อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ลูกเลี้ยงใช้ไม้กระดานฟาดพ่อเลี้ยงดับหลังเห็นทำร้ายแม่ต่อหน้า

หนุ่มวัย 21 ปี กลับบ้านเห็นพ่อเลี้ยงกำลังทำร้ายแม่บังเกิดเกล้า หยิบไม้กระดานข้างบ้านฟาดเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้ง ก่อนแยกย้าย มาพบตอนเช้ากลายเป็นศพ

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ค. ร.ต.อ.อำนาจ อ่อนปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งมีเหตุบุคคลถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 293/2 ม.3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน  ที่เกิดเหตุพบพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายบุญรอ ราชธรรมมา อายุ 32 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 54 ม.5 ต.หนองขาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ สภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาวยาวสีเทา นอนหงายเนื้อตัวแข็งอยู่บนที่นอน ตรวจสอบอย่างละเอียดพบบาดแผลแตกที่ใบหน้าด้านขวา คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง  โดยที่ นายรัฐธรรมนูญ ภาชนะ อายุ 21 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 293/2 ม.3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ลงมือทำร้าย นายบุญรอ จนเสียชีวิต ยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายรัฐธรรมนูญ ผู้ก่อเหตุให้การว่า เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 1 ก.ค. ตนกลับมาบ้านได้เห็นนายบุญรอ (ผู้เสียชีวิต) ซึ่งเป็นสามีใหม่ของแม่ตนเอง กำลังทำร้ายร่างกายแม่ของตน ด้วยความโมโหจึงหยิบไม้กระดานที่วางอยู่ข้างบ้านตีเข้าไปที่ใบหน้าด้านขวาของ นายบุญรอ อย่างแรง 1 ครั้ง จนหัวของผู้ตายไปกระแทกกับพื้นอีก 1 ครั้ง หลังจากนั้น ผู้ตายก็ได้สงบสติอารมณ์ลงและได้เดินไปนอนที่เปลหน้าบ้าน ก่อนจะเข้าไปนอนภายในบ้าน ซึ่งผู้ตายไม่มีอาการว่าจะบาดเจ็บจนเสียชีวิตมีเพียงบาดแผลที่ใบหน้าด้านขวาเท่านั้น หลังจากนั้นตนก็ได้ออกไปช่วยแม่ขายผักที่ตลาดศาลปู่ดำจนกระทั่งเช้าได้กลับบ้านมาก็พบว่านายบุญรอได้เสียชีวิตไปแล้ว

นางพินิตย์ วิชาพร เล่าว่า ตนกับผู้ตายได้อยู่กินกับผู้ตายมาได้ 4 ปี ซึ่งมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยเนื่องจากผู้ตายเป็นคนติดเหล้ามาก เมื่อดื่มเหล้าวันไหนก็จะทะเลาะกันลงไม้ลงมือกันเป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อคืน ผู้ตายได้ลงมือทำร้ายตนอีกครั้ง เมื่อลูกของตนมาเห็นจึงเกิดอารมณ์โมโหจึงได้หยิบไม้ที่อยู่บริเวณข้างบ้านมาตีไปที่ใบหน้าของผู้ตาย 1 ที หลังจากนั้นก็ได้แยกย้ายกัน จนตอนเช้ากลับมาถึงบ้านตนก็พบว่า นายบุญรอ ได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายรัฐธรรมนูญไปทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่นำส่งนิติเวชโรงพยาบาลหมาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูติเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาอีกครั้ง .

 

เผาศพน้องโจ ฮีโร่ชาวพิษณุโลกท่ามกลางความเสียใจ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ น้องโจ นักเรียนแลกเปลี่ยนที่ช่วยเพื่อนที่จมน้ำจนรอดแต่ตัวเองเสียชีวิตที่สหรัฐอเมริกา ประชาชนชาวพิษณุโลกร่วมวัยอาลัย ท่ามกลางความเสียใจ

 

 

เมื่อเวลา 16.00 น วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 วัดธรรมจักร จังหวัดพิษณุโลก นาย ธัชชัย ศรีสุวรรณ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน ในพิธีฌาปนกิจ นายสิรวิชญ์ จันทบุรานัน หรือ น้องโจ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ซึ่งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากสโมสรโรตารีพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งอาศัยอยู่กับโฮส แต่ได้เกิดอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตเนื่องจากช่วยเพื่อน ที่แหลมแฮธเทอราส รัฐนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

บรรยากาศเป็นไปท่ามกลางความเสียใจ โดยในวันนี้มีญาติ และเพื่อนๆของน้องโจ รวมทั้งมีประชาชนชาวพิษณุโลกที่ทราบข่าวได้เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจและร่วมในพิธีฌาปนกิจ จำนวนมาก เพื่อเป็นการแสดงถึงความรัก และซาบซึ้งในวีรกรรมของน้องโจ

 

หูล็อคเหล็กขาดสะพานเอียงชาวบ้านหวั่นอันตราย

หูล็อคเหล็กสะพานข้ามแม่น้ำขาด ส่งผลสะพานเอียง ขณะเกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์อยู่บนสะพานด้วยแต่โชคดีไม่ใครได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านหวั่นเกิดอันตราย วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไข ด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกลงพื้นที่สำรวจเตรียมแก้ไขเร่งด่วน

 

 

วันนี้ (28 มิ.ย.60) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า สะพานข้ามแม่น้ำน่าน เชื่อมหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 บริเวณ วัดสนามไชย หมู่1 ต.มะต้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เกิดชำรุด หูล็อคเหล็กขนาด 25 มิลลิเมตร ที่ขึงสลิงไว้ขาด สลิงหลุดเป็นเหตุให้สะพานเอียงและพื้นเหล็กเลื่อน จากแรงดึง ขณะที่เกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์อยู่บนสะพานด้วยแต่โชคดีไม่ใครได้รับบาดเจ็บ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่าทางชาวบ้านได้นำแผงเหล็กมากั้นไว้ไม่ให้ใช้สัญจรไปมาเนื่องจากหวั่นว่าจะเกิดอันตราย

ชาวบ้านหมู่ 1 ต.มะต้อง กล่าวว่า  อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมสะพานให้ เพราะชาวบ้านในตำบลมะต้อง ใช้เป็นเส้นทางลัดเพื่อเดินทางไปตัวอำเภอพรหมพิราม และโรงพยาบาลพรหมพิราม และไปเรียนหนังสือในตัวเมืองพิษณุโลก โดยช่วงที่เกิดเหตุมีชาวบ้านใช้รถจักรยานยนต์ขี่ข้ามสะพานมา 2 คันและรถพ่วง 1 คัน เมื่อสลิงขาดและสะพานเอียงทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงแต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางชาวบ้านจึงนำแผงเหล็กมากั้นไว้

ต่อมานายเสกสรร  กุลสุนทร  หัวหน้าฝ่ายเครื่องจักรกล องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ได้มาสำรวจความเสียหาย พบว่า หูล็อคเหล็กขนาด 25 มิลลิเมตรขาดออกทำให้สลิงที่รั้งไว้หลุดส่งผลสะพานเอียง และยังทำให้แผ่นเหล็กที่ปูเลื่อนออกเล็กน้อย โดย นายเสกสรร  กุลสุนทร  หัวหน้าฝ่ายเครื่องจักรกล องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกกล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่สำรวจแล้วและจะเร่งซ่อมแซมให้แล้วเสร็จประมาณ 1 อาทิตย์เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาได้อย่างเร่งด่วน ส่วนสลิงนั้นยังแข็งแรงอยู่ แต่ก็จะสำรวจทุกหูล็อคเพื่อให้เกิดความมั่นคง และถ้าหากพบว่าไม่ปลอดภัยก็จะเสนองบประมาณทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกก่อสร้างใหม่ต่อไป

สำหรับสะพานดังกล่าวสร้างมาเมื่อปี 2549 ตามโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน หมู่ 1 หมู่ 2 ต.มะต้อง อ.พรหมพิราม งบประมาณ 4,595,000 บาท โดยใช้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นสะพานสลิงพื้นไม้ ซึ่งสะพานดังกล่าวมีชาวบ้านในตำบลมะต้อง ใช้เป็นเส้นทางลัดเพื่อมาเดินทางไปตัวอำเภอพรหมพิราม และโรงพยาบาลพรหมพิราม และไปเรียนหนังสือในตัวเมืองพิษณุโลก ต่อมาในปี 2556 สะพานเกิดชำรุดเพราะไม้พื้นที่เกิดพุพัง บางจุดชาวบ้านที่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านเส้นทางดังกล่าวไม้กระดานหัก ทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกจึงได้ทำการซ่อมแซมปรับเปลี่ยนพื้นไม้เป็นพื้นเหล็กแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ช่วงรับประกัน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 –มิถุนายน 2562 

 

 

   

ครูวัยใกล้เกษียณขับรถเก๋งแจ๊สแหกโค้งตกคลองน้ำดับคาที่ 2ศพ

            เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักแหกโค้งตกคลองน้ำและมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ บนถนนสายชาติตระการ-วัดโบสถ์ (ฝั่งขาล่อง) ก่อนถึงทางเข้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

 

 

เมื่อเวลา 07.15น. วันที่ 26มิ.ย. พ.ต.ท.มนตรี  แดงดี  สว.(สอบสวน) สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถยนต์เสียหลักแหกโค้งตกคลองน้ำและมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ บนถนนสายชาติตระการ-วัดโบสถ์ (ฝั่งขาล่อง) ก่อนถึงทางเข้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน หมู่ 8บ้านท่าขอนเบน ต.หินลาด อ.วัดโบสถ์ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลวัดโบสถ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุเป็นคลองน้ำขนาดเล็กที่ไหลลอดใต้สะพานข้ามถนน พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน กจ 2656พิษณุโลก สภาพเสียหายพังยับเยินพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าจมอยู่ในคลองน้ำเกือบมิด กระจกหน้ารถแตกละเอียด จากนั้นจึงให้ชาวบ้านนำรถไถมาเกลี่ยดินเพื่อใช้รถยกลากดึงรถที่ประสบเหตุขึ้นมาตรวจสอบบนฝั่ง

เบื้องต้นพบศพผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในห้องโดยสารจำนวน 2ราย เป็นชาย 1ราย หญิง 1ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายประสิทธิ์  ฟักเงิน อายุ 57ปี ครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 79หมู่ 9ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเหลือง นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ เนื้อตัวเริ่มซีดขาว เสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งฝั่งคนขับ ส่วนอีกรายเป็นหญิงสาวเสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งข้างคนขับ ตรวจสอบในตัวยังไม่พบหลักฐานยืนยันชื่อ-นามสกุล คาดว่าทั้งคู่จมน้ำเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6ชม. จึงมอบให้กู้ภัยนำร่างส่งผ่าชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช

จากการสันนิษฐานคาดว่า นายประสิทธิ์  ฟักเงิน ผู้เสียชีวิต และหญิงสาวที่นั่งมาด้วยกันขณะกำลังขับรถเดินทางมาจาก อ.ชาติตระการ เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.วัดโบสถ์ ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งถนนมืดไม่มีแสงไฟส่องสว่าง ประกอบกับมีฝนตกโปรยปรายลงมา อาจทำให้รถเกิดเสียหลักแหกโค้งพุ่งตกลงไปในคลองน้ำสภาพพลิกคว่ำ จนน้ำด้านนอกไหลทะลักเข้าไปในห้องโดยสาร และพยายามดิ้นรนหาทางออกจากซากรถ แต่ไม่สามารถออกมาได้จึงเป็นเหตุทำให้จมน้ำเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตจะติดต่อให้ญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาต่อไป.

 

รถเก๋งขับฝ่าสายฝนเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนยับดับ 2 ศพ

    เกิดอุบัติเหตุครูเมืองมะขามหวานขับรถเก๋งขับฝ่าสายฝนเสียหลักหลุดโค้งข้ามเลนชนรถเก๋งที่สวนมา เป็นเหตุให้เสียชีวิตพร้อมภรรยา บนถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ช่วงโค้งแสงตะวัน

 

 

     เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ร.ต.อ.สมาน  พรมประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งข้ามเลนชนกันจำนวน 3 คัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ช่วงโค้งแสงตะวัน กม. 28-29 หมู่ 2 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลวังทอง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว ทะเบียน กง 6452 เพชรบูรณ์ สภาพพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าเสียหายพังยับเยิน ชนกับรถยนเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กย 1161 พิษณุโลก และ รถปิคอัพรุ่นโตโยต้า รุ่นวีโก้ แบบแค๊ป สีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 9369 พิษณุโลก

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย กระเด็นออกมานอกตัวรถยนต์เก๋งฮอนด้า และพบศพหญิงสาว 1 ราย สภาพถูกอัดก๊อปปี้กับคอนโซลหน้ารถเสียชีวิตคาเบาะนั่งข้างคนขับ กู้ภัยจึงช่วยกันใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดนำร่างหญิงสาวออกมาชันสูตรพลิกศพด้านนอก ก่อนส่งศพทั้งคู่ที่นิติเวชโรงพยาบาลวังทอง ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายมนัส  คำเมือง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 4 ต.ท่าอิบุญ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม และนาง เพ็ญประภา คำเมือง 45 ปี ภรรยา  ส่วน น.ส.อนุตตรา  คำเมือง ลูกสาว อายุ 15 ปี  ได้รับบาดเจ็บแขนขาหักยังให้การไม่ได้ ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลวังทองก่อนหน้านี้

จากการสอบถาม น.ส.มนัสนันท์  ภวังค์คานนท์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 5 ต.นาบัว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ให้การว่า ตนเองขับรถปิคอัพตามหลังรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส ที่ประสบเหตุมาตามถนนเส้นทางดังกล่าวเพื่อกลับบ้านพักที่ ต.นาบัว กระทั่งขับมาถึงจุดเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนักประกอบกับเป็นทางโค้งช่วงลงเขา ทันใดนั้นรถเก๋งฮอนด้าที่ขับสวนมาเกิดเสียหลักลื่นไถลพุ่งข้ามเลนมาชนกับรถยนต์เก๋งโตโยต้าวีออสจนพลิกคว่ำหงายท้อง ส่วนตนเองเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนท้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์เพื่อรวมรวบพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป.

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL