อาทิตย์, เมษายน 30, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

สิบล้อพ่วงชนหกล้อส่งของ เจ็บ 3 ราย

รถบรรทุก 6 ล้อ พุ่งออกจากบริษัทเตรียมไปส่งของที่จ.อุตรดิตถ์ ตัดหน้ารถพ่วง 18 ล้อ ชนกันยับคนขับเจ็บสาหัสพร้อมเด็กรถรวม 3 ราย

 

 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 เม.ย. ร.ต.อ.ธนารักษ์  คงหุ่น รอง สว. (สอบสวน) สภ.ชุมชนมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 117 เส้นพิษณุโลก-นครสวรรค์ (ขาเข้าเมือง) หมู่ 9 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุเป็นช่องทางจราจรฝั่งซ้าย พบรถบรรทุกขนสินค้าขนาด 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 82-0405 สมุทรสาคร เสียหลักชนกับรถพ่วงบรรทุกข้าว 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว-ขาว ทะเบียนตัวแม่ 81-9402 ทะเบียนลูกพ่วง 81-9403 พิษณุโลก สภาพด้านหน้าเสียหายพังยับเยิน กระจกด้านหน้าแตกละเอียด มีเศษชิ้นส่วนของอุปกรณ์รถต่างๆ แตกหักกระจายเกลื่อนพื้นถนน

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่โดยสารมากับรถบรรทุกขนสินค้า 3 ราย เป็นเด็กรถผู้ชาย 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรไปก่อนหน้านี้ และยังมีคนขับรถคันดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายปรีชา  ชาวสี อายุ 39 ปี ชาว จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นพนักงานขับรถของบริษัทศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ติดอยู่คาซากรถเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันลำเลียงออกมาทำการปฐมพยาบาล เนื่องจากมีบาดแผลจากแรงกระแทกอัดกับพวงมาลัย และเศษกระจกบาดตามร่างกายหลายแห่ง กระดูกคอเคล็ด เพื่อส่งตัวไปรักษายังห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนายนิรุต  แสนหาญ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175/4 หมู่ 3 ต.สมอแข อ.เมืองพิษณุโลก คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

จากการสอบสวน นายนิรุต  แสนหาญ คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ให้การว่า ตนเองเพิ่งเดินทางกลับมาจากไปส่งข้าวเปลือกที่ท่าข้าวแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร ระหว่างทางขับมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถบรรทุก 6 ล้อ ขับรถตัดหน้าออกมาจากซอยข้างทางในระยะกระชั้นชิด โดยไม่ทันสังเกตว่ามีรถทางตรงขับมา จึงเป็นเหตุทำให้ตนไม่สามารถเบรกรถพ่วงได้ทัน และพยายามพักพวงมาลัยเบี่ยงออกมาเลนขวาแต่ไม่พ้น ทำให้ด้านหน้ารถฝั่งซ้ายชนกับรถบรรทุกคันดังกล่าว เสียหลักหมุนไปฟาดกับต้นไม้ที่อยู่ข้างทางมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งหลังเกิดเหตุตนไม่ได้คิดหลบหนีจึงขับรถไปจอดรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสะพานลอยหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงครั้งนี้ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

ไฟไหม้บ้านประชาชนคาดไฟลัดวงจร

สาวอาบน้ำคลายร้อน จู่ๆ ได้ยินเสียงระเบิดจนไฟลุกไหม้บ้านพ่อบุญธรรมวอดเสียหายทั้งหลัง

 

 

เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 23เม.ย. ร.ต.อ.หญิง วิรัลพัชร  วรพงษ์ปกรณ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณพื้นที่หมู่ 5บ้านเจริญผล ต.หนองพระ อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลวังทอง เทศบาลตำบลเนินกุ่ม อบต.หนองพระ และ อบต.วังพิกุล จำนวน 4คัน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 426หมู่ 5ต.หนองพระ อ.วังทอง เพลิงกำลังโหมลุกไหม้ตัวบ้านที่สร้างด้วยปูนลักษณะชั้นเดียวอย่างรุนแรง และกันประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างหวั่นเกิดอันตราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันลากสายยางระดมฉีดน้ำรอบตัวบ้าน พร้อมทั้งพังประตูรั้วเหล็กด้านหน้าออกเพื่อระบายกลุ่มควันไฟให้เบาบางลง โดยใช้เวลาฉีดน้ำควบคุมเพลิงประมาณ 30นาที เพลิงจึงสงบแต่ทรัพย์สินข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ไฟฟ้า ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด คาดว่าค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 5แสนบาท

จากการสอบถาม นางฉันทนิษฐ์  สาลีศูนย์ อายุ 42 ปี ให้การว่า บ้านหลังเกิดเหตุเป็นบ้านของนายจรูญ  เพชรภู่ อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของตนเอง แต่ขณะเกิดเหตุไม่มีใครพักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากตนได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ติดกัน ซึ่งตนกำลังอาบน้ำและได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดจำนวน 3 ครั้ง ออกมาจากห้องครัวที่บ้านหลังเกิดเหตุ จากนั้นจึงวิ่งออกมาดูก็พบว่ามีกลุ่มควันไฟพวยพุ่งออกมาจากตัวบ้าน และมีเปลวไฟลุกไหม้อย่างหนัก จึงตะโกนเรียกให้เพื่อนบ้านมาช่วยกันดับไฟและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แต่ไม่ทันการณ์เพลิงได้เผาผลาญบ้านพ่อบุตรธรรมจนวอดเสียหายทั้งหมด ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดการระเบิดขึ้นที่คัทเอาท์ภายในห้องครัว หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เพื่อเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.

 

พบตู้เซฟโดนขโมยมาทิ้งไว้หน้าสถานีขนส่งพิษณุโลก

พบตู้เซฟถูกทิ้งในพงหญ้าหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารพิษณุโลกแห่งที่ 1 คาดคนร้ายขโมยทรัพย์สินมาจากจังหวัดสุโขทัยแล้วรื้อค้นทรัพย์สินก่อนทิ้งไว้

 

เวลาประมาณ 09.15 น. วันที่ 19 เมษายน 2560 ศูนย์วิทยุ 191 พิษณุโลก รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลกว่าพบตู้เซฟ บริเวณหน้าทางเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสารพิษณุโลกแห่งที่ 1 ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์สภ.เมืองพิษณุโลกเดินทางไปตรวจสอบ พบนายเอกภพ  นุ่มอิ่ม  และนายนรากร  บันเทิง  พนักงานดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลก ให้การว่า ขณะกำลังเตรียมการตัดหญ้า หน้าทางเข้าสถานีขนส่งฯ ปรากฏว่าได้เห็นกระเป๋าสะพายใบหนึ่ง เขียนด้านหน้าว่าโรงเรียนสุโขทัยพิทยาคม ด้านใน มีตู้เซฟหนึ่งใบ ขนาดประมาณ 1 ฟุต อยู่ในกระเป๋า เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่า ตู้เซฟ มีลักษณะโดนงัดด้านข้าง ภายในตู้เซฟมีพาสสปอร์ท สมุดบัญชีธนาคารหลายเล่ม ของนส.ศิริพร  สร้อยเพ็ชร์    ภูมิลำเนาอยู่จ.สุโขทัย

นอกจากนี้ บริเวณจุดที่พบกระเป๋าใส่ตู้เซฟ ยังพบถุงพลาสติกอีก 1ใบ ใส่เครื่องประดับ กำไล แขวน อีกจำนวนหลายชิ้น ลักษณะไม่ใช่ทองคำแท้ และ ภายในถุงเปียกน้ำ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ตรวจสอบจุดพบเซฟแล้ว ได้นำไปมอบให้พนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อประสานไปยังตำรวจภูธรสุโขทัย ติดตามว่ามีการขโมยทรัพย์สินมาจากจังหวัดสุโขทัยหรือแจ้งเหตุลักทรัพย์หรือไม่  ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า อาจจะถูกขโมยมาจากจังหวัดสุโขทัย เมื่อรื้อค้นทรัพย์สินในตู้เซฟหมดแล้ว จึงทิ้งไว้ ก่อนที่จะขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.พิษณุโลก

   

ตำรวจภาค 6 แถลงผลกวาดล้างอาชญากรรมช่วงสงกรานต์

          ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 แถลงผลระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์  และเน้นย้ำฝากเตือนประชาชนในการเดินทางต้องไม่ประมาทและเมาไม่ขับด้วยความเป็นห่วงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2560  ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 6 พลตำรวจโท ทวิชชาติ พละศักดิ์  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงสงกรานต์  เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมมาตรการด้านการป้องกันเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งผลการระดมกวาดล้างในพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 9 จังหวัด  สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายได้จำนวน 1,657 ราย  ผู้ต้องหา 1,834 ราย ตรวจยึดของกลางอาวุธปืน ในจำนวน 148 กระบอก ตรวจยึดของ กลางยาบ้าได้จำนวน 34,776 เม็ด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า ได้จำนวน 369 หมายสำหรับโครงการประชารัฐร่วมใจฝากบ้านกับตำรวจจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 18 เมษายน 2560 ในปี 2559 ที่ผ่านมามีผู้ร่วมโครงการจำนวน 605 หลังสำหรับการเตรียมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางท้องถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด 262 จุดจุดบริการประชาชน 379 จุดชุดเคลื่อนที่เร็ว 216 ชุดจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 206 ชุดร่วมใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสิ้น 10,236 นาย

พลตำรวจโท ทวิชชาติ พละศักดิ์  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กล่าวว่า  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยพลตำรวจเอกจักรทิพย์ชัยจินดาผบตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดดำเนินการตามมาตรการปฏิบัติในช่วงเทศกาลสงกรานต์พ.ศ. 2560 ประกอบด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมมาตรการด้านการป้องกันเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่มาตรการการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรมาตรการประชาสัมพันธ์การควบคุมการปฏิบัติและการรายงานโดยให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติทั้ง 4 ด้านโดยให้ทุกหน่วยในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์พ. ศ. 2560 ในพื้นที่รับผิดชอบระหว่างวันที่ 1-10 เมษายน 2560 โดยเน้นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดมือปืนรับจ้างผู้มีอิทธิพลที่กระทำผิดกฎหมายคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญคดีค้างเก่าโดยเฉพาะผู้มีพฤติการณ์หรือความประพฤติไม่เรียบร้อยและหรือมีประวัติเคยมีหรือใช้อาวุธปืนอาวุธสงครามวัตถุระเบิดคดียาเสพติดอบายมุขทุกประเภทและสถานการณ์ผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ทางพลตำรวจโท ทวิชชาติ พละศักดิ์  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้กล่าวว่าในช่วงสงกรานต์นี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นห่วงในเรื่องชีวิตและทรัพย์สิน จึงฝากเตือนในเรื่องการใช้รถใช้ถนนอย่าประมาท ไม่เมาแล้วขับเพราะเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุ

 

อากาศร้อนจัดเพลิงลุกไหม้เผาวอดบ้านพักคนงาน10 หลัง

 
 
อากาศร้อนจัดเพลิงลุกไหม้เผาวอดบ้านพักคนงาน10 หลังที่ก่อสร้างโรงพยาบาลจิตเวช ที่เกิดเหตุ ม.2 บ.ปากยาง ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 
 
 
 
เมื่อเวลา 13.55 น. วันที่ 9 เมษายน 2560 รับแจ้งจากศูนย์ 191 พิษณุโลก มีเหตุเพลิงไหม้ที่พักคนงานก่อสร้างภายในสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลจิตเวช ที่เกิดเหตุ ม.2 บ.ปากยาง ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 
หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.คณพศ อินธุภูต ร้อยเวรประจำ สภ.แก่งโสภา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา และรถน้ำ อบต.แก่งโสภ / รถน้ำ หมวดการทางบ้านโป่งปะ เดินไปตรวจสอบพร้อมฉีดน้ำควบคุมเพลิง ในที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านพักคนงานชั้นเดียวลักษณะเป็นห้องแถวปลูกติดกันจำนวน 10 ห้อง โดยเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วนโดยใช้เวลากว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้พบว่าเพลิงลุกไหม้บ้านพักคนงานเสียหายจำนวน 10 หลัง
 
เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงดังกล่าว คาดว่าน่าจะเกิดจากสภาพอากาศ ที่ร้อนจัดทำให้เกิดความร้อนสูงและน่าเป็นสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ซึ่งระหว่างเกิดเหตุไม่มีใครอยู่เนื่องจาก คนงานก่อสร้างได้ออกไปทำงานกันหมดไม่มีผู้ใดเหตุเห็นเหตุการณ์ จนกระทั่งมีคนมาพบกลุ่มควันและแจ้งคนงานมาช่วยกันดับไฟ ผซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุอย่างระเอียดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณ 5 แสนบาท.
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL