อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ไฟไหม้กุฏิพระวัดยางเสียหายทั้งหลัง

 

          เกิดเหตุไฟไหม้กุฏิพระทรงไทยเก่าแก่ ของพระลูกวัดยาง เขตเทศบาลนครพิษณุโลก โดยขณะเกิดเหตุพระลูกวัดไปบิณฑบาต ชาวบ้านเห็นไฟไหม้รีบแจ้งดับเพลิง แต่ไม่ทันเพลิงไหม้ทั้งหลัง เนื่องไปทั้งหลังเป็นไม้ สาเหตุคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร ขณะอีกรายเกิดกลางดึกไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน 2 หลังติด

 

 

เมื่อเวลา 07.00 น.ของวันนี้( 19 ม.ค.) ร.ต.ท.อิสระ คุ้มวันดี ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฏิวัดยาง เขตเทศบาลนครพิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลก รถดับเพลิงเทศบาลตำบลบ้านคลอง ในที่เกิดเหตุเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิพระ เป็นไม้เก่าแก่ อายุประมาณ 70 ปี ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เร่งระดับฉีดน้ำ เป็นเวลานานกว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่เพลิงก็ได้ลุกไหม้จนหมดหลัง เนื่องจากกุฏิพระดังกล่าวเป็นไม้ทั้งหลัง ทำให้เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว 

จากการสอบถามพระครูโสภณ จันทโภชน์ เจ้าอาวาสวัดยาง เล่าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า กุฏิพระหลังดังกล่าว มีอายุกว่า 70 ปีทางวัดกำลังจะปรับปรุงบูรณะกุฏิใหม่ โดยมีพระสำรวย สละชุ่ม อายุ 75 ปี นอนดูแลกุฏิอยู่ ก่อนเกิดเหตุพระสำรวย ได้ออกไปบิณฑบาต ขณะนั้นตนกำลังกวาดศาลาวัด จากนั้นก็มีชาวบ้านโทรมาหาว่า กุฏิพระกำลังถูกเพลิงลุกไหม้ ตนจึงรีบมาดูและพบว่าเพลิงลุกไหม้ดังกล่าวจริง จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมเพลิงดังกล่าว

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุพระสำรวย ได้กลับจากบิณฑบาต เห็นกุฏิพระถูกเพลิงไหม้ ถึงกลับตะลึงทีเดียว พร้อมกับกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุไปบิณฑบาต ไม่มีอะไรผิดปกติ หรือจุดธูปเทียนไว้บนกุฏิแต่อย่างใด

 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง

อีกรายเกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณ หมู่ที่ 6 บ้านวังตาด ตำบลวังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาพิษณุโลก รับแจ้งว่าไฟไหม้ประชาชนในพื้นที่ พร้อมรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยสกัดน้ำ แต่ก็ไม่สามารถสกัดเพลิงเบื้องต้นได้ ไฟไหม้บ้านประชาชนเสียหาย 2 หลังที่ปลูกติดกัน โดยบ้านหลังที่เกิดไฟไหม้เป็นของ นาง ศริพร สุขคง อยู่บ้านเลขที่ 317/1 ม.6 ต.วังนกแอ่น ขณะเกิดเหตุไม่มีคนอาศัยอยู่ จากนั้นไฟได้ลุกลามบ้านใกล้เคียงได้ความเสียหาย แต่ทางเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ทัน เบื้องต้นจนท.ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุของไฟไหม้ต่อไป

 

จับแก๊งตะเวนปล้นทรัพย์

หนุ่มรับจ้างกรีดยางรายได้ไม่พอใช้ ร่วมกับวัยรุ่นอีก 2 ราย ตั้งแก๊งตะเวนปล้นทรัพย์ สุดท้ายไปไม่ได้รอดถูกจับ

 

 

 เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 6ม.ค. ที่ สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก พล.ต.ต.ชวลิต  ชาญเวชช์ รอง ผบช.ภ. 6พล.ต.ต.ประเสริฐ  กาฬรัตน์ รอง ผบช.ภ.6พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ฯ และคดีลักทรัพย์ฯ ได้ผู้ต้องหา จำนวน 3ราย คือ นายบุญช่วย  บุญเย็น อายุ 38ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/2หมู่ 1ต.น้ำรึม อ.เมือง จ.ตาก และเยาวชนชายไทย อายุ 17ปี จำนวน 2คน มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่าแบบแค๊ป สีดำ ทะเบียน บพ 5170กำแพงเพชร ที่ใช้เป็นพาหนะในการปล้น รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีชมพู ทะเบียน 1กข 5054พิษณุโลก 1คัน สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3บาท 1เส้น หมวกไอ้โม่งสีดำ 1ใบ ถุงมือ 1คู่ และเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ในวันก่อเหตุ 1ตัว

 ทั้งนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 4ม.ค. ที่ผ่านมา คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2คน รูปร่างเล็ก ผอม สูงประมาณ 160 - 165ซม. ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านช้อปแก่ง ซึ่งเป็นร้านขายของชำ ตั้งอยู่เลขที่ 9/1หมู่ 7ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยข้อมือทองคำ หนัก 3บาท 1เส้น เงินสดอีกประมาณ 10,000บาท โทรศัพท์มือถือ 2เครื่อง และบุหรี่จำนวน 2ห่อ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า แก๊งคนร้ายทั้งหมดหลบซ่อนตัวอยู่ภายในหมู่บ้านซำนกเหลือง หมู่ 7ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมจับกุมได้ผู้ต้องหาข้างต้นทั้งหมด

โดย นายบุญช่วย  บุญเย็น ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เป็นหัวโจกที่ก่อเหตุปล้นทรัพย์และลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ อาทิ ต.วังนกแอ่น ต.แก่งโสภา อ.วังทอง และ พื้นที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย โดยร่วมกับนายดำ นามสมมติ อายุ 17ปี และนายแดง นามสมมิต อายุ 17ปี รุ่นน้องที่รู้จักกัน ซึ่งก่อนหน้านี้พวกตนมีอาชีพรับจ้างตะเวนกรีดยางในสวนยางพารา แต่เนื่องจากราคายางตกต่ำ จึงไม่มีใครว่าจ้างและขาดรายได้ไปจุนเจือครอบครัว จึงร่วมกันตั้งแก๊งตะเวนปล้นทรัพย์และลักทรัพย์ดังกล่าว

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 10ธ.ค. 58ปีที่ผ่านมา ยังร่วมกันข้าไปลักทรัพย์ที่บ้านเลขที่ 508หมู่ 6บ้านประดู่สิน ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้อาวุธปืน .38จำนวน 1กระบอก เงินสดจำนวน 30,000บาท โทรศัพท์ 2เครื่อง จากนั้นก็ใช้อาวุธปืนที่ขโมยมาได้นำมาก่อเหตุปล้นทรัพย์ตามบ้านเรือนประชาชน อีกทั้งยังลักรถจักรยานยนต์นำไปแลกยาบ้าจำนวน 20เม็ด พร้อมเงิน 500บาท นำมาแบ่งกันเสพและกับเงินไปใช้จ่ายต่างๆ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ฯ และปล้นทรัพย์ฯ ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนประชาชนที่คาดว่าถูกคนร้ายแก๊งปล้นแก๊งนี้เคยก่อเหตุ ขอให้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ที่ สภ.วังทอง .

 

ปชช.ติดต่อขอรับรถคืน ตามมาตรการ เมาขับ จับปรับ ควบคุมรถ

ยึดรถจากผู้ขับขี่ขณะมึนเมาได้ทั้งสิ้น 63 คัน เป็นรถยนต์ จำนวน 25 คัน รถจักรยานยนต์ 38 คัน

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานนีตำรวจภูธรพิษณุโลก มีประชาชนจำนวนมากที่ถูก ควบคุมรถไว้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ตามมาตรการ เมาขับ จับปรับ ควบคุมรถ เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อติดต่อขอรับรถคืน ซึ่งจังหวัดพิษณุโลก สามารถตรวจยึดรถจากผู้ขับขี่ขณะมึนเมาได้ทั้งสิ้น 63 คัน เป็นรถยนต์ จำนวน 25 คัน รถจักรยานยนต์ 38 คัน แบ่งแยกเก็บไว้ที่ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก

 

พ.ต.อ.สารนัย คงเมือง รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า การยื่นเอกสารขอรับรถคืนจะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และคาดว่าจะมีประชาชนส่วนใหญ่เดินทางมาติดต่อขอรับรถคืนในวันนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทาง สภ.เมืองพิษณุโลก ได้จัดเตรียมสถานที่ และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกกับประชาชนตลอดทั้งวัน แต่ยังคงพบปัญหาในเรื่องของเอกสารการขอรับรถคืนซึ่งมีประชาชนบางรายที่นำเอกสารมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จึงยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ให้ได้ จึงฝากไปยังประชาชนที่ถูกควบคุมรถในช่วงเทศกาล และประสงค์ติดต่อขอรับรถคืนให้จัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน อาทิ สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของรถ สมุดคู่มือรถ สัญญาเช่าซื้อ เอกสารการซื้อ และหนังสือมอบอำนาจหากเจ้าของรถกรณีเจ้าของรถไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่

   

เมาแล้วขับยึดรถ 2 วัน 38 รายพบนักดื่มโพสต์คลิป เมาไม่ขับเข็นรถกลับบ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตรวจยึดรถจากผู้ขับขี่ขณะมืนเมา ในช่วง 7 วันอันตราย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งในช่วง 2 คืน สามารถยึดได้ 38 ราย ทางเจ้าหน้าที่ทหาร จะเก็บรักษาไว้ที่ค่ายทหาร คืนวันที่ 5 ม.ค.59 ขณะคลิปที่โพส เขนรถยนต์ผ่านด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจย้ำหากมีกรณีเช่นนี้อีกจะต้องตรวจยึดทุกคัน เพื่อป้องกันการเป็นตัวอย่างของผู้อื่น

 

วันนี้(29 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมาตรการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ในระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 58 ถึงวันที่ 4 ม.ค.59 นี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกับ ทหารกองทัพภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จะร่วมกันตั้งด่านตรวจ โดยมาตรการดังกล่าว หากมีผู้ขับขี่รถขณะมืนเมา ก็จะทำการตรวจยึดรถทันที แล้ว จะส่งคืนให้ในวันที่ 5 ม.ค. 2559 โดยตั้งแต่ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ค่ำคืนวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงเช้าวันที่ 29 ธ.ค. นี้ สามารถตรวจยึดผู้ขับขี่รถขณะมืนเมา แล้ว 38 ราย โดยวันที่ 27 ธ.ค. จำนวน 22 ราย และค่ำคืนวันที่ 28 ธ.ค. จำนวน 16 คัน

ขณะที่ พ.ต.ท.ปฏิพล มหัทธนวิศิษฎ์ สารวัตรจราจร สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวถึงคลิปของวัยรุ่นที่เขนรถยนต์หลังจากกลับจากผับแห่งหนึ่งของเมืองพิษณุโลก ผ่านหน้าด่านตรวจแอลกอฮอล์ พร้อมกับพูดว่า “เมาไม่ขับ เขนรถกลับ กลับบ้าน” นั้นว่า จากการตรวจสอบและได้รายงานกับผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ซึ่งเบื้องต้นจะปรึกษาอัยการ ศาลจังหวัดพิษณุโลก ว่ามีความผิดหรือไม่ เนื่องจากกรณีเช่นนี้ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน ถ้ามีความผิดหรือเข้าข่ายเมาแล้วขับ เช่นไร ก็อยากจะต้องมีการเรียกมาตักเตือนก่อน และหากเจอกรณีเช่นนี้อีก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจจับหรือให้หยุดรถไว้อย่างแน่นอน เพื่อมิให้เป็นกรณีตัวอย่างให้กับผู้อื่นอีก ขณะที่เวลา 10.00 น.ทางเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 3 จะได้นำรถที่ตรวจยึดไว้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก นำไปเก็บรักษาไว้ที่บริเวณกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 เพื่อเก็บไว้ ก่อนจะส่งคืนในวันที่ 8ม.ค. 59 อีกครั้ง ทั้งเพื่อป้องกันรถที่ตรวจยึดไว้หายในที่สุด

ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. 58 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พ.อ.อุกฤษฎ์ นุตกำแหง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 ได้กำลังพลทหารจากกองพลทหารราบที่ 4 มาขนรถของกลางที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้ทำการตรวจยึดตามมาตรการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ในระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 58 ถึงวันที่ 4 ม.ค.59 นี้ โดยที่ผ่านมา ตั้งแต่ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ค่ำคืนวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงเช้าวันที่ 29 ธ.ค. นี้ สามารถตรวจยึดผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ขณะมึนเมา แล้ว 38 ราย โดยแยกเป็นคืนวันที่ 27 มีจำนวน 22 คัน และคืนวันที่ 28 สามารถตรวจยึดรถ ได้จำนวน 16 คันเป็นรถยนต์จำนวน 8 คัน และ รถจักรยานยนต์จำนวน 8 คัน ไปเก็บรักษากองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเจ้าของรถ สามารถไปรับคืนได้ในวันที่ 5 ม.ค. 2559

 พ.อ.อุกฤษฎ์ นุตกำแหง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 กล่าวว่า ประชาชนที่สังสรรค์ดื่มแอลกอฮอลในช่วงเทศกาลปีใหม่ นั้น ก็ไม่ควรขับขี่แต่อย่างใด ซึ่งอาจทำให้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตและทรัพย์สินได้ ซึ่งทางที่ดีหากมีการดื่ม ก็ควรหลีกเลี่ยงขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ ทหาร ฝ่ายปกครอง จะต้องด่านตรวจแอลกอฮอลล์ ประจำจุดสำคัญของเมืองพิษณุโลก หากดื่มแล้วขับ ก็จะถูกจับและปรับดำเนินคดีทางกฎหมายทัน อีกทั้งรถก็จะถูกเจ้าหน้าที่ยึดไว้ไปเก็บรักษาที่กองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 อีกด้วย ซึ่งจะสามารถไปรับคืนได้ในวันที่ 5 ม.ค.อีกครั้ง สำหรับคืนนี้เป็นต้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการตั้งด่านรอง ตามหมู่บ้าน ทุกตำบล ในอำเภอต่างๆ นอกเหนือจากด่านหลักในตัวเมืองพิษณุโลก จำนวนกว่า 130 จุด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่ ตามหมู่บ้านต่างๆอีกด้วย

 

รถบรรทุกน้ำมันชนท้ายรถบรรทุกดิน น้ำมัน 8000 ลิตรไหลทะลักเต็มถนน

รถบรรทุกน้ำมันพุ่งชนท้ายรถบรรทุกดิน ส่งผลให้น้ำมัน 8000 ลิตร ไหลทะลักเต็มพื้นถนน ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร และไหลเข้าบ้านเรือนประชาชน เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดคราบน้ำมัน หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

 

 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรับแจ้งเกิดเหตุรถบรรทุกน้ำมันเฉี่ยวชนท้ายรถบรรทุกดิน มีน้ำมันรั่วไหลบนพื้นถนนเป็นจำนวนมาก จึงประสานรถน้ำจาก องค์การบริหารส่วนตำบลใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่เร่งทำความสะอาดคราบน้ำมัน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่แขวงการทาง ปิดกั้นเส้นทางจราจร 1 ช่องทางเพื่อเร่งทำความสะอาด ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยที่เกิดเหตุอยู่บริเวณ เส้นทางหลวงหมายเลข 11 สากเหล็ก-วังทอง ขาเข้าเมืองพิษณุโลก ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ตรงข้ามโรงเรียนบ้านกกไม้แดง พบรถบรรทุกดิน หมายเลขทะเบียน 82-2200 พิษณุโลก มีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนท้าย ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร พบรถพ่วงบรรทุกน้ำมัน ยี่ห้อ วอลโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-4392 ตัวลูก 70-4981 นนทบุรี ของบริษัท นนน (นะ-นน) อินเตอร์เพลส (ประเทศไทย) จำกัด มีร่องรอยตัวถังฉีกขาด ส่งผลให้มีน้ำมันรั่วไหล บนพื้นถนน 1 ช่องทางจราจร และไหลเข้าบ้านเรือนประชาชน จำนวนมาก จากการสอบถามนายธวัชชัย คงหิรัญ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 ม.1 ต.ชำฆ้อ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง คนขับรถบรรทุกน้ำมัน เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า บรรทุกน้ำมัน ดีเซล จำนวน 4 หมื่นลิตร มาจาก อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มุ่งหน้าไปส่งที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้ขับตามรถบรรทุกดินมา ระหว่างนั้นคิดว่ารถบรรทุกดินจะเลี้ยวซ้าย ตนจึงเบนหัวรถออกเพื่อจะแสง แต่ปรากฏว่ารถบรรทุกดินกลับจอดทำให้ตนไม่สามารถเบรกรถได้ทัน จึงเฉี่ยวท้ายรถบรรทุกดินอย่างจัง จึงส่งผลให้ตัวถังน้ำมันช่อง ที่ 1 ฉีกขาด ส่งผลให้น้ำมันดีเซลจำนวน 8000 ลิตรไหลทะลักออกมาเต็มพื้นถนน ตนจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบดังกล่าว ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่แขวงการทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยกู้ภัยบูรพา เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลดินทอง ได้ทำการปิดกั้นเส้นทางการจราจร 1 ช่องทางเพื่อเร่งทำความสะอาดคราบน้ำมัน โดยใช้รถบรรทุกน้ำกว่า 4 คัน ฉีดไล่คราบน้ำมัน และใช้ผงซับโรยเพื่อดูดคราบน้ำมัน อย่างเร่งด่วน ป้องกันถนนลื่นหรือเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงเพื่อเร่งกำจัดคราบน้ำมัน จึงขอฝากเตือนประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางหลวงหมายเลข 11 พิษณุโลก-สากเหล็ก ขาเข้าเมืองพิษณุโลก ให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะ เนื่องจากอาจจะยังมีคราบน้ำมันหลงเหลือบนพื้นถนน อาจทำให้ถนนลื่น หรือเกิดอุบัติเหตุได้

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL