เสาร์, ตุลาคม 25, 2014
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

รวบม้งค้ายาบ้า

 

 

         เจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนล่อซื้อยาบ้าได้ผู้ต้องหาชาวม้ง 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 20 มัด  จำนวน 40,000 เม็ด

 

            เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 21 ก.ค. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์  สอาดพรรค  รองผบช.ภ.6  พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบ ภ.6 แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ได้ผู้ต้อหา 2 รายและของกลางจำนวนมาก คือนายประกายสิทธิ์  หรือผ่าน  แซ่ว่าง  อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่  62 หมู่ 23 ต.ตับเต้า อ.เทิง จ.เชียงราย และนายหว่า  หรือหว่าโซ้ แซ่หว้า อายุ 49 ปี ชาวเขาเผ้าม้ง  มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 20 มัด  จำนวน 40,000 เม็ด  เงินสดที่ใช้ในการล่อซื้อจำนวน 6 ล้าน บาท โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮฮนด้า รุ่น เสฟ สีน้ำเงินทะเบียน ขพล-806 พิษณุโลก   จำนวน 1 คัน นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาที่บังหลบหนี  1 รายคือนายยีไม่ทราบนามสกุล

            การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากชุดสืบสวน สืบทราบว่า นายหว่า และนายยี ผู้ต้องหาที่หลบหนี  ชาวเขาเผ่าม้งใน อ.นครไทย มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจึงได้ส่งสายสืบเข้าติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนายหว้าและนายยี โดยมีการนัดส่งมอบยาบ้ากันที่บริเวณ ถนนสายเลี่ยงนครไทย-หนองกระท้าว หมู่ 11 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย  เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายประกายสิทธิ์ พร้อมกับนายหว่า ได้ขับรถจักรยานยนต์มารับเงินเมื่อผู้ต้องหาทั้งสองคน ตรวจนับเงินเรียบร้อย จึงได้แจ้งให้นายยี ผู้ต้องหาที่หลบหนีนำยาบ้าไปทิ้งไว้ข้างทางห่างจากจุดรับเงินจำนวน 1.5 กิโลเมตร   ชุดสืบสวนอีกทีมได้ไปรับยาบ้าเรียบร้อยจึงได้ส่งสัญญาณให้จับกุมนายประกาบสิทธิ์และนายหว่า พร้อมของกลางเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้อ ส่วนนายยี ได้ไหวตัวทันวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าทับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามมาดำเนินคดีและทำการขยายผลการจับกุมต่อไป        

 

รวบพระลักพระพุทธรูปอ้างนำไปบูชาช่วงเข้าพรรษา

 

 

 

ผกก.สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แถลงข่าวการจับกุมพระภิกษุสงฆ์ที่ตระเวนก่อเหตุลักพระพุทธรูปตามวัดต่างๆในเขต อ.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

                เมื่อเวลา 00.15 น.วันที่  19 ก.ค. พ.ต.อ.สมนึก  มากมี  ผกก.สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  พร้อมด้วย พ.ต.ท.นพดล  ดวงมาตร์พล  สารวัตรหัวหน้าสถานีดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  พ.ต.ต.วัชรพล  ธรรมวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.ดงประคำ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมพระภิกษุสงฆ์ที่ตระเวนก่อเหตุลักพระพุทธรูปตามวัดต่างๆในเขต อ.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ได้ผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย คือพระบุญเที่ยง อาภากโร  อายุ 39 ปี พระลูกวัดฝากบึง อ.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์ หรือ นายบุญเที่ยง  สุขเจริญ  อยู่บ้านเลขที่ 24/4 หมู่ 4 ต.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์  พร้อมของกลางพระพุทธชินราชจำลองขนาด หน้าตัก 20 นิ้ว เนื้อทองเหลือง อายุกว่า 30 ปี ที่ถูกขโมยมาจากวัดท้องโพลง ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา และพระพุทธชินราชจำลองขนาด 9 นิ้วเนื้อทองเหลือง จำนวน 2 องค์ ที่ถูกขโมยจากวัดฝากบึง ซึ่งเป็นวัดที่ผู้ต้องหาจำพรรษาอยู่ในปัจจุบัน และยังมีพระพุทธรูปและพระเครื่องอีกหลายรายการ   นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์และเครื่องมือในการงัดแงะอีกจำนวนหนึ่ง   นอกจากนี้ยังพบขวดน้ำพลาสติกภายภายในบรรจุกสุราไทยอีก อีกประมาณ ครึ่งขวด และทำการตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรน่า สีน้ำเงิน ทะเบียน  กค-752 นครสวรรค์อีกจำนวน 1 คัน ซึ่งใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี

                จากการสอบสวน พระวิมล  อินทรวันโน  รักษาการเจ้าอาวาสวัดท้องโพลง ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม  ให้การว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมามีชาวบ้านได้มาแจ้งกับตนเองว่ามีรถยนต์เก๋งต้องสงสัยขับเข้ามาภายวัดท่าทางผิดสังเกตคือไม่เปิดไฟหน้า เข้ามาจอดบริเวณหน้าศาลาธรรมสังเวช ก่อนจะขับออกจากวัดไปอย่างรวดเร็ว ตนเองพร้อมพระลูกวัด จึงได้ไปตรวจสอบที่ศาลาธรรมสังเวช ซึ่งปิดประตูเอาไว้และไม่ได้ล็อคแม่กุญแจ จากการตรวจสอบพระพุทธชินราชขนาดหน้าตัก 20 นิ้ว เนื้อทองเหลืออายุ กว่า 30 ปี ได้หายไปตนเองจึงได้โทรศัพท์แจ้วความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงประคำ และประสานไปยัง สภ.พรหมพิราม เพื่อทำการตั้งด่านสกัดจับคนร้ายได้ที่บริเวณถนนสายเรียบคลองชลประทาน หน้าอบต.พรหมพิราม พร้อมของกลางดังกล่าว

                ในเบื้องต้น พระบุญเที่ยง หรือนายบุญเที่ยง สุขเจริญให้การรับสารภาพว่า เดิมทีตนเองบวชอยู่ที่วัดฝากบึก  อ.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์ พระพุทธรูปขนาด 9 นิ้วจำนวน 2 องค์ ที่พบในรถเป็นพระที่เจ้าอาวาสได้มอบให้ตนเองไว้บูชา ส่วนพระพุทธชินราชขนาด 20 นิ้วของวัดท้องโพลง ตนเองไม่มีเจตานาจะขโมยเพียงแต่ต้องการพระองค์ดังกล่าวไปไว้ที่สำนักสงฆ์ที่จ.พิจิตร ไว้ใช้ทำพิธีส่งในช่วงเข้าพรรษานี้     ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องประสานไปยังวัดต่างๆในเขต อ.นาอิทร์ และอ.พรหมพิราม ที่ถูกคนร้ายขโมยพระไปและจำทำการขยายผลการจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ก่อนจะนำ พระบุญเที่ยง ไปทำการสึกจากการเป้นพระภิกษุ ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

วงจรปิดจับภาพคนร้ายขว้างยาเสพติดเข้าเรือนจำ

 

เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบภาพวงจรปิดพบคนร้ายใช้รถปิกอัพเป็นพาหนะขว้างสิ่งของเข้าเรือนจำเมื่อทำการตรวจสอบพบยาบ้า ยาไอซ์ และโทรศัพท์มือถือ

 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม   พ.ต.อ.ธรธวัช แจ่มอุดมโชติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งจาก นายพงษ์มิตร ประเสริฐสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก       ว่า มีคนร้ายลักลอบปาสิ่งของเข้ามาในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก บริเวณแดน 4 และ แดน 5 เมื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบห่อสิ่งของ 2 ห่อ เมื่อเปิดดูพบว่า ภายในบรรจุยาบ้ามาจำนวน 1,600 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 100.39 กรัม โทรศัพท์มือถือจำนวน 10 เครื่อง และที่ชาร์จโทรศัพท์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งทาง   ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำสังเกตุจากกล้องวงจรปิดเห็นรถปิกอัพสีน้ำเงินผิดสังเกตุขับขี่มาที่บริเวณข้างกำแพงของเรือนจำบริเวณแดน 5 จากนั้นนั้นมีคนร้ายวิ่งมาที่ข้างกำแพงแล้วขว้างสิ่งของเข้ามาจำนวน 3 ห่อ จากนั้นวิ่งไปขึ้นท้ายรถปิกอัพสีน้ำเงิน แล้วขับออกไปมาที่บริเวณข้างกำแพงบริเวณแดน 4 คนร้ายที่นั่งอยู่ด้านหลังปิกอัพได้ลุกขึ้นแล้วขว้างห่อสิ่งของเข้ามาในเรือนจำอีกครั้งจำนวน 2 ห่อ จากนั้นรถก็ได้ขับหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจึงได้ไปตรวจสอบบริเวณที่แดน 4 จึงพบห่อสิ่งของที่บรรจุยาเสพติดและอุปกรณ์โทรศัพท์ดังกล่าว

 

ด้าน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า จากภาพที่เห็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าน่าจะมีการทำเป็นกระบวนค้ายาบ้าในเรือนจำ โดยขณะนี้ได้ส่ง ชุดสืบสวนประกบตัวเอาไว้แล้วและเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพิษณุโลกเพื่อควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

   

จับเครือข่ายเรือนจำยึดทรัพย์และของกลางมูลค่า 9ล้าน


เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายเรือนจำพิษณุโลก-เชียงราย-กรุงเทพ พร้อมของกลางยาบ้า ยาไอซ์ และยึดทรัพย์เป็นรถหรู มีตรากรมการปกครอง หลีกเลี่ยงสายตาตำรวจ บ้าน ที่ดิน และทรัพย์สิน 36 รายการร่วมกว่า 9.8 ล.

 


เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รอบ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.ท.พงษ์ธร สุริยานนท์ รอง ผกก.ฯ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด จำนวน 1 ราย ผู้ต้องหา 3 คน คือ นายวุฒิพงษ์ หรือโจ น้อมนิล อายุ 38 ปี และ นางจารุณี หรือหน่อง น้อมนิล อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา และน.ส.พัชรา หรือหนูเล็ก ศรีอัชฌา อายุ 22 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 168 เม็ด ยาไอซ์ 73.18 กรัม รถยนต์เก๋งยี่ห้อหรู 2 คัน คือรถยนต์เก๋งยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่น 528i สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆจ-2277 กรุงเทพฯ รถยนต์เก๋งยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่น 325i สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน ชส-7959 กรุงเทพฯ ซึ่งทั้งสองคันนี้จะมีโลโก้ตรา กรมการปกครองติดอยู่ที่หน้ารถยนต์บริเวณไฟหน้า รถยนต์เก๋งยี่ห้อ มาสด้า รุ่น 3 สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌษ9042 กรุงเทพฯ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออกสีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน กข-9194 กรุงเทพฯ (ทั้ง4คันใช้ทะเบียนปลอม) และรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ออร์นิวดีแม็ก สีดำหมายเลขทะเบียน กธ-7566 พิษณุโลก ซึ่งมีเพียงคันเดียวเท่านั้นที่ตรวจสอบแล้วเป็นหมายเลขทะเบียนจริงของตัวรถ ทั้งนี้ยังได้ทรัพย์สินที่ยึดตาม พ.ร.บ.มาตราการฯ พ.ศ.2534 จำนวน32 รายการ อาทิ บ้านพร้อมที่ดิน เนื้อที่ 55 ตร.วา มูลค่า 3 ล้านบาท ทรัพย์สิน ทองรูปพรรณ ,แหวนเพชร ,เครื่องใช้ไฟฟ้า และเงินสด รวม จำนงวน 36 รายการ มูลค่า กว่า 2.8 แสนบาท ซึ่งมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดเมื้อรวมแล้วมีมูลค่ากว่า 9ล้าน 8 หมื่นบาท

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญและสามารถซักทอดกลุ่มผู้ค้ารายย่อย และเครือข่าย ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขยายผลล่อซื้อยาบ้าและยาไอซ์จากนายวุฒิพงษ์ ได้ที่บ้านเช่าเลขที่ 196/207 หมู่ 7 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก พร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์ ที่นำมาจากจังหวัดเชียงราย โดยมีน.ส.พัชรา ศรีอัชฌา เป็นพนักงานควบคุมบัญชี เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบและยึดทรัพย์สินดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2534 ซึ่งนายวุฒิศักดิ์ เคยถูกจับกุมในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาทั้ง 3 ราย คือ ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในคราอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

 

รถยนต์กระบะส่งไก่ พุ่งชนรถรับส่งนักเรียนเจ็บ 17 ราย‏

 

 

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะส่งไก่ พุ่งชนรถคอกหมูรับส่งนักเรียน ที่กำลังขับรถยูเทิร์น อยู่ อย่างเต็มที่ ส่งให้มีนักเรียนบาดเจ็บกระเด็นออกมานอกรถ และติดภายใน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล รวมทั้งสิ้น 17 ราย

 

เมื่อเวลา 07.00 น.ของวันนี้( 11 ก.ค.) ร.ต.อ.หญิงกัลยาณี ท่าโพธิ์ ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำวนมาก ที่บริเวณถนนสายพิษณุโลก-สุโขทัย ใกล้เคียงปั๊ม ปตท. ม.ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ในที่เกิดเหตุรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน บร-9182 พล. ติดคอกเหล็กด้านหลัง พุ่งชนท้ายรถรับส่งนักเรียนคอกหมู หรือ รถไทยประดิษฐ์ หัวส้ม หมายเลขทะเบียน 101142 พล. ที่กำลังยูเทิร์นกลับรถเพื่อนำนักเรียนไปส่งที่โรงเรียนบ้านกร่างวิทยา ทำให้มีนักเรียนบาดเจ็บ ส่วนหนึ่งอยู่ภายนอกรถ ส่วนนายวันชัย โชว์เฟอร์กระบะบาดเจ็บติดภายใน ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพ ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง ช่วยออกมาจากตัวรถได้ มีนักเรียนบาดเจ็บ 17 ราย และ ราย มีอาการบาดเจ็บสาหัส และรีบนำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราชทันที

จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าว มีนายวันชัย เสนาะวาที อายุ 34 ปี บ้านเลขที่27/1 ม.15 ต.หนองแจ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ มีอาชีพรับส่งไก่ตามร้านค้าต่างๆ ก่อนเกิดเหตุนายวันชัย ได้ไปส่งไก่ ในพื้นที่ ต.บ้านกร่าง และกำกังมุ่งหน้าเข้าเมืองพิษณุโลก จนมาถึงที่เกิดเหตุ รถรับส่งนักเรียนที่มีนายชะลอ ชะอุ้ม เป็นผู้ขับ ได้ไปรับนักเรียนตามจุดรับส่ง เพื่อมาส่งที่โรงเรียนบ้านกร่างวิทยา และกำลังยูเทิร์น ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะนั้นนายวันชัย ที่ขับรถยนต์มาด้วยความเร็วและมองไม่เห็น ได้พุ่งชนเข้าอย่างเต็มแรง ทำให้มีนักเรียนบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL