จันทร์, มีนาคม 27, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

คนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บระหว่างตรวจค้น

 
ตำรวจ สภ.พรหมพิราม บุกปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายคดียาเสพติด ถูกคนร้ายยิงสวน 2 นัด เข้าร่างร่วงเจ็บสาหัส ก่อนจะตามแม่คนร้ายมาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวหวั่นถูกวิสามัญ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมพิราม ปิดล้อมจับผู้ต้องหาเป้าหมายตรวจค้นคดียาเสพติด ถูกคนร้ายยิงสวน จนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ปิดล้อมอยู่นาน จนต้องให้แม่ผู้ต้องหา มาเจรจา ยอมมอบตัวในที่สุด
 
 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 16 มี.ค. พ.ต.ท.รณฤทธิ์  ใจว่อง สวป. สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ได้นำชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ที่บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ 3 บ้านไผ่ขอน้ำ ต.มะตูม อ.พรหมพิราม ซึ่งเป็นบ้านของนายณรงค์  ขวัญนาค อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามเป้าหมายตรวจค้นยาเสพติด โดยนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมภารกิจทั้งหมด 8 นาย ทันทีที่มาถึงบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวได้แสดงตนพร้อมหมายค้น พบนายวรโชติ  พู่กัน น้องชายของผู้ต้องหาเปิดประตูให้ แต่ไม่พบนายนณงค์แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจสอบห้องนอนใกล้กัน ที่ปิดประตูมัดเชือกคล้องไว้อย่างหนาแน่น โดย ด.ต.ชัยนาท  เพชรยัง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ. พรหมพิราม ได้ใช้มีดตัดเชือกเพื่อเข้าไปในห้อง แต่ปรากฏว่านายณรงค์ใช้อาวุธปืนลูกซองพกสั้นขนาดเบอร์ 9 ยิงสวนออกมาจำนวน 2 นัด ส่งผลทำให้ ด.ต.ชัยนาท ถูกคมกระสุนปืนเข้าที่ไหล่ขวาเลือดไหลทะลักได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราชผ่าตัดเอาหัวกระสุนออกอย่างเร่งด่วน พร้อมกับปิดล้อมบ้านหลังเกิดเหตุ และพูดเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ออกมามอบตัว แต่ผู้ต้องหาขังตัวเองอยู่ในห้องนานกว่า 1 ชม. เพราะเกิดความเครียดและหวั่นเกรงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปรับนางรำพรวน  ขวัญนาค อายุ 61 ปี แม่ของผู้ต้องหา ที่ไปตรวจเลือดยังโรงพยาบาลกลับมาช่วยกันพูดเกลี้ยกล่อมอีกทาง จนกระทั่งนายณรงค์ใจอ่อนเมื่อได้ยินเสียงแม่ร้องขอให้มอบตัว จึงยินยอมเปิดประตูห้องออกมามอบตัวพร้อมกับอาวุธปืนลูกซอง และกระสุน 1 นัด ที่ใช้ก่อเหตุ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับนายณรงค์  ผู้ต้องหา ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
 

หนุ่มใหญ่กระหน่ำยิงเมียก่อนยิงตัวตาย

 
หนุ่มใหญ่วัย 64 ปี อารมณ์ฉุนฟิวส์ขาดทะเลาะเมียใหม่วัย 53 ปี ชักอาวุธปืนพก .38 จ่อยิงร่วง 3 นัดซ้อน ก่อนยิงขมับตัวเองตายตามคาร้านขายของชำ
 
 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 มี.ค. ร.ต.อ.วชิระ  ประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดงประคำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายภายในร้านค้าขายของชำ ตั้งอยู่เลขที่ 169/1 หมู่ 6 ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.นพดล  ดวงมาตย์พล สารวัตรหัวหน้าสถานี สภ.ดงประคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านขายของชำพบศพผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย เป็นหญิง 1 ราย ชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นางสุดใจ  สามงามเหล็ก อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน ถูกอาวุธปืนขนาด .38 มม. ยิงเข้าที่บริเวณขมับฝั่งขวา 1 นัด หน้าอก 2 นัด นอนจมกองเลือดมันสมองไหลกระจายเกลื่อนพื้นอย่างน่าสยดสยอง ข้างกันพบศพนายชูชีพ ขุนกำแหง อายุ 64 ปี มือปืน หลังก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจ่อขมับขวายิงตัวเองจนเสียชีวิตคาที่อีกศพ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอยของคมกระสุนปืนที่ฝาผนังเป็นรู 1 แห่ง และพบอาวุธปืนแบบลูกโม่ 6 นัด ถูกยิงออกไป 5 นัด ตกอยู่ข้างศพจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานในคดี

จากการสอบสวน นางสุกัลยา  อิทธิพล อายุ 30 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต ให้การทั้งน้ำตานองหน้าว่า นายชูชีพเป็นสามีใหม่ของนางสุดใจ มารดาของตน โดยมาคบหากันได้ 3 ปีแล้ว มักจะมีนิสัยขี้โมโห พูดจาเอะอะเสียงดังโวยวาย และชอบทำร้ายมารดาอยู่เป็นประจำ กระทั่งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาขณะที่มารดาของตนกำลังเปิดร้านขายของตามปกติ มีนายสมทบ ธงชัย อายุ 29 ปี สามีของตน ได้พาหลานชายวัย 7 ขวบ มานั่งกินข้าวปลาอาหารที่ได้เตรียมไว้ภายในร้าน ทำให้นายชูชีพไม่พอใจเนื่องจากกินข้าวก่อนตัวเอง และยังมาวุ่นวายภายในร้านอีก จึงส่งเสียงโวยวายขึ้นทันทีทำให้เกิดการทะเลาะมีปากเสียงกับนางสุดใจ กระทั่งพูดจาข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตายครอบครัว เพราะนายชูชีพชอบพกอาวุธปืนไว้ในย่ามติดตัวประจำ เมื่อเห็นท่าไม่ดีตนจึงรีบแจ้งตำรวจให้รับทราบ ทำให้นายชูชีพเกรงกลัวและขี่รถจักรยานยนต์กลับไปตั้งหลักที่บ้าน ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม ก่อนจะโทรศัพท์มาข่มขู่มารดารของตนในตอนเช้าถึง 3 ครั้ง จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านขายของชำและมีปากเสียงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางชาวบ้านที่มาซื้อของ ก่อนจะชักอาวุธปืนออกมายิงขู่จนไปถูกฝาผนังบ้าน 1 นัด และจ่อยิงใส่ร่างของมารดาถึง 3 นัดซ้อน จนร่างฟุบลงกองนอนแน่นิ่งที่พื้น สร้างความผวาตกใจให้กับชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ต่างวิ่งหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อย้อนกลับมาดูก็พบว่านายชูชีพใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตหนีความผิดที่ก่อขึ้นแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่าก่อนหน้าที่นายชูชีพจะมาอยู่กินกับนางสุดใจ เคยต้องโทษคดีฆ่าคนตายเพิ่งออกจากเรือนจำมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
 
ในเบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตทั้งคู่จะส่งไปผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนจะมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.
 

นักศึกษาหนุ่มควบ จยย.เสียหลักล้มหัวฟาดพื้นดับอนาถ

 เกิดอุบัติเหตุหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ขี่จักรยานยนต์เสียหลักล้มหัวฟาดพื้นดับอนาถ

 

 

เมื่อเวลา 02.30น. ร.ต.อ.อนุวัฒน์ วัฒนกรกรรุณย์ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนเกาะกลางถนนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1ราย บริเวณ หน้าวิทยาลัยพิษณุโลก ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1ราย สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ สภาพศพแขนขาหัก และมีบาดแผลที่บริเวณศรีษะเลือดไหลทะลักนองพื้น เสียชีวิตอยู่ในจุดเกิดเหตุ ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นายนัจภิชัย  ภูมิดี อายุ 22ปี บ้านเลขที่ 117ม.1ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เอกการบริหารงานยุติธรรมและกฎหมาย ห่างออกไป 50เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ หมายเลขทะเบียน ขขต. 139พิษณุโลก ล้มตะแคงอยู่กับเกาะกลางถนน สภาพรถด้านหน้าพังเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอีกครั้ง ยังฝ่ายงานนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถเกิดเสียหลักล้มชนเข้ากับฟุตบาตเกาะกลางถนน ทำให้ศีรษะผู้ตายฟาดกับพื้นอย่างแรงเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้ตายอาจจะขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูงเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถอาจเสียการควบคุมจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ สาเหตุที่แท้จริงนั้นทาเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

   

นิสิตวิศวะ ควบฟอร์จูนเนอร์ พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงดับคาซากรถ

 หนุ่มนิสิตวิศวะ ควบฟอร์จูนเนอร์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงขณะกำลังขับแซงคันหน้าอย่างจัง จนรถพังยับนิสิตวิศวะ ดับอนาถคาซากรถ

 

 

เมื่อเวลา 03.30 น. ร.ต.อ.อนุวัฒน์ วัฒนกรกรรุณย์ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนสายเลี่ยงเมือง พิษณุโลก – อุตรดิตถ์ ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น ฟอร์จูเนอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กย 2239 พิษณุโลก สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ตรวจสอบภายในตัวรถบริเวณที่นั่งคนขับ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพศพผู้ตายถูกอัดก๊อบปี้ติดกับพวงมาลัย สวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงขายาวสีดำ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันนำร่างออกมาจากซากรถ โดยพบมีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายหลายแห่ง แขนขาหัก มีเลือดออกบริเวณศีรษะเป็นจำนวนมาก ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือนาย นายอดิศร ลอสิงห์ อายุ 23 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 263/30 ถ.วังจันทร์ ต.ในเมือง จ.พิษณุโลก เป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ห่างออกไป 100 เมตร พบรถบรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 81-9302 ตัวลูก 81-9303 พิษณุโลก มีรอยถูกเฉี่ยวชนบริเวณด้านท้ายฝั่งขวาของตัวรถ ส่วนโชเฟอร์รถบรรทุกยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุด้วยอาการตกใจ ทราบชื่อต่อมาคือ นายอารีย์  จันตะแฝก อายุ 28 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 45/1 ม.2 ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก

จากการสอบสวนนายอารีย์ คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ตนได้ขับรถออกมาจาก อ.บางระกำ เพื่อจะไปรับข้าวโพดที่ จ.น่าน เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุตนได้ขับรถอยู่ในช่องซ้ายสุดและได้เปิดไฟเลี้ยวขวาเพื่อจะแซงรถคันหน้าที่ขับช้าเมื่อตนเปลี่ยนเลนส์เพื่อแซงรถก็ได้ยินเสียงรถมาชนที่ด้านท้ายอย่างแรง ประกอบกับที่เกิดเหตุเป็นที่มืด ตนจึงได้นำรถเข้าข้างทางแล้วรีบวิ่งมาดูก็พบว่าคนขับรถฟอร์จูนเนอร์ได้เสียชีวิต จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง และได้ควบคุมตัวโชเฟอร์รายนี้ไว้เพื่อทำการสอบสวนอย่างระเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ และดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้แพทย์ทำการชัยสูติหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.

 

รถบรรทุกน้ำมันหลับในพลิกคว่ำ

เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันจำนวน 36000 ลิตร กำลังนำน้ำมันดังกล่าวไปส่งที่คลังน้ำมัน จ.แพร่ เกิดหลับในพลิกคว่ำ น้ำมันรั่วไหล ต้องปิดช่องทางจราจร 1 ช่องทาง ที่บริเวณหลวงหมายเลข 11 สายพิษณุโลก- อุตรดิตถ์ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 264 ขาขึ้น บริเวณหมู่ 2  ต.ดงประคำ  อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก โชคดีโชว์เฟอร์บาดเจ็บเล็กน้อย

 

 

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2560  ร.ต.อ.วชิระ ประดิษฐ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำบนถนนทางหลวงหมายเลข 11 สายพิษณุโลก- อุตรดิตถ์ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 264 ขาขึ้น บริเวณหมู่ 2  ตำบลดงประคำ  อำเภอพรหมพิราม ไปตรวจสอบพบรถบรรทุกน้ำมันบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) คลังน้ำมันเชียงใหม่ เลขที่ 74 ถ.สันนาลุง ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พลิกคว่ำอยู่หัวลากอยู่บนถนนส่วนท้ายตกลงไปริมถนนส่งผลให้การจราจรติดขัดเพราะรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ เนื่องจากมีน้ำมันไหลออกมาจำนวนมาก

ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายวิภวรรธน์  เมรินทร์ อายุ 44 ปี เป็นคนขับรถน้ำมันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลวัดโบสถ์

ตำรวจสอบสวนทราบว่า นายวิภวรรธน์ กำลังขับรถบรรทุกน้ำมันจำนวน 36000 ลิตร กำลังนำน้ำมันดังกล่าวไปส่งที่คลังน้ำมัน จ.แพร่ ขณะถึงที่เกิดเหตุคาดว่านายวิภวรรธน์ อาจเกิดอาการหลับในเนื่องช่วงถนนดังกล่าวเป็นเส้นทางตรงระยะยาว ส่งผลทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำดังกล่าว  โชดดีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นรถดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลและ ปภ. เขต 9 กำลังควบคุมสถานการณ์โดยปิดช่องการจราจร 1 ช่องทางไว้ เพื่อรอรถมาสับถ่ายน้ำมันที่เหลืออยู่ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL