จันทร์, มกราคม 16, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

เตือนภัยมิจฉาชีพฉกทรัพย์ช่องใส่ของหน้ารถจยย.

 
เจ้าของร้านขายของเล่นโร่ร้องสื่อ เตือนภัยมิจฉาชีพฉกทรัพย์ช่องใส่ของหน้ารถจยย. หวั่นมีคนตกเป็นเหยื่อเพิ่มอีก หลังโดนฉกไอโฟน
 
 

วันนี้ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจาก นางสุชาดา  เดชาเลิศ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านขายของเล่น ตั้งอยู่เลขที่ 57/7 ถ.พระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก ที่ได้เดินทางเข้ามาร้องทุกข์พร้อมฝากเตือนภัยกับพี่น้องประชาประชาชนให้รับทราบ ว่าขณะนี้มีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์สิน ที่ประชาชนวางหรือลืมเอาไว้หน้าตะกร้ารถจักรยานยนต์ซึ่งจอดไว้ริมถนนเส้นพระองค์ดำ

โดย นางสุชาดา เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อเวลา 16.45 น. ของวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองขี่รถจักรยานยนต์ไปรับบุตรสาวที่โรงเรียน ได้แวะซื้อของเข้าร้านจำนวนมาก และมีสัมภาระเต็มหมดไป  กระทั่งขี่รถมาถึงหน้าร้านก็ได้จอดรถตามปกติก่อนจะหิ้วของไปเก็บไว้ในร้าน จนลืมไปว่าได้นำกระเป๋าสตางค์ซุกเก็บไว้ที่ช่องเก็บของด้านหน้ารถ จนเวลาผ่านไปเกือบ 10 นาที ตนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ได้หยิบกระเป๋าสตางค์ติดมือมาด้วย จึงรีบเดินไปตรวจสอบดูก็พบว่ากระเป๋าสตางค์สีแดงแบบผู้หญิงหายไปแล้ว ขณะนั้นรู้สึกตกใจมาก คาดว่าน่าจะมีมิจฉาชีพผ่านมาเห็นเข้าแล้วหยิบฉวยไป เมื่อตั้งสติได้จึงไปติดต่อที่ร้านสะดวกซื้อข้างเคียงซึ่งมีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน ขณะที่มีคนร้ายซึ่งเป็นชายรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 170 ซม. อายุราว 45 – 50 ปี ลักษณะแต่งกายคล้ายพนักงานบริษัท คล้องป้ายพนักงานด้วยเชือกสีแดง กำลังเดินวนเวียนอยู่ใกล้รถของตน พร้อมควักโทรศัพท์ขึ้นมาพูดคุยเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจของประชาชนที่เดินผ่านไปมา จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินมาที่รถและเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสตางค์ตรงช่องเก็บของด้านหน้า แล้วรีบหยัดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง ก่อนจะหลบหนีหายไป ซึ่งภายในกระเป๋าสตางค์มีทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวน 3,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 มูลค่ากว่า 20,000 หมื่นบาท เอกสารสำคัญบัตรเครดิตธนาคารต่างๆ ที่คนร้ายได้ติดตัวไปด้วย จากนั้นตนจึงรีบไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกับนำไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
สุดท้ายจึงอยากขอฝากเตือนพี่น้องประชาชน ที่มักจะจอดรถจักรยานยนต์บริเวณริมถนนเส้นพระองค์ดำ เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวเป็นย่านชุมชน ร้านค้า  ร้านขายของ มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก ขณะนี้มีมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่ชอบนำกระเป๋าสตางค์ใส่ในช่องเก็บสิ่งของหน้ารถ ให้ตรวจสอบทรัพย์สินของตนเองก่อนที่จะลงจากรถไป เพราะอาจถูกมิจฉาชีพลงมือก่อเหตุขโมยทรัพย์สินได้ สุดท้ายก็ติดตามจับกุมตัวได้อยาก หรือถ้าใครพบเห็นมิจฉาชีพกระทำการลักษณะดังกล่าวขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับกุมทันที.
 

ร้องสื่อหลังเงินหายจากบัญชี ไม่รู้ตัว หวั่นถูกแก็งสกิมเมอร์ฉก

 
ชาวบ้าน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ร้องสื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหลังจากเงินในบัญชีธนาคารหายไป 80,000 บาท  หวั่นถูกแก็งสกิมเมอร์ อาละวาดเอาเงินตนไปโดยไม่รู้ตัว
 
 
 
 
วันนี้( 22 ม.ค.) นางบุญญรัตน์ คำเฮือง  อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่ 10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากตรวจสอบในบัญชีธนาคาร แล้วเงินหายไปปริศนา  จำนวนกว่า 80,000 บาท ในระยะเวลา เพียงวันเดียวเท่านั้น นางบุญญรัตน์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองมีอาชีพแม่ค้าขายของบนอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แต่ในปีที่ผ่านมาตนเองไปค้ำประกันการออกรถของเพื่อนบ้าน แล้วถูกแบ็คลิส จากนั้นก็ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินกับธนาคาร แต่เมื่อมีเงินเก็บเล็กน้อย ก็นำเงินไปฝากกับธนาคารกรุงไทย โดยใช้ชื่อนายชาชนก ขันติวงศ์ บุตร ชายแทน โดยเก็บเงินตั้งแต่ปี 2555 สามารถเก็บเงินได้แสนกว่า บาท แต่เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา ตนเอง ได้กดเงินนำมาใช้ในครอบครัว จำนวน 10,000 บาท ที่ตู้ ATM หน้าธนาคารกรุงไทย สาขานครไทย จากนั้น ก็เดินทางไปเยี่ยมพ่อ ที่ จ.ยโสธร ในเดือนธันวาคม 2558 ทั้งเดือน จากนั้นก็เดินทางกลับมา อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็นำเงินไปฝากบัญชีเพิ่ม อีก 4,000 บาท  เมื่อปรับสมุดบัญชีดู ก็พบว่าเงินในบัญชีของตนเองหาไปภายในวันเดียว 80,000 บาท คือ วันที่ 7 ธันวาคม สลิปในบัญชี ระบุ ถอนจาก ATM ในพื้นที่ อ.นครไทย ทั้งสิ้น โดยระบุมีการกดเงินไป 6 ครั้ง ซึ่งตนแปลกใจมาก ในเมื่อตนเองก็ถือสมุดบัญชี และ ATM ไว้กับมือ และช่วงเวลาดังกล่าว ตนเองก็อยู่ที่ จ.ยโสธร ไม่สามารถเดินทางมากดเงินที่ อ.นครไทย ได้ จึงคาดว่าเงินในบัญชี หายไปอย่างแน่นอน จึงได้รีบแจ้งธนาคารให้อายัติ ไว้ก่อน หวั่น จะถูกแฮกบัญชีไปอีก
 
นางบุญญรัตน์ กล่าวเพิ่มอีกว่า หลังจากอายัติบัญชี แล้ว ก็ได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทันที เพื่อให้สอบสวน ว่าเงินของตนเองหายไปอย่างผิดปกติ หวั่นว่าจะถูกแก็งสกิมเมอร์ ตามตู้ ATM ที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ พร้อมกับติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ลงบันทึกประจำวัน และหลังจากนั้นก็ได้ไปปรึกษากับธนาคาร  ทางธนาคารก็แนะนำให้ไปขอคำร้องกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิด ตามตู้ ATM เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายอีกครั้ง  ตนเอง อยากได้เงินเก็บของตนเองคืนเท่านั้น ก็ไม่คิดว่าเงินจะหายไปจากบัญชี โดยไม่รู้ตัว อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามหาตัวคนร้าย เพื่อป้องกันทำกับประชาชนรายอื่น ต่อไป
 

จยย.ฝ่าสายฝน เสียหลักชนคอสะพานนเรศวรดับอนาถ

 
สลดหนุ่มเมืองอุบลขี่จยย.ฝ่าสายฝน ที่ตกอย่างหนัก เสียหลักชนคอสะพานนเรศวรดับอนาถ
 

เมื่อเวลา 00.50 น. วันที่ 22 ม.ค. พ.ต.ท.สันตสิริ  เมตตาวงศ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนคอสะพานนเรศวร มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนเส้นมิตรภาพฝั่งขาเข้าเมือง ใกล้เคียงวัดราชบูรณะ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช และหน่วยกู้ภัยสมาคมข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีขาว ทะเบียน 1 กค 9020 พิษณุโลก ชนกับคอสะพานนเรศวรสภาพรถพังเสียหายยับเยินไปทั้งคัน ตรวจสอบบริเวณทางเดินรอดใต้สะพานระยะความสูงประมาณ 5 เมตร พบผู้เสียชีวิตกระเด็นตกลงมา ทราบชื่อคือ นายณัฐวุฒิ  กมล อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219 ม.10 ต.นาโพธิ์ อ.บุญฑริก จ.อุบลราชธานี สภาพศพสวมเสื้อสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีครีม เนื้อตัวเปียกปอนนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ คออหัก แขน ขา ผิดรูป เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างมาชันสูตรด้านบน ก่อนนำศพส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช

 จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า ระหว่างทางที่นายณัฐวุฒิ ผู้เสียชีวิต กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับที่พัก เป็นช่วงเวลาที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก อาจทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง หรือถนนลื่น และอาจขี่มาด้วยความเร็วสูงจนรถเกิดเสียหลักพุ่งไถลไปชนกับคอสะพานนเรศวรอย่างแรง จนเป็นเหตุทำให้ร่างกระเด็นร่วงไปใต้สะพานหัวกระแทกพื้นปูนซีเมนต์ด้านล่างจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับจะติดต่อให้ญาติมารับศพนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.
   

กู้ภัยช่วยสาวใหญ่ผลัดตกท่อระบายน้ำ

โชคดีเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ชาวบ้านเผยบริเวณนี้มีคนเดินตกท่อระบายน้ำติดกันเป็นครั้งที่2แล้ว

 

 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งจากประชาชนว่ามีคนขาตกลงไปในต่อระบายน้ำและติดอยู่ไม่สามารถนำขาออกได้ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำชะแลงมางัดเปิดฝาท่ออยู่นานจนสำเร็จ โชคดีเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ชาวบ้านเผยบริเวณนี้มีคนเดินตกท่อระบายน้ำติดกันเป็นครั้งที่2แล้ว

เมื่อเวลา 21.15น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน พิษณุโลก ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีคนขาติดอยู่บริเวณฝาท่อระบายน้ำ ด้านหน้ากองร้อยทหารสารวัตรกองบิน46 ถ.สนามบิน อ.เมืองพิษณุโลก

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังพยายามช่วยกันงัดฝาท่อที่ทำด้วยปูน เพื่อช่วยหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ ขาด้านขวาตกลงไปในท่อระบายน้ำ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปถึงได้ใช้ชะแลง พยายามงัดเปิดฝาท้อแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากว่า ฝาท่อดังกล่าวถูกยึดติดด้วยปูนซีเมนต์ มีเพียง ฝาท่อด้านข้างที่สามารถขยับออกได้ เจ้าหน้าที่จึงพยายามใช้ชะแลง สะกัดปูนที่ยึดติดฝาท่อดังกล่าวไว้ ซึ่งใช้เวลานานเกือบ10นาที โดยมีกู้ภัยและพลเมืองดีช่วยกันดูแลผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิด

 

ผ่านไปเกือบ20นาที เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงสามารถขยับฝาท่อระบายน้ำให้ห่างออกจากกันได้ จนสามารถนำขาของผู้ประสบอุบัติเหตุออกมาได้อย่างปลอดภัย โชคดีมีเพียงแผลถลอกและฟกซ้ำเพียงเล็กน้อย ทราบชื่อคือ นางสุจิน เรืองรัมย์ อายุ46ปี บ้านเลขที่560/4 หมู่7 ต.สมอแข อ.เมืองพิษณุโลก

ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า บริเวณดังกล่าว มักมีชาวบ้านประสบอุบัติเหตุขาพลัดตกลงไปในท่อระบายน้ำ เนื่องจากว่าฝาท่อระบายน้ำที่ทำด้วยปูนและนำมาวางเรียงต่อกันไว้มีขนาดช่องวางค่อนข้างกว้างเป็นบางช่วง จึงทำให้คนที่มาจอดรถริมทางแล้วลงจากรถไม่ได้ระมัดระวังพลัดตกท่อระบายน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาก็มีชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาตกท่อเช่นกันแต่โชคดีที่ไม่ติดคาฝาท่อเหมือนรายนี้

 

ไฟไหม้กุฏิพระวัดยางเสียหายทั้งหลัง

 

          เกิดเหตุไฟไหม้กุฏิพระทรงไทยเก่าแก่ ของพระลูกวัดยาง เขตเทศบาลนครพิษณุโลก โดยขณะเกิดเหตุพระลูกวัดไปบิณฑบาต ชาวบ้านเห็นไฟไหม้รีบแจ้งดับเพลิง แต่ไม่ทันเพลิงไหม้ทั้งหลัง เนื่องไปทั้งหลังเป็นไม้ สาเหตุคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร ขณะอีกรายเกิดกลางดึกไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน 2 หลังติด

 

 

เมื่อเวลา 07.00 น.ของวันนี้( 19 ม.ค.) ร.ต.ท.อิสระ คุ้มวันดี ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฏิวัดยาง เขตเทศบาลนครพิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลก รถดับเพลิงเทศบาลตำบลบ้านคลอง ในที่เกิดเหตุเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิพระ เป็นไม้เก่าแก่ อายุประมาณ 70 ปี ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เร่งระดับฉีดน้ำ เป็นเวลานานกว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่เพลิงก็ได้ลุกไหม้จนหมดหลัง เนื่องจากกุฏิพระดังกล่าวเป็นไม้ทั้งหลัง ทำให้เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว 

จากการสอบถามพระครูโสภณ จันทโภชน์ เจ้าอาวาสวัดยาง เล่าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า กุฏิพระหลังดังกล่าว มีอายุกว่า 70 ปีทางวัดกำลังจะปรับปรุงบูรณะกุฏิใหม่ โดยมีพระสำรวย สละชุ่ม อายุ 75 ปี นอนดูแลกุฏิอยู่ ก่อนเกิดเหตุพระสำรวย ได้ออกไปบิณฑบาต ขณะนั้นตนกำลังกวาดศาลาวัด จากนั้นก็มีชาวบ้านโทรมาหาว่า กุฏิพระกำลังถูกเพลิงลุกไหม้ ตนจึงรีบมาดูและพบว่าเพลิงลุกไหม้ดังกล่าวจริง จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมเพลิงดังกล่าว

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุพระสำรวย ได้กลับจากบิณฑบาต เห็นกุฏิพระถูกเพลิงไหม้ ถึงกลับตะลึงทีเดียว พร้อมกับกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุไปบิณฑบาต ไม่มีอะไรผิดปกติ หรือจุดธูปเทียนไว้บนกุฏิแต่อย่างใด

 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง

อีกรายเกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณ หมู่ที่ 6 บ้านวังตาด ตำบลวังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาพิษณุโลก รับแจ้งว่าไฟไหม้ประชาชนในพื้นที่ พร้อมรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยสกัดน้ำ แต่ก็ไม่สามารถสกัดเพลิงเบื้องต้นได้ ไฟไหม้บ้านประชาชนเสียหาย 2 หลังที่ปลูกติดกัน โดยบ้านหลังที่เกิดไฟไหม้เป็นของ นาง ศริพร สุขคง อยู่บ้านเลขที่ 317/1 ม.6 ต.วังนกแอ่น ขณะเกิดเหตุไม่มีคนอาศัยอยู่ จากนั้นไฟได้ลุกลามบ้านใกล้เคียงได้ความเสียหาย แต่ทางเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ทัน เบื้องต้นจนท.ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุของไฟไหม้ต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL