อาทิตย์, มีนาคม 29, 2015
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ซิ่งปิกอัพหลับในชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ตาย 3 เจ็บ 4

 

เกิดอุบัติเหตุคนขับรถปิกอัพหลับใน พุ่งชนท้ายรถเก๋งที่วิ่งนำหน้า ก่อนรถหมุนไปชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย

 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 เม.ย. ร.ต.อ.ชูชีพ  พุ่มเขียว พนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุที่บริเวณบ้านเขาน้ำสุด หมู่ที่ 6 ถนนอุตรดิตถ์-พิษณุโลก ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีรถปิกอัพชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บติดภายใน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา ในที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า แบบแคป รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์-ทอง หมายเลขทะเบียน บห 4296 สุราษฎร์ธานี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน จอดอยู่ริมถนน ซึ่งภายในมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ติดอยู่ภายในรถ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ต้องใช้ความพยายามจนสามารถนำตัวออกมาได้ และพบว่าที่บริเวณเบาะนั่งข้างคนขับมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 3 ปี และหญิงสาวไม่ทราบอายุอีก 1 ราย ห่างจากตัวรถไปประมาณ 1 เมตร พบศพชายวัยรุ่นอีก 1 ราย กระเด็นออกมานอกตัวรถเสียชีวิตคาที่ ซึ่งก่อนหน้านี้รถพยาบาลของโรงพยาบาลพรหมพิราม และโรงพยาบาลวัดโบสถ์ ได้นำคนเจ็บไปส่งก่อนหน้านี้แล้ว2 ราย เป็นเด็กชายอายุ 2 ขวบ และอีกรายเป็นเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-0700 น่าน ถูกชนท้าย และห่างไปพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ หมายเลขทะเบียน ภต 3813 กทม. จอดอยู่กลางถนนสภาพด้านท้ายถูกชนเสียหาย โดยมี นาวาอากาศโทธงชัย  อุบลพันธ์ ข้าราชการบำนาญ เจ้าของรถเก๋ง ยืนให้การว่า ตนเองเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ จ.เชียงใหม่ กำลังเดินทางกลับ กทม. เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นรถพ่วง 18 ล้อ ได้ขับรถเข้าจอดข้างทาง จากนั้นรถปิกอัพที่ขับตามหลังมาได้พุ่งเข้าชนท้ายรถของตนอย่างรุนแรง จนรถหมุนคว้างไปกลางถนน จากนั้นรถปิกอัพได้หมุนไปชนเข้ากับท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ที่จอดข้างทางอีกครั้งอย่างแรง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนขับรถปิกอัพอาจหลับใน เนื่องจากระยะทางดังกล่าวเป็นทางตรงระยะทาง 14 กิโลเมตร จึงพุ่งเข้าชนท้ายรถเก๋ง แล้วพลิกหมุนไปชนเข้ากับรถพ่วง 18 ล้อ ที่จอดอยู่ข้างทาง จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป.

 

 

 

แฉ จนท.วังทองทำเกินกว่าเหตุ ใช้ไม้พายตี-ปืนจ่อหัวเซียนไก่หนีลงน้ำ

เซียนพนันไก่ชนวังทองโร่ร้องสื่อ ถูกเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ หลังเซียนไก่ว่ายน้ำหนีเกือบกิโลฯ จนหมดแรง    

 

   
       เมื่อวันที่  25 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่ร่วมกันเล่นพนันไก่ชน แล้วถูกเจ้าหน้าที่ไล่จับ แต่กระทำเกินกว่าเหตุ ว่า หลังเกิดเหตุได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่กระทำเกินกว่าเหตุ ที่ สภ.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก แล้ว แต่เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องเรียนผ่านสื่อด้วย
       
       นายเพียร จำรูญ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 187 หมู่ 17 ต.วังนกแอน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมาตนและเพื่อนบ้านหลายคนถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าจับกุมพนันไก่ชน

 โดยวันนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการสวมเครื่องแบบ หรือใช้รถของทางราชการแต่อย่างใด เมื่อมาถึงก็พูดเพียงคำเดียวว่า “หยุด” จากนั้นก็ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิง ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าทิศทางการยิงไปทางไหนบ้าง แต่นับได้ว่ามีการยิงปืนประมาณ 30-50 นัด
       
       ชาวบ้านที่มาเล่นพนันเมื่อได้ยินเสียงปืนก็วิ่งหนีแตกฮือกันไปคนละทิศคนละทาง หนึ่งในนั้นมีนายบุญเอิบ ลอดทอง อยู่บ้านเลขที่ 245 หมู่ 7 ต.วังนกแอ่น ที่มาเล่นพนันไก่ชน ตกใจโดดลงน้ำ และว่ายน้ำหนีการจับกุมเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร ซึ่งขณะว่ายน้ำหนีก็มีเจ้าหน้าที่พายเรือติดตามอย่างกระชั้นชิด จนนายบุญเอิบหมดแรง ยอมมอบตัว

 นายเพียรบอกว่า เจ้าหน้าที่พยายามบังคับให้นายบุญเอิบขึ้นมาบนเรือ แต่นายบุญเอิบ บอกเจ้าหน้าที่ว่า “ผมเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว” จึงไม่ยอมขึ้น พร้อมกับบอกเจ้าหน้าที่ที่ลงไปจับว่า ยอมแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมฟัง กลับใช้ไม้พายตีนายบุญเอิบอย่างแรงหลายครั้ง แล้วยังมีการใช้อาวุธปืนจ่อเข้าที่ศีรษะอีกด้วย
       
       นายเพียร นายบุญเอิบ และชาวบ้านที่มาร้องเรียน กล่าวว่า ตนรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุ ประกอบกับมีผู้ถ่ายคลิปขณะเกิดเหตุไว้ได้ จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.วังทอง แต่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องเรียนผู้สื่อข่าวในครั้งนี้

 

พายุพัดบ้านพัง

 

 

พายุฤดูร้อนพัดถล่มพิษณุโลก 3 อำเภอบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนมาก

 

 

วันที่ 15 เมษายน  นายสุริยา หาญไพบูลย์ นายอำเภอเนินมะปราง  จ.พิษณุโลก  ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากลมพายุพัดบ้านเรื่องประชาชนพังเสียหาย เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่  14 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งผลจากการสำรวจสรุปความเสียหายจากลมพายุพัดถล่มในครั้งนี้ รวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรเสียหาย 22 หลังคาเรือน  ประกอบด้วย  หมู่ 3 ต.ชมพู  เสียหาย 20 หลังคาเรือน   หมู่ 8 ต.เนินมะปราง เสียหาย 1 หลังคาเรือน  และ หมู่ 4 ต.วังโพรง เสียหาย 1 หลังคาเรือน    โดยเมื่อช่วงบ่าย ทหาร พล.ร.4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จ.พิษณุโลก  ได้จัดกำลังทหาร 50 นาย เข้าซ่อมแซมบ้านที่หลังคาเปิดเสียหาย หมู่ 3 ต.ชมพู  อ.เนินมะปราง

           

นอกจากนี้ข้อมูลอำเภอบางระกำ เกิดวาตภัย บ้านเกาะจันทร์  หมู่ 3 ต.บึงกอก อ.บางระกำ พบบ้านเรือนเสียหาย 16 หลังคาเรือน  ยุ้งข้าว 2 หลัง อาคารเรียน รร.บัวจันทร์ และศูนย์เรียนรู้ รวมทั้งศาลากลางน้ำวัดเกาะจันทร์ ส่วน ที่หมู่ 6 บ้านกระบัง ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 17 หลังคาเรือน  รถยนต์ถูกต้นไม้ล้มทับพัง 1 คัน  ส่วนหมู่ 1 ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม  ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม พบมีบ้านเรือนพังเสียหาย 9 หลังคาเรือน หมู่ 2  ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม รถเก๋งพัง 1 คันเจ้าหน้าป้องกันบรรเทาสาธารณภัย อบต.หอกลอง ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว

 

 

   

จับแล้วสาวประเภทสองและหนุ่มทำอนาจารระหว่างเล่นน้ำ

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลกจับกุมสองสาวประเภท 2 เล่นสงกรานต์คึกคะนองโชว์เต้าจนมีคนถ่ายลงโซเซียลเน็ตเวิร์ค ปรับคนละ 500 บาท ข้อหา กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือย หรือ เปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกฯ

 

 

 

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 เม.ย. 57 ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.นิคม สภาพพร รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อม พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ โลห์สุวรรณ ผู้กำกับสถานีตรวจภูธรเมืองพิษณุโลก แถลงข่าวจับกุม นายชาติชายหรือแพท ศรีอาวุธ อายุ 23 ปี และนายวรธ (วะ-รดหรือพรีม ถีสูงเนิน อายุ 21 ปี สองสาวประเภท 2 ในข้อหา กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือย หรือ เปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกฯหลังจากที่สองสาวพร้อมเพื่อนได้นั่งหลังรถกระบะมาเล่นน้ำในถนนเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่จัดเป็นถนนรดน้ำ แล้วเกิดความคึกคะนอง โชว์เต้าจนมีคนถ่ายลงโซเซียลเน็ตเวิร์ค เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา จนมีการแชร์ว่อนโลกโซเซียล

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบและเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักของทั้ง 2 คน โดยตั้งข้อหา กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือย หรือ เปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกฯโดยเปรียบเทียบปรับ จำนวน 5,000 บาท แต่ลดให้เหลือ 500 บาท ต่อคน พร้อมทั้งให้นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้ขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองพิษณุโลกที่กระทำให้เสียชื่อเสียงอีกด้วย   โดยหลังจากถูกเปรียบเทียบปรับแล้ว สองสาวประเภทสอง ได้กราบข้อขมาชาวเมืองพิษณุโลก ที่กระทำการดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังจะได้เร่งติดตามจับกุมอีกหนึ่งหนุ่มที่คึกคะนองโชว์ของลับในระหว่างเล่นน้ำสงกรานต์เช่นกัน โดยขณะนี้ได้ติดตามกล้องวงจรปิดในพื้นที่มาดูและจะได้เร่งนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่  15 เมษายน 2557  ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.นิคม สภาพพร รองผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อม พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ โลห์สุวรรณ ผู้กำกับสถานีตรวจภูธรเมืองพิษณุโลก แถลงผลการจับกุม  นายธนากร  แพ่งสมบูรณ์  อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170/10 ถนนประชาอุทิศ อ.เมือง จ.พิษณุโลก  ซึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะด้วยการเปลือยกาย บนถนนบรมไตรโลกนารถในเทศกาลสงกรานต์ เมื่อวานนี้ (วันที่ 14 เมษายน 57 )   โยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพ CCTV  หาลักษณะรถและเส้นทางผ่านจนสามารถติดตามจนถึงบ้าน เพื่อควบคุมตัวมาสอบสวน จน นายธนากรฯได้ยอมรับว่า ได้กระทำจริงดังปรากฏในสื่อเนื่องจาก ช่วงเวลา บ่าย ช่วง15.00-16.00 ของวันที่ 14 เมษายน57  เล่นน้ำสงกรานต์บนถนนบรมไตรโลกนารถ ด้วยมึนเมาสุรา ประกอบกับคึกคะนองจึงกระทำการดังกล่าวลงไป จึงขอโทษผ่านสื่อที่ตนเป็นต้นเหตุทำให้จังหวัดพิษณุโลกต้องเสียชื่อเสียง   และยินยอมให้เปรียบเทียบปรับในข้อ กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือย หรือ เปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกฯ   ตำรวจสามารถจับโดยติดตามและให้ผู้ต้องหามามอบตัว จึงเปรียบเทียบปรับจำนวน 500 บาท

 

 

 

พายุฤดูร้อนพัดถล่มวัด

 

 

พายุฤดูร้อนพัดถล่มวัด ศาลาการเปรียญอายุเก่าแก่กว่า 80 ปี พังถล่มลงมาทั้งหลัง บ้านเรือนประชาชนกว่าร้อยหลังคาเรือนเสียหาย

 

                เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่  5 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีพายุฤดูร้อนพัดถล่มศาลาการเปรียญของวัดวังอิทก และบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนมาก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดวังอีทก หมู่ 3 บ้านวังอิทก ได้พบกับพระอธิการมลคล  มหาวุฒิโฑ เจ้าอาวาสวัด พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวไปดูซากของศาลาการเปรียญไม้หลังเก่า ที่กำลังเตรียมบูรณะซึ่งถูกแรงลมพัดถล่มพังลงมาทั้งหลัง

                ด้าน พระอธิการมลคล  มหาวุฒิโฑ เจ้าอาวาสวัดวังอิทก เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ศาลาดังกล่าวเป็นศาลาไม้ชั้นเดียว อายุเก่ากว่า 80 ปี ที่ทางวัดได้ว่าจ้างผู้รับเหมามาทำการยกตัวศาลาให้สูงขึ้ โดยทางผู้รับเหมาได้ก่อเสาทำคานปูนเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 21.00 น. ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองมีลมหมุน และมีลูกเห็บตก อยู่บริเวณศาลาดังกล่าวนานกว่า 30 นาที ทำให้ศาลาดังกล่าวถล่มพังลงมาทั้งหลัง แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ความเสียหายคาดว่าประมาณ 5 แสนบาท ซึ่งผู้รับเหมาได้เข้ามาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทางวัดก็ยังขาดทุนทรัพย์ในการบูรณะซ่อมแซมอีกเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงวัดได้รับความเสียหายอีกกว่า 24 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่บ้านของนางบุญส่ง  แซ่ภู่ อายุ 69 ปี พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 50/2 หมู่ 11 บ้านใหม่อยู่เจริญ ต.วังอิทก ที่เปิดเป็นคลินิกการผดุงครรภ์ ลมพายุได้พัดเอาหลังคาบ้านหายไปเกือบครึ่งหลัง ทำให้ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก และต้องใช้ช่างรีบเข้ามาซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน หากลมพายุเกิดขึ้นอีกก็จะทำให้สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้ 

                จากการสำรวจของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดพิษณุโลก ได้สรุปความเสียหายในเบื้องต้น มีบ้านเรือนประชาชนใน ต.บางระกำ ต.นิคมพัฒนา ต.วังอิทก ต.ปลักแรด ต.ท่านางงาม ของ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายแล้วกว่า 100 หลังคาเรือน ซึ่งจะต้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป

 

 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL