราชการ

   

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกร

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง หนุนมาตรการส่งเสริมความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน

 

 

        เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 58   พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเร่งรัดหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามภาระกิจช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังประสบภัยแล้ง พร้อมมอบพันธุ์ปลา พันธุ์พืชฯลฯ  ที่ อบต.บ้านกร่าง อ.เมือง พิษณุโลก ท่ามกลางหน่วยงานในสังกัด กระทรวงเกษตรฯ จัดบูทโชว์ตอนรับอย่างยิ่งใหญ่

    โดย รมต.เกษตรฯ ย้ำภารกิจวันนี้ว่า ต้องการให้เกษตรกรทุกคนผ่านวิกฤติช่วงภัยแล้งให้ได้ จากนั้นคณะของ รัฐมนตรีได้เดินทางต่อไป ยัง บ้านโคกสว่าง ต.บึงกอก อ.บางกะกำ เพื่อเยี่ยมเยียนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง ต.บึงกอก โดยมีนายอนันต์ เทพกุญชร ประธานกรรมการกลุ่มให้การต้อนรับพร้อมพาเดินชมพันธุ์ไก่พื้นเมือง และรับมอบเวชภัณฑ์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำไปพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองต่อไป

 จากนั้นคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินทางไปต่อที่ บึงระมาณ ต.ปลักแรด อ.บางระกำ เพื่อรับฟังการการบรรยายสรุปจากนายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก สำหรับพื้นที่แก้มลิงบึงระมาณ มีเนื้อที่ 1,500 ไร่ เก็บกักน้ำได้ 15 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งขณะนี้มีความลึก 1.8 เมตร เก็บกักน้ำได้ 4.3 ล้าน ลบ.ม. จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพิษณุโลก กำแพงเพชร อุทัยธานี พิจิตร ตาก และสุโขทัย อาทิ ปลาตะเพียนขาว ปลานิล ปลาบ้า ปลาหมอตาล และปลาบึก จำนวน 700,059 ตัว เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำให้แพร่ขยายในแหล่งน้ำแห่งนี้ ที่คาดว่าจะทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 70,000 กิโลกรัมต่อปี มูลค่า 2,100,000 บาท ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ 1,908 ครัวเรือน

 

แย่งจองซื้อหวย วอนรัฐแก้ไขระบบใหม่

พ่อค้าแม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลมารอซื้อหวยรัฐบาลผ่านตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยสาขาพิษณุโลกตั้งแต่เช้ามืด ต่างผิดหวังจองได้แค่สองราย เป็นคนขายหวยจากจ.เลย เมื่อธนาคารเปิดกรูเข้าไปซื้อผ่านเคาท์เตอร์ก็ผิดหวังอีก เต็มตั้งแต่ 08.31 น. วอนรัฐแก้ไขระบบใหม่ เพราะจองซื้อหวยไม่ได้ จะไปซื้อผ่านยี่ปั้วมาขายต่อก็ได้กำไรแค่ใบละ 3 บาทเท่านั้น

 

เวลา 08.00 น. วันที่ 5 มกราคม 2559 ที่บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย สาขาพิษณุโลก สี่แยกกรุงไทย อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้คราคร่ำไปด้วยผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มารอคิวเพื่อสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านตู้เอทีเอ็ม ที่จะเปิดให้จองได้ในเวลา 08.00 น. โดยมีทั้งผู้ขายสลากกินแบ่งในจังหวัดพิษณุโลก และผู้ขายจาก จ.เลย โดยพบว่า หลายคน มาจองคิวที่หน้าตู้เอทีเอ็มแห่งนี้ตั้งแต่21.00 น. ของคืนวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเช้ามืด บริเวณหน้าตู้ก็เต็มไปด้วยผู้ขายหวย ที่เตรียมบัตรเอทีเอ็ม พร้อมยืนรอต่อคิวกันจำนวนหลายสิบคนแล้ว

หลังจากได้เวลาเปิดให้จองผ่านตู้เอทีเอ็มในเวลา 08.00 น. ผู้ขายหวยจาก จ.เลย ที่มายืนรอเป็นคิวแรก ก็ได้ทำการกดข้อมูลผ่านตู้เอทีเอ็ม และสามารถซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ตามโควต้า 5 เล่ม ขณะที่รายที่สองได้คีย์ข้อมูลไป แต่ใช้เวลานานพอสมควร และสามารถจองได้ 5 เล่ม

อย่างไรก็ตาม หลังจากรายที่สองสามารถซื้อหวยผ่านตู้เอทีเอ็มได้แล้ว คิวถัดไปต่างไม่สามารถซื้อหวยผ่านตู้เอทีเอ็มได้ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นปกติอย่างนี้ทุกครั้งที่มีการซื้อหวยรัฐบาลผ่านตู้เอทีมเอ็ม จะสามารถซื้อหวยได้แค่ละดับที่ 1-4 เท่านั้น ที่เหลือไม่สามารถซื้อได้ หลังจากนั้น บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ได้มารอกันที่ประตูธนาคารกรุงไทย กระทั่งเวลา 08.25 น. ธนาคาร ได้เปิดประตูเพื่อให้ผู้ค้าสลากกินแบ่งได้เข้าไปในธนาคารเพื่อจับลำดับบัตรคิว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล ต่างแย่งกันกรูเข้าไปในธนาคารเพื่อกดลำดับบัตรคิว จนกึงเวลา 08.30 น. ธนาคารได้เปิดบริการทุกเคาท์เตอร์ และเรียกผู้ขายหวยมาตามลำดับคิว

นางกัญชพร  จับสังข์ ผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลบริเวณวัดนางพญา จ.พิษณุโลก และได้รับบัตรคิวหมายเลข 1 ได้นำสมุดธนาคารพร้อมกรอกเงินฝากซื้อหวยรัฐบาล 5 เล่มให้ จนท.ธนาคารคีย์ข้อมูลเพื่อซื้อหวย แต่ปรากฏว่า ใช้เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ก็ไม่สามารถซื้อได้ กระทั่งจนท.ธนาคารโทรศัพท์ไปสอบถามสำนักงานใหญ่ และแจ้งให้พ่อค้าแม่ค้าทราบว่า หวยรัฐบาลงวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เต็มหมดแล้ว ตั้งแต่เวลา 08.31 น. บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มารอในธนาคารประมาณ 30 คนต่างผิดหวังไปตาม ๆ กัน

นางกัญชพร  จับสังข์ ผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลบริเวณวัดนางพญา จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า อยากให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแก้ไขระบบการซื้อหวยใหม่ เพราะแบบนี้ผู้ขายรายย่อยลำบากมาก มาซื้อผ่านตู้เอทีเอ็มก็ไม่ได้ มาซื้อผ่านหน้าเคาท์เตอร์ก็ไม่ได้ ยิ่งช่วงนี้มีผู้ขายหวยจาก จ.เลยมาจองหน้าตู้เอทีเอ็มจำนวนมาก ทำให้ผู้ขายหวยในพิษณุโลกยิ่งลำบากไปใหญ่ งวดที่แล้วตรงกับวันเสาร์ธนาคารปิด ซื้อผ่านตู้เอทีเอ็มไม่ได้ ก็ต้องไปซื้อหวยต่อจากยี่ปั้มมา ในราคา 77 บาท ขาย 80 บาท ได้กำไรแค่ใบละ 3 บาท หากผู้ขายรายย่อยสามารถซื้อผ่านธนาคารได้ ก็จะได้กำไรเต็ม ๆ ใบละ 9.40 บาท จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้อง รัฐบาลช่วยแก้ไขด้วย งวดนี้ที่จองไม่ได้ หลายคนก็ไม่ขาย หลายคนก็ต้องไปรับซื้อมาจากยี่ปั้ว

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL