พฤหัสบดี, มิถุนายน 29, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

รถตู้ลงเขาเบรคแตกที่ภูหิน เจ็บ 8 ตาย 1

 
ถตู้ทัวร์แสวงบุญผู้สูงอายุขับลงเขา ที่อช.ภูหินร่องกล้า เกิดเบรกแตกชนไหล่เขาบาดเจ็บ 8 ราย เสียชีวิต 1 ราย
 
 

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ร.ต.อ.มนัส  แก้วจินดาคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถตู้พุ่งชนไหล่เขาที่บริเวณทางลงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย บนถนนสายภูหินร่องกล้า – ภูทับเบิก (ขาล่อง) หมู่ 15 บ้านห้วยน้ำไซ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม และกู้ภัยนครไทย ในที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบอร์น-เงิน หมายเลขทะเบียน ฮภ 9465 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนต้นไม้ข้างทางและไหล่เขา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายซึ่งเป็นผู้สูงอายุติดอยู่ภายในห้องโดยสาร ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันงัดซากรถ พร้อมลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งต่อยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จำนวน 9 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 7 ราย นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย คือ  นางผกามาศ  สินสืบผล อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/1 ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ส่วนคนขับรถตู้ ทราบชื่อคือ นายพิชัย  มหาทา อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 337/24 เคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
 
 
จากการสอบสวน นายพิชัย คนขับรถตู้ ให้การว่า ตนเองได้รับคณะครูเกษียณอายุราชการจากหลายโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร และกลุ่มผู้สูงอายุจากหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง (กรุงเทพกรีฑา) เพื่อเดินทางมาทอดผ้าป่าจำนวน 5 คัน โดยเมื่อวานที่ผ่านมาได้ทำบุญทอดผ้าป่าที่วัดป่าภูทับเบิก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังจากนั้นได้ขึ้นมานอนพักที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 1 คืน ก่อนที่จะกำลังมุ่งหน้าไปทำบุญทอดกฐินต่อที่วัดผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ แต่ระหว่างทางเป็นถนนลาดชันลงเขาและเป็นทางโค้งหักศอก ทำให้รถตู้คันของตนเองเกิดเบรกแตกขณะขับลงเขา ทำให้ต้องพยายามประคองรถให้เบียดกับที่กั้นริมทาง แต่ด้วยแรงรถที่ลงเขามาอย่างเร็วทำให้รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้และชนไหล่เขาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
 
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.
 

พ่อแม่โศกเศร้ารับศพน้องโจจมน้ำเสียชีวิตที่สหรัฐกลับมาถึงพิษณุโลกแล้ว

 
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเดินทางมารับศพ นายสิรวิชญ์  จันทบุรานันท์ หรือน้องโจ นักเรียนแลกเปลี่ยนประสบเหตุจมน้ำเสียชีวิตที่ แหลมแฮธเทอราส รัฐนอร์ท แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา  เดินทางกลับมาถึง จ.พิษณุโลก ขณะที่ บิดามารดา ยืนรอรับศพเพียงเห็นขบวนเคลื่อนเข้ามาน้ำตาไหลพรากนองหน้าทั้งสอง ต่างกอดพากันเดินไปรับลูกชาย ขณะที่ทางโรตารีและเพื่อนนักเรียนมาร่วมขบวนนำศพขึ้นศาลาการเปรียญอย่างยิ่งใหญ่ ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ส่งหรีดต้นไม้ร่วมแสดงความอาลัย 
 
 
 
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน  ที่วัดธรรมจักร อ.เมือง จ.พิษณุโลก  นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลกและคณะ  ได้เดินทางมาร่วมรับศพ นายสิรวิชญ์  จันทบุรานันท์ หรือน้องโจ อายุ 18 ปี นักเรียน ชั้น ม.5 โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากสโมสรโรตารีพุทธชินราช จ.พิษณุโลก อาศัยอยู่กับโฮสจมน้ำเสียชีวิตที่ แหลมแฮธเทอราส รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เนื่องจากเพื่อนเล่นโต้คลื่นคนหนึ่งกำลังจะจมน้ำ นายสิรวิชญ์ เห็นเหตุการณ์จึงได้เข้าไปช่วยเหลือ กระทั่งช่วยเพื่อนเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่ตัวเองเกิดหมดแรงและถูกกระแสน้ำพัดจมหายไป  เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา โดยศพน้องโจ ได้มีขบวนเพื่อน ๆ ไปรับที่ หน้ามาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนเคลื่อนมายังวัดธรรมจัดเพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณี  
 
ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เพียงเห็นขบวนรถเคลื่อนเข้ามาถึงวัด นายเจษฎา และ นางวรวิจิตร  จันทบุรานันท์   บิดามารดาของน้องโจ น้ำตาไหลพรากแทบขาดใจ แต่ทั้งสองก็ยังเข้มแข็งพากันพยุงไปรับศพลูกชาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมเพื่อนนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนของโรตารี และเพื่อนักเรียนโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมมาร่วมรับศพ ก่อนให้นักศึกษาวิชาทหาร แบกร่างน้องโจขึ้นศาลาการเปรียญ อย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติในความกล้าหาญ ของเด็กนักเรียนไทยที่สร้างชื่อเสียงในความด้านความมีน้ำในและความเสียสละในครั้งนี้   หลังจากนำศพตั้งที่บนศาลาการเปรียญแล้ว  ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนไตร  และทอดผ้าบังสุกร เพื่อเคารพศพน้องโจด้วย  
 
 
อย่างไรก็ตาม บนศาลาการเปรียญวัดธรรมจักร  สถานที่สำหรับพิธีการทางศาสนามีการจัดบอร์ด ป้ายไวนิล แสดงความไว้อาลัย และสดุดีในความกล้าหาญ น้องโจที่เสียสละว่ายน้ำไปช่วยเพื่อนที่จะจมน้ำจนรอด แต่ตัวเองต้องมาเสียชีวิต ด้วยคำว่าภาษาอังกฤษว่า Welcome home  My hero มีพวงหรีดของเพื่อน และ ชาวโรตารี ส่งมาแสดงความเสียใจจำนวนมาก รวมถึงหรีดต้นไม้ ของรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  
 
นอกจากนี้ ยังมีโฮส หรือ พ่อชาวสหรัฐ ที่น้องโจไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา ทราบชื่อมร.ท็อด ได้เดินทางมาร่วมงานศพด้วย โดยมาถึงพิษณุโลกเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา และ ได้เก็บเสื้อผ้าสัมภาระต่าง ๆ ของน้องโจ รวมถึงภาพถ่ายต่าง ๆ ของน้องโจระหว่างศึกษาที่สหรัฐมาให้กับครอบครัวด้วย และมีอยู่ภาพหนึ่ง ที่น้องโจ ถ่ายรูปคู่กับเพื่อนสนิท ชื่อ แมค นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวเบลเยี่ยม ที่น้องโจ ลงไปช่วยเหลือขณะกำลังจมน้ำ กระทั่งแมครอดชีวิต แต่น้องโจ ได้จมน้ำเสียชีวิต  
 
 
นายเจษฎา และ นางวรวิจิตร  จันทบุรานันท์  ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ครอบครัวเราได้ทุกฝ่ายช่วยเหลือ และเป็นไปด้วยดี สำหรับวันนี้ ทางโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม และสโมสรโรตารีจัดให้ ในการตั้งแถวต้อนรับน้องโจ จากนั้นจะมีพิธีรดน้ำศพในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 24 มิถุนายน และสวดอภิธรรมทุกคืน มีพิธีฌาปณกิจ ในวันที่ 1 กรกฏาคม 2560 สำหรับคืนนี้ ทางเจ้าภาพ ขอแสดงความอาลัยกับน้องเป็นการส่วนตัวภายในครอบครัว  
 
น้องเต้ นายณัฏฐนิช  เฉลิมวิสุฒน์กุล นักเรียนแลกเปลี่ยน ที่เดินทางไปสหรัฐอเมริกาพร้อมกับโจ แต่เรียนกันคนละแห่ง วันนี้ได้เดินทางกลับมาเมืองไทยก่อนกำหนด เพื่อมาร่วมงานศพเพื่อนสนิท น้องเต้ เปิดเผยว่า โจจะให้เพื่อนเต็มร้อยเสมอ ไม่เคยทิ้งเพื่อนไปไหน จะคอยอยู่กับเพื่อนตลอดเวลา ที่ทราบข่าวก็ทราบมาจากคุณพ่อ พวกผมรู้สึกเสียใจมาก พูดไม่ออก วันนี้ก็เลื่อนตั๋วเครื่องบินกลับมาหาเพื่อนทันที
 

ทางมืดนักศึกษาควบจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกดับ

นักศึกษาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก ขี่ รถจักรยานยนต์กลับหอพัก ระหว่างทางถนนมืดมองไม่เห็นพุ่งชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อที่วิ่งอยู่เลนซ้าย เสียชีวิตทันที 1ราย

 

 

 

กลางดึก วันที่ 23มิ.ย. ร.ต.อ.ณัฐพงษ์  กัมปนาท รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต 1ราย บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 117พิษณุโลก – นครสวรรค์ ม.10ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมิตรภาพมงคลธรรม ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เอ็มเอสเอ็กซ์ สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่กลางถนนสภาพด้านหน้ามีร่องรอยการเฉี่ยวชนอย่างรุนแรงจนพังยับเยิน ใกล้กันพบศพชาย 1ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายธีรศักดิ์  นงนวล อายุ 19ปี อาศัยบ้านเลขที่101ม. 7ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ซึ่งกำลังศึกษาที่วิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง(วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจพิษณุโลก )ชั้นปีที่ 2ช่างไฟฟ้า สภาพศพสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์สีดำ สภาพศพนอนจมกองเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าฝั่งซ้าย และถอกฟกช้ำทั่วไปตามร่างกาย ห่างออกไป 200เมตร พบรถบรรทุกยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-1826จ.ลำปาง โดยมีนายอนุวัฒน์  อุดจันทร์ อายุ 26ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 91/1ม.8ต.แม่ปืม อ.เมือง จ.พะเยา แสดงตัวว่าเป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถาม นายชัยวัฒน์  ศรีสมศักดิ์ เพื่อนผู้ตายเล่าว่า ตนและผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาคนละคันกับผู้ตายซึ่งกำลังจะกลับหอพักที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายไม่เห็นรถบรรทุกสิบล้อที่กำลังขับอยู่ในเลนซ้ายและประกอบกับที่เกิดเหตุเป็นถนนช่วงที่ไม่มีไฟส่องสว่างและมืดผู้ตายจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ชนเข้าไปที่ด้านท้ายรถบรรทุกอย่างจังทำให้ผู้ตายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

ด้านนายอนุวัฒน์ คนขับรถบรรทุกสอบล้อ ให้การว่า ตนได้ขับรถไปรับอุปกรณ์ก่อสร้างมาจาก กรุงเทพ เพื่อจะนำไปส่งที่ จ.เชียงราย ระหว่างขับมาถึงที่เกิดเหตุตนรู้สึกว่าเหมือนมีรถมาชนด้านท้ายอย่างแรง จึงได้นำรถเข้าจอดไหล่ทางด้านซ้ายและลงมาดูก็พบว่า นายธีรศักดิ์ ได้เสียชีวิตแล้ว ตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง สำหรับศพผู้เสียชีวิตได้นำส่งนิติเวชโรงพยาบาลบางระกำเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูติเพื่อหาสาเหตุในการเสียชีวิตครั้งนี้ ก่อนที่จะมอบให้ญาตินำไปดำเนินการตามขั้นตอนของประเพณีต่อไป.

   

ป้าสุดทนติดกล้องวงจรปิดรอบร้านกันคนร้ายฉกเงิน

คุณป้าร้านขายของชำสุดแค้น ถูกคนร้ายฉกเงินเพียงเสียววินาที กล้องวงจรปิดจับภาพชัดเจน วอนตำรวจเร่งจับกุมเพราะเศรษฐกิจก็แย่ คนร้ายก็เยอะ เพราะเปิดร้านมาเจอหลายรูปแบบทั้งป้ายยา  หลอกขึ้นรางวัล

 

 

วันที่ 21มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ในร้านขายของชำ โดยกล้องวงจรปิดของทางร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านขายของชำซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3ชั้น ตั้งอยู่เลขที่ 459/1145หมู่ 7ริมถนนเส้นมิตรภาพ ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก พบ น.ส.เพ็ญพร  หรือป้าเพ็ญ  คงครุต อายุ 54ปี เจ้าของร้าน กำลังยืนขายของอยู่หน้าร้านดังกล่าว พร้อมทั้งจ้างช่างมาติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมอีก 4 ตัวทั่วร้าน

โดยป้าเพ็ญ เปิดคลิปจากวงจรปิดให้ดูพร้อมเล่า เมื่อเวลาประมาณ 17.55น. ของวันที่ 17มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะกำลังขายของอยู่หน้าร้านกับหลานสาววัย 17ปี มีชายหนุ่มอายุราว 30-35ปี สวมเสื้อสีเทาขลิบฟ้า ทำทีเข้ามาขอซื้อของ แต่ระหว่างนั้นตนรู้สึกปวดท้อง จึงรีบไปเข้าห้องน้ำโดยปล่อยให้หลานสาวอยู่ดูแลเพียงลำพัง พร้อมกับนำเงินทอนใส่ไว้ในลิ้นชักใต้โต๊ะให้ แต่ระหว่างที่หลานสาวขายของอยู่นั้น ชายคนดังกล่าวได้อาศัยจังหวะระหว่างที่หลานสาวหันหลังไปหยิบน้ำปลาและปลากระป๋อง เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะขโมยเงินทอนออกไปจำนวน 2,000บาท แล้วทำทีเหมือนว่าไม่เกิดอะไรขึ้น เมื่อตนเองออกมาจากห้องน้ำหลานสาวบอกว่าได้ยินเสียงคนเปิดลิ้นชัก คาดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะหยิบฉวยขโมยเงินไป ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี กระทั่งมาเปิดดูกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ภายในร้านจำนวน 4ตัว ก็พบว่าเงินที่ใส่ไว้ในลิ้นชักถูกขโมยไปจริง จึงรีบเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก

แต่ที่น่าแค้นใจหลังเกิดเหตุแค่เพียง 1วัน คนร้ายรายเดิมก็ย้อนกลับมาที่ร้านของตนอีกครั้ง ซึ่งตนจดจำยี่ห้อและทะเบียนรถคนร้ายได้ คือ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1097พิษณุโลก  จึงร้องตะโกนให้เพื่อนบ้านช่วยกันจับตัว แต่คนร้ายไหวตัวทันรีบซิ่งรถจักรยานยนต์หลบหนีได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพอทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมได้ไม่ยาก

และในวันนี้ตนเองยอมลงทุนควักเงิน จำนวน 15,000 บาท จ้างให้ช่างมาติดกล้องวงจรปิดในร้านเพิ่มจำนวน 4 ตัว รวมทั้งร้าน 8 ตัว เพื่อบันทึกภาพทุกมุมภายในร้าน เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้ติดกล้องวงจรปิด มีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักขโมย ป้ายยา ขึ้นหวยปลอม จ่ายเงินปลอม ฯลฯ เงินที่ลงทุนซื้อของมาขายแทบไม่เหลือกำไร เพราะถูกคนร้ายก่อเหตุลักษณะดังกล่าวถี่ยิบ จึงอยากฝากเตือนภัยถึงร้านค้าอื่นๆ ให้ระแวดระวังมิจฉาชีพที่ออกตระเวรหากินระยะนี้ และอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย.

 

ยิงนายก อบต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก

 

น้องเมีย ใช้อาวุธปืนยิงว่าที่ร้อยตรีธรรมนูญ  ท้าวฮ้าย นายกอบต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลกได้รับบาดเจ็บ ญาตินำส่งรพ.พิษณุเวช รอมอบตัวจนท.ตำรวจที่บ้าน สาเหตุปัญหาทะเลาะกันเรื่องส่วนตัว

 

 

เวลาประมาณ 21.00น. วันที่ 12มิ.ย.60ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน ยิงว่าที่ร้อยตรีธรรมนูญ  ท้าวฮ้าย นายกอบต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก ได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านพัก ต.บ้านกร่าง ญาติได้นำตัวมารักษาอาการที่โรงพยาบาลพิษณุเวชเป็นการด่วน เบื้องต้น ถูกอาวุธปืนขนาด .38ยิงเข้าที่ร่างกายหลายนัด แต่ผู้บาดเจ็บยังรู้สึกตัว  แต่เนื่องจากมีเลือดตกภายในช่องท้องจำนวนมาก อาจทำให้เสียชีวิต จึงทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อต่อมาคือนายสุเทพ  โพธิ์ศรี เป็นน้องเมียของนายกอบต.บ้านกร่าง ที่อยู่บ้านติดกัน และไม่ได้หลบหนีไปไหน รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในบ้านพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เบื้องต้นทราบเพียง มาจากปัญหาการทะเลาะส่วนตัวของทั้งคู่

ส่วนที่รพ.พิษณุเวช แพทย์ได้รักษาอาการ นายกอบต.บ้านกร่าง ขณะนี้พ้นขีดอันตราย ซึ่งมีเพื่อนนักการเมือง ญาติมาคอยให้กำลังใจ และ ต่อมานายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.มนตรี ชุติพงษ์วิเวท รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช เพื่อสอบถามเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีเพื่อนนายก และผู้ร่วมงาน ตลอดทั้งญาติพี่น้องของนายก อบต.บ้านกร่าง มารอฟังข่าวกันที่หน้าห้องฉุกเฉินเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีภรรยา ว่าที่ร้อยตรีธรรมนูญ ท้าวฮ้าย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกร่าง รวมอยู่ด้วย

ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้สอบถาม เรื่องที่เกิดขึ้น ทราบว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว โดยผู้ก่อเหตุเป็นน้องเมีย สาเหตุเนื่องจากไม่พอใจ และประกอบน้องเมียเมาสุรามาจากด้านนอก เมื่อเข้าไปในบ้าน จนเกิดมีปัญหา จนเกิดเหตุยิงพี่เขยดังกล่าว

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL