เสาร์, เมษายน 25, 2015
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

รวบ 3 คนร้ายชี้จุดทิ้งศพเสี่ยรับซื้อของเก่ายัดถังน้ำโบกปูน

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรชาติตระการ จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ นำตัว 3 คนร้าย ฆ่าพ่อเลี้ยงเจ้าของกิจการรับซื้อของเก่าในพื้นที่ จ.นนทบุรี ยัดใส่ถังน้ำมัน 200 ลิตรแล้วโบกปูนทับ จากนั้นก็นำศพมาทิ้งที่บริเวณก้นเหว เขาคอม้ามาชี้จุดทิ้งศพ

 

            เมื่อเวลา 08.00 น.ของวันนี้ ( 11 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรชาติตระการ จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ นำตัวนางศิรินทิพย์ โม่งประณีต อายุ 40 ปี นายชัยนาท จัดชาวนา อายุ 30 ปี และนายเดชา (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี 3 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่านายสุวิน จันทวงศ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/7 หมู่ 2 ต.บางพลัด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เจ้าของกิจการรับซื้อของเก่าในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงผู้ต้องหาทั้ง 3 โดยทั้ง 3 คนร่วมกันฆ่านายสุวิน แล้วนำศพมัดด้วยสายไฟ แล้วนำยัดใส่ถังน้ำมัน 200 ลิตรแล้วโบกปูนทับ จากนั้นก็นำศพมาทิ้งที่บริเวณก้นเหว เขาคอม้า หมู่ 13 บ้านตีนตก ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา  จากนั้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม ภรรยาของผู้ตายไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

         ต่อมานายสุชาติ จันทรวงศ์ น้องชายของผู้เสียชีวิต ไม่เชื่อว่าพี่ชายหายไป น่าจะมีเงื่อนงำ จึงได้ไปร้องที่กองปราบปราม ให้ช่วยดำเนินการสืบสวน จนกระทั่งได้เบาะแสและรวบรวมพยานหลักฐาน สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ที่บ้านพักดังกล่าว จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้ต้องหามาชี้ที่เกิดเหตุ และพบถังน้ำมันดังกล่าวจริง ทางเจ้าหน้าที่จึงเปิดถังน้ำมัน ก็พบศพของนายสุวิน ที่ถูกฆาตรกรรม เสียชีวิตมาแล้วกว่า 6 เดือน เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุนายสุวิน ผู้ตาย ไปดื่มเหล้ากลับมาบ้าน และทะเลาะกับภรรยา จนกระทั่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ช่วยกันรุมทำร้ายผู้ตาย จนเสียชีวิต แล้วมัดศพด้วยสายไฟ ยัดศพใส่ถังน้ำมัน 200 ลิตร โบกปูน แล้วบรรทุกถังน้ำมันใส่หลังรถยนต์ ขับมาที่ อ.ชาติตระการ ต.พิษณุโลก ซึ่งบ้านเกิดของนายชันนาท แล้วทิ้งศพที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งหลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้ต้องหาทั้งหมด กราบขอมาศพ ต่อไปท่ามกลางการดูแลสถานที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด

 

พบระเบิด TNT วางทิ้งพงหญ้าหน้าโรงแรม

มือมืดนำระเบิด TNT พร้อมอุปกรณ์การทำระเบิด มาวางซุกไว้ในพงหญ้าหน้าโรงแรม สภาพพร้อมใช้งาน คาดตั้งใจส่งคืนเจ้าหน้าที่ฯ ตามที่ คสช. ขีดเส้นตายขยายเวลาคืนอาวุธปืนและระเบิด ภายในวันที่ 25 มิ.ย. นี้ แต่กลัวมีความผิด จึงนำมาโยนทิ้งไว้

 

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. 57 ร.ต.อ.วิชัย พรมรักษา  ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งมีคนพบวัตถุต้องสงสัยอาจจะเป็นระเบิด นำมาทิ้งไว้ที่ใต้โคนต้นไม้หน้าโรงแรมม่านรูดสตาร์อิน รีสอร์ท แอนสปา เลขที่ 1302  ต.ในเมือง ถนนบรมไตรโลกนาถ 2 ต.ในเมือง  จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ทหาร รุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม ผบ.พล.ร.4 พอ.นพพร เรือนจันทร์ รอง ผบ.พล.ร.4 พ.ต.อ.นิคม สถาพร รอง ผบก.จว.พิษณุโลก  ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ กวางแก้ว หัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่ได้กัดพื้นที่บริเวณดังกล่าวเอาไว้ เพื่อป้องกันเหตุที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น จากนั้นเจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้เข้าไปตรวจสอบที่โคนต้นไม้ พบกระเป๋าผ้าร่มถือแบบทหาร 1 ใบ ก่อนจะทำการเปิดดูภายใน ปรากฏว่าพบวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่ง  จึงทำการถอดชนวนแยกออกจากกัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงสามารถเข้าไปตรวจสอบเก็บวัตถุพยานหลักฐานทั้งหมด

จากการตรวจสอบพบวัตถุระเบิดดังกล่าวเป็นแบบ ทีเอ็นที ขนาด ¼ ปอนด์ จำนวน 5 ลูก เชื้อปะทุจุดระเบิด จำนวน 6 อัน และชุดประกอบวัตถุระเยบิดอีก 10 อัน พร้อมสายไฟอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีกระสตางค์เป็นลายทหาร 1 ใบ เจ้าหน้าที่ได้เก็บวัตถุระเบิดทั้งเอาไว้ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารตรวจสอบ พร้อมจะนำไปทำลายต่อไป

จากการสอบสวนนายสมชาย อุ่นหลง อายุ  อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113/7 ต.ท่าทอง  อ.เมืองพิษณุโลก  ซึ่งเป็นผู้ดูแลโรงแรมม่านรูดสตาร์อิน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าประมาณ 08.00 น. ตนได้มารดน้ำต้นไม้ที่บริเวณด้านหน้าโรงแรม ระหว่างนั้นได้เหลือบไปเห็นกระเป๋าใบหนึ่งวางเอาไว้ที่โคนต้นไม้ แต่ไม่กล้าไปหยิบหรือเปิดดู เพราะเห็นข่าวออกทุกวันเกี่ยวกับการนำวัตถุระเบิดมาทิ้งไว้ จึงไปแจ้งนายวันชาติ วิเลศ เจ้าของโรงแรมให้ทราบ ก่อนจะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าตรวจสอบ กระทั่งพบว่าเป็นวัตถุระเบิดจริ

พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม ผบ.พล.ร.4  วัตถุระเบิดชุดนี้มีใช้ในราชการของทหารและตำรวจตระเวนชายแดน เท่านั้น สภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งจะมีการนำไปใช้ในการทำลายระเบิดสิ่งกีดขวาง  หากมีการนำไปประกอบกับวัตถุอื่นจะมีอานุภาพรัศมีการระเบิด 5-10 เมตร  สามารถตรวจสอบที่มาของระเบิดได้ เพราะระบบเลขของการใช้งานวัตถุระเบิดระบุเอาไว้ และจะทราบว่าเป็นหน่วยงานใด

พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม ผบ.พล.ร.4 กล่าวอีกว่า สาเหตุที่มีการนำวัตถุระเบิดมาทิ้งไว้ เนื่องจากช่วงนี้ ทางเจ้าหน้าที่มีการเข้มงวดกวาดล้างจับกุมอย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนประชาชนและผู้ที่พบเห็นวัตถุต้องสงสัย อย่าเข้าไปใกล้หรือเปิดแกะดู เพราะอาจจะเป็นวัตถุระเบิดอยู่ภายใน ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก่อน

 

 

 

สลด! ซี 4 ปลิดชีพยกครัว 3 ศพ คาดคิดไม่ตก-หนี้รุม

คาดใช้ยาพิษผสมน้ำอัดลมให้ลูก-เมียดื่มก่อนตัวเองดื่มตาม พ่อตาที่นอนมุ้งเดียวกันเห็นเป็นศพรุ่งเช้า เผยบ้านเพิ่งขึ้นเสา-รถถูกไฟแนนซ์ยึด อาจเป็นต้นเหตุให้คิดสั้น

 

 

       

       เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 57 ร.ต.ท.วิเชียร เมฆดี ร้อยเวร สภ.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 225 หมู่ 4 ต.ไทรย้อย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่กำลังก่อสร้างบ้านหลังใหม่ เพิ่งเทฐานราก พื้นบ้าน และตั้งเสาไว้
       
       จุดเกิดเหตุอยู่ในเพิงพักชั่วคราว พบศพ ส.อ.ชยธร วิมุกตานนตท์ อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ระดับ 4 เทศบาลตำบลไทรย้อย นางมธุรดา วิมุกตานนท์ อายุ 34 ปี ภรรยา และ ด.ญ.ธมลวรรณ วิมุกตานนท์ อายุ 12 ปี สภาพนอนกอดกันอย่างน่าเวทนา โดยลูกสาวอยู่นอนตรงกลาง เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง
       
       ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบขวดน้ำอัดลม 1 ขวด ในกระเป๋าเสื้อของ ส.อ.ชยธร มีถุงพลาสติกใส่ผงสีขาว จึงได้เก็บไปตรวจสอบ
       
       จากการสอบสวนนายสะอิ้ง อ่อนชาวนา อายุ 61 ปี พ่อตา ส.อ.ชยธร ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. คืนที่ผ่านมา (8 มิ.ย.) ตนกลับมาจากหว่านข้าว ได้อาบน้ำแล้วเข้านอนในมุ้งใหญ่หลังเดียวกับผู้ตายทั้ง 3 คนที่นอนอยู่ก่อนหน้า ก็เห็นทั้งสามคนนอนหลับไม่ผิดสังเกตอะไร และไม่ได้เรียกหรือพูดคุยด้วยเพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว
       
       กระทั่งรุ่งเช้าวันนี้ (9 มิ.ย.) ตนตื่นก่อนก็ลุกขึ้นมาเตรียมหุงข้าวเพื่อออกไปทำงาน สังเกตเห็นว่าทั้งลูกเขย ลูกสาว และหลานสาวไม่มีใครตื่นจึงได้ปลุกให้ลุกขึ้น แต่ไม่มีใครตื่น จึงเข้าไปในมุ้งเขย่าตัวทุกคน ปรากฏว่าร่างทั้ง 3 คนแข็งทื่อแล้ว จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
       

  

       ส่วนสาเหตุไม่ทราบมาก่อนว่าครอบครัวลูกเขยมีปัญหาอะไร เพราะไม่เคยพูดให้ฟัง รู้แต่ว่าตอนนี้กำลังสร้างบ้านหลังใหม่ เพิ่งเทฐานราก พื้น และตั้งเสาเท่านั้น จึงต้องมาสร้างเพิงพักชั่วคราวนอนกันในช่วงรอสร้างบ้านให้เสร็จ แต่กลับมาเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น
       
       ด้านนางสายฝน อ่อนชาวนา อายุ 57 ปี แม่ยาย ส.อ.ชยธรให้การว่า คืนเกิดเหตุพักอยู่ที่ทำงานโรงน้ำตาล ที่ อ.บางกระทุ่ม มีเพียงนายสะอิ้งสามีของตนเท่านั้นที่มาพักอยู่กับลูกเขย ลูกสาว และหลานสาว ตอนเช้าทราบข่าวจึงเดินทางมาที่เกิดเหตุ เห็นสภาพทั้ง 3 คนนอนกอดเสียชีวิตกันอยู่ในมุ้ง
       
       “ไม่เคยทราบปัญหาของครอบครัวลูกมาก่อน ลูกสาวกับลูกเขยก็ไม่เคยทะเลาะกัน และอยู่ด้วยกันอย่างปกติ ก่อนเกิดเหตุหลานสาวยังโทรศัพม์มาหา พูดคุยเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ไม่มีพิรุธหรือผิดสังเกตอะไรแม้แต่น้อย”
       
       ด้านนายสมเกียรติ เกรียงไกรอนันต์ นายกเทศมนตรีตำบลไทรย้อย กล่าวว่า เพิ่งทราบเหตุการเสียชีวิตทั้งครอบครัวของ ส.อ.ชยธร ซึ่งผู้ตายกำลังก่อสร้างบ้าน น่าจะมีปัญหาเรื่องหนี้สิน เพราะปัญหาอื่นไม่มี เนื่องจากเป็นคนรักภรรยา ดูแลครอบครัวดี ส่วนจะมีหนี้สินที่ไหนบ้างตนไม่ทราบ แต่ปกติจะเจอกันทุกวัน เพราะทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่เทศบาลฯ บรรจุทำงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2549 ส่วนวันเสาร์ภรรยาก็จะมาขายของ
       
       “สองสามี-ภรรยาต่างจบปริญญาโทด้วยกันทั้งคู่ ส่วนลูกสาวของผู้ตายเพิ่งเข้าเรียนชั้น ม.1 ซึ่งคงจะเป็นปัญหาเรื่องส่วนตัว เพราะเคยมีเจ้าหน้าที่ของบัตรเครดิตโทรศัพท์มาหาบ่อยครั้ง”
       
       ขณะที่แนวทางการสอบสวนเบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจจะมาจากปัญหาหนี้สิน ซึ่งผู้ตายกำลังก่อสร้างบ้านหลังใหม่แต่ยังไม่แล้วเสร็จ นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องหนี้สินบัตรเครดิต รถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วีเกิดอุบัติเหตุ ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณี ต่อมารถยนต์ถูกไฟแนนซ์ยึด
       
       ซึ่งอาจจะเป็นเหตุกดดันให้ ส.อ.ชยธรคิดไม่ตก จึงหาทางออกด้วยการลอบนำยาพิษที่มีฤทธิ์รุนแรงใส่ในน้ำอัดลมให้ลูก-เมียดื่ม หลังจากมั่นใจว่าเมียและลูกเสียชีวิตแล้ว จึงได้ดื่มน้ำอัดลมตามจนเสียชีวิตทั้งครอบครัว 3 ศพ
       
       ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปตรวจชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจชันสูตรอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

   

ค้นโรงแรมดังพบอุปกรณ์การเล่นพนันหลายรายการ

 

กองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตรวจค้นโรงแรมดังกลางเมืองพิษณุโลก พบอุปกรณ์การเล่นการพนัน กุญแจรถจักรยานยนต์ จำนวนกว่า 50 คัน สมุดบัญชีธนาคาร และอุปกรณ์การเล่นจำนวนมาก

 

 

 เมื่อเวลา 19.30 น.ของวันที่  9 มิ.ย.2557  พลตรีคู่ชีพ เลิศหงิม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่4 นำกำลังทหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน เข้าตรวจค้น โรงแรม จัสมิน รีสอร์ท เลขที่ 7/105 ถนนพระร่วง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า โรงแรมแห่งนี้มีการเล่นการพนัน จึงเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าที่ห้องพักในโรงแรม ห้องที่ 1 พบโฉนดที่ดิน จำนวนกว่า 50 ใบ และตู้เซฟ ที่ต้องสงสัยทางเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้ทำการตรวจสอบ

 

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถยนต์เก๋งมาสด้า หมายเลขทะเบียน กพ5001 พล ซึ่งเป็นของพนักงานดูแลโรงแรม พบไพ่ จำนวน 5 สำรับ ชิปอุปกรณ์การเล่นการพนันจำนวนหนึ่ง สมุดบัญชีธนาคาร ที่มีเงินฝากร่วม 1.45  ล้านบาท ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบห้องพักของพนักงานที่อยู่ด้านหน้าโรงแรม ก็ยังพบกุญแจรถจักรยานยนต์ จำนวนกว่า 100 คัน ไพ่จำนวน 3 สำรับ และอุปกรณ์การเล่นจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้ทำการตรวจสอบ โดยการตรวจค้นครั้งนี้ ไม่พบการลักลอบการเล่นการพนัน

 

พลตรีคู่ชีพ เลิศหงิม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่4 กล่าวว่า เป็นการปฏิบัติปราบปรามปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด บ่อนการพนัน อาวุธสงคราม ที่จะต้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการสนธิกำลังร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปกครอง ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบและดูแลความเรียบร้อยทั้งทางด้านสังคม และปัญหาอาชญากรรม ตามคำสั่งของ คสช. ที่ให้ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยในการตรวจค้นครั้งนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพิษณุโลก บันทึกของกลางในการตรวจค้น และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้ทำการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับการพนันหรือไม่อย่างไร เนื่องจากพบอุปกรณ์การเล่น ซึ่งหากมีส่วนเกี่ยวข้องก็ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ////

 
 

 

 

 

คนร้ายฆ่าฟันคอโหดคนงานสวนยางดับอนาถ 3 ศพ

 

เกิดเหตุคนงานชาวสวนยางพารา ฆ่าโหดคนงานด้วยกัน 3 ศพ เนื่องจากแบ่งเงินค่าขายขี้ยางพารา ไม่ลงตัว จึงแอบตอนผู้เสียชีวิตนอนหลับในห้อง แอบเข้าไปใช้มีดฟันคอ จนเสียชีวิต ทั้ง3 ราย

 

 

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน. พ.ต.ท.ธนา โพธิ์ทอง พนักงานสอบสวน สภ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายในห้องพักคนงานภายในสวนยางพารา หมู่ 12 บ้านห้วยน้ำเย็น ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.หทัยวัฒน์ จารุชัยนิวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชาติตระการ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา และแพทย์เวรโรงพยาบาลชาติตระการ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักคนงานอยู่ในสวนยางพาราเนื้อที่ 14 ไร่ ในห้องพักห้องที่ 1 พบศพ นายโสภณ แก้วเจริญ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 6 ต.เวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี สภาพศพถูกฟันด้วยของมีคมเข้าที่ใบหน้า ต้นคอ เป็นแผลฉกรรจ์ เลือดสาดกระเซ็นแห้งเกรอะกรังเปื้อนพื้นและฝาผนัง เป็นภาพที่น่าสยดสยอง

 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบห้องพักคนงานห้องที่ 5 พบศพผู้เสียชีวิตอีกจำนวน 2 ศพ ทราบชื่อต่อมาคือ นายจรินทร์ เพชรคง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/1 หมู่ 6 ต.เวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี และ น.ส.วันทนี ไทยเกิด อายุ 39 ปี สองสามีภรรยา สภาพทั้งสองศพถูกคนร้ายใช้ของมีคมฟันเข้าที่ลำคอจนหวิดขาด และมีบาดแผลถูกฟันตามร่างกายหลายแห่งอย่างโหดเหี้ยม คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง

 

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เบื้องต้น ทราบว่า เมื่อช่วงค่ำของคืนวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน พร้อมกับนายสมศักดิ์  ไม่ทราบนามสกุล คนงานชาวพม่า และนายพิศรุจน์ จันทะปะ อายุ 31 ปี หรือโอม อยู่บ้านเลขที่ 24/4 หมู่ 1 ต.เขานิพันธ์ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนคนงานสวนยางพารา ได้ตั้งวงดื่มสุรากันหน้าห้องพัก หลังจากขายขี้ยางพารามาได้จำนวน 10,000 บาท หลังจากดื่มกินกันจนเมาได้ที่ทั้งหมดได้แยกย้ายกันเข้าห้องพัก จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายสมศักดิ์ คนงานชาวพม่า ได้กลิ่นศพเหม็น จึงไปแจ้งเจ้าของไร่ยางพารามาตรวจสอบ ก็พบว่ามีผู้เสียชีวิต ทั้ง 3 รายดังกล่าว เบื้องต้นจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และพบว่า  นายพิศรุจน์ หรือโอม ได้หายไปพร้อมกับจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่จึงได้รีบดำเนินการติดตามหาตัวทันที 

 

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้าย คือ นายพิศรุจน์ หรือ โอม เป็นผู้ลงมือสังหารผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เนื่องจากโกรธแค้นที่ทะเลากัน เรื่องแบ่งเงินขายขี้ยางพารามาได้จำนวน 10,000 บาท ไม่ลงตัว จึงได้แอบลงมือสังหาร ขณะทั้ง 3 ราย นอนหลับภายในห้องนอน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

 

 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL