อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ตร.ภ. 6 ขยายผลพบขายกัญชาอัดแท่งทางไปรษณีย์ ค้นบ้านได้อีก 293 กิโลกรัม

ตำรวจภูธรภาค 6 ขยายผลตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาค้ายาเสพติดทางไปรษณีย์ พบกัญชาซุกในบ้านพักใน ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พบกัญชาแห้งอัดแท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 293 กก. มูลค่ากว่า 1,758,000 บาทและรายชื่อลูกค้าเตรียมขยายผลจับกุมต่อไป

 

 

เมื่อเวลา  11.00 น.  วันที่ 6 มิ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าอาคารที่ทำการบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 6    พล.ต.ต.ชวลิต  ชาญเวชช์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อม พล.ต.ต.ภานุ บุรณศิริ ผบก.สส.ภ.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6  เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 6 และทหารกองทัพภาคที่ 3  ได้แถลงผลการขยายผลตรวจค้นบ้านของ นายมนตรี หรือ ไก่ ปิยะพันธ์  อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดส่งขายกัญชาทางไปรษณีย์  ทั้งนี้สืบเนื่องด้วย เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้จับกุมนายมนตรี ปิยะพันธ์ ผู้ ที่กำลังส่งกัญชาอัดแท่งบรรจุกล่องไปรษณีย์ จำนวน 44 กล่อง น้ำหนักรวม 71 กก. และยาบ้าจำนวน 202 เม็ด ได้ที่ไปรษณีย์ แห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จึงได้ขยายผลการจับกุม ทำการตรวจค้นบ้านนายมนตรี ที่ ต.วังอิทก อ.บางระกำ จว.พิษณุโลก สามารถตรวจค้นยึดของกลางเป็นกัญชาอัดแท่นบรรจุอยู่ในถุงดำ น้ำหนักรวมประมาณ 293 กก. มูลค่ากว่า 1,758,000 บาท  นอกจากนี้ยังพบตรายาง , รายชื่อลูกค้า , ถุงปุ๋ย และกล่องไปรษณีย์ที่คาดว่าเตรียมใช้บรรจุกัญชาอัดแท่งส่งให้ลูกค้าอีกจำนวนหลายราย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับกัญชามาจากภาคอีสาน โดยต้นทางเป็นคนจากประเทศลาว ชื่อ ท้าวสุขสมหวัง หลวงศรีสงคราม ที่ขณะยังอยู่ในประเทศลาง และเป็นผู้ส่งกัญชาอัดแท่ง มาที่บ้านของนายมนตรี ในตำบลวังอิทก อ.บางระกำ จากนั้นนายมนตรี จะแพ็คส่งตามไปรษณีย์ ก่อนที่จะกระจายไปตามลูกค้าที่สั่งไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาคใต้ เพื่อกระจายจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งกัญชาที่พบในบ้านพักของนายมนตรี จำนวน 293 กิโลกรัม ท้าวสุขสมหวัง ได้ขนมาจำนวน 3 ครั้งด้วยกันและนำมาพักไว้ที่บ้าน ก่อนจะกระจายจำหน่ายทางไปรษณีย์ดังกล่าว

            ด้านทาง พล.ต.ต.ชวลิต  ชาญเวชช์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กล่าวว่า ขณะนี้การลำเลียงยาเสพติดพบว่ามีการเปลี่ยนทิศทางจากภาคอีสานมาสู่ภาคเหนือตอนล่างก่อนที่จะกระจายไปตามแหล่งต่างๆและรูปแบบ มีหลากหลายมากขึ้น ดังนั้นได้กำชับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามและป้องกันการแพร่กระจายของยาเสพติดอยู่เสมอและทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะคดีส่งทางไปรษณีย์นี้จะได้ทำการขยายผลรายชื่อลูกค้าเตรียมขยายผลจับกุมต่อไป

 

กระบะซิ่งชนกระบะเสียหลักฟาดตำรวจตาย1 เจ็บ 1

หนุ่มเมืองกำแพงเพชรซิ่งรถกระบะหลบหนีตำรวจสายตรวจโรงพักเมืองสองแคว ก่อนฝ่าไฟแดงชนกับกระบะอีกคันหมุนฟาดตำรวจดับคาที่ 1ราย เจ็บสาหัส 1ราย

 

 

            เมื่อเวลา 02.30น. วันที่ 6มิ.ย. ร.ต.อ.นิพนธ์  สุทธหลวง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนกับรถจักรยานยนต์ของตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก เสียชีวิต 1ราย บาดเจ็บสาหัส 1ราย บนถนนเส้นพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ (ขาล่อง) บริเวณกลางสี่แยกอินโดจีน หมู่ 8ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงพล  สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ แบบตอนเดียว สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน บท 6414น่าน มีร่องรอยเฉี่ยวชนที่หน้ารถฝั่งขวา และข้างรถฝั่งซ้ายเสียหายพังยับเยิน มีนายธนา  พงศ์ภัคธนากร อายุ 42ปี อยู่บ้านเลขที่ 70หมู่ 6ต.นาไร่หลวง อ.สองแคว จ.น่าน เจ้าของรถ ยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ 300สีน้ำตาล ทะเบียนตราโล่ 25795สภาพล้มคว่ำพังยับเป็นเศษเหล็ก ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถแตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพบศพผู้เสียชีวิต 1ราย ทราบชื่อคือ ส.ต.ต.ศราวุธ  จันโส อายุ 29ปี ภูมิลำเนาเป็นชาว จ.อุตรดิตถ์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก สภาพศพสวมชุดสีกากีแบบเต็มยศมีบาดแผลที่ศีรษะ  กระดูกตามร่างกายหักหลายแห่ง และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1ราย คือ ส.ต.ต.กันตพัฒน์  ศัลยพงษ์ อายุ 26ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดเดียวกัน มีบาดแผลถลอกฟกช้ำตามร่างกาย ไหปลาร้าหัก สมองได้รับการกระทบกระเทือน เลือดไหลออกทางจมูกอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือนำตัวส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลกรุงเทพ-พิษณุโลกไปก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50เมตร อีกฝั่งถนนเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ แบบ 4ประตู สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพแต่งซิ่งเสียหลักตกลงไปอยู่ในพงหญ้าข้างทางพร้อมกับควบคุมตัวคนขับเอาไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายอิทธิภูมิ  ภูพัด อายุ 25ปี อยู่บ้านเลขที่ 176/4หมู่ 2ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร สภาพร้องไห้ฟูมฟายหน้าตาแดงก่ำมีกลิ่นสุราเหม็นคลุ้ง ตำรวจตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าวไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ก่อนนำตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และสอบปากคำที่ สภ.เมืองพิษณุโลก

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ช่วงเวลา 00.05น. ของวันที่ 6มิ.ย. ก่อนหน้าเกิดเหตุ ส.ต.ต.ศราวุธ  จันโส ผู้เสียชีวิต พร้อมกับ ส.ต.ต.กันตพัฒน์  ศัลยพงษ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้มาเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจร่วมกันตามปกติ และรับแจ้งทางวิทยุสื่อสารว่าให้สกัดจับรถกระบะต้องสงสัย กระทั่งพบรถคันดังกล่าวขับอยู่บนถนนเส้นมิตรภาพมุ่งหน้าสี่แยกอินโดจีน จึงไล่ติดตามเป็นระยะทางกว่า 8กม. โดยมี ส.ต.ต.ศราวุธ เป็นคนขี่ ส่วน ส.ต.ต.กันตพัฒน์ นั่งซ้อนท้าย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ประกบพร้อมส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่คนขับรถกระบะ คือ นายอิทธิภูมิ  ภูพัด ก็ไม่ยอมจอดแต่โดยดีแถมยังเหยียบคันเร่งหลบหนี จนมาถึงยังจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดง นายอิทธิภูมิได้เร่งเครื่องฝ่าสัญญาณไฟแดงก่อนชนกับรถกระบะอีกคันของนายนายธนา  พงศ์ภัคธนากร ที่เพิ่งขับออกจากสัญญาณไฟเขียวกลางสี่แยกพอดี ส่งผลให้รถกระบะหมุนฟาดกับรถจักรยานยนต์ของตำรวจทั้งสองนายจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนรถกระบะของผู้ก่อเหตุเสียหลักเสยกับเกาะกลางถนนพุ่งตกลงไปในป่าหญ้าข้างทาง

 

 

ด้าน นายอิทธิภูมิ ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพทั้งน้ำตาว่า ตนเองขับรถเดินทางมาจาก จ.กำแพงเพชร เพื่อมาเยี่ยมแม่ของแฟนเก่าที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และดื่มเบียร์ไปจำนวน 3ขวด จนขับถึง จ.พิษณุโลก ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตาม เนื่องจากตนตกใจกลัวจะถูกจับตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เพราะมึนเมาขณะขับขี่ แถมรถกระบะที่เพิ่งซื้อมาใหม่ได้เพียง 3สัปดาห์ ก็ยังไม่มีป้ายทะเบียนแต่อย่างใดจึงกลัวถูกจับปรับดำเนินคดี เลยตัดสินใจขับรถหลบหนีตำรวจแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น พร้อมกับกล่าวขอโทษสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปจนตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต และขับรถในขณะเมาสุราเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่หลังเกิดเหตุมีเพื่อนตำรวจและผู้บังคับบัญชาของผู้เสียชีวิตทราบข่าว ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุจำนวนมาก ต่างรู้สึกโศกเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสีย ส.ต.ต.ศราวุธ  จันโส ตำรวจหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งเข้ารับราชการตำรวจเพียง 2ปีเท่านั้น หลังเรียนจบโรงเรียนนักเรียนนายสิบตำรวจ รุ่น 5ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6นครสวรรค์ ซึ่งยังมีอนาคตในหน้าที่การงานอีกยาวไกล และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานอีกด้วย โดยก่อนหน้าเสียชีวิตก็สามารถปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้าจำนวน 500เม็ด หลังจากนี้ทางผู้บังคับบัญชาจะแจ้งไปยังตำรวจภูธรภาค 6เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือในเรื่องสวัสดิการต่างๆ พร้อมจะติดต่อไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต ให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

 

ตำรวจภูธรภาค 6 จับกุม แก๊งค้ากัญชาทางไปรษณีย์

ตำรวจภูธรภาค 6 แถลงข่าวจับกุมแก๊งยาเสพติดรายสำคัญ มีพฤติกรรม ขายกัญชา และยาบ้าส่งทางไปรษณีย์ โดยสามารถจับกุมพร้อมของกลางกัญชา 71 กิโลกรัม และยาบ้า 202 เม็ด

 

 

เมื่อเวลา 11.00 นวันที่ 1 มิถุนายน 2560  พล.ต.ต.ชวลิต  ชาญเวชช์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ คือ นายมนตรี เหรือ ไก่ ปิยะพันธ์  อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145/7 หมู่ที่ 5 ตำบลหัวรอ อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก และนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลาง กัญชาอัดแท่ง บรรจุกล่องไปรษณีย์ จำนวน 44 กล่อง น้ำหนักรวม 71 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 426,000 บาท และยาบ้าจำนวน 202 เม็ด ราคาเม็ดละ 200 บาทมูลค่า 40,400 บาท โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย  ร่วมกันพยายามจำหน่ายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 กัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ทาง ชุดบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้รับการประสานงานจากชุดปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดชลบุรีให้ติดตามผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดประเภทกัญชาอัดแท่งส่งผ่านทางไปรษณีย์ซึ่งมีต้นทางส่งจากจังหวัดพิษณุโลก  ต่อมาได้สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่านายมนตรี หรือ ไก่ ปิยะพันธ์จะนำกัญชาอัดแท่งส่งผ่านทางไปรษณีย์แห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นประจำโดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต ทะเบียน กม 6526 พิษณุโลกเป็นยานพาหนะส่งของ

ต่อเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนายมนตรีจะนำยาเสพติดกัญชามาส่งทางไปรษณีย์ให้กับลูกค้าจึงได้วางแผนทำการจับกุมและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางข้างต้น โดยทางกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6  เจ้าหน้าที่ป้องกันปราบปรามยาเสพติดภาค 6 ได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับข้องเนื่องจากการกระทำความผิดจำนวน 12 รายการ เพื่อทำการตรวจสอบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด พุทธศักราช 2534 และขยายผลไปผู้เกี่ยวข้องต่อไป

และจากการสอบสวนผู้ต้องหาทำให้ทราบว่าผู้ต้องหาส่งกัญชาอัดแท่งให้กับลูกค้าทางไปรษณีย์ได้ประมาณ 1 ปี โดยจะส่งกัญชาอัดแท่งประมาณเดือนละ 150 ถึง 200 กิโลกรัม ซึ่งรับกัญชาอัดแท่งมาจากภาคอีสานในกิโลกรัมละ 4,000 บาท แล้วแบ่งขายให้กับลูกค้าราคากิโลกรัมละ 6,000 ถึง 8,000 บาท โดยเอากัญชาใส่กล่องแล้วใส่สบู่หรือเครื่องสำอาง ปิดไว้ทำทีส่งเครื่องสำอางค์ขาย โดยระยะเวลา 1 เดือนผู้ต้องหาจะมีรายได้จากการขายกัญชาประมาณ 300,000 ถึง 400,000 บาท  ซึ่งช่วงระยะเวลากระทำความผิด 1 ปีผู้ต้องหามีรายได้จากการขายกัญชาอัดแท่งประมาณ 5 ล้านบาท นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบ คอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหายังพบว่ามีการกระทำความผิด โดยการซื้อขาย ทั้งยาบ้า อาวุธปืนในโลกโซเชียลอีกด้วย

   

สลด สาวใหญ่ให้อาหารปลาพลาดลื่นจมน้ำดับ

 
 
 
สลดสาวใหญ่พาหลานไปให้อาหารปลา เกิดพลาดท่าลื่นจมน้ำส่วนหลานวัย 3 ขวบเกาะไม้ไผ่ลอยคอในน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมง จนมีชาวบ้านมาพบเข้าช่วยเหลือรอดปาฏิหาริย์
 

 

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทรมณี พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก  รับแจ้ง มีบุคคลจมน้ำ ภายในสระน้ำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ม.10 บ.บัวสวรรค์ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงได้ประสาน ทีมชุดประดาน้ำหน่วยกู้ภัยบูรพา สมาคมพิษณุโลกการกุศลสงเคราะห์ ( ไซทีฮุกตึ๊ง )  เข้าตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ ภายในสระน้ำเลี้ยงปลาของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงประจำหมู่บ้านขนาด กว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตรระดับน้ำประมาณ 5 เมตร และได้ดำเนินการลงงมค้นหาร่างผู้เสียชีวิตภายในสระดังกล่าว  จนพบร่างผู้เสียชีวิต นอนจมน้ำอยู่ก้นสระดังสระจึงรีบนำร่างขึ้นจากน้ำพบเป็น หญิง 1 ราย ลักษณะการแต่งกาย สวมเสื้อแขนยาวสีม่วง กางเกงขายาวสีดำ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ น.ส. อำไพร บุญทิม  อายุ 48 ปี พักอาศัยบ้านเลขที่ 28 ม.10 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
 
 
 
 
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ตายได้มากับหลานคือ ด.ช.ต้นกล้า อายุ 3 ขวบ ได้เอาใบมันสำปะหลังมาให้เป็นอาหารปลาในสระดังกล่าว และ ขณะที่กำลังเดินลงไปบริเวณริมสระ เกิดลื่นพลาดท่าตกลงไปในน้ำและจมน้ำหายไป ส่วนหลานมีชาวบ้านมาพบเกาะไม้ไผ่ลอยคออยู่ในน้ำ จึงเร่งเข้าช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำได้อย่างปลอดภัย และรีบนำตัวส่งยังโรงพยาบาลพบว่ามีอาการไข้ขึ้นสูงมาก ในที่เกิดเหตุยังพบเห็นใบมันสำปะหลัง กระจายเกลื่อนอยู่ริมสระและมีร่องรอยการลื่นไถลลงไปในสระ จึงได้ประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ มาตรวจสอบพร้อมลงงมค้นหาจนพบร่างผู้เสียชีวิตดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งศพผู้ตายไปทำการชันสูตรอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป.
 

รวบหนุ่มแสบตระเวนลักรถในมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ของกลาง 4 คัน

 
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับหนุ่มแสบตระเวนลักรถจักรยานยนต์ของนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเลือกเป็นรถ จยย.ฮอนด้า สกูปี้ไอ ล้วน พร้อมส่งขายในราคาถูก ผู้ต้องหารับสารภาพไม่มีงานทำ รู้วิธีการลักรถมาจากเพื่อนเรือนจำ ด้าน ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เตือน ประชาชน นิสิต นักศึกษา หากจอดรถให้ล็อครถเป็นประจำ อาจถูกมิฉาชีพลักรถได้อย่างง่ายดาย

 

 

 

 

เมื่อเวลา 16.00 น วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่าในช่วงได้เกิดเหตุรถจักรยานยนต์หายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลกจำนวนหลายคันในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาจึงได้จัดกำลังชุดสืบสวนสอบสวนลงไปหาข้อมูลในพื้นที่ โดยมี พ.ต.ท.นนทวรณ์ ศรีอินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพิษณุโลก เป็นหัวหน้าชุด จนกระทั่งพบว่า พบว่ามีการโจรกรรมในพื้นที่มหาวิทายาลัยนเรศวรจริง จึงได้ตรวจสอบหาข่าว พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่รถหาย และพบว่านายฑิฆัมพร ฉายแสง หรือกอล์ฟ อายุ 40 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 336 /28 ถนนพุทธบูชาอำเภอเมืองพิษณุโลก มีพฤติกรรมน่าสงสัยและน่าจะเป็นคนร้ายในการก่อเหตุโจรกรรมในครั้งนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามตัวและจับกุมในขณะกำลังที่นายฑิฆัมพร ทำงานอยู่ที่ ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก พร้อมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจำนวน 1 คัน เจ้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวน จนสามารถขยายผล ได้รถจักรยานยนต์ที่ ถูกขโมยไปเพิ่มอีกจำนวน 4 คัน 
 
โดยทุกคนเป็นรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่น สกูปี้ไอ  ประกอบด้วยรถ คันแรก รถทะเบียน 1กก 6600 อุตรดิตถ์ สีขาว คันที่ 2 ทะเบียน 1 กม 515พิษณุโลก สีน้ำเงิน คันที่ 3 เป็นรถสีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และคันที่ 4 ทะเบียน 1กฉ 1460 สุโขทัย สีขาว
 
ด้านนายทิฆัมพร ฉายแสง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนได้เรียนรู้วิธีการขโมยรถจากเพื่อนในเรือนจำ หลังจากพ้นโทษออกมาจากเรือนจำแล้ว ตนเองไม่มีรายได้ จึงได้ลงมือตระเวนเลือกลักรถจักรยานยนต์ ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เนื่องจากมักจอดรถไม่ล็อคคอ และหาง่าย พร้อมทั้งเลือกลักเฉพาะรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกูปปี้ไอ เนื่องจากง่ายในขโมย จากนั้นนำไปจำหน่ายให้กับเครือข่ายที่ต้องการรถในสภาพที่ยังใหม่อยู่และราคาถูก โดยที่ผ่านมา ตนเองได้ ขโมยรถไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 9 คัน  และยังอยู่ในมือ ยังไม่สามารถระบายออกหรือส่งขายอีก 4 คัน แต่กลับมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ก่อน
 
ด้าน พ.ตงอ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าว ได้เคยจำคุก ในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลกในข้อหา ยาเสพติด โดยได้พบกับ เพื่อนไทยในเรือนจำที่เคยก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์หลังจากพ้นโทษออกมาจึงได้ลงมือขโมยรถจักรยานยนต์โดยพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้จะนั่งรถแท็กซี่เข้าไปภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อเลือกรถเป้าหมาย เป็นรถ Honda ยี่ห้อ Scoopy i ที่มีสภาพใหม่โดยเหยื่อ จะไม่ล็อคคอกุญแจเสียบคาไว้หรือไม่ป้องกันใดๆ หลังจากได้รถแล้วจึง จะลงมือลักขโมยแล้วนำรถของเหยื่อออกทางประตูหน้าโดยปกติแล้วนำรถออกไป ไว้ที่บ้านพักของตนเองเพื่อจำหน่ายในราคาถูกให้กับเครือข่าย จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังทรัพย์สินรถจักรยานยนต์โดยวิธีการล็อคคอใส่โซ่กุญแจคล้องไว้เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถโดยง่าย เนื่องจาก เนื่องจากขโมยมีความชำนาญในการขโมยรถแต่หากมีการป้องกันโดยการล็อคคอกันขโมยจะทำได้ยากยิ่งขึ้น พร้อมกับผู้เสียหายที่ถูกนายฑิฆัมพร ผู้ต้องหาลักรถไป ก็สามารถมาดูรถได้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL