ศุกร์, กรกฏาคม 25, 2014
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

สลด บรรทุกพ่วงออกรถแล้วทับเด็กน้อย 4 ขวบเสียชีวิต‏

 

เกิดเหตุสลด โชว์เฟอร์รถยนต์บรรทุกข้าว กำลังขับออกจากจุดจอด กลับมองไม่เห็นเด็กน้อยวัย ขวบที่เล่นอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้ทับร่างหนูน้อยเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ

 


เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พิสิทฐ์ อุ่นใจ พนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์บรรทุกพ่วง เชี่ยวชนเด็กมีผู้เสียชีวิตที่บริเวณคลังสินค้ากลาง บจก.ทรัพย์ร่วงทอง เลขที่ 55 หมู่ ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งเก็บข้าวเปลือกนาปีการผลิต 2555/2556 ขององค์การสินค้า อคส. หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิปราสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุพบโกดังเก็บข้าวเปลือก และรับซื้อข้าวจากโรงสีและเกษตรกร มีรถบรรทุกข้าวเปลือกวิ่งเข้าออกตลอดเวลา และพบประชาชนกำลังมุงดูที่เกิดเหตุ พบศพด.ช.พีระพัฒน์ สืบสาย อายุ ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ ต.เขาแก้ว อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ร่างของผู้เสียชีวิตคาอยู่บริเวณล้อของรถยนต์บรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ตัวแม่81-4162 ตัวลูก 81-4163 ในสภาพกะโหลกศีรษะแหลกเหลวใบหน้าผิดรูปจนไม่สามารถจำเค้าโครงใบหน้าได้ เด็กน้องผู้ตายสวมชุดกีฬาสีน้ำเงิน ส่วนคนขับรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวทราบชื่อต่อมคือ นายสาคร เพชรโพ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 909 หมู่ ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร หลังเกิดเหตุให้ยืนรอให้การเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ


จากการสอบสวนนายสาคร คนขับรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวให้การว่า ตนเองได้ขับรถบรรทุกคันกังกล่าวขนข้าวสารมาจากโรงสีข้าว ที่ จ.ชัยนาท เพื่อนำข้าวสารมาขายให้กับโกดังสินค้ากลางดังกล่าว จำนวน 36 ตัน โดยที่ตนเองได้มาถึงโกดังตัวแต่วันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรอคิวในการชั่งข้าวสารและขนย้ายเข้าโกดัง เมื่อช่วงเช้า ทางโกดังได้แจ้งว่าให้ตนเองนำรถไปขึ้นเครื่องชังน้ำหนัก ตนจึงได้มาขัยรถออกจากจุดที่จอดไว้ โดยเดินหน้าไปได้ไม่ถึง เมตร ก็มีคนตะโกนบอกว่ารถทับเด็กจึงได้จอดรถลงมาดูพบร่างของเด็กชายพีระพัฒน์ ถูกล้อหลังด้านขวาของตัวพ่วงทับที่ศีรษะจนแหลกเหลวงเสียชีวิตทันที่ในที่เกิดเหตุ 
ทางด้านนายเปรม สืบสาย อายุ 52 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ของผู้เสียชีวิตให้การว่า ตนเองได้ขับรถบรรทุกพ่วงสิบแปดล้อมาจาก จ.ชัยนาทเพ่อนำข้าวสารมาส่งให้กับทางโกดังที่เกิดเหตุพร้อมกับ นางลำพึง สืบสาย อายุ 49 ปี ภรรยาและเด็กชายพีระพัฒน์ อายุ ขวบ หลานชาย โดยมาถึงตั้งวันที่ 19 มิ.ย. โดยตนเองและครอบครัวได้กินนอนอยู่บนรถบรรทุก ช่วงกลางวัน ก็อาศัยอยู่บริเวณ ลานจอดรถส่วนหลานชายก็วิ่งเล่นตามประสาเด็กทั่วไป แต่ก็ไม่คิดว่าหลานจะมาถูกรถทับเสียชีวิตดังกล่าว


จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้น คาดว่า เด็กชายพีระพัฒน์ ออกไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กและอาจเข้าไปเล่นบริเวณช่วงล้อรถบรรทุกพ่วงดังกล่าวจังหวะเดียวกันที่นายสาคร คนขับรถบรรทุกพ่วงได้เตรียมนำรถออกไปชั่งน้ำหนักเพื่อเข้าโกดังและไม่ทันสังเกตเห็นเด็กชายที่เล่นอยู่ล้อรถทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้ง

 

ตร.คุมตัวผู้ก่อเหตุชิงเงินธนาคารกรุงเทพ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ



ตร.คุมตัวผู้ก่อเหตุชิงเงินธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ท่าทอง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมตามเงินคืนมาได้ 207,000 บาท อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ เผยติดค่างวดส่งรถยนต์ เก็บกด ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า เลือกธนาคารนี้เพราะนำเงินมาฝากประจำ นำเงินไปฝากตามบ้านญาติก่อนหลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อนและถูกจับตัวได้ที่อ.บางระกำ


เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 16 มิถุนายน 2556 ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ พิษณุโลก ท่าทอง ในห้างเทสโก้โลตัส ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนภ.จว.พิษณุโลก ควบคุมตัวนายกิตติศักดิ์ เรือนก้อน อาย 42 ปี ผู้ก่อเหตุชิงเงินจากพนักงานธนาคารกรุงเทพ จำนวน 210,000 บาท เมื่อ 14.00 น.วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมของกลางที่ตามยึดได้หลายรายการ ได้แก่ เงินสดจำนวน 207,000 บาท อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และลูกกระสุน 1 นัด เสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาว หมวกแก็ป และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีมสีแดง ทะเบียน กษฉ 380 พิษณุโลก มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยว่า คดีนี้ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังหาข่าวกระทั่งทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือนายกิตติศักดิ์ เรือนยวง เป็นพนักงานเก็บเงินของบริษัทแห่งหนึ่งในจ.พิษณุโลก หลังก่อเหตุ ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปในซอยวัดสว่างอารมณ์ ห่างจากห้างเทสโก้ประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และมีพนักงานรอภ.ของห้างเทสโก้ พร้อมพลเมืองดีตามาทัน และเกิดการต่อสู้กัน แต่นายกิตติศักดิ์ได้ใช้อาวุธปืนขู่ แล้วหลบหนีไป ตำรวจได้แกะรอยทั้งบ้านภรรยา และบ้านญาติ กระทั่งสืบทราบว่าไปหลบหนีอยู่ที่ม.6 บ้านตะโม่ ต.ปลักแรด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กระทั่งตามจับกุมมาได้ พร้อมของกลางเงินสด 207,000 บาท ที่หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้นำเงินไปฝาก กระจายตามบ้านญาติและบ้านเพื่อน และนำเงินไปดื่มเหล้าจำนวน 3,000 บาท


ขณะที่นายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุชิงเงินที่ธนาคารกรุงเทพฯ เพราะมีปัญหาด้านการเงิน ไปผ่อนรถยนต์กระบะฟอร์ดมาจำนวน 300,000 บาท และขาดการส่งค่างวดรถยนต์หลายงวด ไฟแนนซ์ก็ตามทวง ทำให้เครียด และคิดมาก และตนเป็นคนเก็บกด มักไม่ค่อยชอบพูดคุยกับใคร ก่อนก่อเหตุเคยคิดจะฆ่าตัวตายมาแล้ว และมาก่อเหตุก็ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ขณะนี้สำนึกผิดแล้ว ขอโทษกับสิ่งที่ทำไป

สำหรับสาเหตุที่เลือกก่อเหตุที่ธนาคารกรุงเทพ ในห้างเทสโก้โลตัส ท่าทอง นั้น เนื่องจากมีความคุ้ยเคย เคยนำเงินของบริษัทที่ทำงานอยู่มาฝากเป็นประจำ ขณะที่ในโซนเดียวกัน มีธนาคารเปิดบริการอยู่ถึง 4 แห่ง ในช่วงเช้าวันก่อเหตุ 15 มิถุนายน 2556 ก็นำเงินมาฝากที่ธนาคาร และช่วงบ่ายก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง และลงมือก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวนายกิตติศักดิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตามจุดต่าง ๆ เริ่มจากที่บริเวณธนาคารกรุงเทพ นายกิตติศักดิ์เดินเข้ามา และนำกระดาษเขียนฝากเงิน เขียนข้อความว่า ขอโทษ ขอเงิน น้ำกรด และนำน้ำส้มสายชู ที่เตรียมใส่ขวดวิตามินซีสาดใส่พนักงาน ก่อนจะคว้าเงินจำนวน 210,000 บาท และวิ่งออกทางประตูหน้าห้างเทสโก้ และไปขี่รถจักรยานยนต์ที่เตรียมจอดรออยู่บริเวณด้านข้าง และขับขี่หลบหนีไป เข้าไปทางซอยวัดสว่างอารมณ์ เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และทิ้งปืนริมแม่น้ำน่านหน้าวัดสว่างอารมณ์ ก่อนหลบหนีไปตามบ้านญาติและบ้านเพื่อน และจนมุมถูกจับกุมได้ที่ม.6 ต.ปลักแรด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก



 

 

รวบหนุ่มใหญ่ขับเก๋งตระเวนลักทรัพย์

 

พล...วันชัย  ถนัดกิจ ผบช..6 แถลงการณ์จับกุมคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ตามหอพักและบ้านเรือนประชาชน ได้กลองกลางจำนวนมาก ผู้เสียหายจำนวนมากมาดูของกลางถูกขโมย มอบดอกไม้ขอบคุณตำรวจจับภัยสังคม 16 มิย.56 สภ.เมืองพิษณุโลก


เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 16 มิ.ย.2556 พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ได้ร่วมกันแถลงข่าวงการจับกุมผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ได้ผู้ต้องหาจำนวน ราย ทราบชื่อต่อมาคือนายสันติหรือต๋อง ลิ้มสำราญ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236/1 หมู่ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พร้อมของกลางที่ตรวจยึดมาได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน ทะเบียน กบ-3209 พิษณุโลก ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กจำนวน เครื่อง โทรทัศน์สี่จำนวน เครื่อง กีต้าเปสไฟฟ้าจำนวน ตัว กล้องถ่ายรูป จำนวน ตัว โทรศัพท์มือถือจำนวน เครื่อง นาฬิกาจำนวน เรือน แท๊ปเล็ต เครื่อง ตั๋วรับจำนวน ใบ พระเครื่องจำนวนหนึ่งและอุปกรณ์ในการงัดแงะอีกหลายรายการ ยาบ้าอีกจำนวน เม็ด 
 

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจย่อยมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลกได้รับแจ้งจากเจ้าของหอพักสุขสำราญ ตลาดเมืองทอง ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก ว่ามีคนร้ายได้พยายามก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์ในหอพัก ชุดสืบสวนจึงได้เดินทางไปตรวจสอบและตรวจค้นที่รถยนต์ของนายสันจิ พบยาบ้าจำนวน เม็ด อุปกรณ์การงัดแงะ ตั๋วจำนำจำนวน ใบ พระเครื่องอีกจำนวนมาก จึงได้นำตัวมาสอบนสวนพร้อมทั้งทำการขยายผลการจับกุม
 

ในเบื้องต้นผู้ต้องให้การรับสารภาพว่า ตนเองมีอาชีพขับรถรับจ้างและจะขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ตระเวนไปตามบ้านพักและหอพักในเขตบริเวณรอบๆมหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อพบว่าบ้านพักหรือหอพักไม่มีคนอาศัยจะจอดรถและทำทีเดินคุยโทรศัพท์อยู่หน้าบ้านพักเมื่อสบโอกาสก็จะปืนเข้าไปในบ้านพักและขโมยทรัพย์สินเมื่อได้มาก็จะไปขายและจำนำไว้ที่ร้านรับซื้อภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารพิษณุโลกในเบื้องต้นภายใสองเดือนที่ผ่านมาตนเองได้ก่อเหตุไปแล้ว ครั้ง เมื่อได้เงินมาก็นำไปใช่จ่ายในครอบครัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาคาดว่าผู้ต้องหารายนี้น่าจะก่อเหตุมาแล้วอยากโชกโชน ขอให้ผู้เสียหายมาดูตัวและของกลางได้ที่สภ.เมืองพิษณุโลก ตลอด 24 ชั่วโมง 

 

และในการแถลงข่าวจับกุมคนร้ายรายนี้ มีผู้เสียหายที่ถูกขโมยทรัพย์สินมาดูของกลางจำนวน 6 ราย บ้างก็เจอของกลางครบถ้วน บ้างก็พบของตนเองบางส่วน ผู้เสียหาย ได้มอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายลักทรัพย์รายนี้ โดยมอบช่อดอกไม้ให้กับพล...วันชัย  ถนัดกิจ ผบช..6

   

ความคืบหน้าคดีคนร้าย ก่อเหตุชิงเงิน 2 แสน ธ.กรุงเทพ

 

ความคืบหน้าคดีคนร้าย ก่อเหตุชิงเงิน 2 แสน ธ.กรุงเทพ เทสโก้โลตัสพิษณุโลกท่าทอง หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบลายนิ้วมือและทะเบียนรถขณะนี้รู้ตัวคนร้ายแล้ว

พ.ต.อ.วีระสมพล อยู่ศรีสกุล รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากคนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจชิงเงินในธนาคารกรุงเทพ สาขาท่าทอง เมื่อช่วงเย็นวานที่ผ่านมา ทำให้ทางพล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.6 ได้สั่งการให้กำชับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และพนักงานสอบ ให้เร่งดำเนินการล่าตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด โดยตั้งตนให้เป็นประธานชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ เก็บลายนิ้วมือของคนร้าย จากใบถอนเงิน ที่คนร้ายเขียนเพื่อมาทำทีจะถอนเงิน และจากกล้องวงจรปิดภายในธนาคาร และภายในห้างเทสโก้โลตัสนั้น เห็นลักษณะของคนร้ายค่อนข้างชัดเจน ประกอบกับมีผู้เห็นทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ใช้ขณะหลบหนี จึงได้ทำการตรวจสอบและประมวลเหตุการณ์ ทำให้ทราบตัวคนร้ายรายนี้แล้วคือ  นายกิตติศักดิ์  เรือนก้อน อายุประมาณ 42 ปี เป็นชาว ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่คนร้ายไม่กลับมาที่บ้าน สอบถามจากภรรยาสามีอยู่ที่บ้านด้วยกันทุกวัน ช่วงเกิดเหตุภรรยาดูข่าวเห็นภาพคนร้ายในทีวี เพราะลักษณะคนร้ายคล้ายกับสามีตัวเอง ได้เกิดความสงสัยโทรไปหาสามี ว่าไปทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า ทางสามีบอกว่าอยู่ที่บ้านเพื่อนไม่ได้ไปไหน กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้าน ภรรยาได้โทรกลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่าปิดโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้

หลังเกิดเหตุทางตำรวจได้กดดันทุกทาง เพื่อจะทำการจับกุมและให้ยอมมอบตัว จากการตรวจสอบคนร้ายไม่เคยมีประวัติ ต้นเหตุที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากคนร้ายไปออกรถมา แต่ติดค้างค้างงวด ทำให้ไฟแนนซ์มาทวงถามหลายครั้ง  จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าคนร้ายก่อเหตุแล้วได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่บ้านน้องชาย โดยพูดเพียงว่าเกิดเหตุแล้ว ก่อนจะขอสับเปลี่ยนรถจักรยานยนต์ของน้องชายหลบหนีไป  คาดว่าจะได้ตัวในเร็วนี้ เพราะคนร้ายได้ฝากบอกให้ดูแลพ่อด้วย คาดว่าคนร้านคงยังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่

 

อุกอาจจี้ชิงเงิน2แสนแบงก์กรุงเทพฯโลตัสท่าทอง

 

 คนร้ายก่อเหตุอุกอาจ จี้ชิงเงินพนักงานแบงก์กรุงเทพฯ สาขาเทสโก้ พิษณุโลก ท่าทอง ได้เงินไป แสนบาท เป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ทำทีมาเบิกเงินแล้วใช้น้ำส้มสายชูสาดใส่พนักงาน ก่อนคว้าเงินหลบหนีออกไป พนักงานวิ่งตามสกัดต่อสู้ ชักอาวุธปืนขู่ ผบช..6 ตรวจสอบที่เกิดเหตุเผยเห็นภาพและหลักฐานชัดเจน คาดจับได้เร็ว ๆ นี้

 

เวลา 14.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกจี้ชิงเงินจากพนักงานที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ พิษณุโลกท่าทอง.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้เงินสดไปจำนวน200,000 บาท ที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณชั้นล่างของห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสเอ็กตร้าท่าทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมชุดสืบสวนได้เข้าไปตรวจสอบภายในธนาคารกรุงเทพฯ และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป ต่อมา พล...วันชัย  ถนัดกิจ ผบช..6 พ... วีระสมพร  อยู่ศรีสกุล รองผบก..จว.พิษณุโลก พ...จิรวัฒน์   ทิพยจันทร์ รองผบก..จว.พิษณุโลกได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปสอบสวนพนักงานของธนาคาร และตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในธนาคาร พร้อมกระจายกำลังวิทยุสกัดคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อยืดโปโลสีดำ แถบคอสีชมพู กางเกงขายาวสีเขียวแบบลายพลาง ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีมสีแดง ทะเบียน กษถ 390พิษณุโลก ขับหลบหนีไปออกไปทางเส้นทางถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์

 

ต่อมาเวลาประมาณ 15.20 น. พล...วันชัย  ถนัดกิจ ผบช..6 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คนร้ายเป็นชาย 1คน อายุประมาณ 50 ปี  สวมแว่นตาย สวมหมวกแก็ป สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงสีเขียวลายพราง ทำทีเข้ามาเบิกเงินในธนาคาร โดยเขียนใบเบิก และยื่นใบเบิกถอนให้พนักงานหญิง พนักงานหญิงบอกว่าใบเบิกผิด ขอให้เขียนใหม่ จากนั้นคนร้ายได้ใช้น้ำส้ม ที่อ้างว่าเป็นน้ำกรด ที่เตรียมใส่ถุงพลาสติกมา สาดใส่พนักงานธนาคาร โดยขู่ว่าเป็นน้ำกรด  และแย่งเงินจากพนักงานธนาคารได้ไปจำนวน 209,099 บาท และวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหน้า และขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกไป โดยมีพนักงานของโลตัสตามไป และต่อสู้กัน และจำทะเบียนรถได้

 

ผบช..6. เผยต่อว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และหลักฐานต่าง ๆ พยานบุคคล รถจักรยานยนต์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคนร้าย คาดว่าจะติดตามคนร้ายรายนี้ได้ไม่ยาก

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของโลตัสระบุว่า หลังคนร้ายก่อเหตุชิงเงินในธนาคารกรุงเทพฯ และวิ่งหลบหนีออกมาจากธนาคาร พนักงานธนาคารก็วิ่งตามมา และขอความช่วยเหลือจากพนักงานว่าถูกปล้น เจ้าหน้าที่รปภ.และพนักงานของโลตัสก็รีบวิ่งตามออกไป เมื่อเห็นคนร้ายวิ่งหนีออกไป พนักงานของโลตัสรายหนึ่ง ได้กระโดดเกาะรถยนต์ของลูกค้า ที่กำลังเดินออกจากห้าง ตามรถคนร้ายไป และมาทันคนร้ายบริเวณด้านหน้าห้าง ก่อนถึงถนนใหญ่สายพิษณุโลก-นครสวรรค์ จุดที่คนร้ายจอดรถจักรยานยนต์ไว้ เมื่อพนักงานตามมาทัน ก็ได้ต่อสู้กับคนร้าย แต่ปรากฏว่าคนร้าย ได้ใช้อาวุธออกมาขู่ พนักงานจึงไม่กล้าทำอะไร เพราะเกรงจะได้รับอันตราบ จากนั้น คนร้ายก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปบนถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL