อาทิตย์, เมษายน 30, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

เมาแล้วขับจับยึดแล้ว 12 ราย ส่งเข้าค่าย

 คืนเดียวตั้งด่านตามโครงการตรวจจับเมาแล้วขับ จับปรับยึดรถเข้าค่าย เพื่อลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จับแล้วคืนแรก 12 ราย จยย. 6 รถยนต์ 6 ราย พร้อมส่งฟ้องศาล รถที่ยึดทหารนำไปเก็บรักษาภายในค่ายกองทัพภาคที่ 3

 

 

วันนี้( 12 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดจัดระเบียบสังคม ได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ แก่ผู้ขับขี่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งค่ำคืนที่ผ่านมาถือว่าเป็นคืนแรก ที่มีการตั้งจุดตรวจจับตามโครงการตรวจจับเมาแล้วขับ จับปรับยึดรถเข้าค่าย เพื่อลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยผลจากการตั้งด่านเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สามารถจับนักดื่มที่เมาแล้วขับ ได้จำนวน 12 คัน ได้ผู้ต้องหา 12 ราย เป็นรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 คัน รถยนต์จำนวน 6 คัน ซึ่งทางเจ้าหน้าทหารกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 ก็จะนำรถที่ตรวจยึดไปเก็บรักษาไว้ที่กองพลทหารราบที่ 4 และจะให้มารับรถอีกทีหลังเทศกาลสงกรานต์ ภายใน 7 วัน ขณะที่ผู้ขับขี่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะส่งฟ้องศาลให้ดำเนินคดีต่อไป

 

ผู้ต้องหาฆ่ารัดคอเด็กหญิงวัย 14 ปี

ทำพิธีขอขมาต่อหน้ารูป-สารภาพข่มขืน

 

 

 

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว  นายสน หุมเพียง ผู้ต้องหาที่ก่อคดีฆ่ารัดคอและข่มขืน ด.ญ.วัย 14 ปี ที่ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 5 เมษายน และสามารถจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา  โดยเบื้องต้นนายสน ให้การรับสารภาพว่าใช้เชือกรัดคอ จนเสียชีวิต แต่ยังไม่ได้ข่มขืน    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดอาญา 2.ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้เด็กนั้นถึงแก่ความตาย 3.บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย4.ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

 

โดยก่อนหน้านี้  นาย เรืองฤทธิ์ ศรีคาน อายุ 57 ปี บิดาของน้องวัย 14 ปี ที่เสียชีวิต กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายสน  ผู้ต้องหา มากราบขอขมาและอโหสิกรรม ต่อหน้าศพของน้องวัย 14 ปีที่บ้าน เพื่อให้ได้จากไปอย่างสงบสุข  แต่เนื่องจากเกรงว่า ผู้ต้องหาจะถูกรุมประชาทัณฑ์  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดให้มีพิธีขอขมา ต่อหน้ารูปของผู้เสียชีวิตขึ้นในวันนี้  ทั้งนี้ล่าสุด  นายสน ผู้ต้องหาได้สารภาพแล้วว่า ตนเองข่มขืน เด็กหญิงจริง   หลังจากที่ในวันจับกุมให้การปฏิเสธ

 

เก๋งปิคอัพ ชนกันชนั่น3คัน บาดเจ็บจำนวนมาก

 รถยนต์ชนกัน 3คัน มีผู้ได้รับบาดเจ้บหลายรายและยังติดอยู่ในตัวรถ 

 

 

เมื่อเวลา 17.50น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกัน 3คัน มีผู้ได้รับบาดเจ้บหลายรายและยังติดอยู่ในตัวรถ บนถนนบางระกำ-ลานกระบือ ด้านหน้าวัดโพธิ์ทองเจริญผล อ.บางระกำ  จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน นำทีมกู้ชีพ-กู้ภัย พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
 

โดยเจ้าหน้าที่ไปถึงพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน ญค1167กรุงเทพ ถูกรถปิคอัพอีซูซุ ดีแม็ก ทะเบียน กบ4535พิษณุโลก ชนอัดก้อปปี้ด้านข้างพังยับ ภายในรถเก๋งโตโยต้า พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช่เครื่องตัดถ่างเปิดประตูเพื่อนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถ ซึ่งใช้เวลากว่า 15 นาที จึงสามารถนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ออกมาได้ ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลบางระกำ ทราบชื่อคือสุวัธชัย บุตรคำ อายุ42ปี และนายอนันต์ บุตรคำ อายุ 41 ปี ทั้ง 2 คนอยู่บ้านเลขที่ 28 ม.12 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 9 ราย ทราบว่ามีผู้ให้การช่วยเหลือไปก่อนหน้าหนี้

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาว ได้ขับขี่มาจากทางลานกระบือ พอมาถึงบริเวณทางเข้าบ้านจึงชะลอรถเพื่อที่จะเลี้ยวขวาเข้าบ้าน จากนั้นได้มีรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบอร์น ทะเบียน กพ3498 พิษณุโลก พุ่งชนท้าย จนรถเก๋งสีขาวพุ่งข้ามเลนส์ไปชนกับรถปิคอัพอีซูซุที่ขับสวนทางมา จนตกข้างทางมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนเคลื่อนย้ายรถทั้ง 3 ไปเก็บไว้ที่ สภ.บางระกำ เพื่อทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง.

ณัฐธนา ฐิตะสาร

   

คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ชิงเงิน

บริษัทลีสซิ่งชื่อดังกลางเมืองสองแควกวาดเงินสดเที่ยวสงกรานต์

 

 

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ร.ต.ท.ไพโรจน์ คล้ายสุวรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าไปจี้ชิงทรัพย์ภายในบริษัทเมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) สาขาถนนบรมไตรโลกนารถ ต.วัดจันทร์ อ.เมือง พิษณุโลก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้วจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สารนัย คงเมือง รอง ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก รรท.ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.ท.นนทวร สีอินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 6 ภายในอาคารที่เกิดเหตุพบพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการจำนวนมาก กำลังอยู่ในอาการตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณลิ้นชักหลังโต๊ะเคาน์เตอร์จ่ายเงิน พบว่ามีทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นเงินสดประมาณ 50,000 บาท ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขี่หลบหนีหายไปทางถนนบรมไตรโลกนารถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองพิษณุโลก

จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ขับรถจักยานยนต์มาจอดบริเวณด้านหน้าบริษัท ก่อนเดินตรงเข้ามาภายในบริษัทโดยไม่ถอดหมวกกันน็อค และตรงดิ่งเข้ามา พร้อมกับชักอาวุธปืนสั้นไม่ทราบชนิด ออกมาและบอกกับพนักงานว่าต้องการใช้เงิน พร้อมกับใช้อาวุธปืนจี้พนักงานให้ส่งเงินสดภายในลิ้นชักออกมาให้ เป็นเงินกว่า 5 หมื่นบาท ก่อนวิ่งหลบหนีออกจากบริษัท และขับรถจักรยายนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังรับแจ้งจึงได้กระจายกำลังกันออกติดตามคนร้ายแต่ก็ยังไม่พบตัว ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่เข้าออกบริษัทแห่งนี้บ่อยครั้ง จึงรู้ที่เก็บเงิน และรู้ช่วงจังหวะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมจะปิดยอดบัญชีเงินสดในช่วงบ่ายของทุกวัน

ด้านกล้องวงจรปิดทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบก็พบว่ากล้องดังกล่าวภายในบริษัทนั้นเสีย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิทยุกระจายข่าวเพื่อเร่งติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้โดยเร็ว.

 

ณัฐธนา ฐิตะสาร / ข่าว-ภาพ

 

แถลงจับคนร้ายฆ่าข่มขืนน้องพริ้ง วัย 14 ปี

รอง ผบช.ภ.6 แถลงจับคนร้ายฆ่าข่มขืนน้องพริ้ง วัย 14 ปี พลิกลิ้นไม่รับคดีข่มขืน แต่หลักฐานนิติเวชชี้ชัดดิ้นไม่หลุด สารภาพหน้าตาเฉยดื่มเหล้าจนมีอารมณ์เปลี่ยวจึงลงมือก่อเหตุ

 

 

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวชช์ รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.นิคม สภาพพร รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก และ พ.ต.อ.สุมิตร มั่นเมือง ผกก.สภ.นครไทย ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสน หุมเพียง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 8 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาในคดีฆ่าข่มขืน ด.ญ.สราเพ็ญ ศรีคาน หรือน้องพริ้ง อายุ 14 ปี เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 8 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา โดย นายสน ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มเหล้าหมดไป 2 ขวด ก่อนเข้าไปขอยืมที่ชาร์ตแบตเตอรี่มือถือภายในบ้านของน้องพริ้ง ซึ่งขณะนั้นผู้ต้องหาเห็นน้องพริ้งสวมใส่กางเกงขาสั้นจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ และได้พูดจาแทะโลมหรือพูดจาแซวเย้าแหย่เด็กจนเกิดมีปากเสียงกันขึ้น จากนั้นด้วยความโมโหจึงเดินออกไปหยิบเชือกมารัดคอจนเสียชีวิต แล้วถอดเสื้อผ้าจนฉีกขาดเพื่อหวังข่มขืน แต่ด้วยความกลัวมีคนมาพบเข้าจึงรีบหลบหนี ยังไม่ได้ลงกระทำชำเราแต่อย่างใด พร้อมกับหยิบทรัพย์สินในบ้านผู้เสียชีวิตติดตัวไปด้วย จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านในพื้นที่ออกไล่ล่าติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ ขณะกำลังหลบหนีซ่อนตัวอยู่ภายในไร่ข้าวโพดที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 3 กม.

ด้าน พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า ผู้ต้องหามีสิทธิ์ปฏิเสธแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด เพราะมีพยานและหลักฐาน ทั้งพยานตัวบุคคล ผลพิสูจน์ทางนิติเวชที่ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตถูกกระทำชำเราจนอวัยวะเพศฉีกขาด ส่วนที่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธในเรื่องการข่มขืนก็เป็นสิทธิ์ที่ผู้ต้องหากระทำได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดอาญา 2.ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้เด็กนั้นถึงแก่ความตาย 3.บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย 4.ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครไทย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่การทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากชาวบ้านที่ยังอยู่ในอารมณ์โกรธแค้นจะรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาได้.

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL