ศุกร์, ตุลาคม 31, 2014
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

พบเด็กทารกถูกทิ้งไว้หลังวัดใหญ่

 

 

พบเด็กทารกเพศชาย อายุประมาณ 1 ขวบสวมชุดนอนสีขาว  ถูกห่อด้วยผ้าห่มสีน้ำตาล วางอยู่ม้านั่งริมฟุตบาท ด้านหลังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร(วัดใหญ่) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

                เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 26 ก.ค. ร.ต.ทอำนาจ  อ่อนปาน  ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนพบเด็กทารกถูกทิ้งไว้บริเวณริมฟุตบาท ด้านหลังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร(วัดใหญ่) ต.ในเมือง อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ร.ต.ท.อภิชาติ  พุ่มรส รองสวป.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุอยู่หน้าร้าน ส.บาร์เบอร์ พบเด็กทารกเพศชาย อายุประมาณ 1 ขวบสวมชุดนอนสีขาว  ถูกห่อด้วยผ้าห่มสีน้ำตาล วางอยู่ม้านั่งหน้าร้านดังกล่าว ที่ตัวสวมสร้อยสแตนเลส มีพระหลวงปู่ชอบ  จ.เลย จำนวน 1 องค์ เนื้อตัวมีรอยแดงจ้ำหลาแหล่งเนื่องจากถูกยุงและมดกัด ใกล้กับพบถุงพลาสติก ภายในมีเสื้อผ้าเด็กอ่อน ผ้าอ้อมสำเร็จรูป นมผง และมีขวดนมชงไว้แล้วจำนวน 1 ขวด  ก่อนนำเด็กพักที่สถานีตำรวจเพื่อตดต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับเด็กไปดูแล

                จากการสอบสวน น.ส.พิชญานี  ผสมพงษ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่  333 หมู่ 4 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครปฐม ให้การว่าตนเองได้เดินทางมาเที่ยวหาเพื่อนที่ จ.พิษณุโลก ตั้งแต่เมื่อวาน และเมื่อช่วงเวลา ประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 25 ก.ค.ตนพร้อมเพื่อนไปเข้าไปรับประทานอาหารที่ โรงแรมท็อปแลนด์ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบเด็กทารกนอนอยู่บนเก้าอี้หน้าร้านดังกล่าว แต่ก็ไม่เอะใจอะไร จนกระทั้งขากลับก็พบเด็กคนดังกล่าวนอนอยู่ที่เดิมสังเกตว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีแม่หรือผู้ปกครองของเด็กเลย จึงได้ขับรถวนอยู่หลายรอบ ก่อนจะจอดรถและลงมาดู รออยู่นานก็ไม่มีแม่เด็กมารับตัวเด็กจึงได้ตัดสินใจโทรแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

                ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวหนูน้อยคนดังกล่าวไปตรวจเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับไปดูแลต่อไป และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ในการตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อติดตามแม่เด็กใจร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

รวบเด็กวัย 13 ริเป็นโจรก่อเหตุลักทรัพย์หลายราย

 

 

ชาวบ้านช่วยกันรวบเด็กวัย 13 ริเป็นโจรก่อเหตุลักทรัพย์หลายรายภายในวัดยางมีมานะ  และร้านค้าที่อยู่ข้างวัดพร้อมของกลางบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 3 ซอง เงินสดจำนวน 67 บาท  พระพุทธรูปหน้าตัก 3 นิ้วจำนวน 2 องค์ พระเครื่องและตะกรุด ประมาณ  100 องค์

 

                เมื่อเวลา  10.00 น.วันที่ 26  ก.ค. ร.ต.ท.สุขเสริม  พันธุ์เขียว  ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจาก  นายชัยชนะ   บุญสิงห์  กำนัน ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก  ว่าตนเองพร้อมกับชาวบ้านได้ช่วยกันจับคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในวัดยางมีมานะ  และร้านค้าที่อยู่ข้างวัด ได้ผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย คือ ด.ช.แม๊ก (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี  มีภูมิลำเนาอยู่ที่  ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก  พร้อมของกลางบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 3 ซอง เงินสดจำนวน 67 บาท  พระพุทธรูปหน้าตัก 3 นิ้วจำนวน 2 องค์ พระเครื่องและตะกรุด ประมาณ  100 องค์  

                จากการสอบสวนน.ส.ฉัตรธิดา  แพนนิยม อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/1 หมู่ 1 ต.บ้านคลอง เปิดเผยว่า  บ้านพักของตนเองเปิดเป็นร้านขายของชำเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืนทำให้ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติ จนกระทั้งรุ่งเช้าวันนี้ พบกระเบื้องหลังคาหลังบ้านถูกคนร้ายเปิดออกและเข้ามาลักทรัพย์สินในบ้านพัก มีเงินสดที่ใช้ทอนลูกค้าประมาณ 300 บาท บุหรี่ยี่ห้อต่างประเทศ 6 ซอง ตนจึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งกำนัน ต.บ้านคลอง

                ส่วนพระมานิตย์  สิริวณโณ  อายุ 40 ปี พระลูกวัดยาง  กล่าวว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนเองได้ออกไปบิณฑบาต และกลับมาฉันเช้าที่ศาลาการเปรียญและกลับเข้ามาที่กุฏิพบว่าหน้าต่างกุฏิถูกคนร้ายงัดออกและรื้อค้นทรัพย์สิน ตรวจสอบพบว่าพระพุทธรูปภายห้องหายไป 2 องค์และพระเครื่องอื่นอีกกว่า 100 องค์ จนกระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้คือ ด.ช.แม๊ก พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง และมีพระเครื่องหายไปอีกหลายรายการ สำหรับด.ช.แม๊ก ชอบมาวิ่งเล่นแถวลานวัดเป็นประจำตนเองก็เคยให้ตังไปซื้อขนมกินหลายครั้งไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะมรพฤติกรรมดังกล่าว

                   จากการสอบสวน ด.ช.แม๊กให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ก่อเหตุลักทรัพย์ที่ร้านค้าและกุฏิพระในวัดยางมีมานะจริง ส่วนของกลางที่ได้มา บุหรี่ก็นำไปสูบกับเพื่อนรุ่นหมดไปแล้ว 3 ซอง แล้วนำไปขายให้กับร้านค้าแถวหน้าวิทยาลัยสารพัดช่างจำนวน 3 ซองได้เงินมาจำนวน 120 บาท ส่วนพระเครื่องให้เพื่อนรุ่นพี่ที่ชื่อว่าโอ๋ ไปส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็นำไปขายได้เงินมาจำนวน 400 บาท และก็จะนำเที่ยวและเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์แต่มาถูกเจ้าหน้าทีจับกุมเสียก่อน

                ทางด้าน นางสวย(นามสมุติ) อายุ 39 ปี มารดาของผู้ต้องหาให้การว่า ลูกชายหลังเรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 ก็ไม่ได้เรียนต่อ และพฤติกรามลักเล็กขโมยน้อยมานานแล้วซึ่งตนเองก็ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง บางครั้งไปขโมยของเพื่อนบ้าน เค้ามาแจ้งให้เราทราบ เค้าก็ไม่เอาเรื่องเพราะว่าเห็นเป็นเด็กอยากให้กลับตัวสำนึกผิ แต่ลูกชายของตนเองก็ไม่เลิกนิสัยดังกล่าวจนกระทั่งเมื่อปี 2554  ลูกชายได้ไปลักเงินของเพื่อนบ้านจำนวน 50 บาท แต่เค้าไม่เอาเรื่อง แต่ด้วยความที่ตนเองอยากให้ลูกเลิกพฤติกรามดังกล่าว จึงได้นำตัวลุกชายไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยดำเนินคดี สุดท้ายลูกชายถูกตัดสินให้เข้าไปอยู่ในสถานพินิจคุ้มครองเด็ก และเยาวชน เป็นเวลา 9 เดือน  และถูกควบคุมความประพฤติอีก 2 ปี ต้องไปรายงานตัว ทุก 4 เดือน แต่ลูกชายไม่เคยไปรายงานตัวเลยและมาก่อเหตุลักทรัพย์จนถูกจับกุมได้ในที่สุด

 

 

รวบม้งค้ายาบ้า

 

 

         เจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนล่อซื้อยาบ้าได้ผู้ต้องหาชาวม้ง 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 20 มัด  จำนวน 40,000 เม็ด

 

            เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 21 ก.ค. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์  สอาดพรรค  รองผบช.ภ.6  พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบ ภ.6 แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ได้ผู้ต้อหา 2 รายและของกลางจำนวนมาก คือนายประกายสิทธิ์  หรือผ่าน  แซ่ว่าง  อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่  62 หมู่ 23 ต.ตับเต้า อ.เทิง จ.เชียงราย และนายหว่า  หรือหว่าโซ้ แซ่หว้า อายุ 49 ปี ชาวเขาเผ้าม้ง  มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 20 มัด  จำนวน 40,000 เม็ด  เงินสดที่ใช้ในการล่อซื้อจำนวน 6 ล้าน บาท โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮฮนด้า รุ่น เสฟ สีน้ำเงินทะเบียน ขพล-806 พิษณุโลก   จำนวน 1 คัน นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาที่บังหลบหนี  1 รายคือนายยีไม่ทราบนามสกุล

            การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากชุดสืบสวน สืบทราบว่า นายหว่า และนายยี ผู้ต้องหาที่หลบหนี  ชาวเขาเผ่าม้งใน อ.นครไทย มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจึงได้ส่งสายสืบเข้าติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนายหว้าและนายยี โดยมีการนัดส่งมอบยาบ้ากันที่บริเวณ ถนนสายเลี่ยงนครไทย-หนองกระท้าว หมู่ 11 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย  เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายประกายสิทธิ์ พร้อมกับนายหว่า ได้ขับรถจักรยานยนต์มารับเงินเมื่อผู้ต้องหาทั้งสองคน ตรวจนับเงินเรียบร้อย จึงได้แจ้งให้นายยี ผู้ต้องหาที่หลบหนีนำยาบ้าไปทิ้งไว้ข้างทางห่างจากจุดรับเงินจำนวน 1.5 กิโลเมตร   ชุดสืบสวนอีกทีมได้ไปรับยาบ้าเรียบร้อยจึงได้ส่งสัญญาณให้จับกุมนายประกาบสิทธิ์และนายหว่า พร้อมของกลางเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้อ ส่วนนายยี ได้ไหวตัวทันวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าทับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามมาดำเนินคดีและทำการขยายผลการจับกุมต่อไป        

   

รวบพระลักพระพุทธรูปอ้างนำไปบูชาช่วงเข้าพรรษา

 

 

 

ผกก.สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แถลงข่าวการจับกุมพระภิกษุสงฆ์ที่ตระเวนก่อเหตุลักพระพุทธรูปตามวัดต่างๆในเขต อ.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

                เมื่อเวลา 00.15 น.วันที่  19 ก.ค. พ.ต.อ.สมนึก  มากมี  ผกก.สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  พร้อมด้วย พ.ต.ท.นพดล  ดวงมาตร์พล  สารวัตรหัวหน้าสถานีดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  พ.ต.ต.วัชรพล  ธรรมวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.ดงประคำ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมพระภิกษุสงฆ์ที่ตระเวนก่อเหตุลักพระพุทธรูปตามวัดต่างๆในเขต อ.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ได้ผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย คือพระบุญเที่ยง อาภากโร  อายุ 39 ปี พระลูกวัดฝากบึง อ.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์ หรือ นายบุญเที่ยง  สุขเจริญ  อยู่บ้านเลขที่ 24/4 หมู่ 4 ต.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์  พร้อมของกลางพระพุทธชินราชจำลองขนาด หน้าตัก 20 นิ้ว เนื้อทองเหลือง อายุกว่า 30 ปี ที่ถูกขโมยมาจากวัดท้องโพลง ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา และพระพุทธชินราชจำลองขนาด 9 นิ้วเนื้อทองเหลือง จำนวน 2 องค์ ที่ถูกขโมยจากวัดฝากบึง ซึ่งเป็นวัดที่ผู้ต้องหาจำพรรษาอยู่ในปัจจุบัน และยังมีพระพุทธรูปและพระเครื่องอีกหลายรายการ   นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์และเครื่องมือในการงัดแงะอีกจำนวนหนึ่ง   นอกจากนี้ยังพบขวดน้ำพลาสติกภายภายในบรรจุกสุราไทยอีก อีกประมาณ ครึ่งขวด และทำการตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรน่า สีน้ำเงิน ทะเบียน  กค-752 นครสวรรค์อีกจำนวน 1 คัน ซึ่งใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี

                จากการสอบสวน พระวิมล  อินทรวันโน  รักษาการเจ้าอาวาสวัดท้องโพลง ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม  ให้การว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมามีชาวบ้านได้มาแจ้งกับตนเองว่ามีรถยนต์เก๋งต้องสงสัยขับเข้ามาภายวัดท่าทางผิดสังเกตคือไม่เปิดไฟหน้า เข้ามาจอดบริเวณหน้าศาลาธรรมสังเวช ก่อนจะขับออกจากวัดไปอย่างรวดเร็ว ตนเองพร้อมพระลูกวัด จึงได้ไปตรวจสอบที่ศาลาธรรมสังเวช ซึ่งปิดประตูเอาไว้และไม่ได้ล็อคแม่กุญแจ จากการตรวจสอบพระพุทธชินราชขนาดหน้าตัก 20 นิ้ว เนื้อทองเหลืออายุ กว่า 30 ปี ได้หายไปตนเองจึงได้โทรศัพท์แจ้วความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงประคำ และประสานไปยัง สภ.พรหมพิราม เพื่อทำการตั้งด่านสกัดจับคนร้ายได้ที่บริเวณถนนสายเรียบคลองชลประทาน หน้าอบต.พรหมพิราม พร้อมของกลางดังกล่าว

                ในเบื้องต้น พระบุญเที่ยง หรือนายบุญเที่ยง สุขเจริญให้การรับสารภาพว่า เดิมทีตนเองบวชอยู่ที่วัดฝากบึก  อ.นาอินทร์ จ.อุตรดิตถ์ พระพุทธรูปขนาด 9 นิ้วจำนวน 2 องค์ ที่พบในรถเป็นพระที่เจ้าอาวาสได้มอบให้ตนเองไว้บูชา ส่วนพระพุทธชินราชขนาด 20 นิ้วของวัดท้องโพลง ตนเองไม่มีเจตานาจะขโมยเพียงแต่ต้องการพระองค์ดังกล่าวไปไว้ที่สำนักสงฆ์ที่จ.พิจิตร ไว้ใช้ทำพิธีส่งในช่วงเข้าพรรษานี้     ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องประสานไปยังวัดต่างๆในเขต อ.นาอิทร์ และอ.พรหมพิราม ที่ถูกคนร้ายขโมยพระไปและจำทำการขยายผลการจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ก่อนจะนำ พระบุญเที่ยง ไปทำการสึกจากการเป้นพระภิกษุ ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

วงจรปิดจับภาพคนร้ายขว้างยาเสพติดเข้าเรือนจำ

 

เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบภาพวงจรปิดพบคนร้ายใช้รถปิกอัพเป็นพาหนะขว้างสิ่งของเข้าเรือนจำเมื่อทำการตรวจสอบพบยาบ้า ยาไอซ์ และโทรศัพท์มือถือ

 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม   พ.ต.อ.ธรธวัช แจ่มอุดมโชติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งจาก นายพงษ์มิตร ประเสริฐสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก       ว่า มีคนร้ายลักลอบปาสิ่งของเข้ามาในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก บริเวณแดน 4 และ แดน 5 เมื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบห่อสิ่งของ 2 ห่อ เมื่อเปิดดูพบว่า ภายในบรรจุยาบ้ามาจำนวน 1,600 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 100.39 กรัม โทรศัพท์มือถือจำนวน 10 เครื่อง และที่ชาร์จโทรศัพท์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งทาง   ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำสังเกตุจากกล้องวงจรปิดเห็นรถปิกอัพสีน้ำเงินผิดสังเกตุขับขี่มาที่บริเวณข้างกำแพงของเรือนจำบริเวณแดน 5 จากนั้นนั้นมีคนร้ายวิ่งมาที่ข้างกำแพงแล้วขว้างสิ่งของเข้ามาจำนวน 3 ห่อ จากนั้นวิ่งไปขึ้นท้ายรถปิกอัพสีน้ำเงิน แล้วขับออกไปมาที่บริเวณข้างกำแพงบริเวณแดน 4 คนร้ายที่นั่งอยู่ด้านหลังปิกอัพได้ลุกขึ้นแล้วขว้างห่อสิ่งของเข้ามาในเรือนจำอีกครั้งจำนวน 2 ห่อ จากนั้นรถก็ได้ขับหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจึงได้ไปตรวจสอบบริเวณที่แดน 4 จึงพบห่อสิ่งของที่บรรจุยาเสพติดและอุปกรณ์โทรศัพท์ดังกล่าว

 

ด้าน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า จากภาพที่เห็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าน่าจะมีการทำเป็นกระบวนค้ายาบ้าในเรือนจำ โดยขณะนี้ได้ส่ง ชุดสืบสวนประกบตัวเอาไว้แล้วและเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพิษณุโลกเพื่อควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL