พฤหัสบดี, ธันวาคม 08, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

โอละพ่อ! เมียคนเก็บขยะ แจ้งความเท็จถูกคนร้ายกระชากกระเป๋าเงินล้าน

เมียคนเก็บขยะถูกคนร้ายกระชากกระเป๋า ที่มีเงินสดนับล้านบาท

 

 

จากกรณีที่ เมียคนเก็บขยะถูกคนร้ายกระชากกระเป๋า ที่มีเงินสดนับล้านบาท โดยช่วงบ่ายของวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายกระชากกระเป๋าสะพาย ของผู้หญิงรายหนึ่ง ที่บริเวณทางเข้าวัดจูงนาง ต.ท่าพิธ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยผู้เสียหายแจ้งรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายไว้ว่า เป็นชาย ขับขี่รถจกรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมเสื้อผ้าสีดำ หมวกกันน็อคสีดำ หลังก่อเหตุได้ขับรถ หลบหนีไปทางหน้า ม.นเรศวร ต่อมา ผู้เสียหายได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมว่า ในกระเป๋าที่คนร้าย ชิงไปนั้นมีเงินสดอยู่ 1 ล้านบาท

 

ต่อมา พันตำรวจเอก สารนัย คงเมือง รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้เสียหายด้วยตัวเอง ทราบชื่อผู้เสียหาย คือ นางปิ่น ทองอยู่ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 1 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยนางปิ่น ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้มากู้เงินจากนายทุน ในละแวกที่เกิดเหตุ เพื่อจะนำไปชำระหนี้ ซึ่งนางปิ่นเอง ทำอาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณ ส่วนสามีทำงานเป็นพนักงานเก็บขยะของเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก

 

ทั้งนี้ พันตำรวจเอก สารนัย คงเมือง รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ผู้เสียหายให้การวกวน ไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจนได้ และเบื้องต้นได้ให้ชุดสายสืบลงพื้นที่หาข่าวเพิ่มเติม รวมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ ติดตามตัวคนร้ายในทิศทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีแล้ว ความคืบหน้าล่าสุด นางปิ่น ผู้เสียหาย รับสารภาพแล้วว่า กุเรื่องขึ้น เพราะไม่มีเงินไปใช้คืนเจ้าหนี้ จึงแจ้งข้อหานางปิ่น แจ้งความเท็จ แล้วนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

จยย. หนุ่มแบงค์กรุงไทยประสานงา ปิ๊กอัพ ดับ

สภาพล้อและส่วนหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไปเล็กน้อยพบศพผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณใต้ศาลาที่พักผู้โดยสารริมทาง

 

 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. พ.ต.ต.มนตรี แดงดี พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถยนต์บนถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง บริเวณหน้าหมู่บ้านสองแคววิลล่า ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราชและเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ เคอาร์ 150 สีเขียว-ขาว ทะเบียน 1 กค 8813 พิษณุโลก สภาพล้อและส่วนหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไปเล็กน้อยพบศพผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณใต้ศาลาที่พักผู้โดยสารริมทาง
 

ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า บีที 50 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บพ 4784 พิษณุโลก ขับเข้าไปในหมู่บ้านสองแคววิล จอดอยู่ในบ้านเลขที่ 938 หมู่ 3 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก สอบสวนนายโสภณ สุพัฒนกิตติ อายุ 66 ปี เจ้าของบ้านรับว่าเป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว หลังเกิดเหตุตกใจกลัวจึงขับรถเข้ามาจอดไว้ที่บ้าน และไม่คิดที่จะหลบหนีไปที่ใดอีก ต่อมาตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิต มาชันสูตรร่วมกับแพทย์ ทราบชื่อคือ นายณัฐสิทธิ์ ทับเชียงทอง อายุ 33 ปี เป็นพนักงานขนส่งฝ่ายบริหารและจัดการทรัพย์สิน 4 ธนาคารกรุงไทย สาขาสิงหวัฒน์ ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก
 

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายได้ขับรถจักยานยนต์กำลังมุ่งหน้าเข้าเมือง มาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นจุดยูเทิร์นและเป็นทางเข้าหมู่บ้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่ นายโสภณเลี้ยวรถตรงจุดทูเทิร์นเพื่อเข้าบ้านพักในหมู่บ้านสองแคววิลล่า และผู้ตายขับตรงมาพอดีจึงเข้าชนกันอย่างจัง ก่อนที่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายจะกระเด็น ตกลงไปข้างทาง เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ที่แท้จริงอีกครั้ง

 

ณัฐธนา ฐิตะสาร : ข่าว

 

เก๋งพระสงฆ์ซิ่งประสานงา จยย.2นิสิตดับ

 
รถเก๋งซิ่งพาพระภิกษุสงฆ์กลับวัด ชนประสานงารถจักรยานยนต์ 2 นิสิต มหาวิทยาลัยชื่อดังกลางเมืองพิษณุโลก เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ส่วนคนขับรถเก๋ง พร้อมพระภิกษุสงฆ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะตรวจสอบกระเป๋าเสื้อผ้าภายในรถยนต์ กลับพบชุดชั้นในและวิกผมของสุภาพสตรี และถุงยางอนามัย
 
 
 
เมื่อเวลา 22.00 น. ร.ต.อ.มานพ แสงอินทร์ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรวังน้ำคู้ อ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเกิดเหตุรถเก๋งชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมกู้ภัยข่าวภาพเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
ในที่เกิดเหตุบริเวณ ม.8 บ้านยางโทน ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก เรียบคลองชลประทาน ใกล้เคียงมหาวิทยาลัยนเรศวร พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นหญิง 1 ราย อายุประมาณ 20-25 ปี สวมเสื้อยืดแขนยาวสีชมพู กางเกงสแล๊คสีดำ ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาวณัฐชนา ทองหม่อม  อายุ 20 ปี นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ภูมิลำเนาเป็นคน ต.นาแซง อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร พบศพชาย 1 ราย อยู่บริเวณข้างทาง สวมเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว สภาพร่างกายแหลกเหลว มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณลำตัว จนไส้ทะลัก ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุริยันต์ จันทร์โต อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/5 ม.3 ต.วังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีเทาดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีร่องรอยถูกชนอย่างจังจนสภาพรถพังเสียหายทั้งคัน
 
ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร พบรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น สีเขียว หมายเลขทะเบียน กข-3253 พิษณุโลก บริเวณกลางคลองชลประทานเลียบมหาวิทยาลัยนเรศวร มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นชาย 1 ราย และพระภิกษุสงฆ์ 2 รูป อยู่วัดชื่อดังในตัวเมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรไปก่อนหน้านี้
 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบ ภายในรถเก๋ง พบกระเป๋าเอกสาร ภายในมีวิกผมยาว 1 อัน ชุดชั้นในสีแดง 1 ตัว กางเกงขายาว 1 ตัว ไพ่ 1 สำรับ ถุงยางอนามัย 4 ชิ้น และเงินสดจำนวนหนึ่ง
 
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงชนกันดั่งสนั่น จึงรีบวิ่งมาดู พบผู้เสียชีวิต 2 ราย และซากรถจักรยานยนต์เกลื่อนถนน เมื่อฉายไฟหารถคู่กรณี ก็พบว่าอยู่บริเวณกลางคลองชลประทาน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย และพระภิกษุ 2 รูป ดังกล่าว
 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่ารถเก๋งคันดังกล่าว ได้นำพระทั้ง 2 รูป กำลังกลับวัดมาจากในเมืองพิษณุโลก จนมาถึงที่เกิดเหตุเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนายสุริยันต์ และ น.ส.ณัฐชนา ที่ขับขี่สวนมาอย่างเต็มที่จนเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และทำการสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป ส่วนวิกผม ชุดชั้นในสุภาพสตรีและถุงยางอนามัยที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นของภายในรถเก๋งนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบต่อไป
   

เพลิงไหม้รถยนต์เก๋ง บริเวณถนนสายวัดโบสถ์ – ทุ่งสาน

ระทึก! เก๋งติดแก๊ส ขับมาแก๊สหมดเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน จู่ๆไฟลุกท่วม

 

 

ร.ต.ท.สมยศ เนียมศรี  ร้อยเวร สภ.วัดโบสถ์  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยหน่วยกู้ภัยบูรพา และ อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลวัดโบสถ์   เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้รถยนต์เก๋ง  บริเวณถนนสายวัดโบสถ์ทุ่งสาน  ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า  สีบรอนซ์เทา หมายเลข กฉ. 2617 ลำปาง  สภาพถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน  สอบถามทราบว่าเจ้าของรถคือ นาย สมศักดิ์ อุ่นวงค์  อยู่บ้านเลขที่ 39 ม. 12 ต. ท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก  โดยนายสมศักดิ์เล่าว่า  รถยนต์ของตนติดตั้งแก๊สแอลพีจี  และส่วนใหญ่ก็ใช้แก๊ส 

 

แต่วันนี้ ขณะขับรถกลับจากไปทำธุระที่บ้านวังวน  อ.พรหมพิราม  ปรากฏว่าระหว่าทางแก๊สหมด  หาปั๊มเติมไม่ได้ จึงได้เปลี่ยนมาใช้ระบบน้ำมัน  แล้วพอขับมาได้ไม่นาน  จู่ ๆ ก็เกิดควันไฟลุกขึ้นที่บริเวณห้องเครื่องด้านหน้ารถ  ตนเองจึงรีบจอด  แล้วออกจากรถทันที  จากนั้นก็เกิดเปลวไฟลุกท่วม  จนรถยนต์ได้รับความเสียหายทั้งคัน  แม้ว่าจะมีรถดับเพลิงมาช่วยแล้วก็ตาม  แต่ก็โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

 

 

 

ผบช.ภ.6 แถลงผลกวาดล้างอาชญากรรม

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 แถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ในพื้นที่ 9 จังหวัด สังกัดตำรวจภูธรภาค 6 สามารถจับกุมผู้ต้องหา 4,374 คน อาวุธปืนได้ 123 กระบอก ยาบ้า จำนวน 101,682 เม็ด

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558  ที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก  พลตำรวจโท ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6  แถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลลอยกระทง  ตามที่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 เป็นวันลอยกระทง ซึ่งเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งตามประเพณีของไทย ทำให้มีประชาชนออกมาท่องเที่ยวหรือเดินทางไปร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก และจากการที่ประชาชนพากันออกมาลอยกระทง หรือเที่ยวงานตามสถานที่ต่างๆ อาจทำให้เกิดปัญการจราจร ปัญหาอาชญากรรมรวมทั้งปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด  ดังนั้นเพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และการอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2558 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงระหว่างวันที่ 17-23 พฤศจิกายน รวม 7 วัน ในพื้นที่ 9 จังหวัด สังกัดตำรวจภูธรภาค 6 คือ จ.พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ตาก พิจิตร อุทัยธานี นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์

ได้ผลการสรุปเบื้องต้น ในคดีชีวิต ร่างกาย และเพศ คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ และฐานความผิดพิเศษ คดีความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด คดีความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถ คดีความผิดเกี่ยวกับดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด รวมผู้ต้องหา 4,374 คน สามารถจับกุมอาวุธปืนได้ 123 กระบอก ยาบ้า จำนวน 101,682 เม็ด

พลตำรวจโทชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้เน้นย้ำในช่วงเทศกาลลอยกระทงที่จะถึงนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีลอยกระทงกันอย่างไทย ไม่เล่นดอกไม้เพลิง พลุ หรือประทัด ซึ่งอาจนำมาซึ่งอันตรายต่างๆ และย้ำถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูและชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนอย่างสูงสุดเพื่อให้เทศกาลลอยกระทง เกิดปัญหาอาชญากรรมน้อยที่สุดตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL