พฤหัสบดี, มิถุนายน 30, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

หนุ่มใหญ่ป่วยโรคซึมเศร้าขับรถจากนนทบุรี มาผูกคอตายปริศนาที่พิษณุโลก

หนุ่มใหญ่ป่วยโรคซึมเศร้าขับรถจากนนทบุรี มาผูกคอตายปริศนาที่พิษณุโลก

 

 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. พ.ต.ท.มนู  หรศาสตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีคนผูกคอตนเองกับต้นมะขามเทศเสียชีวิตไปแล้วริมถนนพิษณุโลก - สุโขทัย พื้นที่บ้านวังปลาดุก หมู่ 5 ต.มะตูม ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.มนตรี  ชุติพงษ์วิเวท รอง ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก พ.ต.อ.สรกฤษณ์  น่วมด้วง ผกก.สภ.พรหมพิราม แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช ตำรวจกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน พบศพผู้เสียชีวิตใช้สายพ่วงแบตเตอรี่สีดำผูกคออยู่กับต้นมะขามเทศ ห่างจากต้นมะขามเทศประมาณ 30 เมตรพบรถยนต์เก๋งนิสสัน สีฟ้า ทะเบียน ชต 5192 กทม. จอดอยู่ริมถนน ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตลงมาชันสูตร

เบื้องต้นไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายร่างกาย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายธนวินท์  เทียนเล็ก อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 13 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และยังพบสะตอมสารกำจัดหนูชนิดเม็ด 2 ถุง ตำรวจสอบสวนทราบว่าบิดาของนายธนวินท์เสียชีวิตตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายธนวินท์ ขับรถยนต์เก๋งคันออกจากวัดสังวรตั้งแต่บ่ายวันที่ 21 มิ.ย. และนายธนวินท์เป็นโรคซึมเศร้าและมีอาการเครียดเมื่อบิดาเสียชีวิต ตำรวจคาดว่านายธนวินท์ซื้อยาเบื่อหนูมาเพื่อฆ่าตัวตายแต่เปลี่ยนใจใช้สายพ่วงแบตเตอรี่ผูกคอตนเองกับกิ่งต้นมะขามเทศจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ขบวนรถไฟกรุงเทพ-เด่นชัย ตกรางที่บ้านใหม่

เกิดเหตุรถไฟ รถเร็ว ขบวนกรุงเทพ-เด่นชัย ขบวนที่ 111 ขาขึ้น ตกรางบริเวณหน้าสถานีรถไฟบ้านใหม่ ต.วัดพริก อ.เมืองพิษณุโลก เนื่องจากคาดว่าฝนตกทั้งคืน ทำให้ดินทรุด ส่งผลให้หมอนรถไฟยุบตัวลง ขณะสับราง ทำให้หัวรถจักรและโบกี่ ที่ 1 ตกรางเสียหาย โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ทำให้ขบวนรถไฟขาขั้นและขาล่องต้องปิดเส้นทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งกู้หัวรถจักร และโบกี่้ กลับมาใช้ดังเดิม คาดว่าจะใช้ได้ปกติ 1-2 ชม.

 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีรถไฟตกรางที่สถานีรถไฟบ้านใหม่ ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบรถไฟขบวนรถเร็วกรุงเทพฯ – เด่นชัย ขาขึ้น ขบวนที่ 111 จำนวน 8 โบกี้ โดยมีหัวรถจักรและโบกี้ที่ 1 เสียหลักไถลไปกับพื้นดินหลุดออกไปนอกรางเหล็กสภาพบิดเปี้ยว ใกล้กับจุดสับรางพบรถไฟบรรทุกน้ำมันจอดอยู่ 1 ขบวน ต่อมานายวิษณุ จันทร์กระจ่าง รักษาการหัวหน้ากองจัดการเดินรถ เขต 3 สถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลก นำเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟบ้านใหม่ร่วมเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานไปยังสถานีรถไฟพิษณุโลกให้นำรถจักรซ่อมบำรุงมาลากหัวรถจักรและโบกี้รถไฟขบวนที่ 1 ซึ่งตกรางอยู่ออกจากเส้นทาง ส่งผลให้รถไฟขบวนอื่นที่จะใช้เส้นทางต้องล่าช้ากว่ากำหนด ก่อนทำการกู้รถไฟเพื่อเปิดช่องทางให้กลับมาใช้งานได้อย่างปกติ คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ นอกจากนี้ผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถไฟขบวนดังกล่าวที่ยังอยู่ในอาการตกใจ ได้ลำเลียงขนสัมภาระของตนเองมารออยู่หน้าสถานีรถไฟ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุคาดว่าขณะที่รถไฟขบวนรถกรุงเทพ-เด่นชัย กำลังวิ่งเข้าสถานีรถไฟบ้านใหม่ เป็นจังหวะเดียวกับที่มีขบวนรถไฟน้ำมันกำลังออกจากสถานี ทำให้รถไฟขบวนดังกล่าวต้องรอจังหวะสับราง และในช่วงนั้นเกิดดินอ่อนตัว เพราะมีฝนตกติดต่อกันมาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้หมอนรถไฟไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ส่งผลให้หัวรถจักรและโบกี้ที่ 1 ตกรางได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดในครั้งนี้จะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ตรวจป้องปรามการพนันบอลยูโรและกระทำผิดกฎหมาย

 ชุดจัดระเยียบสังคม ลงพื้นที่ตรวจร้านอาหารและสถานบันเทิง  เพื่อป้องกรามการเล่นพนันบอลยูโร และการกระทำผิดกฎหมาย
 
 

เมื่อ 22.30 น.วันที่ 16 มิ.ย. ทางชุดจัดระเบียบสังคม พ.อ.อุกฤษฎ์   นุตคำแหง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4   พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม  ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ ฝ่ายปกครองกว่า 30 คน สนธิกำลังออกตรวจตราสถานบริการและร้านอาหารในตัวเมืองพิษณุโลก  ได้แก่ ร้านบางลำพู  ร้านเม้าท์บุรี  โรงเบียร์ เราและนาย  และร้านบายฮาร์ท  โดยการตรวจครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายและการแอบแฝงเล่นพนันฟุตบอลในช่วงนี้ที่มีการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016  พร้อมเน้นตรวจสอบสถานที่ต้องมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฏหมาย  ตรวจบุคคลต่างด้าว บุคคลที่อายุไม่ถึง 20 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่พบการกระทำผิดและสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด มีเพียงร้านบางลำพู ตั้งอยู่ถนนสีหราชเดโชชัย อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่พบว่ามีการปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 1 คน เข้าไปใช้บริการทางชุดทำงานจัดระเบียบสังคมจึงได้สั่งปิดร้านทันที และได้นำประกาศสั่งปิดร้านเป็นระยะเวลา 5 ปี ติดที่หน้าร้าน และร้านบายฮาร์ท ที่ถูกดำเนินโทษที่ปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ภายในร้านทั้งที่มีการติดป้ายห้ามสูบไว้ชัดเจน

 นอกจากนี้ทางชุดจัดระเบียบสังคมยังได้เข้าตรวจสอบที่ร้าน วาเลนไทน์สปาแอนด์บิวตี้ เลขที่ 98/89 หมู่ 5 ถ.สิงหวัฒน์ ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเปิดให้บริการเป็นร้านนวดผ่อนคลาย เพื่อเป็นการป้องกรามการค้าประเวณี ซึ่งในการตรวจสอบพบพนักงานสาวสวยจำนวน 6 ราย และได้ขอดูบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบว่าเป็นคนสัญชาติไทยหรือไม่ จนมาพบ นางสาวดาวพระศุกร์  อายุ 27 ปี สัญชาติลาว อยู่บริเวณภายในร้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจัดระเบียบสังคมได้ขอตรวจเอกสารประจำตัว ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวหรือไม่ และขอตรวจสอบเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรและใบอนุญาตทำงาน แต่ไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ แจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวทํางานโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลกเพื่อดำเนินคดีต่อไป
พ.อ.อุกฤษฎ์   นุตคำแหง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 เปิดเผยว่า การสนธิกำลังกันออกตรวจในวันนี้ เนื่องจากเป็นช่วงของฟุตบอลยูโร 2016 ก็มีการเน้นนโยบายการปราบปรามโต๊ะพนันฟุตบอล ที่อาจจะลอบเปิดให้บริการมอมเมาประชาชน นักเรียน นักศึกษา นอกจากนี้ยังมีการปราบปรามการค้าประเวณีในพื้นที่ ซึ่งแม้วันนี้จะไม่พบสิ่งของผิดกฏหมายใดๆ แต่ตนเองก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ซุ่มออกตรวจอย่าให้มีสิ่งของผิดกฏหมายใดๆ
   

จับฆาตกรใจโหดฆ่าชิงทรัพย์สาวเมืองหมอแคน

 
จับฆาตกรใจโหดถีบรถจยย.สาวเมืองหมอแคนล้ม ก่อนลากเหยื่อกดน้ำฆ่าชิงทรัพย์ริมถนนเปลี่ยว

 

 

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. พ.ต.ท.สุรเดช  พจนาวงษ์พานิช ผกก.สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนุชิต  อุดมภักดี รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ  ไชยวรรณ์ สว.สส. ร่วมกับ พ.ต.ท.สุทธิพันธ์  วันที รอง ผกก.สส.สภ.นครไทย และ พ.ต.ท.ธีรภาพ  ลือราช รอง ผกก.ป.สภ.นครไทย และชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายวิโรจน์  เกิดช้าง อายุ  39 ปี บ้านเลขที่ 106 หมู่ 18 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 191/2559 ลงวันที่ 11 มิ.ย. 2559 ในข้อหา “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” พร้อมของกลางหมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีดำ 1 ใบ เสื้อยีนส์แขนยาวสีน้ำเงิน 1 ตัว รองเท้าผ้าใบสีดำ 1 คู่ ไฟฉายแบบคาดศีรษะสีดำ 1 อัน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโมบายสีขาว 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีแดง ทะเบียน 1 กช 1772 พิษณุโลก 1 คัน และกระเป๋าหนังเทียมลายตารางสีม่วง 1 ใบ บัตรประจำตัวประชาชนของนางเกษร  ชาปาน 1 ใบ พวงกุญแจ 1 พวง ใบสัญญาซื้อขาย 1 ใบ บัตรชำระค่างวดรถ 1 ใบ ยางกันกระแทกของโทรศัพท์มือถือสีเขียว 1 ชิ้น และบัตรเดบิตการ์ดธนาคารกรุงเทพฯ 1 ใบ นำส่ง ร.ต.อ.กล้าณรงค์  จันทร์มณี รอง สว. (สอบสวน) สภ.วังทอง เพื่อให้ดำเนินคดี

โดย พ.ต.ท.สุรเดช ผกก.สภ.วังทอง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเวลา 00.10 น. ของวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา รับแจ้งมีผู้พบศพผู้เสียชีวิตในลักษณะนอนคว่ำหน้าอยู่ในคูน้ำริมถนนสายเลี่ยงเมือง สี่แยกอินโดจีน - บึงพระ หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง ไปตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นางเกษร  ชาปาน อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 34 หมู่ 9 ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น และใกล้กับศพพบรถจักรยานยนต์ ทะเบียน ขทธ 466 ขอนแก่น ล้มอยู่ข้างโดยมีนายสมควร  ชาปาน อายุ 34 ปี สามีของผู้เสียชีวิต เดินทางมาดูศพและยืนยันว่าภรรยาไม่น่าจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่น่าจะถูกคนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ประสงค์แต่ทรัพย์ โดยก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์ให้แฟนสาวที่เพิ่งเดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น และพักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก เดินทางมารับหลังจากเลิกงาน แต่รอคอยเป็นเวลานานจนเห็นผิดสังเกต โทรศัพท์ติดต่อก็ไม่รับสาย จึงให้พรรคพวกช่วยออกติดตามหาจนกระทั่งไปพบศพเสียชีวิตอยู่ในป่าไมยราบ สภาพคว่ำหน้าจมน้ำเสียชีวิตอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุพบมีร่องรอยการต่อสู้ในพงหญ้าริมน้ำข้างทาง บริเวณที่พบศพผู้เสียชีวิตจมอยู่ในน้ำ และพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบโทรศัพท์มือถือพบว่าเป็นของนายวิโรจน์  เกิดช้าง ผู้ต้องหา จึงร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.นครไทย ไปติดตามตัวนายวิโรจน์ที่บ้านพักจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด สอบถามเบื้องต้น นายวิโรจน์  เกิดช้าง ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ จึงจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดังกล่าว
จากการสอบสวน นายวิโรจน์ รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนเห็นนางเกษรขับขี่รถจักรยานยนต์มาเพียงลำพังโดยคล้องกระเป๋าสะพายมาด้วย และจอดติดสัญญาณไฟแดงใกล้กันบริเวณสี่แยกวัดสกัดน้ำมัน ต.ท่าโพธิ์ จึงขับรถตามประกบมาเรื่อยๆ แล้วใช้เท้าถีบรถนางเกษรจนล้มลง ก่อนที่จะลงจากรถเข้าไปกระชากกระเป๋าสะพาย แต่นางเกษรคิดต่อสู้จึงลากลงไปจับหัวกดในน้ำจนแน่นิ่ง ก่อนหยิบกระเป๋ามาแล้วขับขี่รถหลบหนีกลับบ้านพักที่ อ.นครไทย แต่ทำโทรศัพท์ของตัวเองหล่นไว้ในที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ต่อมา เวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.สุรเดช  พจนาวงษ์พานิช  ผกก.สภ.วังทอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้ควบคุมตัวนายวิโรจน์  เกิดช้าง ผู้ต้องหา ออกมาจากห้องคุมขังเพื่อนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ แต่ขณะที่กำลังพาผู้ต้องหาเดินไปขึ้นรถยนต์นั้น มีเพื่อนและญาติของผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งเดินทางมาดูโฉมหน้าคนร้ายด้วยอารมณ์ที่ยังโกรธแค้นอยู่ และอาศัยจังหวะตอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเผลอเดินปรี่เข้าไปชกใบหน้าของผู้ต้องหา จำนวน 1 ครั้ง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องว่ากล่าวตักเตือน และรีบนำตัวไปทำแผนยังจุดเกิดเหตุทันที เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบว่ามีชาวบ้านและญาติของผู้เสียชีวิตที่ทราบข่าวได้ติดตามมารอดูการทำแผนอยู่อีกเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องขอร้องให้ควบคุมอารมณ์และใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกันให้ออกห่าง ก่อนนำตัวนายวิโรจน์  เกิดช้าง ผู้ต้องหา ที่อยู่ในสภาพใบหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด ทำแผนประกอบคำรับสารภาพจนแล้วเสร็จโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ท่ามกลางบรรดาไทยมุงจนเกิดหวิดรุมประชาทัณฑ์อีกครั้ง สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปตรวจร่างกายเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลวังทอง ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ สภ.วังทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
 

ส.อบต.หนองพระ ขี่ จยย. กลับบ้านถูกรถเฉี่ยวชนดับ

 
หนุ่ม ส.อบต.หนองพระ ขี่ จยย. กลับบ้านพักถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนล้มคว่ำดับอนาถกลางถนนก่อนหลบหนี 

 
 

เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.อ.หญิง วิรัลพัทร  วรพงษ์ปกรณ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.วังทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนเส้นวังทอง-สากเหล็ก หลักกม. 26 ม.7 บ้านหนองบัว ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลวังทอง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา ที่เกิดเหตุมีไทยมุงยืนดูอยู่เป็นจำนวนมาก พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีขาว ทะเบียน 1กฆ 2764 พิษณุโลก สภาพเสียหลักล้มครูดไปกับพื้นถนน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา คือ นายสำอาง  วงค์จำปา อายุ 49 ปี อาชีพสมาชิกอบต.หนองพระ อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.7 ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นลายสก็อตสีขาว-ม่วง นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน นอนตะแคงซ้ายร่างกายผิดรูปกระดูกหักหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างส่งนิติเวชโรงพยาบาลวังทอง เพื่อชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง 

 จากการสอบสวนทราบว่า นาย สำอาง ผู้เสียชีวิต กำลังขี่รถกลับบ้านพักละแวกดังกล่าว จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถยนต์ไม่ทราบชนิดขับตามหลังมาและพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจัง จนร่างกระเด็นร่วงตกจากรถกระแทกพื้นครูดไปกับถนนจนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยที่ก่อเหตุเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตจะติดต่อให้ญาติมารับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาต่อไป.

 

 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL