อังคาร, กันยายน 27, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

สลดสองสามีภรรยาตัวตายคาโรงแรม

สลดสองสามีภรรยาชาวเชียงใหม่คิดสั้นฆ่าตัวตายพิสดารคาห้องพักโรงแรมเมืองพิษณุโลก

 

 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ร.ต.อ.อำนาจ  อ่อนปาน รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงพล  สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่วิทยาการพิสูจน์หลักฐาน 6 ภ.จว.พิษณุโลก และแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช ที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 4 ห้อง 410 พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายวิสูตร  รอดบุญยัง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และ นางพิมลพรรณ  รอดบุญยัง อายุ 57 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน สภาพศพผู้ชายนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้นล่างข้างเตียง มีถุงหิ้วพลาสติกคลุมศีรษะจนมิดและพันปิดทับด้วยเทปกาวรอบลำคออย่างแน่หนา ส่วนศพผู้หญิงนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนเตียงติดประตูทางเข้าห้องพัก คาดว่าทั้งคู่เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชม. จากการตรวจสอบในห้องพักพบขวดเบียร์ยี่ห้อหนึ่งถูกเปิดดื่มไปจนหมด แต่ไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินหรือร่องรอยการต่อสู้ใดๆ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บรอยนิ้วแฝงพร้อมหลักฐานอื่นตามหลักนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด

            จากการสอบถามพนักงานของโรงแรมทราบว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางมาเข้าพักที่โรงแรมตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเที่ยงของวันนี้จึงโทรศัพท์ไปสอบถามว่าจะพักต่อหรือไม่แต่ก็ไม่มีใครรับสาย จึงคิดว่าน่าจะนอนหลับพักผ่อนกันอยู่ กระทั่งช่วงบ่ายจึงขึ้นไปเคาะประตูห้องเพื่อสอบถามอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครตอบรับกลับมา และประตูห้องก็ถูกล็อคกลอนจากข้างใน จากนั้นจึงไปตามให้คนมาช่วยกันงัดห้องดังกล่าวเข้าไปดูก็พบว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว

สาเหตุของการเสียชีวิตครั้งนี้จากแนวทางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าทั้งคู่มีปัญหาส่วนตัวเรื่องคดีความเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนคิดหาทางออกไม่ได้ ฝ่ายสามีจึงอาศัยจังหวะที่ภรรยาหลับใช้หมอนกดปิดใบหน้าจนขาดอากาศหายใจ ส่วนตัวเองก็ใช้ถุงหิ้วพลาสติกคุมศีรษะก่อนใช้เทปกาวที่เตรียมไว้พันปิดรอบคออีกครั้ง จนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตอีกคน ส่วนสาเหตุที่แท้จริงครั้งนี้จะต้องรอสอบปากคำญาติและผู้ใกล้ชิดอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะส่งร่างของผู้เสียชีวิตไปผ่าชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนติดต่อให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

 

หนุ่มใหญ่ชาว อ.เนินมะปราง โร่พาเมียร้องสื่อ ถูกมิจฉาชีพหลอกให้ออกรถแล้วชิ่ง

หนุ่มใหญ่ชาว อ.เนินมะปราง  พาภรรยาที่เป็นชาวเขา  เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนให้ช่วยเหลือ  กรณีถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพให้ออกรถยนต์ป้ายแดง  สุดท้ายหายทั้งคนทั้งรถถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 7 แสนบาท

 

 

นายอดิศร  ตันตุลา  ชาว อ.เนินมะปราง  ได้พาภรรยา คือ นางเนตรดาว ตันตุลา เข้ามาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน  หลังถูกฟ้องร้องจาก บริษัทลิสซิ่งแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่  ที่เรียกร้องค่าเสียหายกว่า 7 แสนบาท กรณีค้างส่งค่างวดรถยนต์    โดยนายอดิศร เล่าว่า นางเนตรดาว ภรรยาของตนเอง อ้างว่าถูก นางสาว กมลวลัย ใจยะ อายุ 27 ปี  ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 1 ต.กอนเปา อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่  หลอกให้ไปออกรถยนต์ใหม่ป้ายแดง  ยี่ห้อ โตโยต้า พรีรันเนอร์ สีขาว 4 ประตู เมื่อปี 2557   โดย นางสาว กมลวลัย บอกว่าจะเป็นผู้ออกเงินดาวน์  และค่างวดรถยนต์เอง  เพียงแค่ขอชื่อ นางเนตรดาว เป็นผู้ออกรถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น  แล้วจะให้ค่าดำเนินการ  เป็นเงินจำนวน 2 หมื่นบาท  และยังจะให้เปอร์เซ็นต์จากการที่นำรถคันดังกล่าวไปปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่  อีกด้วย

 

แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2558 มีหมายเรียก จากศาลจังหวัดพิษณุโลก  แจ้งมาว่า นางเนตรดาว  พร้อมด้วย สามี  และญาติอีก 1 คน   ว่าเป็นจำเลย เรื่อง ผิดสัญญาเช่าซื้อ , ผิดสัญญาค้ำประกัน  ,ส่งมอบรถ , เรียกค่าเสียหาย  จำนวนทุนทรัพย์  785,000 บาท    ทำให้ นายอดิศร  และ นางเนตรดาว ตกใจเป็นอย่างมาก  เนื่องจากตนเองไม่ได้เป็นคนมีฐานะร่ำรวย  มีอาชีพรับจ้างรายได้ไม่แน่นอน  ยอมรับว่า ที่ตกลงทำสัญญาซื้อรถยนต์ให้กับนางสาวกมลวลัย ก็เพราะอยากได้เงินค่าจ้างเท่านั้น  ซึ่งหลังจากได้รับหมายเรียกจากศาล ก็ได้มีการไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ว่าถูก นางสาวกมลวลัย หลอกลวง  ที่โรงพักแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่  แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าทางคดีแต่อย่างใด

 

นางเนตรดาว ยังได้เล่าเพิ่มเติมว่า  ญาติพี่น้องของตนเอง  ก็ถูกนางสาวกมลวลัย  หลอกลวงให้มาออกรถ  ยี่ห้อ  รุ่นเดียวกัน  สีเดียวกัน  อีก 4 คัน  ในระยะเวลาใกล้ ๆ กัน  พร้อมทั้งยังอ้างว่า บริษัทลิสซิ่ง ที่ทำสัญญานั้น  เจ้าหน้าที่ของบริษัท เป็นผู้ทำเอกสารรายได้  / อาชีพ  ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง  เป็นข้อมูลที่สร้างขึ้นมาทั้งหมด   ในขณะที่ตนเองก็พยายามขอความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย จากหน่วยงานแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า จากเอกสาร หลักฐานทั้งหมด  ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความผิดได้  อีกทั้งยังไม่สามารถเอาผิด นางสาวกมลวลัย  ได้     ตนเองมืดแปดด้านไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร  เพราะปัจจุบันก็ฐานะยากจน  ค่าดำเนินการที่คิดว่าจะได้ 2 หมื่นบาทก็ไม่ได้  แล้วยังต้องตกเป็นจำเลยชดใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ  จึงอยากจะขอวอน  ผู้รู้ช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย  อีกทั้งยังต้องการเตือนภัยไปยังคนอื่น ๆ ว่าอย่าหลงเชื่อใครง่าย ๆ  เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อเหมือนกับตนเองก็ได้

 

อาจารย์สาว มน.แจ้งความถูกคนร้ายงัดห้องเข้ามาขโมย กกน.

 

อาจารย์สาว มหาวิทยาลัยนเรศวร แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามคนร้ายที่บุกงัดห้องพัก ในช่วงยามวิกาล เพียงเพื่อเข้ามาขโมยชุดชั้นใน ที่ตากเอาไว้เท่านั้น โดยเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นมาแล้วถึง 3 ครั้ง เวลานี้ยังคงรู้สึกหวาดผวาเกรงจะเกิดอันตราย เร่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามคนร้ายดำเนินคดี

 

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 20 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจชุมชน (มหาวิทยาลัยนเรศวร) ได้รับแจ้งจาก อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร วัย 40 ปี ว่ามีคนร้ายบุกงัดเข้ามาภายในห้องพัก (ขอสงวนเลขที่) ในหอพักอาจารย์ มน.นิเวศ 5-6 หมู่ 9 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในสถานที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายได้เข้าไปภายในห้องพักผ่านทางหน้าต่างกระจกเลื่อน ที่มีมุ้งลวด โดยคนร้ายเข้ามาภายในห้องแล้งมุงตรงไปที่ราวตากผ้า จากนั้นได้หยิบ กางเกงในของตนไป จำนวน 3 ตัว ก่อนปีนหน้าต่างออกจากห้องไป ใช้เวลาลงมือไม่ถึง 5 นาที

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุเมื่อดูจากลักษณะการงัดเข้าไปภายในห้อง คนร้ายน่าจะมีความชำนาญในการเลื่อนยกหน้าต่างบานกระจก ทำให้ไม่มีร่องรอยการงัดเข้าไปภายในห้องแต่อย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหอพัก พบว่าเมื่อเวลา 02.29 น. คนร้ายเป็นชายอายุ กว่า 30 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ได้เดินเข้ามาภายในห้องพัก จากนั้นได้มุ่งตรงไปที่ห้องอาจารย์สาวที่อยู่ชั้น 2 แล้วเข้าไปภายในห้องเมื่อช่วงเวลา 02.40 น. จากนั้นใช้เวลาไม่นานก็ได้ออกจากห้องไป โดยไม่ได้ทำร้ายใครเนื่องจาก อาจารย์สาวและลูกๆนอนภายในห้องนอนที่ล็อคประตูแน่นหนา

โดยอาจารย์สาว เล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า ด้  การที่คนร้ายบุกเข้ามาขโมยชุดชั้นในของตน ไม่ได้เกิดครั้งนี้เป็นครั้งแรกแต่เกิดเป็นครั้งที่ 3 แล้วแต่ละช่วงห่างกันประมาณ 10 วัน โดยครั้งแรก คนร้ายลงมือเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ครั้งที่ 2 ลงมือวันที่ 10 กันยายน และครั้งนี้วันที่ 20 กันยายน ด้วยความที่คนร้ายลงมือติดต่อกันจึงเกิดความกลัวและรู้สึกหวาดผวาหวั่นเกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัย และกลัวอันตราย จึงได้แจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมแจ้งขออธิการบดีทราบ จากนั้นจะนำเงินส่วนตัว มาทำลูกกรงเหล็ก ให้ห้องพักเกิดความแน่นหนาป้องกันอันตรายได้ นอกจากนี้หอพักอาจารย์ที่ทราบข่าว ก็จะติดลูกกรงเหล็กเช่นกัน เพราะหวั่นเกิดอันตรายดังกล่าว

   

คนร้ายย่องตัดสายไฟฟ้าชาวบ้านเดือดร้อน

คนร้ายย่องกลางดึกตัดสายไฟทางเข้าร้านอาหารครัวทะเลแก้วกว่า 6 ช่วงเสาไฟฟ้า  ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 4 หลัง ไฟดับได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเร่งแก้ไข

 

 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 ก.ย. ร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว ร้อยเวรสภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพิษณุโลก ว่ามีเหตุคนร้ายได้ลักลอบขึ้นไปตัดสายไฟฟ้าบริเวณทางเข้าร้านอาหารครัวทะเลแก้ว หมู่ 7 ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก ที่เกิดเหตุเป็นถนนทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงพบเจ้าหน้าที่ไฟฟ้ากำลังเร่งติดตั้งสายไฟฟ้าเพื่อเร่งช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน

โดยนายขจรศักดิ์ เสือแพร พนักงานช่างระดับ 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าประมาณ 06.30 น. ได้รับแจ้งว่ามีไฟฟ้าดับบริเวณที่เกิดเหตุจึงได้มาตรวจสอบพบว่าบริเวณเสาไฟฟ้าดังกล่าวถูกคนร้ายได้ใช้บันไดปืนขึ้นไปบนเสาไฟแล้วตัดสายไฟไปจำนวน 3 เส้น เป็นระยะทาง 6 ช่วงเสาไฟฟ้าประมาณ 400 เมตร โดยเป็นสายไฟอลูมิเนียมของการไฟฟ้าจำนวน 2 เส้น และอีกเส้นเป็นไฟทางส่องสว่างอยู่ในความรับผิดชอบของทางองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ด้านในไม่มีไฟฟ้าใช้จำนวน 4 หลัง ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเร่งดำเนินการช่วยเหลือแล้ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เมื่อคืนประมาณ ตี 3 ได้เกิดไฟดับจนกระทั่งช่วงเช้าจึงได้มีชาวบ้านแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าให้มาทำการให้มาตรวจสอบจึงพบว่ามีการลักสายไฟ ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คนและใช้รถยนต์เป็นยานพาหะนะเพราะต้องใช้บันไดขนาดสูงปืนขึ้นไปตัดสายไฟที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 10 เมตร อีกทั้งคนร้ายต้องมีความชำนาญและความรู้เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าอย่างแน่นอน

ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงให้ช่วยตรวจสอบว่ามีใครนำสายไฟมาขายเพื่อติดตามเบาะแสของคนร้าย เพราะในรอบ1-2 เดือนที่ผ่านมามีคนร้ายได้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 4 ครั้ง

 

นิสิต ม.ดังเมืองสองแควขี่จยย.ล้มชนเสาไฟฟ้าตาย 3ศพ

 เกิดอุบัติเหตุนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรขี่จักรยานยนต์ซ้อน 3 ไปเที่ยวสังสรรค์เสียหลักชนกับฟุตบาตเสาไฟฟ้าเสียชีวิตคาที่ 3 ศพ

 

 

เมื่อเวลา 01.30น. วันที่ 8ก.ย.2559  ร.ต.อ.ไพโรจน์  คล้ายสุวรรณ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 3ราย บนถนนสีหราชเดโชชัย หมู่ 7ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์เวรมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ถึงที่เกิดเหตุฝั่งขาเข้าเมืองพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่ริมถนน ห่างออกไปเล็กน้อยพบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 3ศพ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ปาจรีย์  กลมพุก อายุ 21ปี บ้านเลขที่ 34หมู่ 4ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก น.ส.วารินทร์  จุมจวง อายุ 21ปี บ้านเลขที่ 99/20หมู่ 9ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ น.ส.นิรมล  ระบาเลิศ อายุ 21ปี บ้านเลขที่ 119/567หมู่ 14ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์

จากการตรวจที่เกิดเหตุพบร่องรอยรถชนกับเสาไฟฟ้าที่อยู่บนฟุตบาต มีเศษมันสมองกระจายเกลื่อนพื้น ตำรวจสอบสวน น.ส.ชลธิชา  นิ่มปั่นฝ้าย อายุ 22 ปี เพื่อนของผู้เสียชีวิตทราบว่า ทั้ง 3 คนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 เอกประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนเกิดเหตุไปนั่งดื่มสังสรรค์กันที่ร้านประชาชื่นด้านหลังมหาวิทยาลัย จากนั้นทั้งสามคนได้ชวนกันจะไปเที่ยวต่อที่ร้านปิกัส โดยมี น.ส.ปาจรีย์ เป็นคนขี่รถ จยย.ที่ยืมของเพื่อนมาใช้ กระทั่งตนมาทราบจากเพื่อนว่าทั้งสามคนรถจักรยานยนต์ล้มจึงมาดูที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นตำรวจคาดว่าระหว่างที่ น.ส.ปาจรีย์ ขี่รถมาอาจเสียหลักชนใส่ฟุตบาตแล้วพุ่งชนกับเสาไฟฟ้าอย่างจัง เป็นเหตุให้ทั้งสามคนที่ไม่ได้สวมหมวกกันน๊อกเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL