อังคาร, มกราคม 16, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

คนร้ายบุกยิงหนุ่มวัยเบญจเพสดับคาบ้านพัก

ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าบริเวณท้ายทอย 1 นัด เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด 

 

 

เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา พ.ต.ต.ประเจิด พุ่มโพธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนาฯ อ.บางระกำ ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหนุ่มวัยรุ่นเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่ 265/7 ม.1 บ้านทุ่งอ้ายโห้ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านบริเวณประตูพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าบริเวณท้ายทอย 1 นัด เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด บริเวณหน้าประตูพบโทรศัพท์มือถือ กีตาร์ และเครื่องดื่มวางอยู่บนโต๊ะปูน สอบถามทราบว่าผู้ตายคือนายวันชนะ  มีบุญล้ำ อายุ 25 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สอบสวนเพื่อนของผู้ตายในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นั่งดื่มและเล่นกีตาร์ร้องเพลงอยู่กับตนเอง บริเวณโต๊ะหินหน้าประตูบ้าน จากนั่นได้มีวัยรุ่นขับขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อผ่านมาแล้วจอดรถก่อนชักอาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย จากนั้นคนร้ายได้ขับขี่รถออกไปอย่างรวดเร็ว ตนเห็นเพื่อนถูกยิงจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานทั้งหมด และสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหาสาเหตุและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

รถทัวร์โดยสาร เสียหลักแหกโค้งพลิกคว่ำตาย 1 เจ็บ 8

เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารกรุงเทพฯ-เขาค้อ เสียหลักแหกโค้งพลิกคว่ำข้างทางเจ็บ 8 ราย เสียชีวิต 1 ราย

 

 

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 20 พ.ย. ร.ต.อ.เอกกมล  จันทบุรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านแยง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถทัวร์เสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทางช่วงโค้งลงเขา มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย บนถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก กม.ที่ 320-321 หมู่ 6 บ้านห้วยทรายเหนือ ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์โดยสารปรับอากาศของบริษัทพิษณุโลกยายนต์ กรุงเทพฯ-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-เขาค้อ สีฟ้า-ขาว ทะเบียน 10-1230 พิษณุโลก พุ่งชนกับขอบปูนกั้นข้างทางลื่นไถลไปไกลกว่า 100 เมตร ในสภาพล้อชี้ฟ้ากระจกหน้ารถแตกกระจายพังยับเยินทั้งคัน และมีไฟลุกไหม้ที่ห้องเครื่องยนต์ด้านหลังทำให้ผู้โดยสารต้องหนีตายออกนอกตัวรถอย่างจ้าละหวั่น

 

เบื้องต้นพบมีผู้บาดเจ็บชายและหญิงทั้งหมด 9 ราย กู้ภัยเร่งลำเลียงคนเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย แต่มีผู้โดยสาร 1 ราย ทนพิษบาดแผลไม่จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ น.ส.สุชาดา  ศักดิ์เจริญชัยกุล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 7 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ส่วนคนขับรถทัวร์คันดังกล่าว คือ นายแนน  พันธุ์บุญ อายุ 50 ปี หลังเกิดเหตุได้อาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีหายไปกับความมืดอยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน

จากการสอบสวน นายอรุณศักดิ์  กันแก้ว อายุ 31 ปี พนักงานดูแลรถ ให้การว่า รถทัวร์คันประสบเหตุได้รับผู้โดยสารมาจากสถานีขนส่งหมอชิต กทม. จำนวนกว่า 30 คน เมื่อช่วงเวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 19 พ.ย. และมาถึงที่สถานีขนส่งพิษณุโลกในเวลา 03.00 น. ของวันที่ 20 พ.ย. มีผู้โดยสารลงรถไปแล้วจำนวนหนึ่ง ส่วนที่เหลืออยู่อีกจำนวน 8 ราย จะไปลงที่ จ.เพชรบูรณ์ กระทั่งขับมาถึงยังจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งหักศอกลงเขา ตนได้เผลอหลับไปและสะดุ้งตื่นมาอีกทีเมื่อพบว่ารถไปชนกับขอบปูนกั้นข้างทาง ก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำหงายท้องตกลงไปไถลครูดกับพื้น มีเสียงผู้โดยสารกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวและมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือเป็นระยะ ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการทางกระดูก ศีรษะแตก และมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ก่อนจะพากันตะเกียกตะกายปีนออกนอกรถได้อย่างปลอดภัย จนมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

ส่วน นายแนน คนขับ หลังเกิดเหตุตนได้พยายามโทรติดต่อแต่ไม่รับสายแต่อย่างใด ซึ่งจะแจ้งไปยังบริษัทให้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อเข้ามาดำเนินการกู้ซากรถพร้อมดูแลคนเจ็บ ส่วนสาเหตุครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานคาดว่าน่าจะเกิดจากคนขับไม่ชินเส้นทาง หรือขับรถมาด้วยความเร็วสูง หรืออาจวูบหลับใน ประกอบกับเป็นทางโค้งหักศอกลงเขาจึงทำให้ไม่สามารถควบคุมรถเอาไว้ได้จนเกิดอุบัติเหตุในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

ลุงวัย 63 ปี ขับเก๋งหลุดโค้งพุ่งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เสียชีวิตคาที่

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งที่มีคุณลุงวัย 63 ปี หลุดโค้งพุ่งชน บรรทุก 6ล้อ อย่างเต็มที่ ที่บริเวณทางโค้งบ่อหิน ถนน สายพิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ 1 ต.ชัยนาม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ส่งผลให้เสียชีวิตคาที่ทันที..

 

 

เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 18 พ.ย. ร.ต.อ.วิรัลพัชร วรพงศ์ปกรณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณโค้งบ่อหิน ถนนพิษณุโลก – หล่มสัก ม.1 ต.ชัยนาม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยบูรพา

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 61-2471 กทม. สภาพมีร่องรอยการเฉี่ยวชนอย่างแรงทางด้านคนขับ มีคราบเลือดกระติดอยู่ตรงด้านข้างของรถ ทราบชื่อผู้ขับขี่ต่อมาคือ นายปรเมษฐ์ พุดมา อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 138/43 ม.3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ห่างออกไป 100 เมตร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแอททราจ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กย-7975 อุดรธานี สภาพพังยับเยินทั้งคันหลังคาด้านบนเปิด ใกล้กันพบศพเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายพรชัย  กองค้า 63 ปี บ้านเลขที่ 214 ม.11 ต.นครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก สภาพศพด้านเหลือแต่บริเวณลำตัว หัวและแขนทั้งสองข้างหลุดเลือดและมันสมองกระจายเต็มพื้นถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันเก็บชิ้นส่วนที่ตกกระจายอยู่บนพื้นถนน

จากการสอบสวน นายปรเมษฐ์ ผู้ขับขี่รถบรรทุก 6 ล้อ ให้การว่าตนได้ไปส่งขับรถไปส่งของที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์และกำลังเดินทางกลับมาบนถนนพิษณุโลก –หล่มสัก มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอวังทอง เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งมีลักษณะเป็นทางโค้งได้เห็นรถยนต์เก๋งคู่กรณีได้ขับมาด้วยความเร็วสูง และหลุดโค้งพุ่งชนรถบรรทุก 6 ล้อ ที่ตนขับขี่มาเข้าอย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

            เบื้องต้นทางทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ภายในปั้มน้ำมันใกล้ที่เกิดเหตุ และพบว่ารถยนต์เก๋งหลุดโค้งพุ่งชนรถบรรทุกอย่างเต็มที่  ส่วนทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้อีกครั้ง   ส่วนศพผู้เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลวังทอง เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูติสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้งอย่างละเอียดก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.

   

เก๋งเสียหลักชนต้นไม้นักเรียนและครูเจ็บ 7 ราย

เกิดอุบัติเหตุ ครูสาวขับรถเก๋งพานักเรียนหญิงกลับจากประกวดรำไทยชนต้นไม้ข้างทางเจ็บ 7 ราย

 

 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 พ.ย. พ.ต.ต.กิตติ  ผึ้งสีใส สว.(สอบสวน) สภ.แก่งโสภา จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถเก๋งเสียหลักชนต้นไม้ข้างทางมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนสายบ้านวังตาด-บ้านกลาง หมู่ 8 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยบูรพาและกู้ชีพโรงพยาบาลวังทอง ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน กต 3854 พิษณุโลก ชนกับต้นไม้สภาพด้านหน้ารถเสียหายพังยับเยิน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถจำนวน 7 คน เป็นผู้ใหญ่ 1 คน และเด็กหญิง 6 คน แต่ละคนส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและมีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง หัวแตก ปากเจ่อ เลือดไหลอาบใบหน้า ก่อนกู้ภัยจะเร่งลำเลียงคนเจ็บทั้งหมดนำส่งโรงพยาบาลวังทอง

จากการสอบสวนทราบว่า คนขับรถคันดังกล่าว คือ น.ส.ศตพร  จันทร์เจริญ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/1 หมู่ 4 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นครูโรงเรียนชุมชน 15 บ้านเนินสว่าง อ.วังทอง ขณะเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งพาเด็กนักเรียนหญิงกลับจากประกวดรำไทยในงานศิลปะและหัตกรรมที่โรงเรียนพิณพลราษฎร์ตั้งตรงจิตร และกำลังมุ่งหน้ารับส่งเด็กที่บ้านพัก แต่ระหว่างทางคาดว่าอาจจะขับมาด้วยความเร็วสูงหรืออาจวูบหลับใน จนรถเกิดเสียหลักพุ่งตกลงไปข้างทางชนกับต้นไม้ทำให้ตนเองและเด็กนักเรียนหญิงที่นั่งโดยสารมาด้วยบาดเจ็บดังกล่าว

ซึ่งในจำนวนนี้มีนักเรียนที่บาดเจ็บอาการสาหัส 1 คน คือ ด.ญ.ณัฐริกา  ครุฑกัน อายุ 11 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152/1 หมู่ 4 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งทางโรงเรียนได้แจ้งไปยังผู้ปกครองของนักเรียนแต่ละคนให้ทราบเรื่องแล้วกำลังเดินทางมาที่โรงพยาบาล ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ.

 

รถเก๋งบีเอ็มซิ่งเสยท้ายสองพ่อลูกที่ไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูสุดใจดำ ซิ่งเสยท้ายจยย.สองพ่อลูกเจ็บหนักสาหัส ขณะกำลังขี่รถไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 

 

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ร.ต.อ.กล้าณรงค์  จันทรมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายเลี่ยงเมืองพิษณุโลก – นครสวรรค์ ก่อนถึงสำนักงานขนส่งแห่งใหม่ หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย นอนหมดสติอยู่ในป่าหญ้าริมทาง ทราบชื่อต่อมา คือ นางทวี  ลุ่มหล้า อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง สภาพมีบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์ตามร่างกายหลายแห่ง เลือดไหลออกปากและจมูก อาการหนักสาหัสหมดสติ ส่วนอีกราย คือ นายเชิด  ศรีเครือ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง ซึ่งเป็นบิดาของนางทวี มีบาดแผลที่ศีรษะแตกเลือดไหลอาบใบหน้า และมีรอยถลอกฟกช้ำทั่วร่างกาย ยังพอมีสติพูดคุยได้เล็กน้อย เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช นอกจากนี้ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน ขกษ 841 พิษณุโลก สภาพถูกชนด้านท้ายรถจนเสียหายพังยับเยิน

            ต่อมามี นายภาณุเดช  ลุ่มหล้า อายุ 18 ปี  บุตรชายของนางทวีเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับให้การด้วยท่าทางตื่นตระหนกตกใจว่า เมื่อช่วงเช้านี้นางทวี มารดาของตน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับนายเชิด ซึ่งเป็นบิดา และมีศักดิ์เป็นตาของตนเองเพื่อพากันไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในตัว อ.วังทอง แต่ระหว่างทางมาถึงยังจุดเกิดเหตุกลับถูกรถยนต์เก๋งขับชนท้ายเข้าอย่างจังเสียงดังสนั่น ทำให้แม่และตากระเด็นตกลงไปในป่าหญ้าข้างทาง ก่อนจะถูกรถยนต์เก๋งลากรถจักรยานยนต์ครูดไปกับพื้นถนนไกลกว่า 50เมตร

โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่ารถยนต์เก๋งที่ชนนั้นเป็นรถยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ภายหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกวัดสะกัดน้ำมันอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยุสกัดจับแต่ไร้วี่แวว ซึ่งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดริมทางเพื่อหาหลักฐาน ใช้ติดตามตัวคนขับรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL