พฤหัสบดี, พฤศจิกายน 27, 2014
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ฮ.กองทัพตก รองแม่ทัพภาคที่ 3 เสียชีวิต

 ฮ กองทัพภาคที่ 3 ตกเป็นเหตุให้รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมนายหทารเสียชีวิต

 

 

 เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 รุ่น เบล 212 ตกกลางทุ่งนาบ้านเจอบัว อ.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา และเกิดไฟลุกไหม้ท่วมทั้งลำ ส่งผลให้คณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ประกอบด้วย พล.ต.ทรงพล  ทองจีน รองแม่ทัพภาคที่ 3 พ.อ.กิตติ  สุวรรณเจริญ พ.อ.ยุทธพงษ์  เพื่อนฝูง พ.ท.วุฒิศักดิ์  สุนทรสุข จ.ส.อ.อนันต์  ชมเชียงคำ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 4 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวได้บินไปปฏิบัติภารกิจที่ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช ร.17 จทบ.พระเยา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจขณะเดินทางกลับ และเฮลิคอปเตอร์ได้บินขึ้นประมาณ 10 นาที ได้ขาดการติดต่อจนมาทราบว่า เฮลิคอปเตอร์ของทางคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 เกิดอุบัติเหตุตกในรัศมีไม่เกิน 10 กม. ภายหลังเกิดเหตุหน่วยทหารในพื้นที่ได้จัดกำลังออกค้นหาโดยเร่งด่วน และเดินเท้าเข้าไปช่วยเหลือนำร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมดออกมาจากจุดเกิดเหตุแล้ว

 

 

 

สื่อม! ขยายผลพบ “พระวัดดังเข้าสปาเกย์” ซื้อบริการตุ๋ยเด็กด้วย

พบพระวัดดัง 2 รายดอดซื้อบริการด้วย พอตามไปจับ-ให้เด็กชี้ตัวถูกต้อง จนยอมสารภาพตุ๋ยเด็กจริง จึงจับสึกทันที ขณะที่พระอีกรายเสพยาไอซ์

 

 

       
       เมื่อวันที่ 5 พ.ย. พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บังคับการกองพลทหารราบที่ 4, พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก, นายภาสกร บุญญลักษม์ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจัดระเบียบสังคม อาทิ พม. สำนักพุทธศาสนา, สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันแถลงข่าวที่กองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ 3 อ.เมืองพิษณุโลก
       
       หลังขยายผลการจับกุมเด็กผู้ชายจำนวน 3 รายที่ขายบริการทางเพศ บริเวณสวนชมน่าน ถนนพุทธบูชา อ.เมือง จ.พิษณุโลก บุกตรวจค้นร้านกลุ่มเป้าหมาย 5 ร้าน คือ ร้านบ้านเพื่อน, ร้านจีบอย, ร้านเอ็มคลับ, ร้านเฮฟเว่นคลับ และร้านแท่งทอง ที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก และ ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก เพราะสืบทราบว่ามีการเชิญชวนซื้อขายบริการทางเพศผ่านเฟซบุ๊กกันอย่างเปิดเผย แถมจัดโปรโมชันขายบริการช่วงเทศกาลลอยกระทง


       
       โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา (ผู้ประกอบการ) ค้าประเวณีได้ 6 ราย และลูกทีมขายบริการทางเพศอีก 31 ราย พร้อมยึดแผ่นซีดีลามกได้จำนวน 1,430 แผ่น ถุงยางอนามัย สารหล่อลื่น หนังสือโป๊ จำนวนมาก และยาเสพติด (ยาไอซ์) จำนวน 7.32 กรัม และเครื่องคอมพิวเตอร์
       
       อกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เค้นสอบถึงผู้ใช้บริการก็สามารถขยายผลไปจับกุมพระสงฆ์ ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก อีก 2 รูป เมื่อนำมาให้เด็กชายขายบริการชี้ตัวก็สามารถชี้ตัวได้อย่างถูกต้องทำให้พระทั้ง 2 รูปรับสารภาพโดยทันที จึงทำการจับสึก คือ นายวราวัชร์ อินดี อายุ 34 ปี, นายสุรเชษฐ เหี้ยงแก้ว อายุ 31 ปี
       
       พร้อมกันนั้นยังได้ทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของพระสงฆ์วัดดังกล่าว ปรากฏว่าพบมีปัสสาวะสีม่วง 1 ราย จึงจับสึกพร้อมแจ้งความดำเนินคดี คือ นายธีระ สมพงษ์สวัสดิ์ อายุ 27 ปี
       
       พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บังคับการกองพลทหารราบที่ 4 กล่าวว่า ชุดจัดระเบียบสังคมได้รับข้อร้องเรียนถึงการค้าประเวณีในรูปแบบ “สปา” บังหน้า แต่เบื้องลึกกลับขายบริการทางเพศ เมื่อคืนที่ผ่านมาจึงลุยตรวจร้านกลุ่มเป้าหมายจำนวน 5 แห่ง แต่เชื่อว่ายังมีอีก 2-3 แห่งเปิดดำเนินการเช่นเดียวกัน ก็ต้องไล่จับกุมต่อไป

 

คนร้ายรอจังหวะเจ้าของบ้านไปทอดกฐินงัดประตูลักทรัพย์

 

คนร้ายบุกงัดประตูบ้านก่อนเข้าไปภายในขึ้นไปรื้อค้นลิ้นชักได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด และทองรูปพรรณ หลายรายการรวมมูลค่า 3 แสนบาท คาดคนร้ายรออาศัยช่วงเวลาจังหวะที่เจ้าของบ้านออกไปทอดกฐินไม่มีใครอยู่

 

 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่  2 พฤศจิกายน  57  พ.ต.ต.อนุชา เนตรจินดา ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจากเจ้าของบ้าน ว่ามีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์สินภายในบ้านเลขที่ 80/8ถ.ประชาอุทิศ  ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เป็นบ้านปูน 2 ชั้น เปิดเป็นร้ายซ่อมและจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ โดยผู้แจ้งและเป็นเจ้าของบ้านคืนายมงคล บ่อแก้ว อายุ 50 ปี อยู่บ้านที่ดังกล่าว ยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่พร้อมพาไปตรวจสอบบริเวณประตูไม้หลังบ้านที่คากว่าคนร้ายจะใช้เป็นทางเข้ามาภายในและขึ้นไปลักทรัพย์สิ้นภายในห้องนอนชั้นที่ 2 ภายในห้องพบลิ้นชักไม้ข้างเตียงนอนถูกคนร้ายยอกออกมาวางอยู่บนเตียงและรื้อค้นทรัพย์สินจนสิ่งของที่เก็บไว้ในลิ้นชักกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปนั้นเป็นเงินสดจำนวน 120,000 บาท และทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 9 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 3 แสนบาท หายไป โดย

 

นายมงคล เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.15 น. ที่ผ่านมาตนเองได้พาครอบครัวเดินทางไปทอดกฐินที่วัดเพื่อทำบุญ แต่ก่อนที่จะทำพิธีทอดกฐินนั้นได้มีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่าให้กลับมาบ้านก่อนเนื่องจากบ้านถูกงัด จึงรีบเดินทางกลับมาตรวจดูทรัพย์สิน ก่อนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว

 

ขณะที่ น.ส.ธนาภรณ์ วรรณกิจ อายุ 41 ปี   เล่าว่า เมื่อเช้านี้ก่อนออกจากบ้านพักได้ตรวจตราและปิดประตูจนหมดแล้ว แต่มีเพื่อนบ้านโทรให้กลับมาบ้านเนื่องจากถูกคนร้ายงัด ตนเองจึงรีบกลับบ้านและขึ้นไปดูทรัพย์สินที่เก็บไว้ในลิ้นชักของห้องนอนพบว่า เงินสดที่พึ่งถอนมาจากบัญชีธนาคารและเงินเปียแชร์ที่เตรียมไว้ให้บุตรสาวกำลังศึกษาอยู่ ไปทำกิจกรรมประกอบการศึกษาที่ฮ่องกงทั้งหมด 120,000 บาทเก็บไว้ในลิ้นชักหายไป และทองรูปประพรรณอีก 5 เส้น ประกอบด้วยสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 2 บาท 2 เส้น ,สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท 2 เส้น และสร้อยคอทองคำลูกสาว 1 บท อีก 1 เส้น รวม 5 เส้นน้ำหนักรวม 9 บาท ที่เก็บไว้ในกล่องกำมะหยี่ก็หายไปทั้งหมดเช่นกัน

 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ร้อยเวรได้ตรวจสอบและสอบสวนลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้ว และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อเข้าตรวจสอบหาล่องรอยนิ้วมือแฝงของคนร้าย เพื่อนำไปตรวจสอบและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

   

ฮือฮา! พบจระเข้ตัวเขื่อง อช.ทุ่งแสลงหลวง

ชาวบ้านลุยดักตัวเหี้ย-ตะกวดลุ่มน้ำชุมพู กลับพบจระเข้ตัวเขื่องติดกับดักแทน คาดเป็นสายพันธุ์จระเข้น้ำจืดที่เคยวางไข่บน อช.ทุ่งแสลงหลวงไม่นานมานี้

 

       
       เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 57  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านปลวกง่าม ม.5 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ต่างพากันมาดูจระเข้ที่ติดกรงเหล็กกับดักที่ชาวบ้านวางไว้ริมคลองชมพู เพื่อดักตัวเหี้ย และตะกวด ซึ่งได้นำมาไว้ที่บ้านนางสิมมา จันทร์ทอง ผญบ.ม.5 บ้านปลวกง่าม อยู่ โดยพบว่าเป็นจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทยขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม ความยาวประมาณ 1.8 เมตร
       
       นายบุญชนะ ทองพูเขียว นายก อบต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านปลวกง่ามคนหนึ่งได้นำกรงเหล็กใส่ไก่เป็นเหยื่อล่อ แล้วนำไปวางไว้ริมคลองชมพู หวังจะดักตัวตะหวด ตัวเหี้ย ที่มีชุกชุมในบริเวณนี้ แต่ปรากฏว่าวันนี้ ไปดูที่กรงกลับพบจระเข้ตัวขนาดใหญ่มาติดในกับดัก จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และ อบต.ชมพู มาตรวจสอบ
       
       เมื่อไปดูก็พบว่าเป็นจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย ลักษณะเดียวกันกับที่เคยเป็นข่าวสำรวจพบวางไข่ในคลองชมพู อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ช่วงก่อนหน้านี้ ห่างจากจุดเดิม 10 กม. จึงช่วยยกกรงมาไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ม.5 พร้อมกับแจ้งอำเภอเนินมะปราง, เจ้าหน้าที่ประมง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มาตรวจสอบ เพื่อปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป


       
       “ชาวบ้าน ต.ชมพูมักพบเห็นจระเข้น้ำจืดอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ได้ล่า ต้องการอนุรักษ์มากกว่า แต่วันนี้บังเอิญติดกรงเหล็ก และเห็นเป็นจระเข้ตัวใหญ่ จึงตื่นเต้นกันมาก”
       
       ล่าสุดในคืนวันเดียวกันนี้ คณะชาวบ้านได้นำรถมาบรรทุกจระเข้น้ำจืด เพื่อเตรียมนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติบริเวณด้านหลังหน่วย สล.5 ทุ่งแสลงหลวงเนินมะปราง ในวันพรุ่งนี้ (29 ต.ค.) ต่อไป
       
       อนึ่ง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวและชาวบ้านเคยบุกพิสูจน์จระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทยหายากที่อาศัยอยู่ห่างจากหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ 13 กิโลเมตร พบจระเข้ และรังไข่ที่วางอยู่ริมคลองชมพู บ่งชี้ถึงผืนป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์มาก

 

ตร.ภ.6 ตามรวบสาวอุดรฯ ฉายา “แพนเค้ก บางบัว” ร่วมแก๊งไนจีเรียตุ๋นเหยื่อโอนเงินผ่านเฟซบุ๊ก

สาวอุดรฯ หนึ่งในแก๊งสกิมเมอร์ไนจีเรีย ใช้เฟซบุ๊กหลอกเหยื่อให้โอนเงินเข้าบัญชี พบมีเงินโอนเข้ากว่า 5.7 ล้านบาท

 

      

       เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 57  พ.ต.อ.สมพร ทองรอด รอง ผบก.สส.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผกก.สืบสวน 3 ภ.6 แถลงข่าวผลการจับกุมตัว น.ส.เดือนเพ็ญ ราชาแสง อายุ 24 ปี หรือฉายา “แพนเค้ก บางบัว” อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 1 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ทำงานเป็นแม่บ้านบริษัทแห่งหนึ่ง อยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมทีปาร์ค บางนา อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ในคดี “ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น” พร้อมบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็ม 16 รายการ ยอดเงินในบัญชีกว่า 5 ล้านบาท
       
       การจับกุมมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 6 ได้จับกุมตัว น.ส.กาญจนา มะเดื่อชุมพร อายุ 45 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ได้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ในข้อหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” โดยมีชายชาวต่างชาติร่วมใช้เฟซบุ๊กแสดงตนว่า มีรูปร่างดี มีฐานะ ตีสนิทสร้างความสัมพันธ์กับผู้เสียหาย จากนั้นมีชาวไทยออกอุบายต่างๆ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้แก่กลุ่มคนร้าย
       
       ต่อมา มีผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก และประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 6 แจ้งว่า มีเหตุลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นกับตนเอง โดยกล่าวว่า ตนเองถูกคนร้ายร่วมกันฉ้อโกง โดยหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่ระบุชื่อเจ้าของบัญชีคือ น.ส.เดือนเพ็ญ ราชาแสง เป็นจำนวนเงิน 103,000 บาท เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้วปรากฏว่า มีการถอนเงินสดออกจากบัญชีดังกล่าวไป


       
       ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สอบสวน และทราบว่า น.ส.เดือนเพ็ญ มีหมายจับของศาล จำนวน 4 หมาย ประกอบด้วย หมายที่ 167/2556 ลงวันที่ 26 กันยายน 2556 ศาลอำนาจเจริญ, 78/2557 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธุ์ 2557 ศาลแขวงเชียงใหม่, 750/2557 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2557 ศาลธัญบุรี กรุงเทพฯ และ 152/2557 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2557 ศาลจังหวัดพิษณุโลก
       
       สอบสวน น.ส.เดือนเพ็ญ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ ด้รู้จักกับนายปีเตอร์ นายสตีเฟน และนายบราเตอร์ ทั้งหมดเป็นชาวไนจีเรีย ซึ่งทั้ง 3 คน ได้ว่าจ้างให้ น.ส.เดือนเพ็ญ เปิดบัญชีธนาคารไว้หลายบัญชี เป็นเงิน 2,000-3,000 บาท/บัญชี และได้มอบบัตร ATM สมุดบัญชีบางบัญชี ให้แก่บุคคลทั้ง 3 ไป โดยทั้ง 3 คน แจ้งว่าจะมีคนอื่นโอนเงินเข้าบัญชีเป็นจำนวนมาก
       
       เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า น.ส.เดือนเพ็ญ มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จึงได้ไปทำการจับกุมตัว พร้อมกับจะทำการขยายผลหลังจากชุดสืบสวนสืบทราบว่า แก๊งสกิมเมอร์ชาวไนจีเรียแก๊งนี้ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียเหมือนคดีก่อนๆ แต่ได้เปิดเช่าห้องพักกบดานอยู่แถวย่านรามคำแหง กทม. ซึ่งจะเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL