อังคาร, เมษายน 28, 2015
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

รถบรรทุกพลทหารเบรกแตกเสียหลักพุ่งลงจากเขาสมอแคลง

เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพลทหารเบรกแตกเสียหลักพุ่งลงจากเขาสมอแคลง ชนรั้วบ้านเจ็บหลายราย

 

 

                เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 25 เม.ย. ร.ต.ท.คนึง  พรมใจ พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพลทหารเบรกแตกเสียหลักพุ่งลงจากเขาสมอแคลง ข้ามถนนขนาด 4 เลน พุ่งชนรั้วบ้านเรือนประชาชน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนเส้นพิษณุโลก-วังทอง ฝั่งขาเข้าเมือง หมู่ 11 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกู้ชีพโรงพยาบาลวังทอง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพารีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 453 หมู่ 11 ต.วังทอง พบรถบรรทุก 4 ล้อ ขนาด 2 ตันครึ่ง ยี่ห้ออีซูซีสีเขียว ทะเบียนกงจักร หมายเลข 93213 สังกัด ป.พัน 104 ค่ายเอกาทศรถ ชนกับเสารั้วประตูหน้าบ้านเข้าไปด้านใน สภาพกระจกหน้าแตกพังเสียหายพังยับเยิน โดยมีพลทหารรวมทั้งพลขับ จำนวน 11 คน ที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บทางกระดูก และมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง นอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงออกมาจากตัวรถ พร้อมให้การช่วยเหลือนำตัวส่งที่โรงพยาบาลวังทองเพื่อทำการรักษาในเวลาต่อมา

                 จากการสอบ นายธนวรรษ์  นิธิปัญญา อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองพร้อมด้วยแฟนสาวได้ขับรถกลับมาจากทำธุระที่ในตัวเมืองพิษณุโลก และได้จอดรถยนต์ไว้ริมถนน จากนั้นได้เปิดประตูรั้วเดินเข้ามาในบ้านได้เพียงไม่กี่นาที ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงรถยนต์ชนกับเสาประตูรั้วพุ่งเข้ามาด้านในเสียงดังสนั่น เมื่อวิ่งออกมาดูจึงพบว่าเป็นรถบรรทุกพลทหาร โชคดีที่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บรอดตายราวปาฏิหาริย์ แต่พลทหารได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

                ต่อมา พล.ต.คู่ชีพ  เลิศหงิม รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พล.ต.นพพร  เรือนจันทร์ ผบ.พล.ร.4 ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง โดยทราบว่าก่อนหน้านี้ทางกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดให้มีพิธีเททองหล่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ มณฑลพิธีลานพระมหาชัยเจดีย์ศรีสมอแคลง ยอดเขาสมอแคลง โดยมี พล.ท.สาธิต  พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 มาเป็นประธาน พร้อมมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่และกำลังพลในสังกัดมาร่วมงานจำนวนมาก เมื่อเสร็จสิ้นพิธีขณะเดินทางกลับซึ่งเป็นทางลาดชันลงเขา รถบรรทุกคันเกิดเหตุอาจเกิดเบรกแตกจนไม่สามารถเบรกรถได้ทัน จึงพุ่งลงมาจากเขาด้วยความเร็วสูง จนเป็นเหตุให้รถเสียหลักข้ามถนนขนาด 4 เลน มาชนกับรั้วบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทางกองทัพภาคที่ 3 พร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป

                เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ของอุบัติเหตุในครั้งอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถบรรทุกพลทหารเสียหลักตกข้างทางเชิงเขาสมอแคลง อ.วังทอง
1.จ.ส.อ.สมบัติ มีบุญรอด
2.พลทหาร สมพร ตาสาย
3.พลทหาร ณัฐยงค์ จันเชือ
4.พลทหาร อุทัย วงค์สิงห์
5.พลทหาร เกียรติศักดิ์ ครองถ้ำ
6.พลทหาร พงศ์ธร อยู่สถิต
7.พลทหาร อเนก นาวารี
8.พลทหาร สุทธิชัย ชตางาม
9.พลทหาร นิสิต เชิงเจ
10.พลทหาร คมกฤษ อุ่นผูก
11.พลทหาร พิษณุ ชะงามกลาง
 

เสื่อมได้อีก! บวช 18 พรรษา ดวดเบียร์รอรถไฟเมาแอ๋ แถมขู่ฆ่าคนจับสึก

ชาวบ้านทนไม่ไหว พระสงฆ์วัยเกือบ 60 ปีเมาแอ๋ในสถานีรถไฟพิษณุโลก โทร.แจ้งตำรวจจับ พบบวชมาแล้ว 18 พรรษา รอขึ้นรถไฟกลับนครสวรรค์ เกิดเครียดให้สามล้อไปซื้อเบียร์มาให้ดื่ม พระอุปัชฌาย์สั่งให้จับสึกกลับกล่าวอาฆาต

 

       
       บ่ายวันที่  21 เม.ย.58  เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมือง จ.พิษณุโลก รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระภิกษุเมาสุราอยู่บริเวณที่พักโดยสารสถานีรถไฟเมืองพิษณุโลก จึงประสานพระครูประภากรชัยกิจ รองเจ้าคณะอำเภอเมือง พระครูปลัดศักดิ์นรินทร์ กตสาโร เจ้าคณะตำบลในเมือง เขต 2 เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก พระครูสถาพร สังฆกิจ พระปลัดอุดมศักดิ์ อุตตมสฺกโก รองเจ้าอาวาสวัดท่ามะปราง อ.เมืองพิษณุโลก ในฐานะพระวินยาธิการ หรือตำรวจพระ เข้าร่วมทำการตรวจสอบ
       
       เมื่อไปถึงบริเวณสถานีรถไฟเมืองพิษณุโลกพบพระรูปหนึ่งนั่งอยู่ในสภาพที่เมามาย พอให้ลุกขึ้นยืนก็เซไปมาทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปที่ สภ.เมือง ตรวจสอบทราบชื่อ พระธงชัย เครือครุฑ อายุ 54 ปี แต่ไม่มีใบสุทธิ
       
       สอบถามพระธงชัยให้การว่า เป็นพระลูกวัดสังขวิจิตร อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ บวชมา 18 พรรษา เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาได้เดินทางไปหาพระที่รู้จักกันที่ จ.เลย ก่อนมาขึ้นรถไฟที่สถานีพิษณุโลกเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเพื่อกลับนครสวรรค์ ระหว่างนั้นเกิดความเครียด จึงได้จ้างคนถีบสามล้อไปซื้อเบียร์มาให้ 1 กระป๋อง และดื่มจนหมด กระทั่งมีเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัวดังกล่าว
       
       เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่ในห้อง พร้อมกับได้นำเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์มาให้พระธงชัยเป่า พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ถึง 203 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงให้สึกจากความเป็นพระ แต่พระธงชัยแจ้งว่าไม่ได้ทำผิด หรือฆ่าคนตาย จึงไม่ยอมสึกเด็ดขาด
       
       ต่อมาทางพระวินยาธิการจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามพระครูนิวิต อาจารวัฒน์ เนื่องจากเป็นพระอุปัชฌาย์ ต้นสังกัดที่บวชให้พระธงชัย ได้รับแจ้งว่าให้ทำการสึกได้ทันที


       
       พระวินยาธิการจึงได้ให้พระธงชัยสึก โดยบอกว่า พระครูนิวิต อาจารวัฒน์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์สั่งให้จับสึกได้เลย ทำให้พระธงชัยไม่พอใจพูดขู่อาฆาตพระอุปัชฌาย์ที่สั่งให้สึกตนเอง พร้อมกับพูดว่า “ใครก็ตามที่สึก จะฆ่าให้ดู” ก่อนที่จะยอมสึกจากการเป็นพระในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปล่อยตัวนายธงชัยไปทันที

 

สลดดาบตำรวจพร้อมลูกชายถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต

เกิดเหตุสลด ยศดาบตำรวจ  เดินหายออกจากบ้าน ลูกชายเดินออกมาตาม แล้วหายไปทั้งคู่จนภรรยาออกมาตามพบสามีและลูกชายเสียชีวิตในบึงน้ำ คาดสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าช๊อต

 

 

            เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 10เมษายน ที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดโบสถ์  อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก  ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนเสียชีวิตในบึงน้ำในพื้นที่  หมู่ 11  ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยบูรพา  ที่เกิดเหตุพบศพ ดาบตำรวจนิยม  แก้วศรีเอี่ยม   อายุ 64 ปี สวมเสื้อสีน้ำตาลแดงกางเกงสีน้ำเงิน นอนเสียชีวิตคู่กับนายชัชวาลย์  แก้วศรีเอี่ยม อายุ 18 ปี นุ่งกางเกงตัวเดียวไม่สวมเสื้อ ทั้งสองเป็นพ่อลูกกันอาศัยอยู่บ้านเลขที่  84 หมู่ 11 ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตทั้งสองคนประมาณ  200 เมตรเท่านั้น

           จากการสอบถาม นางอุไร     แก้วศรีเอี่ยม   อายุ58 ปี ภรรยาดาบตำรวจนิยม  กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันนี้ที่บ้านได้ตั้งวงดื่มสุรา และกินหมูกระทะกันกับเพื่อนบ้าน เพื่อเลี้ยงฉลองที่ลูกชายสอบติดข้าราชการกำลังจะไปรายงานตัวในไม่กี่วันนี้  โดยบรรยากาศก็สนุกสนานไม่มีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษๆพ่อได้ลุกออกจากวงอาหารหายไปทางด้านบึงน้ำ  ลูกชายคิดว่าพ่อโกรธอะไรบางอย่างเมื่อพ่อหายไปจึงเดินตามออกมา จากนั้นลูกชายก็หายไปอีกคน ช่วงนั้นก็ไม่ได้ติดใจอะไร จนเห็นว่าหายไปนานจึงเดินออกตามทั้งสองพ่อลูกจนกระทั่งมาพบกลายเป็นศพดังกล่าวจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

          สำหรบสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่ทราบแน่นชัด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นบึงน้ำที่ทั้งสองพ่อลูกเคยไปช็อตหาปลา คาดว่าขณะออกไปหาปลาอาจถูกไฟช็อต เมื่อลูกชายเห็นอาจพยายามเข้าไปช่วยเหลือจึงถูกไฟช็อตเสียชีวิตอีกคน นอกจากนี้จุดพบศพ ยังพบรังผึ้งหลวงขนาดใหญ่อีกด้วย อาจเป็นสาเหตุหนึ่งก่อนเกิดการเสียชีวิตก็เป็นได้ ซึ่งสาเหตุแท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

   

เขม่นกันในร้านคาราโอเกะก่อนขับกระบะไล่ชน

วัยรุ่นเขม่นในร้านคาราโอเกะ ขับไล่เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนสายวังทอง-พิษณุโลก หน้าศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก บ้านเสือลากหาง ขาเข้าเมืองพิษณุโลก 

 

 

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 10 เม.ย.58 ร.ต.ท.ชูศักดิ์ บุญส่ง เจ้าหน้าที่ร้อยเวร สภ.วังทอง รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีโก้ สีบอร์นทอง ขับไล่เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนสายวังทอง-พิษณุโลก หน้าศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก บ้านเสือลากหาง ขาเข้าเมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ สกัดจับรถยนต์คนดังกล่าวก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวร รพ.วังทอง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟไอ สีเทาคาดดำ เลขทะเบียน 1กค 1869 พิษณุโลก ล้มคว่ำอยู่ ห่างออกไป 20 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย

ทราบชื่อในเวลาต่อมา คือนาย พรชัย ทองภู อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107/2 หมู่ที่ 11 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เสียชีวิตในลักษณะนอนหงายบนพื้นถนนมีเลือดอาบทั่วใบหน้า สวมเสื้อยืดแขนสั้น สวมกางเกงขาสามส่วน ก่อนที่จะส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูจน์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป 

จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิต ทราบว่า ตนเองและผู้เสียชีวิต ได้ไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่ร้านคาราโอเกะก่อนที่จะมีการเขม่นกันขึ้นกับกลุ่มที่ก่อเหตุตนเองและผู้เสียชีวิตจึงขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากร้านเพื่อกลับบ้านพัก แต่เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณศูนย์วิจัยข้าว ได้มีรถยนต์กระบะวีโก้ ขับตามหลังมาด้วยความเร็วและเบียดจักรยานยนต์จนล้มลงตนได้วิ่งหนีกระโดดข้ามรั่วเข้าไปในศูนย์วิจัยข้าว ส่วนผู้เสียชีวิตวิ่งหนีไปอีกทาง ก่อนที่จะออกมาดูที่เกิดเหตุก็พบเพื่อนนอนเสียชีวิตแล้ว ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับรถยนต์กระบะวีโก้ คันต้องสงสัยได้ที่บริเวณแยกไฟแดงโคกช้าง ที่มี นายประกาศิต เฟื่องปรางค์ คนขับจึงควบคุมตัวส่งร้อยเวรเพื่อทำการสอบสวนต่อไป 

จากการสอบสวนในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตพร้อมเพื่อนในกลุ่ม 4-5 คน ได้ไปนั่งดื่มสุรากันภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง โดยที่มีกลุ่มของ นายประกาศิต ผู้ต้องสงสัย และพวกประมาณ 4-5 คน เช่นกัน ก่อนที่จะเกิดการเขม่นกันขึ้นโดยที่กลุ่มของผู้เสียชีวิตได้ออกมาจากร้านก่อน ขณะที่กลุ่มนายประกาศิต ได้ลุกออกจากร้านตามกันมาและพบว่าบริเวณกระจกแค๊ปหลังรถยนต์กระบะของตนถูกลูกเปตอง ปาใส่แตกละเอียด จึงได้พากันขับรถยนต์กระบะไล่ตามผู้เสียชีวิตแล้วขับขนรถจักรยนต์ยนต์จนล้มค่ำก่อนผู้เสียชีวิตจะวิ่งหลบหนีก่อนที่จะถูกรถยนต์กระบะขับไล่ชนจนเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำพยานและผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป

 

 

 

ข่าวมั่วรถตู้ตกเหว กู้ภัยค้นหาวุ่น

อ้างว่าเกิดอุบัติเหตุรถตู้ตกเหว พร้อมกับรถพ่วง 18 ล้อ บริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ทางการได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แต่กลับไม่พบร่องรอย

 

 

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (9 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกรณีข่าวลือแพร่สะพัดในพื้นที่ อ้างว่าเกิดอุบัติเหตุรถตู้ตกเหว พร้อมกับรถพ่วง 18 ล้อ บริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ทางการได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แต่กลับไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าอาจจะเป็นการปล่อยข่าวลือ หรือ นำเอาข่าวเก่ามาสร้างเรื่องหลอกเจ้าหน้าที่

 

ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยจากมูลนิธิประสาทบุญสถาน กู้ภัยนครไทย และกู้ภัยบูรพา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ยุติปฏิบัติการค้นหาอุบัติเหตุรถตู้ตกเหวเป็นการชั่วคราว หลังจากที่คาดว่าข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพียงข่าวลือ

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งจากว่า เกิดอุบัติเหตุรถตู้ตกเหว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ยังไม่สามารถช่วยเหลืออกมาได้ แต่ไม่ทราบพิกัดแน่ชัด จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยกันคนหาตามจุดที่ใกล้ตามที่รับแจ้ง แต่ก็ไม่พบว่ามีร่องรอยรถตกเหวในจุดตามแจ้ง แต่ทุกคนก็ได้พยายามช่วยกันค้นหาเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บตามที่ได้รับแจ้งให้เร็วที่สุด

นายเกรียงวิชญ์ เตชวิทย์ไวทิน นายอำเภอนครไทย เปิดเผยว่า กรณีนี้ได้รับคำสั่งมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จึงได้ลงพื้นที่มาช่วยค้นหาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว แต่ปรากฏว่าหาไม่พบ ต่อมา พันตำรวจเอกนิคม สภาพพร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ได้พยายามติดต่อผู้ประสบอุบัติเหตุเพื่อตรวจเช็คหาพิกัดจากคลื่นสัญญาณโทรศัพท์แต่ก็หาไม่พบ กระทั่งพบข้อความจากสื่อออนไลน์มีพิรุธ คล้ายกับเป็นข้อความที่แชร์ส่งต่อกันและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน

ขณะที่ นายแพทย์ศิษฎิคม เบญจขันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย ยืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้นมีญาติผู้ได้รับบาดเจ็บมารออยู่ที่โรงพยาบาลจริง แต่ทางโรงพยาบาลได้ตรวจสอบแล้วพบว่า รูปภาพที่ถูกส่งมานั้น เป็นภาพอุบัติเหตุรถตู้นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ตกเหวที่ จ.แพร่ เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวได้มีคำสั่งให้ยกเลิกปฏิบัติการค้นหาผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว เนื่องจากพบว่าไม่มีรายงานอุบัติเหตุลักษณะในพื้นที่ใกล้เคียงแต่อย่าใด จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นข้อมูลหลอกในโลกออนไลน์ ที่ผู้หวังดีไม่ได้พินิจพิเคราะห์ข้อมูลมาก่อน

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL