อาทิตย์, มกราคม 21, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ถังแก๊สมรณะระเบิดบึ้มอัดร่างหัวหน้าฝ่ายสโตร์ดับสยองคาที่

 เกิดอุบัติเหตุถังแก๊ซคาร์บอนระเบิดอัดร่างหัวหน้าสโตร์ดับระหว่างทำการขนส่งขึ้นรถกระบะให้ลูกค้า

 

 

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 29 ส.ค. ร.ต.อ.ธเนตร  วงษ์ปริง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุถังแก๊สระเบิดมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ภายใน หจก.พิษณุโลกผลิตภัณฑ์แก๊ส ริมถนนเส้นมิตรภาพใกล้เคียงสี่แยกโคกช้าง เลขที่ 401/55 หมู่ 10 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช เจ้าหน้าที่วิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานบรรจุแก๊สใช้ในทางการแพทย์และอุตสาหกรรม มีรั้วรอบขอบชิดเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นประตูรั้วเหล็กกันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปเพื่อป้องกันอันตราย

ตรวจสอบบริเวณจุดวางถังแก๊สพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายสุชาติ  ประสานแก้ว อายุ 35 ปี หัวหน้าฝ่ายสโตร์ อยู่บ้านเลขที่ 179/2 หมู่ 3ต.ไผ่ขอดอน อ.เมือง จ.พิษณุโลก นอนหงายเสียชีวิตอยู่ด้านหลังรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีขาว ทะเบียน บย 1841พิษณุโลก ที่บรรทุกถังแก๊สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ขนาด 70 กก. สภาพศพถูกแรงอัดฉีกร่างแหลกเหลว ขาขาด 2 ข้าง แขนขวาขาด ลำไส้ไหลทะลักกระจัดกระจายเกลื่อน นอกจากนี้ยังพบว่าเศษถังแก๊สและเศษชิ้นเนื้อของผู้เสียชีวิตกระเด็นลอยไปตกในบ้านเรือนประชาชนละแวกดังกล่าวไกลกว่า 200 เมตร เป็นภาพที่น่าสยดสยองแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน คือ นายเกรียงไกร  รัชดาภิบาล อายุ 41 ปี และ นายอานนท์  เอี่ยมนาค อายุ 24 ปี  กำลังขนถังแก๊สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ขึ้นรถให้กับลูกค้าที่มารับ

ต่อมา นายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก พร้อมด้วย ว่าที่ รต.อิทธิพล  บุบผะศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุอย่างเร่งด่วนและเปิดเผยว่า เบื้องต้นได้เข้าตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้มีการกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดตามมาตรการของโรงงานอุตสาหกรรม แต่จากการที่ตรวจสอบน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุแต่อย่างไรก็จะต้องตรวจสอบในเรื่องความปลอดภัยอีกครั้ง

ด้าน นายวุฒิเศรษฐ  ไกรเลิศโสภณ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.พิษณุโลกผลิตภัณฑ์แก๊ส กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นจุดวางถังแก๊สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่บรรจุมาจากโรงงาน และรอส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ระหว่างเกิดเหตุมีลูกค้ามารับถังแก๊สจำนวน12 ถัง และมีคนงานจำนวน 3 คน กำลังช่วยกันขนถังแก๊สขึ้นให้ลูกค้าและเกิดระเบิดขึ้น น่าจะเป็นอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง โดยทางโรงงานมีกล้องวงจรปิดจึงมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ที่ผ่านมาทางโรงงานก็ปฏิบัติงานตามมาตรฐานความปลอดภัยทุกด้าน และพนักงานที่ประสบเหตุก็ทำงานกับโรงงานมานานมีประสบการณ์มากเช่นกัน

ซึ่งนายเกรียงไกร  รัชดาภิบาล อายุ 41 ปี เล่าเหตุการณ์ว่า ตนและ นายอานนท์  กำลังขนถังแก๊สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ขึ้นรถให้กับลูกค้าที่มารับจำนวน 12 ถัง  โดยมีนายสุชาติ ที่เป็นหัวหน้าสโตว์อยู่ด้านล่าง  และระหว่างที่นายสุชาติกำลังกลิ้งถังแก๊สมาเพื่อขนขึ้นรถ แต่ถังแก๊สเกิดล้มลงวาล์วกระแทกพื้นได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงจึงเกิดระเบิดฉีกร่างเสียชีวิตทันที  ซึ่งตกใจอย่างมากและเกิดอาการมึน

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัดอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

พบศพพ่อเฒ่าดับปริศนาอยู่ริมถนน

พ่อเฒ่าเดินเดินออกมาซื้อสุราที่ร้านขายของชำ แต่เกิดวูบนั่งก้มหน้าอยู่กับเข่าริมถนน และเสียชีวิต

 

 

        เมื่อวันที่ วันที่ 23 ส.ค. พ.ต.ท.ธนู  ขำโอด รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีคนเสียชีวิตอยู่ริมถนนสายเนินสะอาด - บางกระทุ่ม บริเวณหมู่ 5 บ้านวังสาร ต.ท่าตาล ไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลบางกระทุ่ม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน พบศพผู้เสียชีวิตนอนฟุบอยู่ริมถนน ทราบชื่อคือ นายอาวรณ์  ชัยดา อายุ 74 ปี  บ้านเลขที่ 9 หมู่ 5 ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อตสีเทา กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ใส่รองเท้าแตะฟองน้ำ ภายในกระเป๋าเสื้อพบขวดเครื่องดื่มชูกำลังเปล่า 1 ใบ และเงิน 5 บาท ตามร่างกายไม่มีบาดแผลถูกทำร้ายร่างกายหรือร่องรอยการถูกรถชน คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 3 ชม.

ตำรวจสอบสวน นางสัมฤทธิ์  ดีรักษา อายุ 57 ปี หลานสาวของผู้เสียชีวิตทราบว่า อาของตนไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีแต่ชอบดื่มสุราเป็นประจำ คาดว่าช่วงเช้าวันนี้คงจะเดินไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อสุราแต่ว่ายังไม่เปิดเลยเดินกลับบ้านพัก และไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจึงทำให้อาของตนเสียชีวิตอยู่บนถนนดังกล่าว จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมที่พบนายอาวรณ์ก่อนเสียชีวิตของตำรวจทราบว่า นายอาวรณ์เดิน ๆ หยุด ๆ นั่งก้มหน้าอยู่กับเข่าริมถนน กระทั่งมีผู้มาพบนายอาวรณ์ครั้งสุดท้ายนอนเสียชีวิตไปแล้ว เบื้องต้นตำรวจคาดว่านายอาวรณ์น่าจะเกิดอาการช็อกหัวใจวายเฉียบพลัน จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงที่นิติเวช รพ.พุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

 

แม่เศร้าลูกชายเมาเดินเซตกร่องน้ำลึกแค่ 20 ซม. ดับ

 หนุ่มใหญ่เมาขอเงินแม่ไปซื้อสุราดื่มพบอีกทีเป็นศพจมน้ำในร่องน้ำ 20  เซนติดเมตร คาดเมาเซล้มตกลงร่องน้ำจนจมน้ำเสียชีวิต

 

 

            เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ต.หญิง กัลยาณี  ท่าโพธิ์ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีคนจมน้ำเสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำริมถนนใกล้เคียงวัดสระสี่เหลี่ยม หมู่ 5 บ้านคลองมหาดไทย ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่ารกร้างพบชาวบ้านยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายประทวน  สนสาย อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/4 หมู่ 5 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก สภาพศพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายหัวทิ่มลงไปอยู่ในร่องน้ำที่ลึกประมาณ 20 ซม. ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยของการถูกทำร้าย คาดว่าจมน้ำเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชม. กู้ภัยจึงนำร่างส่งผ่าชันสูตรพลิกศพที่นิติเวรโรงพยาบาลพุทธชินราช

            จากการสอบสวน นางประเทือง  สนสาย อายุ 76 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ให้การด้วยความโศกเศร้าเสียใจว่า นายประทวน บุตรชาย มีอาชีพเก็บของเก่าขาย และมีนิสัยชอบดื่มสุราอยู่เป็นประจำ จนถึงขั้นติดงอมแงมอย่างหนัก กระทั่งช่วงเช้านี้ได้มาหาตนเพื่อขอเงินไปซื้อสุราดื่มกินเพิ่มอีก กระทั่งมีชาวบ้านมาแจ้งว่าลูกชายจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าวจึงติดตามไปดู ส่วนสาเหตุคาดว่าลูกชายคงมีอาการมึนเมาสุราอย่างหนักจนควบคุมตัวเองไม่ได้ และไปนั่งดื่มกินต่อในพื้นที่ป่าข้างทางที่ทำเป็นเพิงพักไว้เก็บของเก่าขาย แต่ระหว่างนั้นอาจจะเดินเซถลาลื่นหกล้มหัวฟาดพื้น จนกลิ้งตกลงไปอยู่ในร่องน้ำทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งตนไม่ติดใจในสาเหตุของการตายแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาต่อไป.

   

ผอ.โรงเรียนขับรถเสียหลักตกข้างทางดับหลังงานเกษียณตัวเอง

ผอ.โรงเรียนบ่อวิทยบางระกำ ขับรถกลับจากงานเกษียณของตนเองที่ลูกศิษย์จัดให้ระหว่างทางกลับบ้านเกิดเสียหลักตกข้างทางเสียชีวิต
 
 
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 ส.ค.พ.ต.ท.มนู หรศาสตร์ สว.(สอบสวน) สภ.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักตกลงข้างทาง บริเวณถนนบางระกำ-ปลักแรด บ้านไร่ในดง ม.1 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมค สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บย.930 พิษณุโลก เสียหลักตกลงไปทุ่งนาข้างถนน สภาพพังยับเยินทั้งคัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ตัวได้หลุดออกมาจากประตูรถทางฝั่งคนนั่งศีรษะจมอยู่ภายในน้ำของทุ่งนา
 
เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาทำการชันสูติที่ด้านบนถนน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายปรีชา ชุติปัญญาภรณ์ อายุ 60 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 117 ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำตาล กางเกงขายาวสีดำ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อมาทราบว่าผู้ตายเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ่อวิทยบางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สังกัดสำนักงำนเขตพื้นทกี่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1
 
จากการสอบถามทราบว่า นายปรีชา ผู้ตาย ได้ไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการของตนเองที่ลูกศิษย์ได้จัดเพื่ออำลาชีวิตราชการของผู้ตาย หลังจากงานเลี้ยงเลิก นายปรีชา ได้ขอตัวขับรถเพื่อจะเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางอาจจะเกิดอาการหลับในทำให้ไม่สามรถควบคุมรถได้ จึงเสียหลักตกลงไปในทุ่งนาข้างทางเป็นเหตุให้ นายปรีชา เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เมื่อลูกศิษย์ทราบข่าวได้เดินทางมาที่เกิดเหตุซึ่งต่างอยู่ในอาการตกใจไม่นึกว่าอาจารย์ของตนจะมาเสียชีวิต ในขณะกลับจากงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการของตนเอง
 
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนศพผู้เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูติหาสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ ก่อนจะมอบให้ญาตินำไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป.
 

สาวใหญ่ร้อง พมจ.พิษณุโลก หลังถูกอดีตสามีกระทำชำเราทำร้ายร่างกาย

สาวเมืองสองแคว เข้าร้องเรียน พมจ.พิษณุโลก หลังถูกอดีตสามีกระทำชำเราและทำร้ายร่างกายมานานนับปี เคยไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหวั่นคดีไม่คืบ

 

 

เมื่อเวลา 09.30 น.ของวันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก นางนิด (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เข้าร้องเรียนเรียนต่อนายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และ นางพูลสุข สุริยะโชติ ธนามี  อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด  หลังถูกนายฟีม(นามสมมุติ)  อดีตสามีได้กระทำชำเรา และทำร้ายร่างกายมานานนับปี ทำให้ตนเองได้รับอันตรายทางร่างกาย

นางนิด เล่าว่า เดิมทีได้อยู่กินกับนายฟีม อดีตสามีแต่ไม่ได้จดทะเบียนแต่อย่างใด ต่อมานายฟีม ได้มีพฤติกรรมก้าวร้าวและรุนแรง ทำร้ายร่างกาย จึงขอเลิกรา แต่นายฟีม ไม่ยอมเลิก กลับมาหา พร้อมกับข่มขืนกระทำชำเราตนเองหลายครั้ง ทั้งๆที่ตนเองไม่มีทางสู้ จนตนเองทนไม่ไหวต้องเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ให้ดำเนินคดีกับอดีตสามีตนเอง เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา แต่เห็นว่า เรื่องเงียบไป จึงได้เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก ไว้ด้วยเช่นกัน แต่เห็นว่าเรื่องเงียบไปอีก จึงได้เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และอาจถูกข่มขู่จากอดีตสามีได้

นายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องจากผู้ร้องแล้ว ตนเองจะประสานกับหน่วยงานของอดีตสามี คือ การประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากอดีตสามีของผู้ร้องเป็นพนักงานอยู่ จากนั้นก็จะนัดให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจาตกลงตามผู้ร้องอีกครั้ง พร้อมกันนี้จะหางานใหม่ให้กับนางนิด เนื่องหลังจากเกิดเรื่องนี้ ได้ออกจากที่ทำงานเก่า คือเป็นคนจัดสวน ทำให้ไม่มีรายได้จุนเจือครอบครัว

นายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเตือนกับสามีที่ชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัวถือว่าผิดกฎหมาย อาจถูกดำเนินคดีได้ ซึ่งหากกล่าวว่าเป็นปัญหาของครอบครัวนั้น จริงๆแล้วไม่ใช่ ซึ่งกฎหมายสามารถดำเนินคดีกับผู้ใช้ความรุนแรงในครอบครัวได้ ซึ่งจังหวัดพิษณุโลก ได้รับแจ้งของการเกิดคดีดังกล่าวไม่มากนัก

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ผู้รับผิดชอบคดีนี้ ทราบว่า คดีดังกล่าว โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัวขณะนี้ และผู้กระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งขณะกำลังนี้กำลังรอผลตรวจลายนิ้วมือ เพื่อจะนำไปประกอบส่งอัยการ ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL