พุธ, สิงหาคม 16, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ปปส.6 แถลงจับกุมผู้ค้ายาบ้า 3 แสนเม็ด ตามร้องเรียน 1386

 

 สำนักงาน ปปส.ภาค 6 สนธิกำลังร่วมกับ กองร้อย ตชด.315 กก.ตชด.31 เจ้าหน้าที่ ตารวจ สภ.ชาติตระการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองจังหวัดพิษณุโลก ขยายผลการสืบสวน จากข้อร้องเรียน 1386 จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้าร่วม 3 แสนเม็ด

 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2560 นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 6, นายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รอง ผวจ.พิษณุโลก, พล.ต.ต. กิตติกร บุญสม ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก และ พ.ต.ท. ทวี พิจอมบุตร รอง ผกก.ตชด.31 ร่วมแถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จากข้อร้องเรียน 1386 พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 296,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหา 1 คน คือ นายมานพ ชัยสุวรรณราช อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/72 หมู่ 8 ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก

จากที่สำนักงาน ปปส.ภาค 6 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ผ่านสายด่วน 1386 ในห้วงกลางเดือน กรกฎาคม 2560 ว่ามีวัยรุ่นในหมู่บ้านรวมกลุ่มกันมั่วสุมเสพยาเสพติด พื้นที่บ้านนาปักแรด ต.ชาติตระการ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 6 จึงได้สนธิกาลังร่วมกับ กองร้อย ตชด.315กก.ตชด.31 สภ.ชาติตระการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองจังหวัดพิษณุโลก เข้าดำเนินการสืบสวนพื้นที่เป้าหมาย พบกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมตามข้อร้องเรียนดังกล่าว และตรวจพบสารเสพติดประเภทยาบ้าในปัสสาวะ จึงควบคุมตัวผู้เสพและทำการสอบสวนขยายผลไปถึงผู้ที่นำยาบ้าเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 พบรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน บท-5118 น่าน จอดอยู่ริมถนนข้าง รพ.ชาติตระการ สายชาติตระการ-นครไทย มุ่งหน้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ลักษณะผิดสังเกต จึงแสดงตัวและขอทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว  ซึ่งเร่งเครื่องออกตัวไปอย่างรวดเร็ว จึงได้ไล่ติดตามไปถึงบริเวณสวนยางพารา นายมานพ ชัยสุวรรณราช  ผู้ต้องหาจึงเปิดประตูด้านคนขับออก เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอตรวจค้นรถ พบของกลางยาบ้า จานวน 148 มัด หรือประมาณ 296,000 เม็ด จึงได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชาติตระการ ดำเนินคดี

จากการดำเนินงานต่อข้อมูลร้องเรียนเรื่องยาเสพติด 1386 ทั่วประเทศ ของสำนักงาน ป.ป.ส. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 -1 สิงหาคม 2560 มีข้อร้องเรียน จานวนทั้งสิ้น 13,071 เรื่อง มีการรายงานผลตามข้อร้องเรียน จานวน 9,868 เรื่อง คิดเป็นอัตราการรายงานผลข้อร้องเรียน ร้อยละ 75.50 ซึ่ง ณ วันที่ 1 สิงหาคม2560 โดยการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 6 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้ดาเนินการตามข้อร้องเรียน ทำให้มีผลการดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียน 1386 สูงสุด โดยมีเรื่องร้องเรียน จานวน 834 เรื่อง ดำเนินการแล้ว จำนวน 781 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 93.65

 

 

 

ลูกเขยโหดยิงพ่อตาดับคาร้านของชำ

ลูกเขยโหดคว้าปืนยาว .22 ยิงถล่มพ่อตาดับคาร้านขายของชำ สารภาพเคยถูกขู่ฆ่าจึงชิงลงมือก่อน

 

 

เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 24 ก.ค. พ.ต.ท.ณัฐวรรษ  พรมปลูก สว.(สอบสวน) สภ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิตบนถนนเส้นสวนเมี่ยง-ชาติตระการ หน้าร้านขายของชำประจำหมู่บ้านตั้งอยู่เลขที่ 1/2 หมู่ 3 บ้านน้อย ต.สวนเมี่ยง อ.ชาติตระการ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนากร  อู่นาท ผกก.สภ.ชาติตระการ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลชาติตระการ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายเล็ก  รัตนา อายุ 56 ปี สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีเทา ถูกอาวุธปืนยิงเข้าตามร่างกาย 11 แห่ง อาทิ ศีรษะ ใบหน้า ใต้รักแร้ ตามลำตัว นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บริเวณหน้าร้านขายของช้ำ ใกล้กับจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสปาค สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 1กฉ 412 พิษณุโลก นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 11 ปลอก ตกเกลื่อนทั่วพื้นถนนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน คือ นายคัมภีร์  แสนแทน อายุ 34 ปี ลูกเขยของผู้เสียชีวิต และเป็นเจ้าของร้านขายของชำ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 8 ต.สวนเมี่ยง อ.ชาติตระการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางอาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก

เบื้องต้นจากการสอบสวน นายคัมภีร์ ลูกเขยโหด ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุยิงนายเล็กที่มีศักดิ์เป็นพ่อตาจริง เนื่องจากหวาดระแวงเพราะเคยถูกพ่อตาขู่อาฆาตเอาไว้ว่าจะฆ่าให้ตาย สาเหตุมาจากปัญหาที่ดิน และมีปัญหาโกรธแค้นส่วนตัวกันมานานกว่า 1 ปีแล้ว กระทั่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาหาที่ร้าน เมื่อตนเองเห็นจึงวิ่งไปหยิบอาวุธปืนที่ซ่อนไว้ออกมายิงพ่อตาขณะจอดรถจักรยานยนต์หน้าร้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

แม่ค้าทุเรียนเศร้า เจอโจรแสบขโมยทุเรียนกว่า 100 กก.

แม่ค้าทุเรียนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายขโมยทุเรียนที่จะนำไปขายกว่า 100 กิโลกรัม แถมทิ้งทุเรียนที่แตกไว้ดูต่างหน้า

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายขโมยทุเรียน บริเวณ ม.6ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 111/2 ม.6 ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พบ น.ส.พัทชนันท์  เพชรฎา อายุ 45 ปี อาชีพแม่ค้าขายผลไม้ตามฤดูกาล ยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 21 ก.ค. ตนและสามีได้ไปซื้อทุเรียนหมอนทองมาจาก ตลาดไทยเจริญ ที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านพักมา 3 ตะกร้าใหญ่ ประมาณ 100กก. มูลค่ากว่า 1 หมื่นบาท โดยใส่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างก่อนจะนำลงกองไว้รวมกันที่บริเวณหน้าบ้านของตน จนตอนเช้าตื่นมาก็พบว่าทุเรียนที่ซื้อมาเมื่อคืนได้ถูกคนร้ายขโมยไปจนเกือบหมดเหลือทิ้งไว้ให้แต่ทุเรียนลูกที่แตกเท่านั้น หลังจากนั้นตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ด้านนายอนันต์  จูน้อย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.พัทชนันท์ กล่าว ตนคิดว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาขโมยรถจักรยานยนต์ของตนที่จอดไว้บริเวณหน้าบ้านแต่ตนได้ใช้โซ่ล็อคไว้อย่างแน่นหนา จึงไม่สามารถขโมยไปได้ และอาจจะเห็นทุเรียนที่วางกองไว้หน้าบ้านเลยเปลี่ยนเป้าหมายขโมยทุเรียนหมอนทองที่กองไว้ไปจนหมด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แถมท้ายตนอยากจะฝากบอกกับคนร้ายที่ขโมยทุเรียนไปว่าถ้ามาขอกันดีๆก็ให้กินไม่ต้องลงทุนมาขโมยให้ลำบาก.

   

นายอำเภอดวงแข็ง ขับกระบะพุ่งชนรถรับส่งนักเรียนบาดเจ็บ 5 ราย

นายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ดวงแข็ง ขับกระบะ พุ่งชนท้ายรถคอกหมู รับส่งนักเรียน อย่างเต็มที่ได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก ขณะนักเรียนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 4ราย รวมทั้งสิ้นในที่เกิดเหตุ 5ราย ที่บริเวณถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์ บ้านหนองเต่าดำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

 

 

เมื่อเวลา 17.30น. วันที่ 21ก.ค. ร.ต.อ.วันชัย  เป้รอด รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถ 6ล้อ รับส่งนักเรียนบริเวณ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายใน 1ราย และนักเรียนที่โดยสารมากับรถรับส่งบาดเจ็บ 4 ราย ถนนหมายเลข 117พิษณุโลก – นครสวรรค์ ขาเข้าเมืองพิษณุโลก หน้าทางเข้าวัดหนองเต่าดำ ม.4ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซุซุ รุ่นดีแมค สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆฉ 6872กทม. ด้านข้างมีสัญลักษณ์กรมการปกครองติดอยู่ ด้านหน้าพังยับเยิน พบผู้บาดเจ็บที่ติดภายในรถยนต์เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาจากตัวรถ มีบาดแผลถลอกฟกช้ำทั่วไปตามร่างกาย มีอาการทางกระดูกแขนด้านซ้าย ทราบชื่อผู้บาดเจ็บต่อมาคือ นายนิสิต สวัสดิเทพ อายุ 47ปี อาศัยบ้านเลขที่ 61/1ม.8ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นนายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ใกล้กันพบรถ 6ล้อ รับส่งนักเรียน ด้านหลังมีร่องรอยการเฉี่ยวชนจนกันชนท้ายหลุดออกมา ส่วนนักเรียนที่นั่งมากับรถรับส่งได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย คือ ด.ช.เจษฏา วงศ์สนิท  ด.ญ.กฤษณา  กัณหานุ  ด.ญ.กมลรัตน์  สระทองแร่  และ ด.ช.เจรณรงค์  พรสี่  ทั้ง 4 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

จากการสอบถามนายหวาย วิชัย 52ปี อาศัยบ้านเลขที่ 234ม.4ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก คนขับรถรับส่งนักเรียน เล่าว่า ตนรับนักเรียนมาจากโรงเรียนบ้านบ่อทอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเกิดเหตุตนได้เลี้ยวกำลังเลี้ยวรถเพื่อไปส่งนักเรียนในบ้านหนองเต่าดำ และเป็นจังหวะเดียวกันที่รถของนายอำเภอโพธิ์ประทับช้างที่วิ่งมาด้วยความเร็วชนเข้าไปที่ด้านท้ายของรถตนเองอย่างจัง จึงเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

 

สลด สาวโรงน้ำดื่มถูกรถทับร่างจมน้ำในนาเสียชีวิต

เกิดเหตุสลด สาวโรงน้ำดื่มดันรถกระบะขนน้ำที่กำลังไหลลงในนาข้าวที่มีน้ำลึกกว่า 50 ซม.แต่กลับถูกรถไหลทับร่างจนจมน้ำเสียชีวิต

 

 

เมื่อเวลา 08.30 น.ของวันที่ 19 ก.ค. ร.ต.อ.ธเนตร วงษ์ปริง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตถูกรถทับจมน้ำที่บริเวณหน้าโรงงานน้ำดื่มแฮปปี้ เลขที่ 191 หมู่ 4 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน ฟอร์นเทีย สีดำ หมายเลขทะเบียน มธ 5273พิษณุโลก บรรทุกน้ำเต็มคัน ตกลงไปในนาข้าวที่กำลังมีน้ำลึกกว่า 50 ซม. ด้านล่างของรถพบศพนางสาวพรทิพย์ ทิมาสาร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 หมู่ 4 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถูกรถยนต์คันดังกล่าวทับร่างไว้จนจมน้ำ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน จึงได้ช่วยนำน้ำออกจากกระบะ  พร้อมทั้งนำรถจักรกลมาดึงขึ้นจากท้องนา แล้วนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้

จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิต ทราบก่อนเกิดเหตุ น.ส.พรทิพย์ ผู้เสียชีวิต กำลังจะไปขายน้ำตามจุดต่างๆ โดยขณะนั้นรถยนต์ได้เกิดไหลลงนาข้าวที่มีน้ำอยู่อย่างช้าๆ ทำให้ น.ส.พรทิพย์ รีบเดินไปดันหน้ารถไว้ เพราะหวั่นว่ารถจะตกลงไปในนาข้าว แต่แรงรถหนัก ทำให้ น.ส.พรทิพย์ ไม่สามารถดันรถได้อยู่ กลับถูกรถยนต์ทับร่างลงไปจนจมโคลนน้ำในนาข้าว หลังจากนั้นมีผู้มาพบเห็น แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน ทำให้ น.ส.พรทิพย์ เสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำร่างของผู้เสียชีวิต ไปทำการชันสูตรพลิกศพที่นิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL