อังคาร, มกราคม 16, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

สับปะรดล้นตลาด-ราคาตก เกษตรกรวางขายข้างทางลดขาดทุน

เกษตรกร จ.พิษณุโลก ประสบปัญหาสับปะรดล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ จนต้องนำสับปะรดไปวางจำหน่ายริมถนนให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

 

 

เกษตรกรบ้านเกาะแก้ว ต.หนองกระท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นำสับปะรดวางจำหน่ายริมถนนสายนครไทย-ด่านซ้าย ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว หลังราคาตกต่ำอย่างหนักจากปริมาณที่ออกมาจำนวนมากและโรงงานไม่รับซื้อ ทำให้สับปะรดบางส่วนสุกงอมและเน่าเสียคาต้น จึงต้องนำไปจำหน่ายในราคา 100 บาทต่อน้ำหนัก 10-20 กิโลกรัม ตามแต่ขนาด รวมทั้งแจกและแถมเพื่อให้ขาดทุนน้อยลง

สำหรับ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ถือเป็นแหล่งปลูกสับปะรดมากที่สุดของจังหวัด มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 42,000 ไร่ โดยผลผลิตจะออกมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม

 

โครงการรถไฟความเร็วสูง เฟสแรก กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ลงมือสร้างปี 2561

ญี่ปุ่นสรุปผลศึกษารถไฟความเร็วสูง เส้นทาง “กรุงเทพฯ-เชียงใหม่” โดยเล็งออกแบบเฟสแรก “กรุงเทพฯ-พิษณุโลก” แบ่งเป็นตอนๆ

 

 

ความคืบหน้าของโครงการความร่วมมือในการพัฒนาระบบรางระหว่างไทยกับญี่ปุ่น  หรือโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 672 กม.นั้น   ล่าสุดทางญี่ปุ่นได้รายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเบื้องต้น โดยจะแบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ตอน ได้แก่ ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก และช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่  

 

สำหรับแนวทางที่มีความเหมาะสมนั้น  จะก่อสร้างเส้นทางในระยะแรกก่อน คือ ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทางประมาณ 380 กิโลเมตร  เนื่องจากมีความเป็นไป และมีผลตอบแทนของโครงการดีกว่าการก่อสร้างพร้อมกันทั้งโครงการไปถึงเชียงใหม่   นอกจากนี้  ยังสามารถพัฒนาพื้นที่รอบสถานีและสองข้างทางได้  อีกทั้งพิษณุโลกยังมีจังหวัดรอบๆ ที่สามารถส่งต่อผู้โดยสารเข้ามาเสริมต่อรถไฟความเร็วสูงได้  จึงมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและการเงินได้

ทั้งนี้  ญี่ปุ่นจะสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงการในเดือน ต.ค.-พ.ย. 2559 จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการออกแบบอีก 1 ปี (2560)  โดยไทยตั้งเป้าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2561

 

อนึ่ง โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง  เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง  672 กิโลเมตร เป็นความร่วมมือพัฒนาระบบรางระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ใช้ระบบเทคโนโลยีซินคันเซน  โดยการให้บริการจะเน้นขนส่งผู้โดยสารเป็นหลักและขนส่งสินค้าเป็นรอง   แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2  ระยะ คือ

-ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก  ระยะทาง 384 กิโลเมตร  แนวเส้นทางที่จะใช้ก่อสร้างส่วนใหญ่อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟสายเหนือเดิม  

-ระยะที่ 2 ช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่  ระยะทาง 285 กิโลเมตร เป็นเส้นทางตัดใหม่


ส่วนแนวเส้นทาง จากกรุงเทพฯ-พิษณุโลก   ส่วนใหญ่จะใช้เขตทางรถไฟสายเหนือเดิม   แต่อาจมีการปรับแนวเส้นทางตรงบริเวณที่เป็นทางโค้งมากๆ  เนื่องจากรถไฟวิ่งด้วยความเร็วสูง   โดยมีจุดเริ่มต้นที่บริเวณสถานีบางซื่อ  วิ่งไปตามแนวรถไฟเดิม  สิ้นสุดเส้นทางเฟสแรกที่จังหวัดพิษณุโลก  มี 7 สถานี ได้แก่ สถานีบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา ลพบุรี (ป่าหวาย) นครสวรรค์ พิจิตร และพิษณุโลก มี 2 สถานีที่สร้างอยู่บนที่ใหม่ ได้แก่ สถานีลพบุรีจะสร้างอยู่ป่าหวาย ห่างจากตัวเมือง 5 กิโลเมตร และสถานีพิจิตร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร อีก 5 สถานีที่เหลือจะสร้างอยู่ที่เดิมเป็นสถานีรถไฟในเมือง มีศูนย์ซ่อมบำรุงที่สถานีเชียงราก

 

เตรียมโฮมสเตย์ 15 หลังรองรับนักนักท่องเที่ยวชมทะเลหมอก

สภาพอากาศช่วงต้นหนาว ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ทะเลหมอกที่ร่องเขานครชุม อำเภอนครไทย ให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวเก็บภาพ และชื่นชมความสวยงามทางธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด  ด้านองค์การบริหารส่วนตำบลนครชุมและชาวบ้านเตรียมพร้อมโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาท่องเที่ยว

 

 

 

จากสภาพอากาศที่เข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ทะเลหมอกปกคลุมไปทั่วหมู่บ้าน ตำบลนครชุม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ในช่วงเช้า สร้างความสวยงามอย่างมาก โดยเฉพาะที่ยอดเขาโปกโล้นและจุดชมวิวร่องเขานครชุม จะเห็นทะเลหมอกสีขาวลอยปกคลุมเป็นบริเวณกว้างได้ชัดเจน เริ่มมีนักทักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมทะเลหมอกแล้ว โดยสภาพอากาศช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 18-20 องศา

นายสุรินทร์โรจน์ ศรีสังข์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชุม เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวชมทะเลหมอกร่องเขานครชุมมีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ที่มีการส่งเสริม ซึ่งปรากฎการณ์ทะเลหมอกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาว และตลอดช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางมาชมปรากฏการณ์นี้ได้ในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.30-08.30 น.นับเป็นการดูทะเลหมอกได้ยาวนาน บริเวณร่องเขานครชุม ก่อนที่พระอาทิตย์จะสาดแสงร้อนแรงและไล่ไอหมอกให้กระจายฟุ้งจางหายไป ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปกับทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิด เป็นมุมที่สวยงาม เพราะเห็นแนวภูเขาทอดยาว ขณะที่พื้นล่างหลังจากหมอกจางจะเป็นหมู่บ้านและทุ่งนาที่สวยงาม โดยมีทะเลหมอกสีขาวลอยเคลื่อนอยู่ตรงกึ่งกลาง เป็นอีกบรรยากาศที่งดงามที่หลายคนต้องเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก นำไปอวดกันในโลกโซเชียล

จุดเด่นคือ ทะเลหมอกนครชุม เป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่สามารถจับหมอกได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งปีนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลนครชุมเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นมีการเตรียมบ้านพักโฮมสเตย์จำนวน 15 หลังให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมหมอกและสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวนครชุมอีกด้วย

   

ชาวบางกระทุ่มฮือขับไล่ปลัดเทศบาลปัญหาตลาดสดกับตลาดนัด

พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลตำบลบางกระทุ่ม ได้รับความเดือดร้อนการจากค้าขาย ที่ได้รับผลกระทบจากตลาดนัดที่มีการเปิดขายทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีทุกๆเดือน

 

 

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.พิษณุโลก มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดบางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ซึ่งมีตัวแทน 30 คน ได้เดินทางมาขอพบนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพื่อยื่นหนังสือขับไล่นางบังอร ยรรยง ปลัดเทศบาล และนายสมศักดิ์ หน.สำนักปลัดเทศบาล สังกัด ทต.บางกระทุ่ม ออกนอกพื้นที่  โดยมีนายปิยะ แซ่หลิม สท.ทต.บางกระทุ่ม เป็นแกนนำ

 

โดยในหนังสือร้องเรียนได้ระบุปัญหาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลตำบลบางกระทุ่ม ได้รับความเดือดร้อนการจากค้าขาย ที่ได้รับผลกระทบจากตลาดนัดที่มีการเปิดขายทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีทุกๆเดือน ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ทำให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดไม่สามารถขายสินค้าเหมือนตามปกติ เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่จะพากันซื้อสิ่งของที่ตลาดนัดกันหมด ทำให้มีความเดือดร้อนในการค้าขาย

นอกจากนั้นการจัดระเบียบจำหน่ายสินค้าและคัดเลือกผู้จำหน่ายสินค้าของเทศบาลตำบลบางกระทุ่ม ไม่ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ ปี 2646 และการแต่งตั้งคณะกรรมการไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อ 7 และข้อ 9 (2)  โดยไม่มีการแต่งตั้งตัวแทนจากสาธารณสุขอำเภอเป็นกรรมตามระเบียบข้อ 7 และข้อ 9 (3) และการแต่งตั้งผู้แทนภาคประชาชนเป็นกรรมการ ตามระเบียบข้อ 7 และข้อ 9 (4) โดยไม่ได้ผ่านการประชาคมแต่อย่างใด

ต่อทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแทนทั้งหมดเข้าไปรวมประชุม โดยมีนายไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองผู้ว่าราชการเป็นประธานในการประชุม โดยทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับหนังร้องเรียน พร้อมจะลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว

 

ชมดอกสร้อยสยามสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า

ชมดอกสร้อยสยามที่กำลังออกดอกสีชมพูระย้าไปทั่วบริเวณ ที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สร้อยสยามพรรณไม้หนึ่งเดียวในโลก เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นเดียวที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ในพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แม่หลวงของปวงชนชาวไทย โดยมีพระราชประสงค์จะอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยปัจจุบันที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก  มีอุณหภูมิประมาณ 15 องศา ส่งผลให้ดอกสร้อยสยาม กำลังออกดอกสีชมพู เป็นช่อระย้าไปทั่วบริเวณสีสันสวยงามเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว

สำหรับ ดอกสร้อยสยามพรรณ เป็นพรรณไม้ที่พบว่ามีหนึ่งเดียวในโลก ที่ จ.พิษณุโลก มีชื่อเรียกอีกคือ ชงโคสยาม และ เสี้ยวแดง มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์  เป็นไม้เลื้อย เนื้อแข็ง  สามารถเลื้อยได้ไกลกว่า 5-8 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง หูใบรูปทรงกลมถึงรูปไข่กลับ ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแยกเป็น 2 แฉกลึกคล้ายใบต้นชงโคทั่วไป ดอกเป็นดอกช่อ ดอกย่อยสีชมพู ออกดอกช่วงหน้าหนาว   นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเลื้อยแต่งรั้วหรือซุ้ม พบครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2544 ในเขตเทือกเขาของจังหวัดพิษณุโลก

 

โดยนักท่องเที่ยวนอกจากจะได้ชมดอกสร้อยสยาม ที่สวน สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก แล้วยังสามารถชมดอกไม้พันธุ์หายากหลากหลายชนิดที่ทางสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าปลูกเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเที่ยวสัมผัสกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งในวันที่ 18 พ.ย. ก็จะมีการจัดกิจกรรม “ห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบน”  บนสวนพฤกษศาสตร์ฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งวัน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวปีนี้

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL