อาทิตย์, กุมภาพันธ์ 25, 2018
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลกสั่งเร่งติดตามพ่อเลี้ยงใจร้าย

ผุ้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ร่วมสอบสวนเด็กที่ถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย พร้อมสั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปหาที่ติดตามตัวพ่อเลี้ยงใจร้าย

 

เมื่อเวลา 12.00น. วันที่ 17พ.ย. ที่ห้องประชุม สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก นายธานินทร์  สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และนายสุเวคี  ศรีวันทนาสกุล นักจิตวิทยา บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก ได้พา นางเอ๋ (นามสมมติ) อายุ 25ปี และ ด.ช.แม็ก (นามสมมติ) อายุ 5ปี 6เดือน นักเรียนชั้นอนุบาล 1โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองพิษณุโลก เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก โดยมี พ.ต.อ.ทรงพล  สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เข้าร่วมสอบปากคำด้วย

ซึ่งหลังการสอบสวน พ.ต.อ.ทรงพล  ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกตัว นายสมศักดิ์  สหายสุข อายุ 28 ปี ผู้กระทำความผิดมาพบเพื่อสอบสวนปากคำ เบื้องต้นตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนข้อหาอื่นต้องสอบสวนและตรวจสอบว่าเข้าข่ายในการกระทำผิดข้อหาใดบ้าง แต่หากขัดขืนไม่มาพบก็จะต้องขออนุมัติหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปหาข่าวแหล่งหลบซ่อนตัวของผู้กระทำความผิดแล้ว

 

พม.พิษณุโลก รุดช่วยเหลือหนูน้อยวัย5ขวบถูกพ่อเลี้ยงกระทืบ

จากคลิปเหตุการณ์ที่เด็กชายชั้นอนุบาลถูก พ่อเลี้ยงที่มารับหลังเลิกเรียนช่วงเย็นของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 

 

 

 

จากกรณีที่ผู้ใช้ Facebook บัญชี Ben Jarat ได้โพสคลิปภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ได้รับจาก ทางโรงเรียนอนุบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดพิษณุโลก(ประชาราษฏร์) ซึ่งเป็นคลิปเหตุการณ์ที่เด็กชายชั้นอนุบาลถูก พ่อเลี้ยงที่มารับหลังเลิกเรียนช่วงเย็นของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 มีความยาว ประมาณ 1 นาที

 

โดยในคลิปเป็นภาพ ขณะที่เด็กอนุบาลคนนี้กำลังยืนอ่านหนังสืออยู่ แต่จู่ๆ พ่อเลี้ยงที่มารับนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ขยับตัวก่อน แล้วง้างมือเพื่อที่จะตบหัวให้เด็กคนนี้ล้มคว่ำลงไปต่อหน้า จากนั้น พ่อเลี้ยงคนนี้ ได้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับใช้เท้าข้างขวากระทืบซ้ำลงไปที่ลำตัว และด้วยความแรงของแรงกระทืบทำให้ตัวเด็กอนุบาลคนนี้กระเด็นออกไป และพ่อเลี้ยงคนนนี้ ได้ใช้มือกวักเรียกให้เด็กลุกขึ้นมา แต่เด็กได้นอนนิ่งไป จนพ่อแม่ผู้ปกครองที่พบเห็นเหตุการณ์พร้อมด้วยคุณครูได้เข้ามาช่วยกันพยุงตัวเด็กอนุบาลคนนี้ขึ้นมา พร้อมทั้งห้ามปรามไม่ให้พ่อเลี้ยงคนนี้ ได้ทำร้ายเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลคนนี้อีก เนื่องจากสภาพที่เห็นเด็กยังคงอยู่ในอาการหวาดกลัวและร้องไห้ ทราบชื่อพ่อเลี้ยงใจโหด คือ นายพงษ์ศักดิ์ สหายสุข

 

ล่าสุดนายธานินทร์ สมบูรณ์สาร หน.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก ได้เข้าให้การช่วยเหลือครอบครัวหนูน้อยที่ถูกพ่อเลี้ยงใจร้ายทำร้ายแล้ว โดยเมื่อช่วงเช้าได้พาหนูน้อยไปทำการตรวจร่างกายอีกครั้งที่ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนพาหนูน้อย และผู้เป็นมามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพิษณุโลก โดยมีผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พร้อมพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กฯ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นักจิตวิทยาเด็ก ร่วมรับฟังการให้ข้อมูลในครั้งนี้ด้วย

 

น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ดช.แม็ก (นามสมมุติ) เป็นลูกกับแฟนคนแรก แต่เลิกกันไปเมื่อดช.แม็ก อายุ ได้ 7 เดือน หลังจากนั้นก็ได้คบหากับสามีคนปัจจุบัน ที่ทำร้ายดช.แม็ก เป็นเวลา 4 ปี แล้ว และมีลูกด้วยกันอีก 1 คน อายุ 2 ขวบ โดยสามีตน ประกอบอาชีพค้าขาย ที่บ้านพักของตนที่ต.ท่าทอง ดช.แม็กจะเป็นคนพัฒนาการช้า เป็นปากแหว่ง เพดานโหว่ การพูดคุยโต้ตอบจะช้า และยังคงรักษาต่อเนื่อง ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยในทุกเช้า ตนจะมีหน้าที่ไปส่งดช.แม็กที่โรงเรียน ในช่วงเย็น พ่อเด็กจะเป็นคนไปรับทุกวัน ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาก็ไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรง อยู่ที่บ้าน ก็ไม่เคยพบเห็นทำร้ายดช.แม็ก มีบ้างที่อารมณ์เสียใส่ แต่ไม่รุนแรง โดยเหตุการณ์เย็นวันนั้น 15 พฤศจิกายน 2559 หลังจากสามีตนรับดช.แม็คกลับมาบ้านแล้ว ก็ออกจากบ้านไปเลย ไม่นอนที่บ้านพัก และตนก็ไม่ทราบว่าลูกชายถูกทำร้าย และกลับมาอีกครั้งเช้าวันที่ 16 พฤศจิกายน มาเก็บของ และหายออกจากบ้านไปเลย คาดว่าจะกลัวความผิด และหลบหนีไปอยู่กับมารดาที่กทม. ซึ่งตนมาเห็นคลิปการทำร้ายร่างกายเมื่อเช้าวันที่ 16 พฤศจิกายน เมื่อเห็นแล้ว รู้สึกรับไม่ได้ และ ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สภ.เมืองพิษณุโลกทันที และยืนยันว่า จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

 

ด้านนายธานินทร์ สมบูรณ์สาร กล่าวว่า ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก จะเป็นผู้ให้การดูแลครอบครัวของน้องแม็กในเรื่องของการดูแลสภาพจิตใจ และการดำเนินคดีทางด้านกฎหมาย เนื่องจากว่าการกระทำของพ่อเลี้ยงคนดังกล่าวนั่นเข้าข่ายการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ซึ่งจะได้มีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเร่งติดตามตัวพ่อเลี้ยงร้ายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​​

 

ลุงตกปลาในแม่น้ำน่าน ผงะ!เจอศพทารกถูกทิ้งในซอกหิน

พบศพเด็กทารกถูกทิ้งไว้ในซอกหิน   ตรวจสอบพบร่างเด็กทารก เพศหญิง อายุในครรภ์ประมาณ  6-7 เดือน  สภาพคล้ายทารกแรกคลอด   

 

 

เมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้(11ต.ค.) ร.ต.อ. สาธิน  แก้วแสง   พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ บริเวณริมแม่น้ำน่าน หลังวัดจันทร์ตะวันออก  ต.ในเมือง  อ.เมือง  จ.พิษณุโลก  หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่า  พบศพเด็กทารกถูกทิ้งไว้ในซอกหิน   ตรวจสอบพบร่างเด็กทารก เพศหญิง อายุในครรภ์ประมาณ  6-7 เดือน  สภาพคล้ายทารกแรกคลอด   

สอบถาม นายบุญกวัก  ทองดอนคำ  อายุ 45ปี  ผู้พบศพเด็กทารก เล่าว่า ตนเองมาปักเบ็ด ตกปลา กับเพื่อน ริมแม่น้ำน่าน บริเวณหน้าวัดจันทร์ตะวันออก ระหว่างที่กำลังเดินหาที่ปักเบ็ดมายังบริเวณเขื่อนกันตลิ่งทรุด ที่พึ่งสร้างเสร็จ ได้พบกับก้อนเนื้อคล้ายลูกสุนัข จึงเรียกเพื่อนมาช่วยกันดูจึงมันใจว่า เป็นศพทารก จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเศวร ทราบว่า ศพทารกดังกล่าวเป็นทารกเพศหญิง อายุในครรภ์ประมาณ 6-7 เดือน ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บร่างเด็กทารกส่งนิติเวช รพ.มน. ก่อนดำเนินการติดตามแม่ยักษ์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

   

สามหนุ่มวัยรุ่นซิ่งรถจยย.ออกหาเขียดถูกกระบะชนยับดับ 3 ศพ

เกิดอุบัติเหตุ 3 หนุ่มวัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์ออกหาเขียดแต่ระหว่างขี่เปลี่ยนช่องทางจราจรกะทันหัน ทำให้รถยนต์กระบะขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูง ไม่สามารถเบรกรถได้ทันพุ่งชนเข้าอย่างจัง

 

 

 

เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 11 ต.ค. ร.ต.อ.ณัฐพงษ์  กัลปนารถ รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนกับรถจักรยานยนต์ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย บนถนนเส้นพิษณุโลก –นครสวรรค์ (ขาเข้าเมือง) บริเวณแยกหนองนา ม.6 บ้านบ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ทะเบียน ผว 9167 ชลบุรี ชนกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สีน้ำเงิน – ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพเสียหลักตกลงไปข้างทางเสียหายพังยับเยิน ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ช.พลวัฒน์  อินเลิศ อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176/2 ม.9 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นสีเขียว นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด แขนขาผิดรูป และมีบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์ตามร่างกายหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย ทราบเพียงชื่อเล่น คือ นายแม็คและนายติ๊กอายุไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต ก่อนนำตัวส่งยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรและโรงพยาบาลพุทธชินราช แต่ทั้งคู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวม 3 ศพ

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุเด็กหนุ่มผู้เสียชีวิตทั้งหมด ได้ชักชวนกันออกจากบ้านพักเพื่อไปจับเขียดตามข้างทาง แต่ระหว่างที่ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามกันออกไปนั้นอาจจะขี่เปลี่ยนช่องทางจราจรกะทันหัน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีรถยนต์กระบะขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูง จึงไม่สามารถเบรกรถได้ทันในระยะกะชั้นชิด จึงเป็นเหตุทำให้พุ่งชนเข้าอย่างจังจนรถเสียหลักตกถนนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้จะต้องรอสอบพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

ความคืบหน้ากรณีรถปิกอัพชนตาย 3 ศพ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตที่เหลือชื่อนายวิโรจน์ เขียวมั่ง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่176/1ม.9 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แลพนายวิรัตน์ เขียวมั่ง อายุ 22 ปี อยู่บ้านเดียวกัน คาดว่าน่าจะเป็นพี่น้องหรือญาติกัน ส่วนคนขับรถยนต์ปิกอัพกำลังขับรถกลับบ้านที่ จ.น่าน เบื้องต้นยังไม่ได้สรุปสาเหตุการชนในครั้งนี้ เนื่องจากยังสอบพยานหลักฐานไม่ครบ ซึ่งมีการสอบปากคำไปเพียง 2 รายเท่านั้น  ส่วนคนขับรถปิกอัพยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าว เบื้องต้นได้ปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งจะมีการเรียกตัวมาสอบสวนภายหลังอีกครั้ง

 

ไอ้เหลือมเลื้อยสยองพังกรงเขมือบแมวพันธุ์เปอร์เซียอิ่มท้อง 2 ตัว

ไอ้เหลือมเลื้อยสยองพังกรงเขมือบแมวพันธุ์เปอร์เซียอิ่มท้อง 2 ตัว สุดท้ายชาวบ้านมาพบแจ้งกู้ภัยจับก่อนขย่อนคลายเหยื่อออกมาหนีไม่รอด

 

 

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีชาวบ้านขอความช่วยเหลือ งูเหลือมขนาดใหญ่กำลังกินแมวที่เลี้ยงไว้ภายในกรงข้างโรงสีเบญจพืช ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดชำนาญการจับงูจำนวน 3 คน ที่เกิดเหตุพบงูเหลือมขนาดใหญ่มีความยาวกว่า 4 เมตร กำลังเขมือบแมวของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ภายในกรง

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าไปจับงูอยู่นั้น งูเหลือมตกใจและได้ขย่อนแมวที่เพิ่งกลืนกินลงท้องออกมา 2 ตัว เป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียเพศผู้และเพศเมีย สภาพตามตัวเปียกเปื้อนไปด้วยคราบน้ำลายและน้ำย่อยของงูเหลือมตัวดังกล่าว ก่อนจะรีบเลื้อยหนีเข้าไปในโพรงดินที่อยู่ติดกับกำแพงโรงสี จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบวิ่งติดตามไปจับและพยามใช้เชือกไนล่อนคล้องดึงหางเอาไว้ แต่งูก็พยายามเลื้อยหนี

สุดท้ายเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องใช้ค้อนทุบกำแพงจึงสามารถจับงูเหลือมเอาไว้ได้อย่างทุลักทุเล ก่อนจะจับยัดลงกระสอบนำไปปล่อยตามธรรมชาติ ส่วนสาเหตุคาดว่างูเหลือมน่าจะหนีน้ำท่วมเหลือหนีฝนที่ตกชุกในระยะนี้ ประกอบกับมีอาการหิวเมื่อเจอแมวพันธุ์เปอร์เซียของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ภายในกรงจึงพังเข้าไปกิน สุดท้ายก็ไปไม่รอดถูกจับได้ดังกล่าว.

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL