พฤหัสบดี, กันยายน 29, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ชาวบ้านทอดแหเจอกล่องปริศนาโบกปูนทับ จับกระแทกดูพบเป็นระเบิด

ชาวบ้าน ต.ท่าโพธิ์  ทอดแหหาปลา งมหอยในแม่น้ำน่าน เจอกระเป๋าเป้ เปิดดูข้างใน มีกล่องเหล็กโบกปูนทับ  กระแทกกล่องจนปูนกระเทาะ จึงเห็นว่าข้างในเป็นระเบิด  ถึงกับเข่าอ่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเก็บกู้

 

 

 

ร.ต.ท.สิรวิชญ์ บุตรเพ็ชร รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรชุมชนมหาวิทยาลัยนเรศวร รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าพบวัตถุคล้ายระเบิดถูกเทปูนทับไว้ในกล่องเหล็ก บริเวณใต้สะพานวัดยางเอน จึงประสานชุดปฏิบัติการเก็บกู้ทำลายล้างวัตถุระเบิด ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก (EODเข้าทำการตรวจสอบ

 

ในที่เกิดเหตุ พบนายสุเทพ ทับทิมทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.1 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านที่พบระเบิด ซึ่งให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตน ได้มาทอดแหหาปลา งมหอย บริเวณใต้สะพาน และขณะที่ทอดแหลงไปตรงตอม่อสะพาน แหก็ไปติด  งมดูจึงพบว่าเป็นกระเป๋าเป้  เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นกล่องเหล็กซึ่งหนักมากเมื่อเปิดฝาออก พบว่าข้างในมีปูนเททับไว้เต็มกล่อง ตนจึงได้นำกล่องเหล็กกระแทกกับพื้นเพื่อจะดูว่าข้างในมีอะไร เมื่อปูนกะเทาะออกก็พบวัตถุคล้ายระเบิดและมีสายไฟด้วย จึงรีบวิ่งหนีขึ้นมาบนถนน และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ

ด้าน ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ กวางแก้ว หัวหน้าชุดปฏิบัติการเก็บกู้ทำลายล้างวัตถุระเบิด ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ระเบิดที่พบในครั้งนี้ มีจำนวน 1 ลูก รัศมีการทำลายล้างประมาณ 50 เมตร นับได้ว่าเป็นระเบิดที่ค่อนข้างอันตราย และจากสภาพระเบิดพบว่าสภาพสมบูรณ์พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังชาวบ้านในพื้นที่หากพบเห็นวัตถุต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิดให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ อย่าใช้วิธีตรวจสอบเองเพราะหากพลาดพลั้งจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

 

พ่อเฒ่าพลัดตกจากบันไดตกลงไปก้นบ่อจนคอหัก

พ่อเฒ่าพิจิตร วัย 67 ปี ปีนลงไปดูเครื่องสูบน้ำในบ่อลึก 20 เมตร คาดขาดอากาศหายใจ พลัดตกบ่อ คอหักเสียชีวิต

 

 

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัย กำลังเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน ตกบ่อน้ำ ที่บริเวณใกล้เคียงวัดไดน้ำเชี่ยว หมู่ 9 ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ที่เกิดเหตุเป็นบ่อซีเมนต์ ความลึกประมาณ 20 เมตร ทราบว่าประชาชนที่ตกลงไปในบ่อ คือ นายเชาว์ คุ้มสลุด อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 12 ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบว่า นายเชาว์ เสียชีวิตไปแล้ว และเนื่องจากบ่อมีความลึก ทำให้ไม่มีใครกล้าลงไปที่ก้นบ่อเพราะเกรงว่าจะขาดอากาศหายใจ เจ้าหน้าที่ต้องใช้ตะกาว นำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากก้นบ่อ

 

เบื้องต้นชาวบ้านเล่าว่า นายเชาว์ ได้ปีนลงบ่อเพื่อไปดูเครื่องสูบน้ำ ที่ได้นำลงไปติดตั้งตอนที่ในบ่อยังพอมีน้ำอยู่บ้าง แต่ตอนนี้น้ำในบ่อแห้ง นายเชาว์ อาจจะลงไปเพื่อนำเครื่องสูบน้ำมาเก็บ หรือนำไปใช้ที่อื่น แต่ด้วยว่า ขนาดของบ่อเล็กและแคบ เมื่อลงไปลึกอากาศอาจจะไม่เพียงพอ ทำให้พลัดตกจากบันไดตกลงไปก้นบ่อจนคอหัก เสียชีวิตในที่สุด

 

พ่อเฒ่าสุดซวย ถูกมิจฉาชีพหลอกจะช่วยเรื่องคดี สูญเงินเกือบแสน

พ่อเฒ่าวัย 64 ปี  สุดซวย ถูกฟ้องคดีค้ำประกันรถยนต์จนจะถูกยึดที่ ยังมาถูกมิจฉาชีพหลอกว่าจะช่วยเรื่องคดี  สูญเงินเกือบแสน

 

 

นายพูน  พุ่มเขียว  อายุ 64 ปี  ชาวบ้านทรัพย์ไพรวัลย์  ต.แก่งโสภา  อ.วังทอง จ.พิษณุโลก  ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าว  วอนขอความช่วยเหลือจากผู้รู้ทางด้านกฎหมาย  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายพูน  ได้ไปค้ำประกันการซื้อรถยนต์ ให้กับ  นายกำพล  พุ่มเขียว   ซึ่งเป็นหลานชาย ที่ซื้อรถผ่านบริษัท ซิตี้ลิสซิ่ง จำกัด  แล้วต่อมาหลานชายได้ขาดส่งรถยนต์  แล้วก็หายหน้าไปติดต่อไม่ได้  จนกระทั่งเมื่อปี 2556 ทางบริษัท ซิตี้ลิสซิ่ง จำกัด ได้ฟ้องศาล  โดยมี นายพูน  พุ่มเขียว เป็นจำเลยที่ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษา ให้บังคับคดีกับ จำเลยที่ 2  คือ นายพูน  กำลังจะมีการยึดทรัพย์ขายทอดตลาดเป็นที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง  คือบ้านพักอาศัย ทำให้ นายพูน  ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก  พยายามหาทางออกดิ้นรนต่อสู้คดีมาโดยตลอด  แต่ปรากฏว่าเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา  ได้มี นายบัญญัติ  สิงห์จันทร์ อายุ 43 ปี   อยู่บ้านเลขที่ 80  หมู่บ้านคลองเป็ด ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่มาติดต่อว่า จะช่วยเหลือเรื่องคดีความนี้ให้   โดยอ้างว่า รู้จักข้าราชการระดับสูง  ที่ทำงานอยู่ในศาล  ที่กรุงเทพ ฯ  สามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือเรื่องนี้ได้  และมีการขอค่าใช้จ่ายให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร  ครั้งละประมาณ 10,000 – 15,000 บาท  หลายครั้ง  รวมแล้วเป็นเงินกว่า  90,000 บาท

นายพูน เห็นว่า เป็นระยะเวลาพอสมควร จึงได้ไปสอบถามที่สำนักงานบังคับคดี จ.พิษณุโลก  ถึงคดีของตนเอง จึงได้ทราบความจริงว่า ไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ  และ นายพูนยังจะต้องถูกบังคับคดี ยึดทรัพย์  เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือ “บ้าน” ที่อาศัยอยู่ มาขายทอดตลาด เพื่อจ่ายเงินคืนให้กับบริษัท ซิตี้ลิสซิ่ง จำกัด  ต่อไป   นายพูนจึงรู้ตัวว่า ถูกหลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา  ที่ สภ.แก่งโสภา  นอกจากนี้ยังได้ทราบว่า นายบัญญัติ สิงห์จันทร์  เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับดำเนินคดี แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ตชด.31 เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด บก.ปส.3 และ อบต. หลอกเรียกเก็บเงินจากผู้เสียหาย และประชาชน  เมื่อปี 2556  มาแล้ว

 

ซึ่ง นายพูน กล่าวว่า ตนเองทุกข์ใจอย่างหนัก  เรื่องหนี้สินที่ถูกฟ้องร้องตนเองก็ไม่ได้เป็นคนก่อ  เป็นเพียงคนค้ำประกันเท่านั้น  แต่ต้องมารับชดใช้  จะถูกยึดที่ ยึดบ้าน  แล้วยังจะมาถูกหลอกให้เสียเงินไปอีกเกือบแสนบาท  จึงอยากจะขอวอน  ผู้ที่รู้กฎหมาย  ไม่หลอกลวง  มาช่วยเหลือตนเองในครั้งนี้  เพราะไม่รู้ว่าจะหาทางออกในเรื่องนี้อย่างไร

   

จับตัวมือฟัน ร.ต.ท.ก้องหล้า เสียชีวิต พร้อมเตรียมปูนบำเหน็จ

 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัวคนร้ายมือฟัน ร.ต.ท.ก้องหล้า จนเสียชีวิต พร้อมเตรียมเสนอปูนบำเหน็จเลื่อน 7 ขั้น 5 ชั้นยศ เป็นพลตำรวจตรี
 
 

วันที่ 12 ต.ค.2558 ความคืบหน้าของคดีคนร้ายใช้อาวุธมีดฟัน ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์  รอง สวป.สภ.วังทอง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลดินทองเสียชีวิต เมื่อค่ำวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก คนร้ายที่ก่อเหตุคือนายธีรยุทธ  รอดเลิศ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน และเป็นชายไม่สมสติ ได้หลบหนีไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้พลตำรวจตรีพิสิฐ ตันประเสริฐ ผบก.ภ.จวพิษณุโลก กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายธีรยุทธ  รอดเลิศ อายุ 42 ปี ได้แล้วหลังจากปิดล้อมในที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืน จนกระทั่งเช้า นานธีรยุทธ กำลังวิ่งหลบหนีไปป่ามันสำปะหลัง ตร.เห็นวิ่งติดตาม คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนของ ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ ผุ้เสียชีวิต ใส่ ตร. ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องยิงใส่ขาจนนายธีรยุทธ ได้รับบาดเจ็บ จึงสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 

 
พลตำรวจตรีพิสิฐ ตันประเสริฐ ผบก.ภ.จวพิษณุโลก กล่าวอีกว่า  ร.ต.ท.ก้องหล้า เป็นผู้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ทางผู้บัญชากรตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งกำชับดูแลคดีนี้อย่างดี โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก จะได้เสนอให้ปูนบำเน็จ 7 ขั้น 5 ชั้นยศ  เลื่อนเป็นพลตำรวจตรี และบุตรได้รับสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง ส่วนงานศพนั้นทางตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก จะดูแลตลอดทั้งงาน  โดยมีกำหนดตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านพักเลขที่ 10 ม.6 ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก บ้านของนายช่อ  แสงฤทธิ์ บิดาของร.ต.ท.ก้องกล้า อย่างไรก็ตามขอเตือนข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติงานขอให้ดูแลความปลอดภัยของตนเองเป็นหลัก
 

สลด! ไอ้คลั่งโหดกระหน่ำฟันรอง สว.ป.วังทอง ยับดับสยอง

เกิดเหตุสลด รอง สวป.วังทอง หนึ่งในนายตำรวจน้ำดีเมืองสองแคว ถูกฟันยับทั้งร่าง-ข้อมือหวิดขาดดับสยอง เมีย-ลูก และชาวบ้านรู้ข่าวแทบช็อก 

 

       
       ร.ต.ท.กิตติณัฏฐ์ บุญแท้ ร้อยเวร สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณปากซอยตรงข้ามโรงเรียนวัดกกไม้แดง หมู่ 7 บ้านแหลมม่วง ริมถนนเส้นวังทอง - สากเหล็ก ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เมื่อทุ่มเศษคืนที่ผ่านมา (11 ต.ค.)
       
       หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรธวัช แจ่มอุดมโชต ผกก.สภ.วังทอง ผู้บังคับบัญชา ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า สีดำ จอดแน่นิ่งอยู่ บริเวณข้างรถพบกองเลือดสาดกระเซ็นเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา ได้ให้การช่วยเหลือนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลวังทองไปก่อนหน้านี้
       
       ทราบชื่อต่อมา คือ ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ อายุ 59 ปี รอง สว.(ป.) สภ.วังทอง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลดินทอง สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก มีบาดแผลถูกฟันที่ศีรษะลึกถึงกะโหลก 12 แผล หน้าท้อง 1 แผล ชายโครงขวา 1 แผล แขนขวา 1 แผล หลัง 3 แผล ข้อมือขวาหวิดขาด ฟันหน้าหักหลายซี่ โดยแพทย์และพยาบาลพยายามยื้อชีวิตกว่า 1 ชั่วโมง แต่เนื่องจากอาการสาหัส และเสียเลือดมาก ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
       
       ต่อมานางจำเนียร แสงฤทธิ์ อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 62 หมู่ 6 ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ภรรยาของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย น.ส.เขมมิกา แสงฤทธิ์ อายุ 29 ปี บุตรสาว และญาติ รวมทั้งชาวบ้าน ต่างพากันเดินทางมาที่โรงพยาบาลวังทอง พอทราบว่า ร.ต.ท.ก้องหล้า เสียชีวิต ถึงกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจโผเข้าไปกอดศพผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะนางจำเนียร (ภรรยา) เอาแต่กอดขาเทียมของสามีร่ำไห้แทบไม่ได้สติ
       
       นางจำเนียร เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า สามีกำลังทานข้าวอยู่ที่บ้านพักพร้อมกับตนเองและบุตรสาว ขณะนั้นได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารว่า มีเหตุชายคลุ้มคลั่งถือมีดจะทำร้ายชาวบ้าน ที่หมู่ 7 บ้านแหลมม่วง จึงผละจากวงข้าวแต่งกายชุดตำรวจสีกากีครึ่งท่อนทันทีเพื่อจะไปปฏิบัติหน้าที่ แม้ภรรยากับบุตรสาวจะทักท้วงห้ามปรามว่า หมดเวลาทำงานแล้วก็ตาม
       
       แต่ด้วยปกติวิสัยแล้ว ร.ต.ท.ก้องหล้า จะออกปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งเมื่อได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุสื่อสาร แม้จะหมดเวลาทำงานแล้วก็ตาม จึงขับรถยนต์เก๋งส่วนตัวออกจากบ้านไปยังที่เกิดเหตุ กระทั่งมาทราบข่าวอีกทีว่า ถูกคนร้ายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดฟันได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล ตนกับบุตรสาวและญาติจึงรีบติดตามกันมาดู แต่ก็ไม่ได้ทันดูใจสามี
       
       นางจำเนียร ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า บุตรชายคนเล็ก คือ นายเมษา แสงฤทธิ์ อายุ 21 ปี สอบติดนายสิบตำรวจอยู่ที่ จ.ขอนแก่น พึ่งเดินทางมากราบเท้าพ่อหลังสอบติดเมื่อเดือนกันยายน 58 ที่ผ่านมา ตอนนี้ตนยังไม่กล้าบอกบุตรชายเลย เพราะกลัวเขาทำใจไม่ได้ เนื่องจากปีหน้าสามีตนก็จะเกษียณแล้ว
       
       ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้นทราบชื่อคือ นายธีรยุทธ รอดเลิศ หรือทา อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 88 หมู่ 7 ต.ดินทอง อ.วังทอง เป็นคนสติไม่สมประกอบ มีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวชที่โรงพยาบาลวังทอง โดยขณะก่อเหตุคนร้ายไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสามส่วน สะพายย่าม ใช้อาวุธมีดขอและมีดพกอีก 2 เล่มเป็นอาวุธ หลังเกิดเหตุปืนพกประจำตัวของ ร.ต.ท.ก้องหล้า หายไปด้วย นอกจากนี้คนร้ายยังทำมีดขอเปื้อนเลือดตกไว้ในที่เกิดเหตุ ก่อนวิ่งหลบหนีไปกับความมืดพร้อมกับอาวุธมีดพก
       
       ด้าน พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.อก.ภ.6 หลังทราบข่าวจึงได้เดินทางมาดูศพผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ร.ต.ท.ก้องหล้า เป็นตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ตนรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี เคยร่วมงานที่เสี่ยงภัยด้วยกันมาหลายครั้งในขณะที่จับกุมคนร้ายคดีร้ายแรงต่างๆ ตนไม่คิดว่าผู้ใต้บังคับบัญชาน้ำดีจะมาเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้
       
       ซึ่งคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณกว่า 30 นาย ได้ลงพื้นที่ปิดล้อมที่เกิดเหตุบริเวณวัดกกไม้แดงไว้แล้ว ซึ่งคาดว่าคนร้ายอาจจะหลบหนีอยู่ในบริเวณดังกล่าว และหยิบฉวยอาวุธปืนของ ร.ต.ท.ก้องหล้า ติดมือไปด้วย ถ้าหากเกิดการต่อสู้หรือไม่ยอมมอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะวิสามัญฆาตกรรมได้

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL