พุธ, ตุลาคม 18, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

รถเก๋งบีเอ็มซิ่งเสยท้ายสองพ่อลูกที่ไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูสุดใจดำ ซิ่งเสยท้ายจยย.สองพ่อลูกเจ็บหนักสาหัส ขณะกำลังขี่รถไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 

 

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ร.ต.อ.กล้าณรงค์  จันทรมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายเลี่ยงเมืองพิษณุโลก – นครสวรรค์ ก่อนถึงสำนักงานขนส่งแห่งใหม่ หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย นอนหมดสติอยู่ในป่าหญ้าริมทาง ทราบชื่อต่อมา คือ นางทวี  ลุ่มหล้า อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง สภาพมีบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์ตามร่างกายหลายแห่ง เลือดไหลออกปากและจมูก อาการหนักสาหัสหมดสติ ส่วนอีกราย คือ นายเชิด  ศรีเครือ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง ซึ่งเป็นบิดาของนางทวี มีบาดแผลที่ศีรษะแตกเลือดไหลอาบใบหน้า และมีรอยถลอกฟกช้ำทั่วร่างกาย ยังพอมีสติพูดคุยได้เล็กน้อย เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช นอกจากนี้ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน ขกษ 841 พิษณุโลก สภาพถูกชนด้านท้ายรถจนเสียหายพังยับเยิน

            ต่อมามี นายภาณุเดช  ลุ่มหล้า อายุ 18 ปี  บุตรชายของนางทวีเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับให้การด้วยท่าทางตื่นตระหนกตกใจว่า เมื่อช่วงเช้านี้นางทวี มารดาของตน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับนายเชิด ซึ่งเป็นบิดา และมีศักดิ์เป็นตาของตนเองเพื่อพากันไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในตัว อ.วังทอง แต่ระหว่างทางมาถึงยังจุดเกิดเหตุกลับถูกรถยนต์เก๋งขับชนท้ายเข้าอย่างจังเสียงดังสนั่น ทำให้แม่และตากระเด็นตกลงไปในป่าหญ้าข้างทาง ก่อนจะถูกรถยนต์เก๋งลากรถจักรยานยนต์ครูดไปกับพื้นถนนไกลกว่า 50เมตร

โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่ารถยนต์เก๋งที่ชนนั้นเป็นรถยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ภายหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกวัดสะกัดน้ำมันอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยุสกัดจับแต่ไร้วี่แวว ซึ่งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดริมทางเพื่อหาหลักฐาน ใช้ติดตามตัวคนขับรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ช่วยเหลือลูกนกเป็ดน้ำติดอยู่ภายในท่อระบายน้ำ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยหมาแมว ช่วยเหลือลูกนกเป็ดน้ำติดอยู่ภายในท่อระบายน้ำ ก่อนนำไปอนุบาลและจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

 

 

กลางดึก วันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุกู้ภัยหมาแมว ชมรมช่วยสัตว์พิศณุโลกย์ ได้รับแจ้งว่ามีลูกนกเป็ดน้ำติดอยู่ภายในท่อระบายน้ำภายในซอยพิชัยสงคราม 14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลกหลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นท่อระบายน้ำกลางซอยได้ยินเสียงลูกนกเป็ดน้ำร้องอยู่ภายในท่อ เจ้าหน้าที่ได้เปิดเสียงนกเป็ดน้ำจากโทรศัพท์เพื่อให้ลูกนกเป็ดน้ำมารวมกันตรงเสียงที่เปิดเพื่อทำการช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นจึงใช้เบ็ดทำเป็นห่วงเพื่อคล้องลูกนกเป็ดน้ำที่ติดอยู่ภายในท่อขึ้นมาทีละตัว ซึ่งขณะที่ทำการช่วยนำลูกนกเป็ดน้ำขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ แม่ของนกเป็ดน้อยก็ได้บินมาร้องเรียกลูกอยู่เป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่ได้ใช้เบ็ดช่วยลูกเป็ดน้ำได้มาทั้งหมด 9 ตัว และยังหลงเหลืออีก 1 ตัว ไม่สามารถใช้เบ็ดช่วยขึ้นมาได้เนื่องจากนกเป็ดน้ำตัวดังกล่าวได้เดินหายไปจากที่บริเวณที่จะมองเห็นได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานรถยกเพื่อมาดึงฝาท่อซีเมนขนาดใหญ่ เพื่อลงไปทำการค้นหาเจ้านกเป็ดน้อยที่เหลืออยู่อีก 1 ตัวภายในท่อ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงช่วยลูกเป็ดน้ำขึ้นมาจากท่อระบายน้ำได้สำเร็จ ซึ่งลูกเป็ดน้ำทั้ง10 ตัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยหมาแมว จะนำไปเลี้ยงอนุบาลก่อนนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

นาย ณัฐดนัย ยืนเพ็ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยหมาแมว เล่าว่าตนได้มาช่วยเหลือเห็นว่ามีลูกนกเป็ดน้ำอยู่ภายในท่อเพียง 5 ตัว หลังจากนั้นได้เปิดเสียงร้องของนกเป็ดน้ำจากโทรศัพท์ เพื่อให้ลูกนกเป็ดน้ำมารวมตัวกันใกล้ๆเสียงที่เปิดเพื่อง่ายต่อการช่วยเหลือ หลังจากนั้นก็พบว่าลูกนกเป็ดน้ำที่ติดอยู่ภายในท่อมีมากถึง 10 ตัวด้วยกัน ตนจึงช่วยเหลือขึ้นมาได้ทั้งหมด

 

ศาลสั่งจำคุก 108 ปีหนุ่มค้ากัญชาผ่านไปรษณีย์

ศาลจังหวัดพิษณุโลกพิพากษาตัดสินจำคุก 108 ปี หนุ่มค้ากัญชาอัดแท่งส่งทางไปรษณีย์ แต่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกได้ไม่เกิน 50 ปี และจำเลยรับสารภาพ ทำให้ลดเหลือจำคุก 25 ปี ปรับ 700,500 บาท

 

 

วันที่ 6 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บัลลังก์ 9 ศาลจังหวัดพิษณุโลก ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาตัดสินคดีความระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ มนตรี หรือไก่  ปิยะพันธ์ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 145/7 หมู่ 5 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก จำเลย ที่ร่วมกับพวกส่งกัญชาอัดแท่งทางไปรษณีย์ ว่า นายมนตรี  ปิยะพันธ์ จำเลย มีความผิดตามฟ้องกระทงที่ 1 ฐาน สมคบกันมีกัญชาตั้งแต่ 10 กิโลกรัมไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 15 ปี ปรับ 1 ล้านบาท และพยายามร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย พิพากษาจำคุก กระทงละ 2 ปี รวม 43 กระทง จำคุก 86 ปี ฐานมียาบ้า จำคุก 7 ปี ปรับ 400,000 บาท มีเครื่องกระสุนปืนปรับ 1,000 บาท รวมจำคุกทั้งสิ้น 108 ปี ปรับ 1,400,000 บาท แต่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกได้ไม่เกิน50 ปี และจำเลยรับสารภาพ ทำให้ลดเหลือจำคุก 25 ปี ปรับ 700,500 บาท โดยให้กักขังแทนค่าปรับ 2 ปี และให้ริบยาบ้าและกัญชาอัดแท่งของกลางทั้งหมด ส่วน น.ส.แจน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ที่ถูกจับกุมพร้อมกันนั้นถูกส่งตัวแยกไปดำเนินคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.พิษณุโลก

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุม นายมนตรี หรือไก่ ปิยะพันธ์ อายุ 30 ปีอยู่บ้านเลขที่ 145/7หมู่ 5 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ น.ส.แจน (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางเป็นกัญชาอัดแท่งบรรจุกล่องไปรษณีย์ จำนวน 44 กล่อง น้ำหนักรวมประมาณ 71 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 426,000 บาท และยาบ้าจำนวน 202 เม็ดมูลค่าประมาณ40,400 บาท โดยผู้ต้องหามีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดประเภทกัญชาอัดแท่งส่งผ่านทางไปรษณีย์ ซึ่งมีต้นทางส่งจาก จ.พิษณุโลก และขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านพักที่ ต.วังอิทก อ.บางระกำ ได้ของกลางเพิ่มเติมอีก 290 กก. รวมกัญชาทั้งสิ้น 361 กก.

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ทำการค้าขายส่งกัญชาอัดแท่งให้กับลูกค้าทางไปรษณีย์ได้ประมาณ 1 ปี ก่อนที่จะโดนจับกุมและศาลตัดสินคดีในวันนี้

   

ผงะ ป้าวัย 49 ปีปักเบ็ดหาปลา กลับพบระเบิดสังหารริมน้ำ

ป้าวัย 49 ปี ไปปักเบ็ดหาปลาริมแม่น้ำน่าน กลางเมืองพิษณุโลก กลับพบถุงผ้าร่มสีดำติดอยู่ริมตลิ่ง แกะออกดูพบระเบิดลูกเกลี้ยง M 67 ชนิดสังหาร ระยะหวังผล 10 เมตร ภายในรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บกู้

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2560 ร.ต.อ.วีรัตน์  โมสกุล  รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก  รับแจ้งว่ามีคนพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดอยู่ริมแม่น้ำน่าน หน้าโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบวัตถุต้องสงสัยว่างอยู่ริมแม่น้ำ จึงได้นำเชือกมากั้นที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดให้มาทำการเก็บกู้

นางอัฉรา  หลิวยัง อายุ 49 ปี  ชาวบ้านที่มาหาปลา ให้การด้วยอาการตื่นตกใจว่า ระหว่างที่ตนเองลงไปปักเบ็ดที่ริมน้ำเห็นถุงผ้าร่มลอยติดอยู่ริมตลิ่งจึงได้เก็บขึ้นมาดู และเปิดออกมาพบว่าเป็นวัตถุระเบิดพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำ จึงตกใจรีบวางไว้และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้มาถึงที่เกิดเหตุและลงไปทำการเก็บกู้วัตถุระเบิดขึ้นมา พบว่า เป็นระเบิดลูกเกลี้ยง M 67  ชนิดสังหาร รัศมีทำลายล้าง 10 เมตร ถูกพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำอย่างสนิท และมีการพ่นสีที่ลูกระเบิด   โดยหลังจากเก็บกู้แล้วทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจะนำไปเก็บรักษาและทำลายต่อไป

 

ปิคอัพเมาซิ่งหลุดโค้งตาย 1 เจ็บ 2

กลุ่มวัยรุ่นกลับจากสถานบันเทิงจะไปต่อที่ร้านเย็นตาโฟ ซิ่งรถกระบะหลุดโค้งกำนันเชย ถ.พิชัยสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก อัดกับเสาไฟฟ้าอย่างแรง คนขับเสียชีวิตคาที่ และมีผู้บาดเจ็บติดภายใน 2 คน กู้ภัยใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วงเหลือนำส่งโรงพยาบาลได้

 

 

 

เวลา 03.00 น. วันที่ 4 กันยายน 2560  ร.ต.อ.นพพล  ไม้งาม ร้อยเวรสภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักหลุดโค้งกำนันเชย ขาเข้าตัวเมืองพิษณุโลก ถ.พิชัยสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก มีผู้เสียชีวิต 1 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถอีก 2 คน ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะอีซูซุ แค็ป ทะเบียน บว 6484 พิษณุโลก สภาพเสียหลักพุ่งเข้าชนกับเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง ต้องใช้รถยกดึงออกมา โดยผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย จนท.กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราชไปก่อนหน้านี้ แต่ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย และผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ที่ยังติดอยู่ภายในรถ จนท.สมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลกได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างและปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บและต่อมาจนท.กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลก ได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างมาช่วยเหลือจึงสามารถช่วยเหลือนำผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลกได้

สำหรับผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือนายณัฐสิทธิ์  จั่นอยู่ อายุ  22 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 1004 ถนนบรมไตรโลกนารถ 2 ต. ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นคนขับและเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว

 จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ประสบเหตุ ได้ไปสังสรรค์ที่ร้านโฟร์ไซเคิ่ล ใกล้กับสวนเฉลิมพระเกียรติฯเรือนแพ อยู่ห่างจากโค้งกำนันเชยประมาณ 1 กิโลเมตร หลังเลิกจากร้านในเวลา 02.00 น. ได้นัดกันไปที่ร้านเย็นตาโฟที่สถานีรถไฟพิษณุโลก แต่มาประสบเหตุขับรถหลุดโค้งกำนันเชย จนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

สำหรับโค้งกำนันเชย ถ.พิชัยสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก เป็นโค้งอันตรายที่ประสบอุบัติเหตุรุนแรงมีบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายครั้ง แม้ว่าจะเป็นถนนขนาดสี่เลนทั้งขาเข้าและขาออกเมือง ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ทำป้ายเตือน สัญญาณไฟ สัญญาณสะท้อนแสง และ เขียนตัวเลขให้ระมัดระวัง จำกัดความเร็วที่ 45 กม.ต่อชั่วโมง แต่ก็ยังคงมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL