อังคาร, มกราคม 16, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

วัดใหญ่ย้ายวัตถุมงคลออกนอกวิหารพระพุทธชินราช

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ จ.พิษณุโลก   สั่งให้เคลื่อนย้ายวัตถุมงคลที่อยู่ภายในวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช ออกมาวางให้พุทธศาสนิกชนได้บูชากันที่ด้านนอกวิหารแล้ว

 

 

วันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่มหาเถรสมาคมได้มีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าคณะทุกเขตในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ เรื่องการจำหน่ายวัตถุมงคลภายในพระอุโบสถ กรณีที่มีคำสั่งห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในเขตพระอุโบสถ และห้ามจะหน่ายวัตถุรูปปั้น รูปเหมือน หรือรูปเทพเจ้าต่างๆ นั้น  

ในเรื่องดังกล่าวที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่   นางทองใบ พันธุ์ภูมิพฤกษ์  อายุ 72 ปี ไวยาวัจกรวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ กล่าวว่า หลังจากมีคำสั่งออกมา ทางวัดก็ปฏิบัติตาม เพราะเป็นวัดอารามหลวง ทางวัดได้สั่งให้เคลื่อนย้ายวัตถุมงคลที่อยู่ในวิหารหลวงพ่อพุทธชินราช ออกมาวางให้พุทธศาสนิกชนได้บูชากันที่ด้านนอกวิหาร ซึ่งหลังจากกฎหมายออกมาจริง ก็ตามทำตามที่กำหนด สิ่งที่มีผลกระทบหรือนั้น ตนคิดว่าได้รับผลกระทบต่อรายได้แน่นอน และคิดว่าจะไม่เพียงพอต่อรายจ่าย เพราะว่าทางวัดจะต้องอุปการะพระเณรกว่า 300 รูป  

ขณะที่พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า  ทางวัดราชบูรณะ ยังไม่ได้รับหนังสือจากพระเถระ แต่อย่างได้ แต่ได้รับทราบข่าวสารดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางวัดจะได้มีการประชุมเพื่อชี้แจงให้คณะสงฆ์ทราบ ส่วนเรื่อง ข้อห้ามจำหน่ายพระเครื่อง ในอุโบสถ นั้น ทางวัดไม่มีการจำหน่ายอยู่แล้ว พระเครื่องที่ทางวัดมีคือพระพิมพ์นางพญา และพระพุทธชินราช จัดสร้างเพื่อนำมาเป็นให้ญาติโยมสาธุชนที่เดินทางมาทำบุญปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนา  โดบมีพื้นที่ให้เช่าบูชา ด้านบนศาลาเล็กน้อย ซึ่งทางวัดกำลังจัดสถานที่เพื่อจำหน่ายวัถตุมงคลไว้ด้านน้องศาลากการเปรียญในเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ จะมีการเน้นย้ำพระภิกษุสามเณร อย่าวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงตนกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  และวิจารณ์การเมืองเพื่อความสงบสุข ตามนโยบายอีกด้วย

 

แห่ลงทะเบียนจิตอาสาวันสุดท้าย

ประชาชนจังหวัดพิษณุโลกเดินทางมาลงทะเบียนจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เราทำความดี ด้วยหัวใจ ในวันสุดท้ายจำนวนมากคาดว่าจะมาลงจนปิดการรับลงทะเบียน

 

 

 วันที่ 30 กันยายน  2560 ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งเปิดศูนย์รับลงทะเบียนจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เราทำความดี ด้วยหัวใจ สามารถลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 กันยายน 2560 และกำหนดการปฏิบัติงานของจิตอาสาเฉพาะกิจระหว่างวันที่ 18 ถึง 31 ตุลาคม 2560

ปรากฏว่าในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดของการลงทะเบียนมีประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนจำนวนมาก โดยคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนทั้งวันจนกระทั้งปิดการลงทะเบียน ซึ่งส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัวพาบุตรหลานมาร่วมลงทะเบียน โดยประชาชนที่มาลงทะเบียนกล่าวว่า ที่มาลงทะเบียนเพราะตั้งใจทำความดีถวายให้กับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่  9  หรือ พ่อหลวง สิ่งไหนที่ทำได้ก็จะลงมือทำ และตั้งใจน้อมนำคำสอนของพ่อหลวงเป็นที่ตั้งในการดำเนินชีวิตต่อไป

 

นักท่องเที่ยวเริ่มเที่ยวชมธรรมชาติช่วงปลายฝนต้นหนาว

นักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปสัมผัสอากาศเย็นชมธรรมชาติที่สวยงามที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าในช่วงปลายฝนต้นหนาว

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลกเริ่มคึกคักเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวทั้งชาวพิษณุโลกและต่างจังหวัดต่างพาครอบครัว  ขึ้นมาเที่ยวสัมผัสสภาพอากาศเย็นสบาย และความงดงามทางธรรมชาติของภูหินร่องกล้า  ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม อาทิ ผาชูธง ลานหินปุ่ม ลานหินแตก  น้ำตกกังหัน และที่โครงการป่าไม้ในพระราชดำริภูหินร่องกล้า ที่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 3 กม.  ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปถ่ายภาพบรรยากาศความงามกันอย่างมาก มี

 โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว สภาพอากาศเย็น บางวันมีไอหมอก ตามหุบเขาสวยงาม ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางมาเที่ยวชมกันมากขึ้น คาดว่าจะเริ่มมาเที่ยวชมธรรมชาติไปจนตลอดฤดูหนาว

   

ปลาเกลือบางระกำ หลังปรับวิถีชีวิตรับน้ำท่วม

ชาวนาบางระกำ ปรับการใช้ชีวิต หลังน้ำท่วมมาเดือนเศษ ไม่สามารถทำนาได้ หันมาจับปลาพื้นบ้าน และรับซื้อจากชาวบ้านใกล้เคียง มาแปรรูปเป็นปลาเกลือแดดเดียวขายข้างทาง ตามนโยบายรัฐบาล “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส”

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้สัญจรผ่านไปมาบน ถนน พิษณุโลก-บางระกำ ก่อนเข้าตัว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จะเห็นบรรดาแผงขายปลาแปรรูป หรือที่เรียกว่าปลาแดดเดียว กางร่มขายกันอยู่ข้างทาง ผู้ที่สัญจรผ่าน ก็จะแวะอุดหนุน เพราะต้องการช่วยชาวบางระกำที่ประสบภัยน้ำท่วม

นางกันยา ภูงามดี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 299/11 ม.15 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เจ้าของร้านขายปลา“กันยาปลาเกลือ” ได้บอกว่า ตนและครอบครัว มีอาชีพทำนา ช่วง 1 เดือนเศษมานี้  ในพื้นที่บางระกำ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ ได้ถูกใช้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ หรือพื้นที่หน่วงน้ำ ชะลอน้ำไว้ในทุ่งนา ไม่ให้มีผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตามโครงการบางระกำโมเดล 60 หรือ โครงการบริการจัดการน้ำแบบชุมชนมีส่วนร่วมพื้นที่หน่วงน้ำบางระกำ ชาวบ้านที่นี่ยินดี และเต็มใจ ที่น้ำท่วม เพราะมันเป็นเหมือนวิถีชีวิตของชาวบางระกำไปแล้ว มีน้ำท่วม ทำนาไม่ได้ ก็ต้องปรับวิถีชีวิตตนเองว่าจะรับสภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร ให้ชีวิตได้เดินต่อ ชาวบ้านทีนี่ก็จะหาอาชีพเสริมทำกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะออกหาปลามาวางขาย บ้างก็ขายเป็นปลาสด บ้างก็ขายเป็นปลาแดดเดียว

นางกันยาฯ ได้บอกต่อว่า อย่างเช่นที่ร้านของตน ก็จะเป็นร้านใหญ่หน่อย เพราะขายร่วมกับพี่สาว ปลาที่นำมาขายก็จะเป็นปลาแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ทั้งหมด เพราะสามารถเก็บไว้ได้นาน ส่วนปลาที่นำมาแปรรูป ก็จะมีจากในครอบครัวที่ออกไปหามาเองบ้าง และรับซื้อจากชาวบ้านในพื้นที่บ้าง โดยปลาที่ได้ส่วนใหญ่และขายดีเมื่อเป็นปลาแดดเดียว จะเป็นพวกปลาช่อน ปลาหมอ ปลาสลิด ปลาดุก และปลากระดี่ ราคาขายก็ไม่แพง เช่นปลากระดี่ ปลาหมอ ปลาแขยง ก็จะตักขายเพียงจานละ 20 บาท หรือ 3 จาน 50 บาท ส่วนปลาใหญ่ เช่นปลาช่อน ปลาแขยง ก็จะขายเป็นกิโล กิโลละ 100-200 บาทแล้วแต่ชนิดปลาและไซต์ของปลา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาอุดหนุน ก็จะเป็นประชาชนที่สัญจรจรผ่าน บ้างก็มาจากในจังหวัดพิษณุโลกเอง บ้างก็มาจากต่างจังหวัด บางทีก็มาเลือกซื้อและสั่งให้ซีนหลายๆ ชั้นเพื่อเก็บกลิ่นเพราะจะส่งไปเป็นของฝาก ทางร้านก็มีบริการ

อย่างเช่น นางสุรภา มีอิศระ อายุ 80 ปี อดีตข้าราชการครูเกษียณอายุ จ.นนทบุรี ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมพี่ชาย ที่ อ.บางระกำ ก็แวะมาอุดหนุน เป็นประจำ โดยได้บอกว่า ปลาแดดเดียวที่นี่เมื่อซื้อไปทานที่กรุงเทพฯ ก็จะบอกว่าเนี่ย ปลาจากบางระกำ จ.พิษณุโลก ที่เขาใช้ เป็นพื้นที่หน่วงน้ำช่วยที่อื่น คนที่กรุงเทพฯ ก็จะฝากซื้อ เพราะนอกจากจะติดใจ เรื่องรสชาติดี อร่อยไม่เค็มจนเกินไปแล้ว ยังถือว่าเป็นการช่วยชาวบ้านบางระกำ ที่ยอมใช้บ้านของตนเองเป็นพื้นที่หน่วงน้ำเพื่อช่วยเหลือคนอื่นอีกทางหนึ่งด้วย

 

ส่งมอบข้าวสารพระราชทาน 1,000 กิโลกรัม

กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าว ของจังหวัดพิษณุโลก ส่งมอบข้าวสารพระราชทาน 1000 กิโลกรัม ให้กับทางจังหวัดพิษณุโลก ในการจัดเลี้ยงประชาชนที่เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ทั้ง 9 อำเภอ

 

 

ที่ หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวจังหวัดพิษณุโลก นำโดย นายสวน เจริญสุขรุ่งเรือง นำข้าวสารพระราชทาน จำนวน 1,000 กิโลกรัม ของกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มาส่งมอบให้กับทางจังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้แทนรับมอบ ในการนำไปจัดเลี้ยงประชาชนที่เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ และประชาชนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจในพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 


            สำหรับการมอบข้าวสารพระราชทานในครั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานข้าวสารเพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยในการดำเนินการจัดข้าวสารพระราชทาน ที่เก็บไว้ในศูนย์ข้าวชุมชนของจังหวัดนำไปใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพฯ ซึ่งจังหวัดพิษณุโลก จะจัดสรรข้าวสารพระราชทานไปมอบให้กับผู้รับผิดชอบในการจัดเตรียม ของแต่ละอำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ ประกอบจัดเลี้ยงประชาชนต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL