เสาร์, พฤษภาคม 27, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

เร่งเก็บทุเรียนหลงรักไทย ยอดสั่งออเดอร์กว่า 10 ตัน

ทุเรียนหลงรักไทย ทุเรียนรสชาติดีของอ.เนินมะปรางจ.พิษณุโลก ออกผลผลิตแล้วสู่ท้องตลาดแล้ว โดยจะจำหน่ายขายราคาเท่าเดิมกิโลกรัมละ 150-300บาท พร้อมมีออเดอร์สั่งแล้วกว่า10ตัน เจ้าของสวนเผยเก็บผลไม่ทันต่อความต้องการ

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านซำต้อง หมู่ที่ 7ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งมีเกษตรกรปลูกทุเรียนหลงรักไทยและมีรสชาติ หอม กรอบ อร่อย  เป็นสวนทุเรียนแห่งแรกและแห่งเดียวของ จังหวัดพิษณุโลก ของนายนายวันชัย  กาญจนเพ็ญ  ปลูกทุเรียนเนื้อในที่ 45ไร่  ปลูกทุเรียนพันธุ์หลงรักไทย จำนวนกว่า 300ต้น

นายวันชัย  กาญจนเพ็ญ   เจ้าของสวนทุเรียนหลงรักไทย กล่าวว่า ได้นำพันธุ์ทุเรียนหลงลับแลมาปลูกในพื้นที่ อ.เนินมะปราง นานกว่า20ปีแล้ว  ในช่วง 4-5ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างผลผลิตออกสู่ตลาดได้กว่าปีละ 30ตัน สามารถสร้างรายได้จำหน่าย กิโลกรัมละ 150-300บาท ส่วนเอกลักษณ์และจุดเด่นของทุเรียนพันธุ์หลงรักไทยนั้น คือ เนื้อทุเรียนจะมีลักษณะเนื้อละเอียดแน่น ไม่เละจนเกินไป สีเหลืองทอง รสชาติหวานและหอม อร่อยไม่แพ้ทุเรียนพันธุ์หลินลับแลหลงลับแล ทั้งที่ต้นพันธุ์มาจากพันธุ์ทุเรียนพันธุ์หลินลับแลหลงลับแล อาจเป็นเพราะบ้านรักไทยสภาพอากาศเย็น แร่ธาตุในดินดีทำให้เนื้อทุเรียนที่นี่อร่อยกว่าที่อื่น เป็นที่ต้องการของท้องตลาด  จึงได้เปลี่ยนชื่อจากพันธุ์หลงลับแลเป็น “พันธุ์หลงรักไทย” เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ปัจจุบันทุเรียนพันธุ์หลงรักไทยเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก

 

นายวันชัย  กล่าวอีกว่า  ในปีที่ผ่านมา ทางสวนทุเรียนของตนเองต้องประสบปัญหาสภาพอากาศที่แล้ง  ทำให้ผลทุเรียนไม่ออก แต่ปีนี้ผลผลิตได้ออกตามที่กำหนด และได้ผลที่สามารถส่งขายแบบเต็มที่ มาเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา และขณะนี้มียอดสั่งจองทุเรียนหลงรักไทย แล้วประมาณ 10 ตัน ซึ่งทางสวน ต้องทยอยส่งให้ลูกค้า เนื่องจากผลทุเรียนที่ออกมายังแก่พอที่จะส่งขายได้ทุกผล จึงต้องเก็บตามขนาดที่ต้องการ  แต่ในปีนี้คาดว่าจะมีทุเรียนส่งขายมากกว่า 30 ตัน และสามารถจำหน่ายได้ประมาณปลายเดือนมิถุนายนนี้อย่างแน่นอน สำหรับผู้ต้องการสั่งซื้อทุเรียนหลงรักไทย ก็สามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุ๊ก Www.facebook.com/Longrakthai  หรือ Line ID:Longrakthai.

 

แม่ทัพฯ ลั่น ทภ.3 พร้อมรับทุกสถานการณ์ ย้ำทุกข์ ปชช.คืองานเร่งด่วน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจความพร้อมอุปกรณ์สาธารณภัย ลั่นพร้อมเผชิญรับทุกสถานการณ์ ย้ำทุกข์ของประชาชนคืองานเร่งด่วนแรกที่เหล่าข้าราชการต้องทำ

 

 

       
       วันนี้ (20 พ.ค.) พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ได้เป็นประธานในพิธีตรวจความพร้อมการบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณการ ณ ลานพื้นแข็งอเนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ (บชร.3) อ.เมือง จ.พิษณุโลก
       
       หลังจากหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร และอีกหลายจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลมรสุมพาดผ่าน ด้วยปริมาณน้ำฝนหนาแน่น จนเกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน
       
       ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 จึงกำหนดตรวจความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก อบจ.พิษณุโลก กองบิน 46 และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 เพื่อเป็นการเตรียมกำลังพล และนำเครื่องมือที่มีอยู่เตรียมรับมือต่อสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
       
       พล.ท.วิจักขฐ์ เปิดเผยว่า เป็นการตรวจความพร้อมการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ด้านการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้รับงบจากรัฐบาลจัดหาเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาด้วย ก่อนจะตรวจความพร้อมในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป เพื่อช่วยเหลือประชาชนตลอดเวลา สำหรับโรงพยาบาลค่ายต่างๆ ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ จะต้องจัดเตรียมชุดฉุกเฉินให้พร้อม
       
       “กองทัพภาคที่ 3 ยืนยันพร้อมเผชิญรับทุกสถานการณ์ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทุกข์ของประชาชนคืองานเร่งด่วนแรกที่บรรดาเหล่าข้าราชการต้องเข้าไปบำบัดทุกข์บำรุงสุข สิ่งที่เราต้องการมากที่สุด คือ การแจ้งเตือนภัยของการเกิดภัยพิบัติ เพื่อลดความสูญเสีย”

 

เร่งผลิตมะม่วงฝานตากแห้ง ธุรกิจในครัวเรือน รายได้งาม ยอดสั่งเพียบ

 
ในช่วงนี้ธุรกิจในครัวเรือน ถือว่าได้รับกระแสนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะของกิน นั้นหากขายผ่านเฟสบุ้ค แล้ว มีคนช่านชอบและสั่งกินกันจำนวนมาก โดเฉพาะการแปรรูปมะม่วงฝานตากแห้งที่จังหวัดพิษณุโลก ที่กำลังมีผู้สั่งจองกันจำนวนมาก
 
 
วันนี้( 19 พ.ค.) นางปริญรัตน์ หรือ คุณแปร๋ม  อ้นชาวนา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 ถนนพุทธบูชา อ.เมืองพิษณุโลก และครอบครัว ได้ทำมะม่วงแปรรูป ฝานตากแห้ง ขายตามผู้สั่งจอง ทั้งทางผ่านเฟสบุ้ค และโทรศัพท์สั่งจอง มานานกว่า 8 ปี แล้ว โดยไม่ต้องมีหน้าร้านแต่อย่างใด แต่เพียงบอกต่อๆกันจนติดปาก ถึงการแปรรูปมะม่วงฝาน ตากแห้งขายสร้างรายได้ให้ครัวเรือนเป็นอย่างดี
 
นางปริญรัตน์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนแรกครอบครัวตนเอง ขายของทั่วไป แต่เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ได้ลองรับซื้อมะม่วงกระล่อนมาปอกเปลือกแล้วฝานตากแห้ง แล้วใสแพ็กเก็ตให้สวยงามส่งขายให้กับผู้ที่สนใจ ตอนแรกก็คิดว่าทำกันเล่นๆ ในครอบครัว แต่เมื่อเห็นมีผู้สั่งจองเยอะก็เริ่มเป็นรายได้เข้ามาในครอบครัว โดยแต่ละปีนั้นเมื่อถึงฤดูของมะม่วงสุก ก็จะมีลูกค้าเริ่มโทรมาสั่งจองมะม่วงฝานตากแห้ง กันจำนวนมาก บางปีวัตถุดิบ ก็หายาก โดยเฉพาะในปีนี้ มะม่วงกระล่อน ก็หายากแทบหาซื้อไม่ได้ จึงได้นำมะม่วงแก้มแหม่ม หรือ มะม่วงแก้มแดง หรือ มะม่วงอิณทผลัม ซึ่งจะมีรสชาติหวาน หอม มากกว่ามะม่วงกระล่อน ที่จะออกเปรี้ยวนิดหน่อย จากนั้นนำมาฝานแปรรูป ส่งให้ขายให้กับลูกค้า ซึ่งในปีนี้ตนและครอบครับทำส่งแล้วกว่า 1,000 กิโลกรัม แล้วและมียอดสั่งจองอีกกว่า 100 กิโลกรัม ทำให้ในช่วงนี้ทุกวันจะผลิตมะม่วงฝานตากแห้งแทบไม่มีวันหยุดทีเดียว
 
วิถีการแปรรูปก็ไม่ยาก โดยรับซื้อมะม่วงแก้มแหม่ม จากเกษตรกรที่ปลูกมะม่งในจังหวัดพิษณุโลก และใกล้เคียง ในราคากิโลกรัมละ20 บาท จากนั้นก็ฝานตากแห้ง โดยหากตากแดด ก็จะตาก 2 วัน แต่ถ้าวันไหนฝนตก ก็จะอบแห้ง ซึ่งใช้เตาอบของชุมชนวัดน้อย จำนวน 5 ชม. เมื่อได้ที่ ก็จะนำมาแพ็กเก็ตใส่กระปุก ส่งขาย โดยขายกระปุก ละ 150 บาท ซึ่งลูกค้าบางคนก็จะมารับถึงบ้าน บางคนไม่สะดวก อยู่ต่างจังหวัดก็จะจัดส่งทางไปรษณีย์  ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี
   

น้ำแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แพอาหารพังเสียหาย

ฝนตกหนักทำระดับน้ำแม่น้ำน่าน ซึ่งไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

 

หลังจากที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน 1-2 วันในจังหวัดพิษณุโลก  ส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง-น้ำรอระบาย  ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำน่านก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  เพียงวันเดียวระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงเกือบ 2 เมตร

โดยที่สถานีวัดระดับน้ำ N.5A  ได้รายงานสถานการณ์น้ำ  ระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่ไหลผ่านเมืองพิษณุโลก  เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ช่วงเช้าของเมื่อวานนี้ จนถึงเช้าวันนี้   ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย ชม.ละ 10-20 เซนติเมตร   โดยเมื่อเวลา 06.00 น.ของเมื่อวานนี้ วัดระดับน้ำได้  3.03 เมตร  มีมวลน้ำไหลผ่าน 285 ลบ.ม. ต่อวินาที  และในช่วงเวลาเดียวกันของวันนี้ ระดับน้ำเพิ่มสูงถึง 4.76 ม.  มีมวลน้ำไหลผ่าน 443 ลบ.ม. ต่อวินาที    

ซึ่งประชาชนที่ผ่านไปมา  ต่างพากันถ่ายภาพแม่น้ำน่าน  ที่มีน้ำเกือบเต็มตลิ่งมาแชร์ในโซเชี่ยลกันเป็นจำนวนมาก  เนื่องจากที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน  อยู่ในระดับต่ำน้ำน้อย   และเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการได้เพียง 2 วัน ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้แพอาหาร และโฮมสเตย์ในแม่น้ำน่าน ยังได้รับความเสียหายจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลแรง ทำให้สะพานข้ามระหว่างแพกับบนฝั่งพังเสียหาย เศษขยะไหลติดไปจนทำให้แพเอียงมีน้ำไหลเข้าตัวแพ ทางร้านต้องประกาศปิดทำการชั่วคราว เพื่อเร่งทำการซ่อมแซม

 

น้ำท่วมพื้นที่เนินมะปราง

 
 
พายุฝนกระหน่ำ อ.เนินมะปราง น้ำป่าจากเทือกเขาหลากท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน 2 หมู่บ้าน
 
 

 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก มีพายุฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลบ่าให้เข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน หมู่ที่ 1 บ้านมุงเหนือ และหมู่ที่ 5 บ้านเนินดิน ได้รับผลกระทบมีน้ำป่าไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาเอ่อให้เข้าไร่อ้อย นาข้าว สวนมะนาว ถนนเข้าออกสัญจรในหมู่บ้านก็ถูกน้ำท่วมขังทำให้เดินทางด้วยความยากลำบาก และได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ผู้นำท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำลังเร่งสำรวจความเสียหายให้ความช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นแล้ว

  ขณะที่ นางจันทร์เพ็ง  เบ้าทอง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 5 บ้านเนินดิน ต.บ้างมุง ประชาชนในพื้นที่ก็ถูกน้ำป่าจากเทือกเขาหินปูนไหลท่วมบ้านระดับน้ำสูงกว่า 50-80 ซม. จนต้องรีบขนข้าวของขึ้นสู่ที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย ส่วนนายพรชัย  แก้วเกตุ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 5 บ้านเนินดิน ต.บ้านมุง ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสวนมะนาวจำนวน 4 ไร่ ถูกน้ำท่วมขังซึ่งคาดว่าถ้าระดับน้ำยังไม่ลดลงอาจส่งผลทำให้มะนาวเน่าตายได้ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านจำนวนมากพลิกวิกฤตเป็นโอกาสออกมาจับปลาที่ว่ายมากับน้ำท่วมบริเวณริมสองฝั่งข้างทางถนนเส้นเนินมะปราง-บ้านมุง โดยใช้วิธีตกเป็ด วางข่าย ยกยอ ได้ปลาหลากหลายชนิด อาทิ ปลากระดี่ ปลาสร้อย ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาดุก นำไปประกอบอาหารและหากเหลือก็จะนำไปขายสร้างรายได้ในระยะนี้
สำหรับ จ.พิษณุโลก ได้สรุปรายงานเหตุอุทกภัย ตามที่ได้เกิดฝนตกตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ถึงวันที่ 18 พ.ค.มีพื้นที่ได้รับผลดังนี้ 1. อำเภอชาติตระการ รวม 4 ตำบล 10 หมู่บ้าน 2. อำเภอวัดโบสถ์ 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน 3. อำเภอพรหมพิราม รวม 5 ตำบล 14  หมู่บ้าน 4. อำเภอวังทอง รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน รวมทั้งหมด 4 อำเภอ 11 ตำบล 28 หมู่บ้าน ความเสียหายน้ำไหลเข้าบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบจำนวน 9 หลังคาเรือน และถนน 2 สาย พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 11,000 ไร่ ความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจตรวจสอบ ทั้งนี้ทางด้านนายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อปท.ในพื้นที่ได้ร่วมกันช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว เช่น แจกจ่ายสิ่งของสำรองจ่ายยังชีพ นำเรือท้องแบนอำนวยความสะดวก ปักป้ายเตือนด้านการจราจร รถไถ่เกลี่ยดิน เป็นต้น.
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL