เสาร์, กรกฏาคม 30, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

กระบะซิ่งแหกด่านตำรวจภูธรวัดโบสถ์พบลักลอบขนยาบ้ายาไอซ์

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรวัดโบสถ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ไล่ล่าแก๊งค้ายาบ้าซิ่งรถแหกจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สุดท้ายหนีไม่รอด

 

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26  ก.ค. พ.ต.อ.เชิดศักดิ์  พูลเผ่าดำรงค์  ผกก.สภ.วัดโบสถ์ รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจริมถนนเส้นพิษณุโลก-วัดโบสถ์ หมู่ 1 บ้านท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่มีรถยนต์กระบะขับเข้ามารอตรวจค้นก่อนจะชะลอความเร็ว แต่ได้อาศัยจังหวะเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว คาดว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ภายในรถ จึงรีบนำกำลังออกติดตามร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เป็นระยะทางไกลกว่า 5 กม. ซึ่งผู้โดยสารที่อยู่ในรถได้โยนกระเป๋าสีดำแบบผู้หญิงทิ้งข้างทาง แล้วเกิดเสียหลักร่วงตกลงกระแทรกกับพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพากันจอดรถวิ่งหลบหนีไปกลางทุ่งนาใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังปิดล้อมไล่ล่าจนสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้จำนวน 4 ราย ทราบชื่อคือ  นายสงกรานต์  ปรีศรี  อายุ 22 ปีอยู่บ้านเลขที่ 160/4 หมู่ 5 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายนุกูล  หอมอ่อน อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 หมู่ 6 ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก นายศุภกิตต์   สระเกษ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 450 หมู่ที่ 2 ต.วังท่าลี่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ และ น.ส.โสรยา  คำสุข อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/2 หมู่ 4 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พร้อมของกลางรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บร 3148 พิษณุโลก นอกจากนี้จากการตรวจค้นภายในรถยนต์พบกระเป๋าหนังสีดำด้านในบรรจุยาบ้าและยาไอซ์พันทับด้วยเทปกาวสีดำแน่นหนา  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวทั้ง 4 ราย พร้อมของกลางไปแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ห้องประชุม สภ.วัดโบสถ์

 

ต่อมา พล.ต.ต.อดิศักดิ์  น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดศักดิ์  พูลเผ่าดำรงค์ ผกก.สภ.วัดโบสถ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนตรวจสอบนับของกลางพบว่ามียาบ้าจำนวน 30,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน  500 กรัม มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างขนยาเสพติดมาจาก จ.อุตรดิตถ์ เพื่อนำยาบ้าทั้งหมดไปส่งให้กับลูกค้าที่ จ.พิจิตร ได้ค่าจ้างจำนวน 150,000 บาท แต่ระหว่างทางมาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจเสียก่อน จึงเกิดความตกใจรีบเหยียบคันเร่งหลบหนีรถยนต์ตำรวจที่ขับติดตามมาอย่างกระชั้นชิด โดยเพื่อนที่นั่งมาด้วยกันพยายามโยนยาบ้าทิ้งข้างทาง แต่ก็พลาดท่าร่วงตกรถยนต์ได้รับบาดเจ็บจนกระทั่งถูกติดตามจับกุมได้ทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดแก๊งนี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

คนร้ายงัดร้านพระเครื่อง กวาดพระเครื่องดังเกือบ 300 องค์

คนร้ายใช้ค้อนเหล็ก งัดประตูเหล็กด้านหน้าร้าน เข้าไปขโมยพระเครื่องที่อยู่ในตู้โชว์หน้าร้าน 

 

 

 

เมื่อเวลา 13.00 น. (22ก.ค.) ร.ต.อ.อนุวัฒน์ วัฒนกรกาณย์ พนักงานสอบสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เดินทางไปตรวจสอบ ที่ร้านเช่าพระเครื่องร้านธนทรัพย์ เลขที่599/13 ถนนมิตรภาพ อ.เมืองพิษณุโลก หลังจากรับแจ้งว่ามีคนร้ายงัดเข้าไปภายในร้านแล้วขโมยพระองค์ไปเป็นจำนวนมาก

โดยจากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายใช้ค้อนเหล็ก งัดประตูเหล็กด้านหน้าร้าน เข้าไปขโมยพระเครื่องที่อยู่ในตู้โชว์หน้าร้าน ได้พระเครื่องไปเกือบ 300 องค์ อาทิ พระพุทธชินราช หลวงปู่แขก หลวงปู่รอด สมเด็จพระนางพญา เป็นต้น ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 200,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บหลักฐานซึ่งเป็นค้อนเหล็ก ที่คาดว่าคนร้ายใช้งัดประตู และรอยนิ้วมือแฝงที่ติดอยู่กับตู้กระจกไปทำการตรวจพิสูจน์ สอบหาตัวคนร้าย

ด้าน นายสุเมธ ธนชัย อายุ 47 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นวานที่ผ่านมาได้ปิดร้านตามปกติ จากนั้นช่วงเช้าเวลา 10.00 น. ตนเข้ามาเปิดร้าน พบความผิดปกติที่กระถ่างต้นไม้ถูกย้ายที่ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่าตู้พระเครื่องที่อยู่หน้าร้านถูกเปิดออก พระเครื่องกระจัดกระจาย และมีบางส่วนหายไปเกือบ 300 องค์ โชคดีที่คนร้ายไม่ได้ขโมยพระบูชาในร้านไปด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมาดูลาดราว ก่อนลงมือเหตุช่วงเวลากลางดึง ซึ่งคาดว่าคนร้ายคงต้องเป็นคนที่อยู่ในวงการพระเครื่องและรู้จักพระเครื่องเป็นอย่างดี

 

คนร้ายฆ่าโหดแทงราวนมจับมัดเก้าอี้ปูนถ่วงน้ำ

            พบศพชาย ถูกแทงด้วยอาวุธไม่ทราบชนิดบริเวณอกขวา 4 แผล ก่อนจับห่อด้วยผ้าน่วมขันชน๊อคมัดเอวมัดเท้าก่อน ถ่วงด้วยเก้าอี้ปูนทรงกระบอก โยนศพทิ้งน้ำยมสายเก่า เพื่ออำพรางคดี หลังน้ำลดระดับทำให้ชาวบ้านมาพบศพดังกล่าว

 

 

 

            เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 พ.ต.ต.ชูชีพ พุ่มเฉี่ยว สว.(สอบสวน) สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพผู้เสียชีวิตภายในคลองน้ำแม่น้ำยมสายเก่า บริเวณหมู่ที่ 11 บ้านท่าช้าง ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังจากที่ช่วงนี้น้ำในแม่น้ำลด จึงได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการวิทยาการตำรวจเขต 6 และแพทย์เวร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมกู้ภัยข่าวภาพ

ในที่เกิดเหตุภาย พบศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30-35 ปี อยู่ในสภาพถูกมัดคลุมด้วยผ้าน่วม มีเชือกไนล่อนมัดเอวมัดเท้า นอนคว่ำหน้าอยู่ภายในคลองน้ำแม่น้ำยมสายเก่า บริเวณขวามีเชือกไนลอน มัดถ่วงไว้กับเก้าอี้ปูนทรงกระบอก จากการตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตสวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ บริเวณราวนมด้านขวาพบมีร่องรอยถูกแทงด้วยอาวุธ จำนวน 7 แผล เจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะแทงซ้ำถึง 7 ครั้ง  สภาพศพขึ้นอืดคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน  จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารหรือหลักฐานยืนยันว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบถามชาวบ้านใกล้เคียง ต่างยืนยันว่าไม่มีใครรู้จักผู้ตายคาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมมาจากที่อื่น แล้วนำมาโยนทิ้งไว้ในคลองน้ำ พร้อมถ่วงด้วยเก้าอี้ปูนทรงกระบอกเพื่ออำพรางคดี แต่ในช่วงนี้ปริมาณน้ำในคลองน้ำลดลงจึงทำให้ศพโผล่ขึ้นจนมีผู้มาพบเป็นดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งผ่าชันสูตรพลิกศพอีกครั้งและ เร่งติดตามสืบสวนสอบสวนว่าผู้ตายเป็นใคร มาจากไหน และติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

   

ทหาร-ตำรวจ สนธิกำลังบุกรวบพ่อค้าตลาดนัดและเพื่อนช่างเชื่อม ร่วมกันค้ายาบ้า-ยาไอซ์ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ทหารกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง ตำรวจตะเวนชายแดนที่ 31 จับกุม 2 ผู้ต้องหา พ่อค้าผักกาดดองตามตลาดนัดและคู่หูช่างเชื่อม ร่วมกันค้ายาบ้า-ยาไอซ์ หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบตรวจค้นในบ้านพบของกลางยาบ้าและยาไอซ์มูลค่ากว่าล้านบาท

 

 

 

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 ก.ค. เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 4 นำโดย พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ได้สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.ทรงพล  สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าทหาร ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองพิษณุโลก บุกจู่โจมเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 471/38 หมู่ที่ 8 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านฉัตรแก้ว พร้อมจับกุมตัวนายวิทยา  เอื้องมณี อายุ 36 ปี อาชีพช่างเชื่อม และนายจเร คงคล้าย อายุ 31 ปี อาชีพพ่อค้าผักกาดดองตามตลาดนัด เนื่องจากสืบทราบว่าทั้ง 2 คน ร่วมกันค้ายาเสพติดในพื้นที่ จากการตรวจค้นในบ้านพักพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 5,000 เม็ด ยาไอซ์ 106 กรัม รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และพบปืนลูกซองยาวอีก 1 กระบอก

ด้าน พล.ต.นพพร  เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าทั้ง 2 คน มีพฤติกรรมค้ายาบ้าและยาไอซ์จึงได้เฝ้าติดตามมาได้สักระยะหนึ่ง โดยพบเป็นเครือข่ายรับยาเสพติดมาจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จากนั้นลำเลียงมากระจายในพื้นที่ จ.พิษณุโลก และใกล้เคียง จนในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าจับกุมและตรวจค้นในบ้านพักจนพบยาเสพติดดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งหลังจากนี้จะได้ขยายผลสืบสวนจับกุมเครือข่ายต่อไป.
 

ช่วยสองตายายอยู่แพริมน้ำน่านใกล้พัง

ทหารจากกองบิน 46และหลายหน่วยงาน รุดช่วยเหลือสองตายายต้องอาศัยอยู่ในแพสภาพเก่ารอวันผุพังตามกาลเวลา เสี่ยงต่อแพล่มหากมีระดับน้ำในแม่น้ำน่านสูงขึ้นกว่านี้ ทันที โดยเฉพาะถังแกลลอนสำหรับหนุนแพ

 

 

วันนี้ (12ก.ค.) น.อ.ขจรฤทธิ์  แก้วอำไพ ผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 46ได้จัดส่งกำลังพล พร้อมผู้ควบคุมจำนวน 15คน เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ซึ่งอาศัยอยู่บนแพริมแม่น้ำน่าน ถนนพุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากนายหนึ่ง  สีดวง อายุ 40ปี ช่างเครื่องยนต์เต้นท์จำหน่ายรถมือสองย่านมหาวิทยาลัยนเรศวร บุตรชายเจ้าของแพ โดยก่อนหน้านี้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจพบว่า สภาพแพนั้นมีความทรุดโทรมเป็นอย่างมาก จะได้รับความเสียหายหากระดับน้ำในแม่น้ำน่านสูงขึ้นกว่านี้

และพบว่า นายเจริญ  บุษดี อายุ 79ปี บิดาของนายหนึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ และยังเป็นโรคปอดติดเชื้อรวมทั้งลิ้นหัวใจรั่ว มีเพียง นางมูล  สีดวง อายุ 69ปี ภรรยาเป็นคนคอยดูแล โดยในวันนี้ ทางหน่วยป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กองบิน 46กองกิจการพลเรือน ได้ทำทางขึ้นลง ให้ใหม่ พร้อมทั้งนำข้าวสาร เครื่องอุปโภค ช่วยเหลือในบางส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น นอกจากนี้ทางเทศบาลนครพิษณุโลกสนับสนุนถังแกลลอนสำหรับหนุนแพ 8ถัง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สนับสนุน 6ถัง และนายอำเภอเมืองพิษณุโลกใช้เงินส่วนตัวซื้อถังแกลลอนมอบให้อีก 4ถัง

ด้าน นายหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีรายได้ไม่มากนัก ปัจจุบันต้องเช่าบ้านอยู่และเลี้ยงดูภรรยาและบุตร แต่ก็พอจะแบ่งเงินมาซื้อข้าวปลาอาหารให้พ่อกับแม่กินได้บ้าง หากมีเวลาแวะมาเยี่ยมเยียน แต่รายได้ของตนไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมแพที่เก่าและผุพังมากแล้ว จึงได้ชวนพ่อกับแม่ไปอยู่ด้วยที่บ้านเช่าก็ไม่ยอมไป เพราะชีวิตพ่อกับแม่ผูกพันกับแพหลังนี้มานานมากแล้ว ทุกวันนี้จะมีน้องสาวตนมาคอยดูแลพ่อที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดที่นอนหรือซักเสื้อผ้า วันนี้ต้องขอขอบคุณทางกองบิน 46 และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาให้ความช่วยเหลือพ่อกับแม่ของตนด้วย

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL