อาทิตย์, สิงหาคม 28, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

อบจ.พิษณุโลก เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากใน ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย

นายก อบจ.ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 2 หมู่บ้าน ใน ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย

 

  

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก  พร้อมด้วย นายมานัส อ่อนอ้าย เลขานุการนายก อบจ.พิษณุโลก นายวิสุทธิ์  คงศิริ  รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่กองช่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้ลงพื้นสำรวจบ้านเรือนราษฎรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าที่ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน หลังจากเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำป่าที่ไหลจากลำน้ำเฟี้ยทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจนได้รับความเสียหายจำนวน 2หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 และหมู่ 8 ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก  ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก กับ อ.ด่านซ้าย จ.เลย  ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดระดับลงแล้ว แต่ยังมีเศษดินโคลนและซากต้นไม้ที่ไหลมากับน้ำอยู่เต็มถนนและสะพาน จนส่งผลให้รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้  จากการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายจำนวน 80 หลังคาเรือน และมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 250  ครัวเรือน นอกจากนี้ยังพบว่ามีเสาไฟฟ้าแรงต่ำถูกน้ำพลัดเสียหายทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้ทั้งหมู่บ้าน ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้และสะพานสลิงข้ามลำน้ำเฟี้ย หมู่ที่ 1 บ้านบ่อโพธิ์ ตำบลพ่อโพธิ์ ถูกน้ำพลัดจนพังเสียหายจำนวน 1 แห่งทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก  นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมจำนวน 1 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านบ่อโพธิ์ จนต้องปิดการเรียนการสอน โดยมีครูและนักเรียนมาช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียนและเก็บกวาดดินโคลนออกจากห้องเรียน

เบื้องต้น นายมนต์ชัย  วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก ได้สั่งการให้กองช่าง อบจ.พิษณุโลก ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและฟื้นฟูบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน โดยนำเครื่องจักรกลพร้อมเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ รถตรวจการณ์เคลื่อนที่เร็ว  รถกู้ภัยส่องแสงสว่าง จำนวน 1 คัน เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ  รถบรรทุก 10 ล้อเทท้าย จำนวน 1 คัน รถบรรทุกน้ำ 10 ล้อ อุปโภค-บริโภค จำนวน 1 คัน รถแบคโฮ จำนวน 1 คัน รถเกรดเดอร์ จำนวน 1 คัน เพื่อตักดินโคลนและสิ่งกีดขวางการจราจรออกเพื่อเปิดทางให้สัญจรไปมาได้แล้ว นอกจากนี้ยังได้นำรถน้ำประปาสะอาดมาแจกให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยได้ใช้อุปโภคบริโภค และให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นบนพื้นที่สูง

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายสรุปดังนี้ หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อโพธิ์ ถนนเลียบคลองในหมู่บ้านได้ความเสียหาย 2 ข้างคลอง สะพานสลิงข้ามลำห้วยเฟี้ยในหมู่บ้านพังเสียหาย 1 แห่ง เสาไฟฟ้าแรงต่ำหักโค่น 3 ต้น สัตว์เลี้ยง (สุกร) ตาย 3 ตัว รถยนต์ปิกอัพของราษฎรถูกน้ำพัดไป 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย จำนวน 80 หลังคาเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนกว่า 250 คน นอกจากนี้ หมู่ที่ 8 เสาไฟฟ้าแรงต่ำหักโค่น 1 ต้น มี สัตว์เลี้ยง (สุกร) ตาย 7 ตัว บ่อปลาได้รับความเสียหาย 2 บ่อ รถสำหรับใช้เพื่อการเกษตร (รถอีแต๊ก) ได้รับความเสียหาย 2 คัน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย จำนวน 5 หลังคา ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 13 คน ทั้งนี้จากเหตุการณ์ข้างต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือสูญหายแต่อย่างใด.

 

รถไฟชนปิกอัพบาดเจ็บ 3 ราย

รถไฟพุ่งชนรถยนต์กระบะ อดีตผอ.โรงเรียนพร้อมภรรยาและหลานสาวเจ็บหนัก

 

เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 12 ก.ย. ร.ต.ท.สาลี  ดวงอุประ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถยนต์กระบะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณทางข้ามรถไฟหน้าวัดสะพาน 4 หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดราก้อนอายน์ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน บฉ 1736 พิษณุโลก ชนกับรถไฟขบวนที่ 109 กรุงเทพฯเชียงใหม่ เที่ยวขาขึ้น สภาพซุ้มล้อฝั่งซ้ายถูกรถไฟชนอัดอย่างแรง จนทำให้เสียหายพังยับเยินไปทั้งคัน และกระเด็นร่วงตกมาอยู่ข้างทางพลิกคว่ำตะแคงข้าง เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากซากรถ จำนวน 3 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายไพบูลย์  มีพยุง อายุ 64 ปี อดีต ผอ.โรงเรียนบึงพระ อยู่บ้านเลขที่ 828 ถ.บรมไตรโลกนารถ 2 ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก นางจรินทร์  พลูชู อายุ 60 ปี ภรรยา และ น.ส.สานันท์  ธิมีบัวใบ อายุ 15 ปี หลานสาว ทั้งหมดมีอาการทางกระดูก และมีรอยถลอกฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลอินเตอร์เวชการ

            จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายไพบูลย์  มีพยุง คนขับรถยนต์กระบะผู้ได้รับบาดเจ็บ เดินทางพาครอบครัวมาฟังพระสวดอภิธรรมงานศพญาติที่รู้จักกันที่วัดสะพาน 4 หลังจากงานเลิกได้ขับรถออกมาจากวัดเพื่อกลับบ้านพัก ประกอบกับเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่มีฝนตกโปรยปราย และจุดทางข้ามรถไฟเป็นเนินดินสูง มีเครื่องกั้นรถไฟที่เพิ่งสร้างเสร็จแต่ยังไม่เปิดให้ใช้งาน จึงไม่ทันระวังว่ามีขบวนรถไฟแล่นมาด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุทำให้รถไฟพุ่งชนเสียงดังสนั่นจนรถกระเด็นพลิกคว่ำลงมาอยู่ข้างทาง ส่วน น.ส.สานันท์  ธิมีบัวใบ หลานสาว พยายามคลานออกมาจากซากรถและไปตามให้คนมาช่วยเหลือ ก่อนจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

 

จับกุมยาบ้า 141,600 เม็ด มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท

 

ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ล่อซื้อยาเสพติดจากผู้ต้องหารายสำคัญ ก่อนทำการรวบตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย ขยายผลเพิ่มเติมตรวจค้นบ้านพัก พบยาบ้าอีกจำนวน 141,600เม็ด รวมมูลค่ากว่า 28 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้น

 

เมื่อเวลา 11.00น.วันที่ 9 กันยายน 2558 ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวชช์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พ.ต.ท.สุเมธ สุนะ สวป.สภ.เมืองพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหา คือนายศราวุธ หรือเอก มากร อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 ม.2 ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 141,600 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย รวมมูลค่ากว่า 28 ล้านบาท

พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ได้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.00น.วันที่ 8 กันยายน 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการล่อซื้อยาบ้า จำนวน 1000เม็ด จากนายสาโรจน์ หรือโรช สีคมขำ ผู้จำหน่ายยาบ้ารายสำคัญในพื้นที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่บริเวณ ริมถนนสายเลี่ยงเมือง พิษณุโลก-นครสวรรค์ ม.5 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายสาโรจน์ฯ ได้สั่งการให้นายศราวุธ หรือเอก มากร เป็นผู้นำยาบ้ามาวางทิ้งบริเวณจุดนัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม นายศราวุธฯ ไว้ได้ ส่วนนายสาโรจน์ฯ ได้ไหวตัวทันหลบหนีไปได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการขยายผลจากนายศราวุธฯ จนทราบว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ที่ห้องเช่าเลขที่ 98/7 ม.6ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าของชำบังหน้า จึงได้นำกำลังตำรวจเข้าทำการตรวจค้น จึงพบว่ามีการดัดแปลงพื้นบ้านโดยการถอดกระเบื้องพื้นจำนวน 1 แผ่น และทำการขุดดินด้านล่างออกทำเป็นโพรง เพื่อซุกซ่อนยาบ้า จำนวน 141,600 เม็ด ซึ่งนายศราวุธฯ ได้ให้การซักทอดว่า ร้านค้าดังกล่าวเป็นของนายสาโรจน์ฯ ส่วนตนมีหน้าที่เฝ้าร้าน และเก็บรักษายาบ้าและมีหน้าที่นำยาบ้าไปส่งตามจุดที่นายสาโรจน์ฯ สั่งการเท่านั้น

พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยต่อว่าพฤติการณ์ของนายสาโรจน์ ฯ นับได้ว่าเป็นผู้ต้องหารายใหญ่ในคดียาเสพติด โดยขณะนี้มีหมายจับคดีจำหน่ายสาเสพติดจำนวน 2หมาย ในช่วงปี พ.ศ.2557 ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเพื่อติดตามจับกุมนายสาโรจน์ ฯต่อไป

   

คืบหน้า กว่า 2 ชม.จนท.สามารถควบคุมเพลิงที่ไฟไหม้ร้านไฟฟ้าได้แล้ว

 
 
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้วงจำกัด  หลังหลายหน่วยระดมสรรพกำลัง และเครื่องจักรกล รถน้ำมาควบคุม เนื่องจากเป็นอาคารกลางเมือง จนกระทั่งเวลา 19.45 น.เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว 
 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังร้านไฟฟ้าชุมพลอิเล็กทรอนิก จำนวน 6 คูหา ที่ตั้งอยู่ถนนพิชัยสงคราม กลางเมืองพิษณุโลก ตั้งแต่เวลา 17.00 น.ล่าสุดเวลา 19.30 น. พลตรีนพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 พร้อมด้วยนายภาสกร นายภาสกร บุญญลักษม์ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 3 นำรถน้ำเพลิงอีกจำนวน 10 คัน มาช่วยดับเพลิง  ขณะทางทหารกองบิน 46 นำรถโฟมมาร่วมฉีดสกัดไม่ให้ไฟเกิดปะทุลุกลามเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างในหลายจุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักผจญเพลิงที่เข้าไปภายใน  โดยผู้สื่อข่าวรายได้รับรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนายหนึ่งที่เข้ามาช่วยควบคุมเพลิงได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากสำลักควันไฟจนทางเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลเป็นการเบื้องต้น
 
ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด ผ่านมากว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ยังมีลักษณะควันไฟครุกรุ่น ยังคงมีควันที่มีกลิ่นรุนแรง เนื่องจากภายในเป็นลักษณะสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกไฟไหม้ ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก ได้นำเครื่อง LUF 60  ซึ่งเป็นเครื่องพ่นน้ำ ควบคุมรีโมทคอลโทน มาช่วยดับเพลิงอีกด้วย
 
 
ล่าสุดเวลา 19.45 น. ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว พร้อมห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุเนื่องจาก  ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าโครงการอาคารได้แตกร้าวและมีการทรุดตัวเป็นบางจุด อาจส่งผลให้เกิดการถล่มลงมา และผู้ที่อยู่ใกล้เคียงอาจได้รับบาดเจ็บได้  
 
สำหรับโกดังไฟฟ้าร้านชุมพลอิเล็กทรอนิก  เป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า และซ่อมแซม รายใหญ่ของเมืองพิษณุโลก โดยเปิดจำหน่ายมาประมาณ 8 ปี และได้ขยายกิจการย้ายไปร้านใหม่ใกล้เคียงกันเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา   ทำให้เจ้าของทำอาคารนี้เป็นโกดังที่เอาไว้เก็บสินค้าเท่านั้น  และได้มาเกิดเพลิงไหม้ที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้คืออะไร อย่างไรก็ตามจะต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
 

เพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้าร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ชื่อดังเมืองสองแคว

 
เพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้าร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ชื่อดังเมืองสองแคว  สาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร 
 
 
                   เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 ก.ย. ร.ต.ท.สุรพงษ์  เหมือนศรีชัย ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ บริเวณริมถนนพิชัยสงคราม ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลนครพิษณุโลก เทศบาลเมืองอรัญญิก เทศบาลตำบลพลายชุมพล ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก และอบต.ใกล้เคียง จำนวนกว่า 20 คัน เข้าระงับเหตุ โดยที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เป็นโกดังเก็บสินค้าเก่าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าชุมพลอิเล็คโทรนิคส์ โดยเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนักตั้งแต่ชั้นล่างขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด และมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มควันไฟพวยพุงออกมาทางช่องหน้าต่างหนาทึบ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกันประชาชนและผู้ที่ใช้รถสัญจรผ่านไปมาบนถนนเส้นดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ซึ่งทางนักผจญเพลิงได้ช่วยกันเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไหม้เป็นการด่วน โดยเพลิงได้โหมลุกไหม้สินค้าที่เป็นสายไฟ และตู้ลำโพงด้านล่าง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียง และต้องทำงานอย่างระมัดระวังเนื่องจากผนังอาคารด้านบนเริ่มพังลงมา จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 1 ชม. ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ทั้งหมด
               จากการสอบถามนายสมภพ  เฉลิมวรางกูร อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน ให้การว่า ร้านที่ถูกเพลิงไหม้ครั้งนี้แต่ก่อนได้เปิดเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ประมาณ 8 ปี และเพิ่งย้ายไปร้านใหม่ใกล้เคียงกัน ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ไม่มีใครอาศัยอยู่ด้านใน เนื่องจากเป็นโกดังที่เอาไว้เก็บสินค้าเท่านั้น ซึ่งทางร้านเพิ่งย้ายไปเปิดร้านใหม่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งมีคนมาแจ้งกับตนเองว่าได้เกิดเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้าอย่างหนักจึงรีบมาดู ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามจะต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ เพื่อสรุปหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินได้.
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL