จันทร์, มีนาคม 27, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

น้องชายใช้มีดปาดคอ พี่ชายตัวเองดับต่อหน้าพ่อแม่

เกิดเหตุน้องชายใช้มีดปาดคอพี่ชายแท้ๆของตนดับเนื่องจากมีปากเสียงกับพี่ชาย พี่ชายโยนมีดพร้อมท้าทายจึงตัดสินใจคว้ามีดปาดคอพี่ชายตัวเองเสียชีวิตคาบ้านพัก

 

 

เมื่อเวลา 19.30น. วันที่ 14มี.ค. 59พ.ต.ท.เอกชัย พรหมทอง พนักงานสอบสวน สภ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุบุคคลถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต บริเวณ ซอยช่างกลนเรศวร ม.4ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรและหน่วยกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว พบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือด สภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีดำ อยู่บริเวณประตูหน้าบ้าน ตรวจสอบพบบาดแผลถูกมีดปาดเข้าที่บริเวณคอด้านซ้ายเป็นแผลลึก ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุธีร์ นวลจันทร์ อายุ 38ปี อยู่บ้านเลขที่ 209ม.4ต.บ้านคลอง จ.พิษณุโลก

ขณะที่ผู้ที่ใช้มีดปาดคอผู้ตายเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมไว้ได้บริเวณทุ่งนาหลังบ้านจึงนำตัวเดินไปหามีดที่นำไปทิ้งไว้ในบริเวณป่าหลังบ้านแต่ไม่พบมีดเล่มดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุทัศน์ นวลจันทร์ อายุ 37ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่เดียวกับผู้ตาย ซึ่งนายสุทัศน์เป็นน้องชายของ นายสุธีร์ ผู้ตาย

นายสุทัศน์ เล่าให้ฟังว่าตนกำลังนั่งดื่มกระแช่อยู่บริเวณม้าหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้านจนเมา หลังจากนั้นเกิดมีปากเสียงกับผู้ตาย เนื่องจากว่าตนเองจะออกไปข้างนอก แต่ผู้ตายไม่ยอมให้ออกไป หลังจากนั้นก็ผู้ตายบอกว่าถ้าตนออกไปได้มีเรื่องกันแน่ แต่ตนก็ไม่ยอมจะออกไปข้างนอกบ้านให้ได้ จากนั้นเกิดมีเรื่องชกต่อยกัน ผู้ตายโยนมีดมาให้พร้อมกับคำท้าทาย ตนจึงนำมีดไปปาดคอผู้ตายจนผู้ตายเสียชีวิต จากนั้นได้รู้สึกตัวจึงวิ่งไปหลบหลังบ้าน พร้อมกับขว้างมีดที่ใช้ก่อเหตุทิ้ง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว ส่วนสาเหตุในเหตุการณ์ครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการสืบสวนสอบสวนผู้พบเห็นเหตุการณ์และเก็บหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง.

 

ช่วยวัวตกบ่อน้ำลึกกว่า 10 เมตร

ชาวบ้านเร่งช่วยเจ้าแดง วัวเพศผู้ น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ตกบ่อน้ำเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งมีน้ำขังลึกกว่า 10 เมตร ด้วยความทุลักทุเล เพราะอาชีพหาเช้ากินค่ำไม่มีเงิน 3 พัน จะไปว่าจ้างรถเครนมายกขึ้น
 
 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิประสาทบุญสถาน ว่ามีเหตุวัวตกบ่อน้ำขุด ขนาดความลึกกว่า 10 เมตร ซึ่งตกมาเกือบ 2 ชั่วโมง โดยวัวตัวดังกล่าวเริ่มมีอาการหมดแรงจะว่ายน้ำพยุงตัว ส่งผลให้หัวเริ่มปริ่มจะจมน้ำ เจ้าของต้องใช้เชือกมาคล้องตามลำตัวแล้วขึงไว้เพื่อช่วยวัวตัวดังกล่าวพยุงตัว

 นางสีนวล ชื่นจุ้ย อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/198 ถ.พระลือ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เล่าว่า ตนและครอบครัวเลี้ยงวัวไว้ทั้งหมด 4 ตัว โดยวัวตัวที่ตกบ่อ ชื่อ เจ้าแดง เป็นวัวเพศผู้ อายุประมาณ 6-7 เดือน ช่วงนี้วัวตนในคอก เริ่มมีอาการป่วยเป็นโรคเท้าเปื่อย ตนจึงไม่ได้นำวัวออกไปหาอาหารที่อื่น จึงผูกไว้แถวบริเวณ จนกระทั่งช่วง 9 โมง ตนเดินจะมาย้ายเจ้าแดงไปผูกที่อี่น ก็พบว่าเจ้าแดงหายไปจึงรีบวิ่งมาดูก็พบเจ้าแดงตกลงไปในบ่อน้ำ ความลึกไม่น่าต่ำกว่า10 เมตร ซึ่งเป็นบ่อน้ำเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี และภายในบ่อมีน้ำเกือบเต็ม เจ้าแดงอยู่ในอาการอิดโรยจะจมน้ำ เหมือนหมดแรง จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือพร้อมประสานรถยก แต่รถยกเรียกค่าใช้จ่ายในการยก เป็นเงินถึง 3 พัน ตนไม่มีเงินจะว่าจ้างก็ต้องไปเกณฑ์ ลูกหลาน เพื่อนบ้าน เข้ามาลองช่วยกันอย่างทุกลักทุเล เพราะบ่อดังกล่าวมีน้ำและลึกมาก ประกอบกับเจ้าแดงเองเริ่มไม่มีแรงตีขาพยุงตัว จึงทำให้ตัวเริ่มจมน้ำ ตนจึงต้องคอยเอายาดม ยาหม่อง มาคอยให้เจ้าแดงดม จะได้มีแรงพยุงตัว
นางสีนวล ฯ เล่าต่อว่าจากนั้นต้องใช้วิธีขุดอิฐที่อยู่บริเวณปากบ่อให้ลาดเพื่อให้เจ้าแดงได้ตะกายขึ้น จากนั้นได้ใช้เชือกคล้องใต้ท้องและมัดกับไม้เพื่อช่วยพยุง และใช้เพื่อนบ้านคอยดึงบริเวณขาหน้าทั้ง 2 ข้าง และให้สามีของตนลงไปในน้ำเพื่อช่วยดันก้นเจ้าแดงขึ้นมา แต่ก็เป็นไปด้วยความลำบากเพราะเจ้าแดงเริ่มไม่มีแรงสำหึกตัวขึ้น ประกอบกับเจ้าแดงเองมีน้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม และน้ำค่อนข้างลึก ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงจะสามารถนำตัวเจ้าแดงขึ้นมาได้ ซึ่งหลังจากให้นอนอยู่สักพักเจ้าแดงก็ลุกขึ้นวิ่งด้วยความดีใจ ที่ทุกคนสามารถช่วยมันขึ้นมาได้สำเร็จ
 

สิบล้อขนหมู เสียหลักตกลงข้างทาง หมูตายคาที่ 5 ตัว

 
สลดโชเฟอร์สิบล้อขนหมูส่งขายชายแดนวูบหลับใน เสียหลักตกลงข้างทาง หมูเจ็บ 100 ตัว ตายคาที่ 5 ตัว
 
 

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 9 มี.ค. ร.ต.ท.ณัฐพงศ์  ห้วยสวัสดิ์ หัวหน้าสายตรวจตำบลทับยายเชียง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถสิบล้อบรรทุกหมูเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง มีหมูได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ติดอยู่ภายในคอกเหล็กท้ายรถบรรทุก ไม่สามารถช่วยเหลือนำตัวออกมาได้ บนถนนหลวงหมายเลข 11 เส้นพิษณุโลกอุตรดิตถ์ ขาขึ้น หลักกิโลเมตรที่ 35 – 36 ม.3 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานขอกำลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกว่า 20 นาย ใช้เครื่องมือตัดถ่างเข้าช่วยเหลือหมูอย่างเร่งด่วน ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 80 – 6685 มุกดาหาร สภาพพลิกคว่ำตะแคงซ้าย ส่วนหลังคารถฝั่งซ้ายยุบบู้บี้เสียหายพังยับเยิน นอกจากนี้ด้านท้ายรถที่ถูกดัดแปลงซอยเป็นคอกเหล็ก 3 ชั้น ที่บรรทุกหมูเพศผู้และเพศเมียมา จำนวน 100 ตัว ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด และยังมีหมูกระเด็นหลุดออกจากคอกตายคาที่อีก 5 ตัว เป็นภาพที่น่าเวทนาสงสารแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยกันลำเลียงหมูออกมาจากตัวรถอย่างทุลักทุเล เพราะหมูมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 กก. พร้อมทั้งช่วยกันต้อนหมูที่ส่วนใหญ่มีบาดแผลถลอกตามตัวมาไว้ข้างทาง เพื่อป้องกันรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาชนเป็นอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้ ส่วนผู้ที่โดยสารมากับรถสิบล้อคันดังกล่าวไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

 จากการสอบถาม นายสมัย  ปัดคาม อายุ 45 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถบรรทุกสิบล้อ ให้การว่า ตนพร้อมกับพรรคพวกอีก 2 คน รับหมูจำนวน 100 ตัว มาจากฟาร์มแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน เพื่อเดินทางไปส่งยังฝั่งชายแดนที่ จ.เชียงราย แต่ระหว่างที่ขับมานั้นร่างกายเริ่มอ่อนเพลีย เนื่องจากขับรถทางไกลมาเป็นเวลานาน จึงทำให้เผลอวูบหลับในไปชั่วขณะ ทันใดนั้นเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่ารถเกิดอาการเสียหลักจนไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้ เป็นเหตุทำให้รถพุ่งตกลงไปข้างทางพลิกคว่ำเสียงดังสนั่น ส่วนหมูที่บรรทุกมาด้วยก็ได้รับบาดเจ็บและล้มตายดังกล่าว ซึ่งจะได้ติดต่อให้ทางนายจ้างรับทราบเรื่องอีกครั้ง เพื่อนำรถบรรทุกอีกคันมาสับเปลี่ยนบรรทุกหมูไปส่งยังฟาร์มต่อไป.
   

แทงสามีตีนโหดดับ

เมียสุดทนผัวชอบซ้อมตบตีประจำ สุดท้ายคว้ามีดเสียบอกดับอนาถคาห้องนอน

 

 

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 8 มี.ค. พ.ต.ท.มนู  หรศาสตร์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีคนถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 4 ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมนึก  มากมี ผกก.สภ.พรหมพิราม แพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ในห้องนอนพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายวิเศษ  อินตาถึง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 ม.11 ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทา มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่หน้าอกเหนือราวนมด้านซ้าย 1 แห่ง นอนจมกองเลือดอยู่ โดยมี น.ส.บัญญัติ  หนักแน่น อายุ 41 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต นั่งร้องไห้ฟูมฟายกอดศพสามีตลอดเวลา ใกล้กันพบอาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 5 นิ้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวน น.ส.บัญญัติ ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ใช้มีดแทงนายวิเศษซึ่งเป็นสามีจนถึงแก่ความตาย เนื่องจากขณะเกิดเหตุถูกสามีที่อยู่ในอาการมึนเมาสุราทำร้ายร่างกาย และทุกครั้งที่สามีเมามาก็มักจะชอบหาเรื่องลงไม้ลงมือทุบตีอยู่เป็นประจำ ตนจึงทนไม่ไหวเลยวิ่งไปหยิบมีดปลายแหลมแทงสวนไป 1 ครั้ง จนสามีล้มฟุบลงไปนอนกองที่พื้น ด้วยความตกใจจึงร้องเรียกให้คนช่วยแต่ก็ไม่ทันการณ์ สามีได้สิ้นใจตายแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันนำร่างของผู้เสียชีวิตไปชันสูตรพลิกศพ ที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลพรหมพิราม ก่อนติดต่อให้ญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา ส่วน น.ส.บัญญัติ ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

อดีตสารวัตรตำรวจขับรถยนต์เสียหลักชนต้นไม้ข้างทางเสียชีวิต

 
เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง ทำให้อดีตสารวัตรได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายใน บนถนนเส้นพิษณุโลก – หล่มสัก ขาออกเมือง หน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 ม.9 ต.วังทอง อ.วังทอง

 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ร.ต.ท.กล้าณรงค์  จันทรมณี พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายใน บนถนนเส้นพิษณุโลกหล่มสัก ขาออกเมือง หน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 ม.9 ต.วังทอง อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา ที่เกิดเหตุบริเวณร่องกลางถนนพบรถยนต์ยี่ห้ออุซูซุ แบบ 7 ที่นั่ง สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน นข 184 พิษณุโลก สภาพชนอัดกับต้นไม้ข้างทางจนช่วงหน้าของตัวรถได้รับความเสียหายพังยับเยิน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่ที่เบาะนั่งฝั่งคนขับ ทราบชื่อต่อมา คือ พ.ต.ท.สิวิเชียร  มั่งคง อายุ 60 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ ถูกแรงกระแทกอัดอยู่คาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลวังทอง แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 สอบสวนทราบว่า พ.ต.ท.สิวิเชียร มั่งคง ผู้เสียชีวิต เคยรับราชการตำรวจในตำแหน่งพนักงานสอบ สภ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และเพิ่งเกษียณราชการได้ไม่นานจึงกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด จ.พิษณุโลก คาดว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปทำธุระและกำลังขับกลับบ้านพักที่ อ.วังทอง แต่ระหว่างทางคาดว่าน่าจะขับมาด้วยความเร็วสูง หรือเกิดอาจหลับใน ทำให้รถยนต์เสียหลักพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนนชนกับต้นไม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริง ของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง และจะติดต่อให้ญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาต่อไป.
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL