อังคาร, มกราคม 16, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

ทิศทางการดำเนินการด้านการตลาดการท่องเที่ยวปี 2561

ผู้ว่าฯพิษณุโลก แถลงทิศทางการดำเนินการด้านการตลาดการท่องเที่ยวปี 2561 ของททท.พิษณุโลก ชูความเป็น "วิถีไทยเก๋ไทยสไตล์พิษณุโลก"

 

 


    บ่ายวันนี้ (8 พ.ย.60 ) ที่ภัทธารา รีสอร์ท แอนด์สปา อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานกล่าวเปิดงานแถลงทิศทางการดำเนินการด้านการตลาดการท่องเที่ยวปี 2561 ชูความเป็น "วิถีไทยเก๋ไทยสไตล์พิษณุโลก" เพื่อนำเสนอแนวทางการส่งเสริมการท่องเทียวในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีผู้บริหาร ททท.พิษณุโลก หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

     สำหรับการแถลงทิศทางการดำเนินการด้านการตลาดการท่องเที่ยวปี 2561 ชูความเป็น "วิถีไทยเก๋ไทยสไตล์พิษณุโลก" ของททท.พิษณุโลก ในปี 2561 นี้ จะเน้นแนวทางการทำตลาดเชิงรุก ขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ นำเสนอการท่องเที่ยวสัมผัสความเป็น Local Expreience ผ่านวิถีการกินและท่องเที่ยวชุมชน โดย 3 กลุ่มหลักที่มีค่าใช้จ่ายสูง ประกอบด้วย กลุ่มคนรุ่นใหม่ Generation Y กลุ่มผู้สูงวัยและกลุ่ม Millennial Family ผ่านโครงการพิษณุโลก - เพชรบูรณ์ Unexpected โครงการเก๋ายกก๊วนชวนเที่ยวพิษณุโลก - เพชรบูรณ์ และกระตุ้นต่อเนื่องด้วยการต่อยอดโครงการ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด Plus และโครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว ส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวมายังพื้นที่พิษณุโลกและเพชรบูรณ์ ในวันธรรมดามากยิ่งขึ้น โดยจะดำเนินการด้านการตลาดท่องเที่ยว ( Joint Promotion ) ร่วมกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวต่อไป

    โดยในแถลงทิศทางการดำเนินการด้านการตลาดการท่องเที่ยวปี 2561 ชูความเป็น "วิถีไทยเก๋ไทยสไตล์พิษณุโลก" ทางททท.พิษณุโลก ยังได้นำเสนอตัวอย่างสินค้าการท่องเที่ยวเด่นในปี 2561 ของจังหวัดพิษณุโลก อาทิเช่น วิถีไทยวิถีชุมชน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก กิจกรรมท้าจับหมอก Misty Challenge นำเสนอจุดชมวิวดูทะเลหมอกที่สวยงาม ของจุดชมวิวค้อเดียวดาย ที่สวนพฤษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลกในพระราชดำริ จุดชมวิวเขาโปกโล้น ตำบลนครชุม อำเภอนครไทย กิจกรรมท้าคีบเส้น นำเสนอร้านอาหารถิ่นประเภทเส้น ได้แก่ ร้านจุกไก่ไทย เส้นบะหมี่ทำเอง และร้านผัดไทยวังทอง และการเปิดตัวงานปั่นจักรยานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวต้องห้าม...พลาด ROUTE 12 SUPER BICYCKE 2017 เป็นต้น

 

ธ.อ.ส.จับมือเทศบาลฯ มอบบ้านยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนชาวแพ

 ภายใต้ “โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนผู้ด้อยโอกาสด้านที่อยู่อาศัย”

 

 

                        เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 ชุมชนชาวแพ จังหวัดพิษณุโลก นางสาวนิรมล เกิดชัยฤทธิ์ ผู้จัดการเขตสำนักงานเขตพิษณุโลกธนาคารอาคารสงเคราะห์ พร้อมด้วยนายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก พันเอกประสาน แสงศิริลักษณ์ เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 4 พันตำรวจโทสมภพ อ่อนสิน รองผู้กำกับการกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 นาวาอากาศเอกกฤษณ์ เกตุรัตน์ ผู้บังคับการกองบิน 46 พันเอกวิทยา แก้วพรหม เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 ดร.เปรมฤดี ชามพูนท ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก ร่วมพิธีมอบบ้านให้กับผู้ด้อยโอกาสด้านที่อยู่อาศัยชุมชนชาวแพ โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ภายใต้ “โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนผู้ด้อยโอกาสด้านที่อยู่อาศัย” ณ ชุมชนชาวแพ จ.พิษณุโลก จำนวน 22 ครัวเรือน  เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,100,000 บาท

                        คุณนิรมล  เกิดชัยฤทธิ์ ผู้จัดการเขต สำนักงานเขตพิษณุโลก  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ : เปิดเผยว่า ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของภาครัฐ และดำเนินการตามพันธกิจ : ทำให้คนไทยมีบ้าน และอีกหนึ่งนโยบายที่ธนาคารได้ดำเนินการควบคู่เสมอมา คือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้ดำเนินโครงการสร้างซ่อมบ้านให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสและยากไร้มาแล้วกว่า 2,000 หลังทั่วประเทศ

                        นายบุญทรง  แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลนครพิษณุโลกได้ทำการสำรวจผู้ด้อยโอกาสที่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่บนแพริมน้ำน่านพบว่ามีจำนวน 22ครัวเรือน ซึ่งสภาพแพมีความเก่า ชำรุด และทรุดโทรมมาก เนื่องจากผู้ด้อยโอกาสโดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ฐานะยากจน ไม่ได้ประกอบอาชีพ ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก และเสนอข้อมูลให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อให้การสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ด้อยโอกาสที่อาศัยอยู่ในชุมชนชาวแพ จำนวน 22 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,100,000 บาท โดยได้รับความร่วมมือจาก เทศบาลนครพิษณุโลก , กองพลทหารราบที่ 4 , กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 , กองบิน 46 และ มณฑลทหารบกที่ 39 ในการดำเนินการซ่อมแซมแพที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ด้อยโอกาส นับเป็นความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและวิสาหกิจในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้มีที่อยู่อาศัย และมีคุณภาพชีวิตชีวิตที่ดีขึ้น

 

ทั่วเมืองพิษณุโลกเหลืองอร่ามด้วยดอกดาวเรือง

สถานที่สำคัญต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก กำลังงดงามด้วยดอกดาวเรืองสีเหลืองอร่ามบานสะพรั่งอย่างงดงาม

 

 

วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2560 เดือนสำคัญของปวงชนชาวไทย ใกล้ถึงวันพิธีถวายพระเพลงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 พสกนิกรชาวพิษณุโลกเริ่มตกแต่งตัวเมืองด้วยต้นดาวเรืองให้เหลืองอร่าม ขณะนี้ตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก กำลังงดงามด้วยดอกดาวเรืองสีเหลืองอร่ามบานสะพรั่งอย่างงดงาม อาทิ ที่วงเวียนสถานีรถไฟพิษณุโลก วงเวียนหอนาฬิกา ที่ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช  หน้าสำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลกหลังเดิม 

รวมถึงบริเวณสวนกลางเมือง สถานที่จัดนิทรรศการศิลปะเทิดพระเกียรติฯในหลวงรัชกาลที่ 9 งานศิลป์สองแคว ๙ ตามพ่อ ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ประชาชนนิยมมาถ่ายภาพคู่กับภาพวาดของศิลปินแขนงต่าง ๆ ก็มีดอกดาวเรือง ดอกทานตะวันชูช่ออย่างงดงามเช่นกัน

   

เที่ยวชมนาขั้นบันไดบ้านน้ำจวง ตามศาสตร์พระราชา

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระบาท โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ น้ำจวงโมเดล ชมนาขั้นบันไดของชนเผ่าม้ง และธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียง

 

 

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  นายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันเปิดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระบาท โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ น้ำจวงโมเดล ขึ้นที่บริเวณบ้านน้ำจวง หมู่ 13 ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ซึ่งได้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้งที่บ้านน้ำจวง  ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เป็นภูเขาสูง สภาพอากาศเย็นตลอดทั้งวัน และเป็นหมู่บ้านมีโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในศาสตร์ของพระราชา เรื่องการทำนาขั้นบันได แนวทางของโครงการลดการใช้พื้นที่ป่า แสดงหาวิธีการปลูกข้าวแบบใหม่ที่ขณะนี้มีพื้นที่ปลูกข้าวแบบขั้นบันได จำนวนกว่า 1,000 ไร่

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  กล่าวว่า จากลักษณะภูมิประเทศและทรัพยากรท่องเที่ยว เช่น นาขั้นบันได น้ำตก และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ทำให้บ้านน้ำจวง เป็นสถานที่น่าสนใจในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งอนาคตก็จะมีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมศาสตร์ของพระราชา ทำนาขั้นบันได ที่ช่วยพิทักษ์ป่าเขาอนุรักษ์ดินน้ำและป่า พร้อมศึกษาขนมธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่าม้งที่น่าสนใจ และจุดชมธรรมชาติที่สวยงามไม่ว่าจะเป็น นาขั้นบันไดกว่าพันไร่ อ่างเก็บน้ำ และ น้ำตกตาดปลากั้ง น้ำตกตาดปลาขาว เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้มีพิธีบันทึกข้อตกลงส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร สู่ Thailand 4.0 ระหว่างภาควิชาการแพทย์แผนไทยสมุนไพรและแพทย์ทางเลือกวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก กับวิสาหกิจชุมชนบ้านน้ำจวง, โรงพยาบาลกรุงเทพ-พิษณุโลก, กลุ่มเพื่อนสามจังหวัดและสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือพิษณุโลก อีกด้วย

 

ชาวพิษณุโลกจำนวนมากใช้บัตรผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค

ชาวพิษณุโลกที่ได้รับบัตรผู้มีรายได้น้อย ต่างนำบัตรมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาพะวก น้ำตาลทราย น้ำมันพืช

 

 

 

วันที่ 2 ตุลาคม 2560 วันที่สองของการเริ่มใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ชาวพิษณุโลกจำนวนมาก ต่างนำบัตรสวัสดิการฯ ออกมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภค-บริโภค จำนวนมาก โดยเฉพาะที่ร้านสะดวกซื้อท็อปมาร์ท คอนวีเนี่ยนสโตร์ท้องถิ่นของ จ.พิษณุโลก ที่สมัครเข้าร่วมโครงการธงฟ้ากับภาครัฐจำนวนหลายสาขาในเขตอำเภอเมือง มีผู้มาใช้บริการอย่างคึกคัก ที่ท็อปมาร์ท  ถ.บรมไตรโลกนารถ ซอย 3 หน้าสภ.เมืองพิษณุโลก เป็นสาขาที่คึกคักมาก พนักงานขายบอกว่า วานนี้ 1 ตุลาคม 2560 ที่เริ่มใช้วันแรก มีประชาชนมาซื้อของอุปโภค-บริโภคจนแน่นร้าน ขณะที่ชาววันที่ 2 ตุลาคม 2560 ประชาชนยังคงทยอยมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างต่อเนื่อง

คุณลุงหยุ่น  บัวแก้ว ชายพิการชาวพิษณุโลก เช้านี้ได้นั่งรถโยกสามล้อนำบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยมาใช้บริการ โดยให้พนักงานขายร้านท็อปมาร์ท ช่วยเข้าไปซื้อสินค้าประเภทน้ำตาลทราย และ นมข้นหวาน เพื่อนำไปใช้ในการทำกาแฟขาย ได้ใช้วงเงินเกือบครบ 300 บาท โดยซื้อของไป 294 บาท และบอกว่า ช่วยคนมีรายได้ได้อย่างดี

ขณะที่บริเวณร้านท็อปมาร์ท สาขาวงเวียนหอนาฬิกา อ.เมือง จ.พิษณุโลก ก็มีลูกค้ามาใช้บัตรสวัสดิการมาซื้อสินค้าจำนวนมากเช่นกัน บางรายอยากได้ข้าวสาร แต่เนื่องจากวันแรกมีคนมาใช้บริการมาก จึงหมดในเวลาอันรวดเร็ว จึงเลือกซื้อเครื่องอุปโภค-บริโภคอื่นแทน ได้แก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย บางรายก็ใช้จนเต็มจำนวนวงเงิน  บางรายก็ใช้ไม่หมด ยังสามารถมาใช้ซื้อได้อีกในเดือนนี้

นายอารีย์  เดวี พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยจะได้รับสิทธิประโยชน์ใน 2 ส่วน คือ 1. ด้านค่าใช้จ่ายการเดินทางที่โดยสารผ่านพาหนะสาธารณะต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนด และ 2. ด้านการดำรงชีพด้วยการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อการศึกษาในราคาถูก ผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการที่ผ่านการประเมินและพิจารณาแล้ว จำนวน 111 ร้าน ได้แก่ อำเภอเมือง จำนวน 44 ร้าน อำเภอเนินมะปราง 4 ร้าน อำเภอชาติตระการ 5 ร้าน อำเภอนครไทย  13 ร้าน อำเภอบางกระทุ่ม 8 ร้าน อำเภอบางระกำ  6 ร้าน อำเภอพรหมพิราม 11 ร้าน อำเภอวังทอง 13 ร้าน และอำเภอวัดโบสถ์ 7 ร้าน

สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ นอกจากจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ได้รับความสะดวกแล้ว ร้านค้าก็สามารถกระตุ้นยอดขาย และยังมีโอกาสได้ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรงเพื่อจัดจำหน่ายในร้านได้ในต้นทุนที่ต่ำลงด้วย ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ร้านค้าในชุมชนให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ส่วนร้านค้าในจังหวัดพิษณุโลกที่สนใจเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ถนนจ่านกร้อง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โทร. 055 - 429909 ในวันและเวลาราชการ

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL