พฤหัสบดี, กันยายน 01, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

คนร้ายสุดเหี้ยมโหดอุ้มฆ่าเผานั่งยางชายนิรนาม 2 ศพ กลางไร่ข้าวโพด

ชาวบ้านกำลังจะไปทำไร่ข้าวโพด  เจอศพถูกเผานั่งยางจนดำเป็นตอตะโก 2 ศพ  บริเวณทางขึ้นอ่างเก็บน้ำทุ่งนาดี  เผยเป็นเส้นทางเก่าที่ไม่มีใครใช้ 

 

 

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ร.ต.อ.สงวน พ่วงพลอย  รอง สว.(สอบสวน) สภ.ไทรย้อย เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน  เจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์เวร  หลังจากได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพคนถูกเผานั่งยางจนดำเป็นตอตะโก 2 ศพ ที่บริเวณทางขึ้นอ่างเก็บน้ำบ้านทุ่งนาดี  หมู่ 5  ต.วังยาง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

 

โดยชาวบ้านที่พบศพคือ  นายจรัญ  แสงคำ  เจ้าของไร่ข้าวโพด  ที่เล่าว่า ในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันนี้ตนเองกำลังจะเดินทางไปไร่ข้าวโพดตามปกติ  แต่ระหว่างทางก็พบว่า มีกองวัตถุถูกเผาไหม้กองใหญ่อยู่ริมทาง  จึงเข้าไปดูแล้วพบว่า เป็นร่างคน  และมีเศษยางรถยนต์ที่ยังเผาไหม้ไม่หมด   จึงได้แจ้ง นายวินัย บุญยิ่ง  กำนัน ต.วังยาง ก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

 

เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าศพที่ถูกเผาเป็นใคร  เพราะสภาพศพถูกไฟไหม้จนดำ  แต่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเป็นชาย 1 ในนั้นสวมเสื้อสีเขียว  กางเกงบ็อกเซอร์ มีรอยสักยันต์ที่หลัง  คาดว่าอายุน่าจะอยู่ในช่วงวัยรุ่น  คาดว่าจะถูกนำมาเผานั่งยางตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนร่อยรอยอื่นมีรอยยางรถยนต์ ที่อาจจะเป็นรถของคนร้ายที่นำมาก่อเหตุ โดยบริเวณดังกล่าวเป็นทางสายเก่าที่ไม่มีใครใช้  ช่วงกลางคืนจึงเปลี่ยวและไม่มีคน

 

ล่าสุดมีผู้หญิงวัยกลางคนที่เคยแจ้งเหตุคนหาย สงสัยว่าผู้ตายรายหนึ่งอาจจะเป็นลูกชายที่หายตัวออกจากบ้านไปหลายวัน  แต่ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอ อีกครั้งว่าจะใช่หรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ  หาพยานหลักฐาน พร้อมกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อสืบหาว่าผู้ตายทั้ง 2 รายเป็นใคร  และจะติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

จับพระปลอมออกเดินเรี่ยไรเงิน สารภาพหมดเปลือกทำเป็นขบวนการใหญ่

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก รวบตัวพระปลอมออกเดินรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธา พร้อมรับสารภาพหมดเปลือกด้วยความโมโหเพื่อนร่วมขบวนการที่ถูกจับพร้อมกัน แล้วหลบหนีทิ้งตัวเองไว้คนเดียว

 

 

เมื่อเวลาประมาณ 11.30 นาที เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไปพบพระพร้อมกับลูกศิษย์กำลังเดินรับบริจาคเงินจากประชาชนจึงเข้าไปสอบถามที่มาที่ไป และชี้แจ้งว่าเป็นการกระทำผิดที่ไม่ถูกต้อง จึงได้พาตัวมาที่วัดเขื่อนขันธ์ ตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อปรับทัศนะคติ และอบรม แต่ผลปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่วัดลูกศิษย์ที่ติดตามพระดังกล่าวมาได้หลบหนีไป จึงได้สอบถามจนยอมรับสารภาพว่าเป็นพระปลอม และแอบอ้างศาสนามาหากิน

 

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบชื่อพระปลอม คือ นายวัลลพ สุวรรณปาน อายุ 37 ปี ชาวตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาส จังหวัดสุโขทัย และให้การรับสาภาพว่าตนเองเป็นพระปลอม แอบอ้างชื่อวัดต่างๆ ซึ่งวันนี้มีในใบรับบริจาคเป็นชื่อวัดใหม่ละมัยทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อออกรับบริจาคเงิน  โดยให้การว่าทำมาแล้วนานกว่า 3 ปี ร่วมกับเพื่อนในขบวนการอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ ด้วยความโมโหเพื่อนที่ทิ้งตัวเองหลังจากถูกตำรวจจับจึงได้ให้การซักทอดว่าทำงานกันเป็นขบวนการใหญ่ ที่รู้จักมีทั้งหมด 6 กลุ่ม มีหัวหน้าใหญ่ของแต่ละกลุ่ม พร้อมจะพาไปชี้จุดที่ตั้งของแต่ละกลุ่ม ในพื้นที่อำเภอคีรีมาส และอำเภอเมืองสุโขทัย โดยวิธีการทำงานจะออกเรี่ยไรเงินบริจาคไปตามจังหวัดต่างๆ เช่น พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และพิจิตร โดยตอนทำงานก็จะใส่จีวรพระและมีคนเดินตามด้วย 1 คน ตอนเช้าจะมีรถเอาไปปล่อยตามจุดต่างๆ และมารับกลับ พอกลับบ้านก็จะถอดจีวรออก และใช้ชีวิต กิน เที่ยวปกติ โดยยังได้กล่าวอีกว่า ตนเองเคยถูกจับมาแล้วถึง 3 ครั้ง คดีกัญชา และยาบ้า

 

โดยในวันนี้ทางพระอธิการรังสัน ธัมมทีโป เจ้าคณะตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง พระคณะกรรมการวัดได้เดินทางมาธุระในจังหวัดพิษณุโลกพอดี เมื่อทราบข่าวจึงได้เดินทางมาชี้ตัวพระปลอม โดยกล่าวว่าวัดใหม่ละมัยทองที่ถูกแอบอ้างนั้นได้เปลี่ยนชื่อวัด เป็นวัดวังแก่ง มานานกว่า 2 เดือนแล้ว และในวันนี้ก็ถือว่าโชคดีที่สามารถจับกุมตัวมารศาสนาได้และก็จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ไปสร้างความเดือนร้อนให้กับพุทธศาสนิกชนชาวพุทธอีกต่อไป

 

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้นำตัวนายวัลลพ สุวรรณปาน ถอดจีวรออกและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนำตัวไปดำเนินคดี โดยจะประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสุโขทัย เพื่อขยายผลกวาดล้างขบวนการพระปลอมต่อไป

 

ชาวนาลงไปซ้อมปั้มน้ำในบ่อลึก10เมตร คาดอากาศหายใจ

ชาวนาลงไปซ้อมปั้มน้ำในบ่อลึก10เมตร คาดอากาศหายใจเสียชีวิตต่อหน้าแม่

 

 

เมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมพิราม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน พิษณุโลก รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในบ่อบาดาล กลางทุ่งนา หมู่ 10 บ้านบึงธรรมโรง ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

พบบ่อบาดาลความลึกประมาณ 10 เมตร ก้นบ่อพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อ นายพัฒนา สุวัณโน อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 201 ม.3 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้หน้ากากพร้อมถังออกซิเจนโรงตัวลงไปนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากก้นบ่อ

 

จากการสอบถาม นางเสนอ สุวัณโน อายุ 60ปี มารดาผู้ตาย ทราบว่า ตนและลูกชายได้มาเตรียมสูบน้ำเข้านาข้าว โดยลูกชายได้ลงไปซ้อมเครื่อปั้มน้ำที่ก้นบ่อ โดยมีตนนั่งรออยู่บริเวณปากบ่อ แต่ลูกชายเงียบหายไปนานจึงพยายามเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา จึงรีบไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ซึ่งพบว่านายพัฒนา ได้นอนเสียชีวิตที่ก้นบ่อแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มานำร่างขึ้นมาจากบ่อเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

   

ศพนักบิน ช่างเครื่องถึงบ้านเกิดที่พิษณุโลกแล้ว

ศพทหารกล้า 3 นายที่ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ถูกลำเลียงมาถึงพิษณุโลก บ้านเกิดแล้ว 

 

 

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559  เวลา 16.00 น. ที่ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท มีพิธีรับศพ 3 ทหารกล้า กลับมาบำเพ็ญกุศลตามภูมิลำเนา โดยทางกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดขบวนศพทหารกล้า อย่างสมเกียรติ และมีญาติของทหารกล้าบางส่วนมาร่วมรอรับศพทหาร ก่อนจะส่งศพทหารกล้าแยกย้ายไปตั้งสวดอภิธรรมดังนี้

 

ร.อ.สุทัน อ่องเมือง (นักบินที่ 1) วัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก สวดอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 17-19สิงหาคม 2559 พระราชทานเพลิงศพในวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559

 

จ.ส.อ.ชัยศักดฺิ์ดา ทาโส (ช่างเครื่อง) วัดมะขามเตี้ย ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก สวดอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 17-20 สิงหาคม 2559 พระราชทานเพลิงศพ ในวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559

 

จ.ส.ต.มงคลชัย รู้งาน (ช่างเครื่อง) วัดวังทองวนาราม อำเภอวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก สวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 17-19 สิงหาคม 2559 พระราชทานเพลิงศพในวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559

 

แม่ทัพภาคที่ 3 ยืนยันพบศพ ผบ.พล.ร.4พร้อมนักบินและช่างเครื่อง เลื่อน 8ชั้นยศ

แม่ทัพภาคที่ 3 แถลงผลการค้นหา ฮ.ที่หายไป พบบริเวณเนิน 2445 ช่วงกิ่วแม่ปานถึงสถานีเรดาห์กองทัพอากาศ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และพบศพทหารทั้ง 5 นาย กองทัพบกเตรียมปูนบำเหน็จ 8 ชั้นยศ

 

 

เมื่อเวลา 16.30น. วันที่ 15ส.ค.59  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องวอร์รูม ชั้น 2กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมืองพิษณุโลก พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3ได้ประชุมหารือกับนายทหารที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการจัดการและติดตามความคืบหน้ากรณี ฮ. ของ พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.พล.ร.4สูญหายไปตั้งแต่วันที่ 14ส.ค. ที่ผ่านมา โดยสั่งการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปูพรมในการค้นหาในระยะ 16กิโลเมตร  กระทั่ง ได้รับรายงานพบเศษชิ้นส่วนของ ฮ.ลำดังกล่าว พร้อมศพนายทหารทั้ง 5ท่าน ในเวลาใกล้เคียงกัน

พล.ท.สมศักดิ์  นิลบรรเจิดกุล เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้รับการยืนยันผู้เสียชีวิตทั้ง 5คน ในเวลา 13.40น. ขณะนี้เป็นการลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต เพื่อจะดำเนินการชันสูตรพลิกศพ  หลังจากนี้จะเป็นการดำเนินการตามพิธีตามศาสนาต่อไป ส่วนบริเวณอากาศยานเกิดอุบัติเหตุได้จัดกำลังพลเฝ้าเอาไว้ ทางผบ.ทบ.ได้เน้นเป็นมาพิเศษให้ดูแลญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตให้ดี ในส่วนของผู้เสียชีวิตได้มีการปูนบำเหน็จ  โดยการเลื่อนชั้นเงินเดือน 8 ชั้น มีการขอพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษ  ร้อยเอกสุทัน อ่องเมือง ร้อยโท นวพัฒน์  มณีโชติ  จ.ส.อ.ชัยศักดา ทาโส ช่างเครื่อง  และ จ.ส.ต. มงคลชัย รู้งาน ช่างเครื่อง และพล.ต.นพพร เรือนจันทร์ เป็น พล.อ. พร้อมทั้งเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 2-6ล้านบาท ส่วนสาเหตุ ฮ.ตกครั้งนี้ ทาง แม่ทัพภาคที่ 3กล่าวว่า จากสภาพอากาศ ลักษณะ ฮ.ที่เกิดอุบัติเหตุไม่มีระเบิดและไม่มีไฟไหม้

แม่ทัพภาคที่ 3กล่าวอีกว่า ในฐานะพล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.พล.ร.4ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นผู้ที่มีความเสียสละ ช่วยเหลือประชาชนดูทุกๆเรื่อง ไปมอบสิ่งของบริโภคให้ผู้ยากไร้ ไปสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ ผู้ที่มีปัญหาเรื่องราวต่างๆในฐานะผู้บัญชาการรักษาความสงบเรียบในจังหวัดพิษณุโลก เป็นที่รักใคร่ของพี่น้องประชาชน ก่อนเสียชีวิตได้ไปปฏิบัติหน้าที่ เพื่อพี่น้องประชาชน โดยไปดูสถานการณ์น้ำท่วม ช่วยเหลือประชาชนมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประชาชนที่ถูกอุทกภัย พื้นที่ อ.ปาย อ.ปางมะผ้า

ในส่วนของกองทัพบก ผู้บังคับบัญชา ทุกระดับชั้น  ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านผู้บัญชาการทหารบก ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สั่งการให้ผมดูแลทุกอย่าง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ด้วยอย่างสมเกียรติที่สุด

พล.ต.ธนา จารุวัต รองแม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ส.ค. จะมีการนำศพนายทหารทั้ง5 นาย จะนำศพไปตั้งไว้ที่วัดพระนอนขอนตาล อ.แม่ริม จ.เชียง โดยจะประกอบพิธีรดน้ำศพในเวลา 17.00 น. และตั้งสวดพระอภิธรรมศพ 1 คืน  หลังจากนั้นจะมีการเคลื่อนย้ายศพไปตามจังหวัดที่ผู้เสียชีวิตมีภูมิลำเนา โดย ร้อยเอกสุทัน อ่องเมือง จะเคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก ร้อยโทนวพัฒน์ มณีโชติ นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดดอนตูม  อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จ.ส.อ.ชัยศักดิ์ดา ทาโส นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดมะขามเตี้ย ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก จ.ส.ต.มงคลชัย รู้งาน นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดวังทองวราราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ส่วนศพของ พล.ต.นพพร เรือน จันทร์ บำเพ็ญกุศลที่วัดวัดดอนขอนตาล อ.เมืองริม จ.เชียงใหม่เหมือนเดิม

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL