อาทิตย์, กรกฏาคม 23, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวเศรษฐกิจ ::

มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานนเรศวรวิจัย ครั้งที่ 13

เน้นต่อยอดเชิงพาณิชย์รับชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติ ในการประชุมวิชาการระดับชาตินเรศวรวิจัย ครั้งที่ 13 “วิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม”ในระหว่างวันที่ 20-21 กรกฏาคม 2560

 

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ที่อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร  นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อม พลเอกศิริ  ทิวะพันธ์  อุปนายกสภามหาวิทยาลัยนเรศวร   ร่วมกันเปิดงาน นเรศวรวิจัย ครั้งที่ 13  ซึ่งปีนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรต้องการที่จะมุ่งเน้นการทำการวิจัยเพื่อตอบสนอง ต่อการพัฒนาประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0  การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึง เน้นเรื่อง “งานวิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม” เพื่อปลุกกระแสการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ต่อยอดเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้แก่ชุมชนและท้องถิ่น

นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างกระแสความคิดใหม่แก่นิสิตและบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาให้เข้าถึงความต้องการของประชาชนในสร้างโจทย์วิจัยที่ตอบสนองต่อต้องการของประชาชนและอุตสาหกรรม ผสมผสานการใช้องค์ความรู้ทางวิชาการสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชน

ซึ่งภายในงานจะประกอบไปด้วย การนำเสนอผลงานทางวิชาการของศูนย์ความเป็นเลิศด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยทั้งด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การแพทย์และสาธารณสุข สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์  กว่า 100 งาน

และทางมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมและสมาพันธ์ SME จังหวัดและกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือจัดแสดงนิทรรศการสินค้าของผู้ประกอบการ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ และจะสร้างบรรยากาศการพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ประกอบการที่มีผลผลิตและผลิตภัณฑ์ต่างๆและทราบความต้องการของผู้บริโภคกับนักวิจัยที่มีองค์ความรู้ เพื่อร่วมกันสร้างผลผลิตและผลิตภัณฑ์ใหม่หรือทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วมีมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยีหรือองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย ตามแนวนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนำไปสู่ความ ”มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

สำหรับงานนเรศวรวิจัย ครั้งที่ 13 “วิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม” จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 20-21 กรกฏาคม 2560 

 

เร่งระบายน้ำยมออกสู่แม่น้ำน่านรับมือน้ำเหนือจากแพร่

ชลประทานเร่งระบายแม่น้ำยมสายหลักและสายเก่าออกสู่แม่น้ำน่าน รับมือน้ำหลากจากแพร่ คาดเดินทางมาถึงช่วง 21-22กค. 60 ยังมีพื้นที่นาข้าวรอการเก็บเกี่ยวอีกร่วมแสนไร่ ระดับน้ำแม่น้ำยม ณ อำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก 

 

 

วันที่ 20 กรกฏาคม 2560 สถานการณ์น้ำเหนือไหลหลากโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำยมในเขตอ.บางระกำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ขณะนี้อยู่ในช่วงการเฝ้าระวังและเตรียมการรับมือน้ำเหนือที่จะไหลหลากมาจากจังหวัดแพร่ เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง เพราะในพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำยมนั้น ยังคงมีพื้นที่นาข้าวที่กำลังรอการเก็บเกี่ยวร่วมแสนไร่ โดยเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับน้ำของแม่น้ำยมที่อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำยมสายหลัก และแม่น้ำยมสายเก่า ( คลองบางแก้ว ) ระดับน้ำในแม่น้ำยมสายหลักได้เพิ่มระดับสูงมาก ที่สถานีวัดระดับน้ำ Y64 ระดับน้ำอยู่ที่ 6.08  เมตร มีน้ำไหลผ่าน 338 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังไม่ถึงจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ขณะที่น้ำในคลองบางแก้ว หรือ แม่น้ำยมสายเก่า ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ยังไม่ล้นทางระบายน้ำล้น

นายชำนาญ  ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายม-น่าน ได้ประกาศแจ้งเตือนผ่านทางไลน์กลุ่มบริการน้ำคลองบางแก้ว แจ้งไปยังนายอำเภอ, ผู้นำท้องถิ่น และ กลุ่มผู้ใช้น้ำ และเกษตรกร ระบุว่า  สถานการณ์น้ำปัจจุบัน ปริมาณน้ำจากแพร่ ไหลผ่านสูงสุด วัดที่สถานีวัดน้ำ Y.20 อ.สอง จ.แพร่ ปริมาณ 880 ลบ.ม/วินาที เมื่อวันที่ 19 กค.เวลา 8.00 น. และปริมาณน้ำนี้ กำลังไหลลงมาพื้นที่ตอนล่าง คาดว่าจะถึง ที่ ปตร.หาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ในวันที่ 20-21 ก.ค และ มาที่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ประมาณวันที่ 21-22 กค.  โดยทางกรมชลประทาน ได้เตรียมการเร่งพร่องน้ำในคลองสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำยมสายเก่า, คลองเมม-คลองบางแก้ว, คลองน้ำไหล และเร่งระบายแม่น้ำยมผ่านทาง คลอง DR-2.8 และ DR-15.8.  เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำยมออกสู่แม่น้ำน่าน

              ส่วนการบริหารจัดการน้ำ จากทาง จ.สุโขทัย นั้น จะผันน้ำจากแม่น้ำยมสายหลักเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่า และ คลองผันน้ำยมน่าน จะบริหารจัดการ โดยจะผันน้ำเข้าสู่ คลองยม-น่าน และ แม่น้ำยมสายหลัก เป็นหลัก ส่วน แม่น้ำยมสายเก่า จะควบคุมและรับการระบายในปริมาณที่ไม่เกินความจุคลอง      ขอให้ คอยติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังในจุดพื้นที่ลุ่มต่ำ ที่อาจจะเกิดน้ำท่วมขังที่เกิดจากฝนตกชุกในพื้นที่และระบายน้ำไม่ได้

 

เร่งซ่อมแซมถนนทางเข้าหมู่บ้าน ใช้ช่วงหน้าฝน

อำเภอเมืองพิษณุโลก สนับสนุนรถบดอัด ซ่อมแซมถนนทางเข้าหมู่บ้านเขตติดต่อ บ้านป่า ต.บ้านป่า และบ้านร้องหวายฝาด ต.ดอนทอง ระยะทางกว่า 800 เมตร เพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไป-มาให้สะดวกในช่วงหน้าฝน ระหว่างรองบประมาณจาก อบจ.

 

 

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสะพานข้ามคลองชลประทาน บ้านป่า หมู่ 8 ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก มอบหมายให้ นายสุธี ชำนาญจิต ปลัดอำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก นำรถบดถนน ซึ่งสนับสนุนจาก บริษัท อมตะมหานคร จำกัด เข้าซ่อมแซมถนนลูกรังทางเข้าหมู่บ้าน เขตติดต่อระหว่าง ม.8 บ้านป่า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ ม.11 บ้านร้องหวายฝาด ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ระยะทางยาวกว่า 800 กิโลเมตร

นางเฉลียว อ๊อดเอก กำนันตำบลบ้านป่า ได้บอกว่า ถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นทางเข้าหมู่บ้านซึ่งมีประชาชนพักอาศัยประมาณ20 หลังคาเรือน ระยะทางประมาณ 800 เมตร เมื่อปี 2559 ได้รับงบประมาณทำถนนเข้าหมู่บ้านเป็นทางลูกรัง ต่อมาระยะหลังมีรถบรรทุกที่หลบด่านชั่งน้ำหนักวิ่งผ่านเส้นทางนี้ ประกอบกับมีฝนตกลงมา ทำให้ดินลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ น้ำขัง และเป็นดินโคลน ทำให้ประชาชนที่สัญจรผ่าน ทั้งเด็กนักเรียนที่ต้องเดินทางไปโรงเรียน และชาวบ้านเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย จึงได้ร้องขอไปยังอำเภอเมืองพิษณุโลกให้เข้ามาช่วยเหลือประชาชน

นายสุธี ชำนาญจิต ปลัดอำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก ได้บอกว่าตนได้รับมอบหมายจากนายอำเภอให้เข้ามาดูแลประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวให้ได้รับความสะดวกในเบื้องต้นก่อน ซึ่งเส้นทางดังกล่าว ทางอำเภอเมืองพิษณุโลกได้ทำเรื่องส่งต่อให้กับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งอยู่ระหว่างรองบประมาณของปี 2561 เพื่อดำเนินการทำถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านให้ น่าจะประมาณปลายปี 2560 นี้ ซึ่งระหว่างนี้เพื่อความสะดวกของประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว จึงได้นำรถบดถนน ซึ่งสนับสนุนจาก บริษัท อมตะมหานคร จำกัด และรถน้ำจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่า และรถไถซึ่งสนับสนุนจากชาวบ้าน มาช่วยอัดบดถนนให้แน่นมากขึ้น ระหว่างรองบประมาณเป็นการชั่วคราวไปก่อน

   

ชาวบ้านเฮ จับปลาได้มาหลังฝนลงแม่น้ำยมเพิ่มระดับ

แม่น้ำยมสายหลักและสายเก่าหรือคลองบางแก้วช่วงไหลผ่านพื้นที่ลุ่มต่ำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลกเริ่มเพิ่มระดับขึ้นมาก หลังจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างออกหาปลามาขายสร้างรายได้ดีมาก ๆ

 

 

เมื่อวันที่ 19 กรกฏาคม 2560 รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.พิษณุโลก ได้เฝ้าระวังระดับน้ำในลุ่มน้ำยม พื้นที่ลุ่มต่ำในเขตอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่มักประสบปัญหาน้ำล้นตลิ่งไหลท่วมพื้นที่เป็นประจำในหน้าฝน โดยเฉพาะช่วงนี้ร่องมรุสุมพาดผ่านภาคเหนือ ส่งผลให้มีฝนตกหนักมากบริเวณภาคเหนือตอนบน พื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำยมในจ.แพร่ ได้เพิ่มปริมาณขึ้น และอาจส่งผลกระทบกับพื้นที่นาข้าวในเขตอ.บางระกำที่กำลังอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยว ขณะนี้ ระดับน้ำทั้งแม่น้ำยมสายหลัก และ แม่น้ำยมสายเก่า หรือ คลองบางแก้ว ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แม้น้ำจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง อยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวัง และส่งผลดีต่ออาชีพการหาปลาจำหน่ายของชาวบ้านในหลายตำบล อาทิ ตำบลบางระกำ ตำบลท่านางงาม ตำบลชุมแสงสงคราม ที่ใช้อุปกรณ์พื้นบ้านทั้งลอบแดง ลอบตั้ง เบ็ด ออกหาปลามาจำหน่าย

ที่คลองบางแก้ว หรือ แม่น้ำยมสายเก่า บ้านบางแก้ว ม. 3 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ขณะนี้น้ำในคลองบางแก้วได้เพิ่มระดับขึ้นมาก แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง และปีนี้ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา น้ำในคลอง ไม่ได้แห้งสนิทเหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ชลประทานได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนนเรศวร มาเก็บไว้ในคลอง เพื่อให้เกษตรกรได้ทำนารอบแรก ซึ่งส่งผลดีกับอาชีพหาปลาอย่างมาก เพราะปลาได้มีโอกาสกระจายพันธุ์ในคลองตลอดสาย ชาวบ้านริมคลอง ได้ออกหาปลามาจำหน่าย ได้ปลาลุ่มน้ำยมหลากหลายชนิด อาทิ ปลาสร้อย ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลากด ปลาแดง หรือ แม้แต่หอยเชอรี่ในนาข้าว ก็นำมาแกะขายได้ถึงกิโลกรัมละ 100 บาท

นางยุพิน  สบายจิต อายุ 57 ปี ชาวบ้านม.3 บ้านบางแก้ว ริมคลองบางแก้ว ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ปีนี้ปลาในลุ่มน้ำยมชุมมาก ๆ ทั้งแม่น้ำยมสายหลัก และ แม่น้ำยมสายเก่า หรือ คลองบางแก้ว เพราะน้ำไม่ได้แห้งขอดเหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ทำให้ปลาในพื้นที่ปลาเล็ก ๆ อย่างปลาสร้อย ปลากระดี่ ปลาซิว กระจายแพร่พันธุ์ได้มาก ชาวบ้านออกจับมาขายได้ทุกวัน สำหรับตน ทั้งออกไปจับเอง และรับซื้อจากชาวบ้านมาเพื่อนำไปขายตามตลาดนัดวันละประมาณ 100-200 กิโลกรัม โดยปลาตัวเล็ก อย่างปลากระดี่ ปลาหมอ ก็จะนำไปตากแดดทำเป็นปลาเกลือขาย ปลาเนื้อตัวใหญ่ ๆ ที่คนชอบบริโภค อย่างปลากด ปลาค้าว ปลาแดง ก็จะขายสดกิโลกรัมละ 300-400 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของลำตัวปลา คาดว่าหากน้ำมามากจริง ๆ ก็จะมีปลาเหลือทำปลาร้าได้อีก

 

นักท่องเที่ยวเที่ยวชมมนต์เสน่ห์ภูหินร่องกล้าช่วงหน้าฝน

 นักท่องเที่ยวยังคงแห่ชมความงานของดอกไม้ป่า ที่บานสะพรั่ง และสายหมอกฤดูฝน ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย 18 องศา

 

 

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 16 ฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากบริเวณประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน "ตาลัส" (Talas) โดยที่จังหวัดพิษณุโลก มีฝนตกบนพื้นที่สูงโดยเฉพาะที่ลานหินปุ่ม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งตลอดทั้งวันนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางไปสัมผัสกับอากาศเย็นท่ามกลางอุณหภูมิ 18 องศา เพื่อสัมผัสกับสายหมอกรอบ ๆ ตัว หากเดินเหนื่อยก็แวะพักเล่นธารน้ำตกที่ไหลเป็นธารน้ำเย็นเฉียบ และยลโฉมดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังผลิดอกบานอีกด้วย

โดยเฉพาะ "ดอกเปราะภู" ที่ผลิบานสีขาวสดในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ไม่ว่าลานหินปุ่ม ลานหินแตก และบริเวณรอบๆ ที่ทำการอุทยาน เต็มไปด้วยดอกเปราะภูที่ขาวสะพรั่ง ไม่เหมือนที่อื่น ๆ เนื่องจากดอกเปราะภูที่ขึ้นตามอุทยานแห่งชาติอื่น ๆ จะมีแต่สีชมพู ขณะที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะเป็นดอกสีขาวเนื่องจากแต่ละภูมิศาสตร์มีสภาพที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ดอกเปราะภูที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามีสีขาวสะอาด สด สวยงาม

นอกจากนี้ตลอดเส้นทางเดินไปยังลานหินปุ่ม-ผาชูธงนักท่องเที่ยวยังได้สัมผัสกับบรรยากาศช่วงหน้าฝนที่น่าตื่นตาตื่นใจที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความสวยงามของเหล่าดอกไม้ป่านานาชนิดโดยเฉพาะพระเอกของงานอย่าง "ดอกตาเหินไหว"เบ่งบานไปตลอดเส้นทางเดินสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูหินร่องกล้าในช่วงหน้าฝนได้เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับดอกตาเหินไหวนั้นเป็นไม้สกุลขิงข่าประเภทพืชอิงอาศัยมีดอกสีขาว พบได้ทั่วไปตามลานหิน ยอดภู หรือดอยที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1,100 เมตร และพบมากในเส้นทางเดินลานหินปุ่ม-ผาชูธง ออกดอกเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี และสำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่ชื่นชอบความสวยงามของดอกพญาลิ้นมังกรแล้วล่ะก็ตอนนี้เริ่มออกดอกเป็นปุ่ม ๆ แล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะบานสะพรั่งให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉมกันในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้.

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL