พฤหัสบดี, ธันวาคม 08, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ประตูเหล็กล้มทับร่างพ่อเฒ่า รปภ. ดับ

สลดประตูเหล็กหน้าบ้านหนักกว่า 500 กก. ล้มทับร่างพ่อเฒ่า รปภ. ดับอนาถคาที่

 

 

วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.อิสระ  คุ้มวันดี รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนถูกประตูบ้านล้มทับเสียชีวิตคาที่ บริเวณหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่งใกล้เคียงซอยโรงแรมชัยพฤกษ์ ถ.พิษณุโลก – เด่นชัย หมู่ 8 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุอยู่ในซอยป่ารกทึบพบบริเวณบ้านตัวอย่างของโครงการมีประตูเหล็กขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่า 500 กก. ล้มทับร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพันธ์  ฐานโพธิ์ อายุ 67 ปี ชาว อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เป็น รปภ. ผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว สภาพศพนอนตะแคงข้างถูกเหล็กประตูกดทับที่ลำตัวและลำคอมีร่องรอยเขียวช้ำ กระดูกหักหลายแห่ง เนื้อตัวเริ่มซีดแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชม. เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้กำลังจำนวน 10 คน ช่วยกันใช้ไม้งัดประตูขึ้นก่อนนำหินมาหนุนค้ำยันไว้ ก่อนจะดึงร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากใต้ประตูเหล็กอย่างทุลักทุเล พร้อมนำร่างส่งชันสูตรพลิกศพที่นิติเวรโรงพยาบาลพุทธชินราช

จากการสอบถาม นายไพฑูรย์  โพธิ์ทอง อายุ 62 ปี ผู้ที่มาพบศพ ให้การว่า นายพันธ์ ผู้เสียชีวิต เป็นลูกจ้างดูแลหมู่บ้านร้างแห่งนี้มากว่า 10 ปี และตนรู้จักกับนายพันธ์มาหลายปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุตนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหาปลาที่สระน้ำใกล้เคียง กระทั่งผ่านมายังจุดเกิดเหตุก็เห็นว่าประตูเหล็กหน้าบ้านล้มทับผู้เสียชีวิตอยู่ก่อนแล้ว จึงรีบวิ่งไปดูก็เห็นร่างของนายพันธ์ถูกทับไม่สามารถดึงร่างออกมาได้ และเสียชีวิตในที่สุด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากประตูเหล็กชำรุดขึ้นสนิมจึงล้มลงมาทับร่างผู้เสียชีวิต หรือผู้เสียชีวิตอาจจะมาซ่อมประตูทำให้หลุดออกจากรางเหล็กเลื่อนจนล้มทับร่างดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมจะติดต่อให้ญาติมารับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

 

ประตูเหล็กล้มทับร่างพ่อเฒ่า รปภ. ดับ

สลดประตูเหล็กหน้าบ้านหนักกว่า 500 กก. ล้มทับร่างพ่อเฒ่า รปภ. ดับอนาถคาที่

 

วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.อิสระ  คุ้มวันดี รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนถูกประตูบ้านล้มทับเสียชีวิตคาที่ บริเวณหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่งใกล้เคียงซอยโรงแรมชัยพฤกษ์ ถ.พิษณุโลก – เด่นชัย หมู่ 8 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุอยู่ในซอยป่ารกทึบพบบริเวณบ้านตัวอย่างของโครงการมีประตูเหล็กขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่า 500 กก. ล้มทับร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพันธ์  ฐานโพธิ์ อายุ 67 ปี ชาว อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เป็น รปภ. ผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว สภาพศพนอนตะแคงข้างถูกเหล็กประตูกดทับที่ลำตัวและลำคอมีร่องรอยเขียวช้ำ กระดูกหักหลายแห่ง เนื้อตัวเริ่มซีดแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชม. เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้กำลังจำนวน 10 คน ช่วยกันใช้ไม้งัดประตูขึ้นก่อนนำหินมาหนุนค้ำยันไว้ ก่อนจะดึงร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากใต้ประตูเหล็กอย่างทุลักทุเล พร้อมนำร่างส่งชันสูตรพลิกศพที่นิติเวรโรงพยาบาลพุทธชินราช

จากการสอบถาม นายไพฑูรย์  โพธิ์ทอง อายุ 62 ปี ผู้ที่มาพบศพ ให้การว่า นายพันธ์ ผู้เสียชีวิต เป็นลูกจ้างดูแลหมู่บ้านร้างแห่งนี้มากว่า 10 ปี และตนรู้จักกับนายพันธ์มาหลายปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุตนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหาปลาที่สระน้ำใกล้เคียง กระทั่งผ่านมายังจุดเกิดเหตุก็เห็นว่าประตูเหล็กหน้าบ้านล้มทับผู้เสียชีวิตอยู่ก่อนแล้ว จึงรีบวิ่งไปดูก็เห็นร่างของนายพันธ์ถูกทับไม่สามารถดึงร่างออกมาได้ และเสียชีวิตในที่สุด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากประตูเหล็กชำรุดขึ้นสนิมจึงล้มลงมาทับร่างผู้เสียชีวิต หรือผู้เสียชีวิตอาจจะมาซ่อมประตูทำให้หลุดออกจากรางเหล็กเลื่อนจนล้มทับร่างดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมจะติดต่อให้ญาติมารับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

 

ผวาเจอจระเข้โผล่แม่น้ำน่านอีกตัว

ชาวบ้านผวาหนักเจอจระเข้โผล่แม่น้ำน่านอีกตัวหลงเข้าไปติดลอบดักปลา หลังเพิ่งจับได้ก่อนหน้านี้

 

 

           เมื่อเวลา 10.30 น.  วันที่ 25 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีจระเข้ว่ายเข้าไปติดอยู่ในลอบดักปลาของชาวบ้าน บริเวณริมแม่น้ำน่านพื้นที่ หมู่ 4 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณริมแม่น้ำน่านหลังบ้านเลขที่ 47/89 ม.4 ต.หัวรอ พบชาวบ้านและเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพกำลังช่วยกันใช้เชือกและหนังยางมัดปากและขากับลำตัวของจระเข้เอาไว้อย่างแน่หนา เนื่องจากจระเข้ตัวดังกล่าวมีลักษณะนิสัยดุร้าย พยายามดิ้นอ้าปากต่อสู้อยู่ตลอดเวลา พร้อมประสานไปยังนายประมวล  อิ่มใจกล้า เจ้าพนักงานประมงชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดพิษณุโลก ร่วมตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นจระเข้สายพันธุ์น้ำจืด อายุประมาณ 1 – 2 ปี ทำการวัดขนาดมีความยาว 1 เมตร 20 เซนติเมตร แต่ยังไม่สามารถระบุเพศได้ เพราะต้องส่งไปให้ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการประมงน้ำจืด เขต 3 พิจิตร รับไว้ในการดูแลก่อน พร้อมขอแจ้งเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำน่านให้เฝ้าระมัดระวังเป็นพิเศษ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่กรมประมงตรวจสอบฟาร์มจระเข้ในเขตพื้นที่เมืองพิษณุโลกที่มีจำนวน 2 แห่ง พบว่าสถานที่ได้มาตรฐานมั่นคงแข็งแรงดี อาจจะเป็นจระเข้จำนวนหนึ่งซึ่งหลุดออกมาในช่วงฤดูน้ำหลากที่ผ่านมา

            จากการสอบถาม นายณัฐชัย  ชุมพงษ์ อายุ 25 ปี ผู้พบจระเข้คนแรก เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนลงไปล้างทำความสะอาดเรือหางยาวที่จอดไว้ริมแม่น้ำน่านหลังบ้าน และสังเกตเห็นว่ามีสัตว์เข้าไปติดอยู่ในลอบดักปลาของพ่อ เมื่อก้มลงไปดูก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าในลอบดักปลามีจระเข้เข้าไปติดอยู่ไม่สามารถออกมาได้ จึงรีบไปตามเพื่อนบ้านให้มาช่วยกันยกลอบดักปลาขึ้นมาไว้บนฝั่ง ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่าขณะที่นำลอบดักปลาขึ้นฝั่งยังมีจระเข้อีก 1 ตัว ว่ายน้ำผ่านไปอีกด้วย คาดว่าจระเข้น่าจะว่ายเข้าไปหลบซ่อนตัวใต้โพรงดินริมตลิ่งก็เป็นได้ ขณะที่เมื่อวานที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็สามารถจับจระเข้ได้อีก 1 ตัว แต่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำกัน ที่ว่ายมากินโครงไก่ของชาวบ้านที่ดักไว้ ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดกลัวจระเข้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือจับจระเข้ให้หมดไปจากแม่น้ำน่านด้วย.

   

ชาวบ้านแห่ดูจระเข้ ตัวเขื่อง หลังหลุดมาอยู่แม่น้ำน่าน

ชาวบ้านหมู่5 บ้านพลายชุมพล ต.พลายชุมพล อ.เมืองพิษณุโลก ชมดูจระเข้ เพศเมีย ลำตัวยาว130 ซม. น้ำหนักประมาณ 25 กม. หลังจับได้เมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณแม่น้ำน่าน

 

 

 

เมื่อเวลา 08.00 น.ของวันที่ 24 พ.ย.  59  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมแม่น้ำน่าน หมู่5 บ้านพลายชุมพล ต.พลายชุมพล อ.เมืองพิษณุโลก นายสมพงษ์ โพธิ์สะวัง นายกเทศมนตรีตำบลพลายชุมพล พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลพลายชุมพล และชาวบ้านได้ร่วมกันตรวจดูจระเข้น้ำจืด ตัวเขื่อง  หลังจากเจ้าหน้าที่ดักจับได้เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา   โดยใช้โครงไก่เป็นเหยื่อล่อในเครื่องดักจับ   ทำให้ชาวบ้านหลายคนทราบข่าว ได้เดินทางมาดูกันที่ริมตลิ่งแม่น้ำน่านกันจำนวนมาก  โดยจระเข้ดังกล่าว เพศเมีย ลำตัวยาว130 ซม. น้ำหนักประมาณ 25 กม.

 

นายหัสดิน  วาดอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่5 เปิดเผยว่า จากลักษณะแล้วน่าจะเป็นจระเข้เลี้ยงที่หลุดมา เพราะที่ผ่านมาบริเวณนี้ไม่เคยมีจระเข้ปรากฏมาก่อน และจากการนำโครงไก่มาใส่กงดักและวางไว้เมื่อช่วง 18.00 น. วันที่ผ่านมา เพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง ก็สามารถจับจระเข้ได้เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา คาดว่าจะมีผู้ที่เลี้ยงไว้น่าจะนำมาปล่อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่นำโครงไก่มาหลอกล่อเป็นเหยื่อ เมื่อจระเข้ ได้กลิ่นก็วิ่งมากิน และสามารถจับได้ภายใน 3 ชม.

 

ขณะที่นายสมพงษ์  โพธิ์สะวัง นายกเทศบาลตำบลพลายชุมพล กล่าวว่า หลังจากชาวบ้านพบจระเข้ในแม่น้ำน่านเมื่อวันที่ 18 พ.ย. พวกเราก็มีความกังวล เป็นห่วงบุตรหลาน และชาวบ้านที่ลงจับปลาในแม่น้ำน่าน จึงมอบหมายให้ฝ่ายป้องกัน ทำกงดักเพื่อดักจับจระเข้ตัวนี้ และก็สามารถดักจับได้ดังกล่าว  เบื้องต้นตนได้โทรศัพท์ประสานประมงอำเภอเมืองพิษณุโลก ขอให้มาตรวจสอบ โดยจะนำจระเข้ตัวนี้ ไปเลี้ยงอนุบาลไว้ที่สำนักงานเทศบาลตำบลพลายชุมพลก่อน หลังจากนั้นก็จะได้ติดต่อทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด เขต 3 พิจิตร นำไปดูแลต่อไป

 

ธเนส อนุดิษฐ/รายงาน

 

พ่อเลี้ยงโหดเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ่อเลี้ยงโหดทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยงวัย 5 ขวบ ด้วยการตบที่ศีรษะจนล้ม ก่อนจะใช้เท้ากระทืบซ้ำ สำนึกผิดเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอโทษสังคมทั้งนี้ที่ทำลงไปเพราะเครียดภาระครอบครัวและวันเกิดเหตุเด็กไม่ยอมอ่านหนังสือตามที่สอน

 

 

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก นายพงษ์ศักดิ์ สหายสุข อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/93 หมู่ 3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ ว.9 / 2559 ลงวันที่ 18 พ.ย. 59 ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก หลังที่ก่อคดีทำร้ายร่างกาย ด.ช.แม็ก (นามสมมุติ) ลูกเลี้ยง อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก ด้วยการตบที่ศีรษะจนล้ม ก่อนจะใช้เท้ากระทืบซ้ำ ซึ่งกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียนสามารถบันทึกเอาไว้ได้ ซึ่งหลังเกิดเหตุนายพงษ์ศักดิ์ได้หลบหนีไป โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์กดดันในพื้นที่ที่ต้องสงสัยว่าผู้ต้องหาไปหลบซ่อนตัวอยู่จนในวันนี้ นายพงษ์ศักดิ์ พ่อเลี้ยงโหด ได้เดินทางเข้ามอบตัวพร้อมทนายความ และพี่สาว ซึ่งทางว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะสิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก และ พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้ร่วมกันสอบปากคำนายพงษ์ศักดิ์ พร้อมแจ้งข้อ 2 หา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ และข้อหากระทำการรุนแรงในครอบครัว

โดยนายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกสำนึกผิดทั้งนี้ที่ทำลงไปในวันเกิดเหตุตนอยู่ในอาการเครียดมาจากภาระครอบครัวและเมื่อมาสอน ด.ช.แม็ก อ่านหนังสือ ด.ช.แม็ก ไม่ยอมอ่านจึงอารมณ์ขึ้น บันดาลโทษะลงมือไปด้วยความรุนแรง และหลังจากนั้นได้หลบหนีไปกลับบ้านไปหาเพื่อนก่อน จากนั้นก็กลับไปขอโทษแม่ตนเองในการกระทำก่อน หลังจากนั้นก็เลยหนีไปอยู่บ้านเพื่อนที่กรุงเทพ และสำนึกผิด จึงตัดสินใจเดินทางมาขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  พร้อมกับกล่าวว่า จึงอยากขอโทษครอบครัว และสังคม ที่ได้กระทำความรุนแรงลงไปและอยากให้สังคมให้อภัยและจะกลับตัวใหม่และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก พร้อมทั้งยอมรับโทษทุกข้อหา และได้เตรียมพานธูปเทียนมากราบขอขมาพ่อแม่ตนเองและพ่อตาแม่ยายด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก. สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายพงษ์ศักดิ์ไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ใน 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ และข้อหากระทำการรุนแรงในครอบครัว  พร้อมไม่ได้ให้ประกันตัวเพราะมีพฤติกรรมหลบหนีหลังก่อเหตุ

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL