พุธ, ตุลาคม 18, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

คนร้ายย่องตัดสายไฟฟ้าชาวบ้านเดือดร้อน

คนร้ายย่องกลางดึกตัดสายไฟทางเข้าร้านอาหารครัวทะเลแก้วกว่า 6 ช่วงเสาไฟฟ้า  ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 4 หลัง ไฟดับได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเร่งแก้ไข

 

 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 ก.ย. ร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว ร้อยเวรสภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพิษณุโลก ว่ามีเหตุคนร้ายได้ลักลอบขึ้นไปตัดสายไฟฟ้าบริเวณทางเข้าร้านอาหารครัวทะเลแก้ว หมู่ 7 ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก ที่เกิดเหตุเป็นถนนทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงพบเจ้าหน้าที่ไฟฟ้ากำลังเร่งติดตั้งสายไฟฟ้าเพื่อเร่งช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน

โดยนายขจรศักดิ์ เสือแพร พนักงานช่างระดับ 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าประมาณ 06.30 น. ได้รับแจ้งว่ามีไฟฟ้าดับบริเวณที่เกิดเหตุจึงได้มาตรวจสอบพบว่าบริเวณเสาไฟฟ้าดังกล่าวถูกคนร้ายได้ใช้บันไดปืนขึ้นไปบนเสาไฟแล้วตัดสายไฟไปจำนวน 3 เส้น เป็นระยะทาง 6 ช่วงเสาไฟฟ้าประมาณ 400 เมตร โดยเป็นสายไฟอลูมิเนียมของการไฟฟ้าจำนวน 2 เส้น และอีกเส้นเป็นไฟทางส่องสว่างอยู่ในความรับผิดชอบของทางองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ด้านในไม่มีไฟฟ้าใช้จำนวน 4 หลัง ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเร่งดำเนินการช่วยเหลือแล้ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เมื่อคืนประมาณ ตี 3 ได้เกิดไฟดับจนกระทั่งช่วงเช้าจึงได้มีชาวบ้านแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าให้มาทำการให้มาตรวจสอบจึงพบว่ามีการลักสายไฟ ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คนและใช้รถยนต์เป็นยานพาหะนะเพราะต้องใช้บันไดขนาดสูงปืนขึ้นไปตัดสายไฟที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 10 เมตร อีกทั้งคนร้ายต้องมีความชำนาญและความรู้เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าอย่างแน่นอน

ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงให้ช่วยตรวจสอบว่ามีใครนำสายไฟมาขายเพื่อติดตามเบาะแสของคนร้าย เพราะในรอบ1-2 เดือนที่ผ่านมามีคนร้ายได้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 4 ครั้ง

 

นิสิต ม.ดังเมืองสองแควขี่จยย.ล้มชนเสาไฟฟ้าตาย 3ศพ

 เกิดอุบัติเหตุนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรขี่จักรยานยนต์ซ้อน 3 ไปเที่ยวสังสรรค์เสียหลักชนกับฟุตบาตเสาไฟฟ้าเสียชีวิตคาที่ 3 ศพ

 

 

เมื่อเวลา 01.30น. วันที่ 8ก.ย.2559  ร.ต.อ.ไพโรจน์  คล้ายสุวรรณ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 3ราย บนถนนสีหราชเดโชชัย หมู่ 7ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์เวรมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ถึงที่เกิดเหตุฝั่งขาเข้าเมืองพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่ริมถนน ห่างออกไปเล็กน้อยพบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 3ศพ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ปาจรีย์  กลมพุก อายุ 21ปี บ้านเลขที่ 34หมู่ 4ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก น.ส.วารินทร์  จุมจวง อายุ 21ปี บ้านเลขที่ 99/20หมู่ 9ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ น.ส.นิรมล  ระบาเลิศ อายุ 21ปี บ้านเลขที่ 119/567หมู่ 14ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์

จากการตรวจที่เกิดเหตุพบร่องรอยรถชนกับเสาไฟฟ้าที่อยู่บนฟุตบาต มีเศษมันสมองกระจายเกลื่อนพื้น ตำรวจสอบสวน น.ส.ชลธิชา  นิ่มปั่นฝ้าย อายุ 22 ปี เพื่อนของผู้เสียชีวิตทราบว่า ทั้ง 3 คนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 เอกประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนเกิดเหตุไปนั่งดื่มสังสรรค์กันที่ร้านประชาชื่นด้านหลังมหาวิทยาลัย จากนั้นทั้งสามคนได้ชวนกันจะไปเที่ยวต่อที่ร้านปิกัส โดยมี น.ส.ปาจรีย์ เป็นคนขี่รถ จยย.ที่ยืมของเพื่อนมาใช้ กระทั่งตนมาทราบจากเพื่อนว่าทั้งสามคนรถจักรยานยนต์ล้มจึงมาดูที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นตำรวจคาดว่าระหว่างที่ น.ส.ปาจรีย์ ขี่รถมาอาจเสียหลักชนใส่ฟุตบาตแล้วพุ่งชนกับเสาไฟฟ้าอย่างจัง เป็นเหตุให้ทั้งสามคนที่ไม่ได้สวมหมวกกันน๊อกเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

คนงานใช้แก๊สตัดถังเกิดระเบิดได้รับบาดเจ็บ

คนงานใช้หัวเป่าแก๊สตัดถังสารเคมีไม่ทราบชนิด ขนาด 200 ลิตร แล้วเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ ระวังถังการใช้แก๊สตัดถังสารเคมี เพราะอาจเกิดระเบิดได้ดังกล่าว

 

 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ร.ต.อ.อภิชาติ  พุ่มทอง รอง สวป. สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีถังสารเคมีระเบิดส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย บริเวณไซด์งานก่อสร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชวังจันทน์ ถ.วังจันทน์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ และสารวัตรทหารค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือดเปรอะเปื้อนพื้นถนน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ นายพิพัฒน์  มาลาสิงห์ อายุ 37 ปี หัวหน้าคนงานก่อสร้าง อยู่บ้านเลขที่ 57 ม.6 ต.นิคม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร มีบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์ที่ขาทั้งสองข้าง โดยเพื่อนคนงานได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราชในเวลาต่อมา ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบถังอลูมิเนียนสารเคมีไม่ทราบชนิด สูงประมาณ 1 เมตร สภาพมีร่องรอยระเบิดบุบบู้บี้ เจ้าหน้าที่จึงต้องกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากจุดเกิดเหตุ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าอาจจะยังมีสารเคมีหลงเหลืออยู่จะระเบิดขึ้นอีกได้

จากการสอบถามนายจัตุรัส  ศรีชนะ อายุ 19 ปี คนงานก่อสร้าง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายพิพัฒน์ ได้นั่งทำงานอยู่หน้าไซด์งานเพียงลำพัง และได้ใช้หัวเป่าแก๊สตัดถังสารเคมีที่มีฝาบิดสนิทอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังตูมสนั่นขึ้นทันที ตนจึงรีบวิ่งมาดูพร้อมกับเพื่อนคนงานพบว่านายพิพัฒน์นอนร้องครวญคราง ด้วยความเจ็บปวดที่ขาทั้งสองข้าง และมีเลือดไหลที่ขาจำนวนมาก เพื่อนคนงานจึงรีบพากันนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

   

คนร้ายตระเวนลักรถยนต์ คืนเดียว 2 รายซ้อน

ตร.เชื่อคนร้าย เป็นรายเดียวกัน น่าจะมีใบสั่ง เนื่องจากทั้ง2คันเป็นรุ่นและสีเดียวกัน เบื้องต้น ตร.เร่งหากล้องวงจรปิดแกะรอยคนร้าย

 

 

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 5 ก.ย. 59  พ.ต.ท.สันตศิริ เมตาวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีคนร้ายตระเวนลักรถยนต์ตามจุดต่างๆของเมืองพิษณุโลก โดยเฉพาะที่บริเวณถนนเรียบทางรถไฟ หลังร้านสถานีมดเดิน เทศบาลนครพิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ จ.ส.ต.ธรรมศักดิ์ บุญศรี ทหารสังกัดกองพลทหารราบที่ 4 อยู่บ้านเลขที่ 123/22793 หมู่ 2 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน บท4348 พิษณุโลก ซึ่งเป็นของตนเองถูกคนร้ายงัดประตูรถยนต์ของตนเอง เข้าไปในรถ พร้อมกับงัดคอพวงมาลัยรถ หมายที่จะลักรถไป

จ.ส.ต.ธรรมศักดิ์ บุญศรี  เจ้าของรถยนต์ดังกล่าว กล่าวว่า เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาตนเองยังนั่งกินอาหารอยู่ในบ้าน พร้อมกับจอดรถไว้นอกบ้าน ตื่นเช้ามากำลังจะออกไปทำงาน แต่เมื่อเห็นที่ประตูรถยนต์ ถูกงัด จึงรีบเปิดประตูดู ก็พบว่าคนร้ายได้งัดคอพวงมาลัยรถยนต์จนพัง ตอนแรกก็คิดว่าคนร้ายจะลักเครื่องเสียงภายในรถ แต่ดูสภาพแล้วคนร้ายหมายที่จะลักรถยนต์มากกว่า จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

อีกรายเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่ามีคนร้ายงัดรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ หมายเลขทะเบียน บท 7289 พิษณุโลก ที่จอดไว้นอกบ้านภายในซอยไซยานุภาพ ซอย 12 ต.ในเมืองพิษณุโลก โดยรถยนต์ดังกล่าวเป็นของนางชาลินี  เชื้อผู้ดี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221/39 ถนนไชยานุภาพ อ.เมืองพิษณุโลก โดยหลังจากรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบ พบรถยนต์คันดังกล่าวถูกคนร้ายงัดประตู แต่สามารถเปิดประตูได้ นางชาลินี   เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาตนเองได้จอดรถไว้หน้าบ้านแต่เข้านอน เช้ามากำลังจะไปทำงานก็พบว่ารถยนต์ของตนเองถูกงัดจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์ คนร้ายน่าจะเป็นรายเดียวกัน และคาดว่าจะเป็นใบสั่ง เนื่องจากเป็นรถยนต์ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันและสีเดียวกัน ที่คนร้ายมาลงมือก่อเหตุ แต่โชคดีคนร้ายไม่สามารถลักรถยนต์ไปได้ เนื่องจากอาจไม่ใช่มืออาชีพ และคาดว่าจะมาดูลาดเลาก่อนที่จะลงมือก่อนเหตุดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจร เพื่อแกะรอยหาตัวคนร้ายรายนี้ต่อไป

 

เก๋งหลับในพุ่งชนแก๊งรถซิ่งตาย 1 เจ็บ 13 ราย

          เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งหลับในพุ่งชนแก๊งเด็กแวนซ์ที่รวมกลุ่มกลุ่มอยู่ข้างทางเตรียมซิ่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บ 13 ราย

 

 

          เมื่อเวลา 01.30 น วันที่ 4 กันยายน 2559 พ.ต.ท.รักษ์ถิ่น บำรุงศรี สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยมหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมือง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์หลายคันมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงงานท่าทองรีไซเคิล หมู่ที่ 3 ถ.พิษณุโลก-บางกระทุ่ม ต.ท่าทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก  จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานเข้าช่วยเหลือ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบมีวัยรุ่นทั้งชายและหญิง นอนร้องอวดครวญ ได้รับบาดเจ็บจำนวน 13 ราย เป็นชาย 10 ราย และหญิง 3 ราย โดยมีวัยรุ่นอีกกว่า 40 คนห้อมล้อมในที่เกิดเหตุ จึงต้องประสานเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทราบที่ 4 จำนวน 8 นาย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกกว่า 10 นาย มาควบคุถมสถานการณ์และให้การช่วยเหลือ หวั่นเกิดเหตุชุลมุน จากนั้นประสานรถพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงและรถของมูลนิธิประสาทบุญสถานกว่า 10 คัน ลำเลียงคนเจ็บส่งยังโรงพยาบาลต่างๆ นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายนราธิป แขวนกระทุ่ม อายุ16 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 349/4 ถ.ไชยานุภาพ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ  ห่างไปพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลล่าอัลติส สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กท 9636 พิษณุโลก พลิกคว่ำตกข้างทาง ซึ่งมีคนโดยสารมา 2 คน แต่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

            ต่อมาทาง พ.ต.อ.มนตรี ชุติพงษ์วิเวท รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อม พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้เดินทางมาตรวจสอบพร้อมสั่งการในที่เกิดเหตุ

            ซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนี้เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมารวมตัวที่บริเวณหน้าโรงงานท่าทองรีไซเคิล เพื่อขับขี่รถซิ่งไปตามท้องถนน จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสลายการรวมกลุ่มแต่ระหว่างนั้นได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อนเมื่อรถเก๋งคันดังกล่าวที่มี นายธนพงษ์ สุขมี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/74 ม.1 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นคนขับได้ขับรถเข้าชนกลุ่มรถซิ่งที่รวมกลุ่มจอดอยู่แล้วพลิกคว่ำลงข้างทาง ซึ่งหลังจากที่รถตกลงข้างทางทางกลุ่มวัยรุ่นได้พยายามดึงตัวนายธนพงษ์ ออกจากรถแล้วรุมทำร้ายเนื่องจากโกรธแค้นแต่โชคดีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามมาสลายกลุ่มรถซิ่งได้มาถึงและช่วยนำตัวนายธนพงษ์พร้อมแฟนสาวส่งโรงพยาบาล

            โดยนายธนพงษ์ ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้ขับรถกลับมาจากอุตรดิตถ์พร้อมแฟนสาวกำลังจะกลับบ้านเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางสลัวประกอบกับมีอาการเพลียจึงเกิดอาการหลับในทำให้ไม่รู้ตัวรถจึงพุ่งชนกลุ่มเด็กแวนซ์ที่จอดอยู่ข้างทางจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

            ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงครั้งนี้ต่อไป ส่วนศพนั้นได้นำไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพุทธชินราชก่อนมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL