อังคาร, มกราคม 27, 2015
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรไหม้บ้านทั้งหลัง

เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรไม้ชั้น 2 ของตัวบ้านของชาวเมืองพิษณุโลก และลุกลามอย่างรวดเร็ว จนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำนานกว่า 30 นาที แต่ก็เสียหายทั้งหลัง มูลค่าความเสียหายประมาณกว่า 2 ล้านบาท

 

อุทาหรณ์ นร.ขี่ จยย.ไม่สวมหมวกกันน็อค เชี่ยวชนรถยนต์จนเสียชีวิตคาที่

เกิดอุบัติเหตุ นร.ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็ว และไม่สวมหมวกกันน๊อก เชี่ยวชนกับรถยนต์อย่างเต็มที่ แรงรถพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง จนเสียชีวิต

 

 

เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันนี้( 19 ม.ค.)   พ.ต.ต.มนตรี แดงดี ร้อยเวร สภ.เมือง พิษณุโลก รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนเสวาไฟฟ้าข้างทาง มีผู้เสียชีวิตที่บริเวณถนนบรมไตรโลกนาถ 28 ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ และแพทย์เวรมหาวิทยาลัยนเรศวร ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ สีบอร์นหมายเลขทะเบียน2กส2905 กรุงเทพมหานคร เชี่ยวชนรถรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า msx สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กค 5200 พิษณุโลก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายแดนตะวัน สุทธิ อายุ 16 ปี  ภูมิลำเนาเป็นชาว อ.วังทอง จ.พิษณุโลก นักเรียนชั้น ม 4.7 โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

 

จากการสอบสวนนายสรพงศ์. จิตงาม  อายุ 29 ปี ภูมิลำเนาเป็นชาว จ.เชียงใหม่ พนังงานช่าง เอไอเอส.ผู้ขับรถยนต์คู่กรณี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังขับรถยนต์มาตรวจสัญญาณที่บริเวณถนนสายบรมไตรโลกนาถ จนมาถึงที่เกิดเหตุ ตนกำลังจะเลี้ยวเข้าไปเซ็คสัญญาณภายในซอย 28 ระหว่างนั้นนายแดนตะวัน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว โดยไม่สวมหมวกกันน็อก และแทรงซ้ายรถของตน โดยมองไม่เห็นสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย ทำให้พุ่งชนกระจกรถของตนเองเต็มที่ นอกจากนี้แรงรถจักรยานยนต์ยังพุ่งเข้าชนกับเสาไฟฟ้า จนเป็นเหตุให้นายแดนตะวัน เสียชีวิต ขณะนั้นตนเองตกใจเป็นอย่างมากจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

 

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายแดนตะวัน กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียน โดยไม่ได้สวมหมวกกันน็อก จนมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดอุบัติเหตุเชี่ยวชนกับรถยนต์คันดังกล่าว แล้วพุ่งชนกับเสาไฟฟ้า เป็นแหตุให้เสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้

 

 

 

คนงานไร่อ้อยถูกเพื่อนร่วมงามจ้วงแทงดับคาที่

 ในอำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลก เหตุเกิดคนงานไร่อ้อยใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงเพื่อนร่วมงานดับคาแคมป์คนงาน หลังก่อเหตุได้พากันหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตาม

 

 

                เมื่อเวลา 01.00น. วันที่18ม.ค.57 พ.ต.ท.เกตุชัย นาสอน พนักงานสอบสวน สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุผู้เสียชีวิตภายในแคมป์คนงานกลางไร่อ้อย หมู่ที่1 บ้านบึงกอก ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม จนท.กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน

                 ในที่เกิดเหตุเป็นห้องพักคนงาน อยู่กลางไร่อ้อย บริเวณหน้าห้องพักสุดท้ายพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย1ราย อยู่ในลักษณะนอนคว่ำหน้า มีบาดแผลถูกฟันบริเวณใบหูด้านซ้าย และถูกแทงบริเวณชายโครงด้านซ้าย และจากการตรวจสอบภัยในห้องพักผู้ตายพบข้าวของภายในห้องกระจัดกระจาย และพบมีปลายแหลม ซึ่งคาดว่าผู้ก่อให้ใช้เป็นอาวุธวางอยู่1เล่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบถามนายดอกรัก เทศปาน เจ้าของแคมป์คนงาน ทราบว่าผู้ตาย คือนายเที่ยง ใจหม่อง อายุ50ปี อยู่บ้านเลขที่282 หมู่10 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม มารับจ้างทำงานภายในไร่อ้อยได้ประมาณ1ปี ซึ่งปกติผู้ตายมัแจะจับกลุ่มดื่มสุราอยุ่กับเพื่อนๆคนงานคนอื่น โดยเมื่อช่วงเย็นก็ได้จับกลุ่มดื่มสุราอยู่กับนายวรรณา แงะนายไพบูลย์ ตนมาทราบอีกที่มีคนงานมาตามที่บ้านว่านายเที่ยงเสียชีวิตแล้วจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

                   ขณะที่ทางด้านนายชนะชัย วรรณยุทธ ผู้พบศพเป็นคนแรกเราว่า เมื่อช่วงเย็นเห็นผู้ตาย และนายวรรณา กับนายไพบูลย์ กำลังนั่งดื่มสุรากันอยู่หน้าห้องพัก จนเวลาประมาณ23.00น.ได้ยินเสียง นายเที่ยงกับนายไพบูลย์ทะเลาะกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจคิดว่าชกต่อยกันทำมะด่าจนเสียงเงีนบหายไป จากนั้นตนได้เดินออกมานอกห้องเพื่อเข้า ห้องน้ำจึงพบว่านายเที่ยงนอนเสียชีวิตจมกองเลือด ตนจึงรีบไปแจ้งเจ้าของแคมป์คนงานให้ทราบดังกล่าวด้าน จนท.ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบถามเพื่อนคนงานพบว่านายไพบูลย์ และนายวรรณาได้หายไปหลังจากเกิดเหตุจึงคาดว่าทั้งสองคนได้ลงมือฆ่านายเที่ยง ซึ่งจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

   

ตำรวจจับผู้ต้องหาฆ่าคาสถานีรถไฟ

 

ผบก.จว.ภ.จว.แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาฆ่าคนตายได้ที่สถานีรถไฟพิษณุโลก ขณะที่ผู้ต้องหากำลังจะหลบหนีสาเหตุเกิดจากผู้ตายกับผู้ต้องหาขัดใจกันเรื่องเป็ด 

 

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ม.ค. 58 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธร จ.พิษณุโลก พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบก.จว.ภ.จว. ร่วมกับ พ.ต.อ. สมนึก มากมี ผกก.พรหมพิราม พ.ต.ท.วิเชียร ทองน้อย รอง ผกก.สส.สภ.พรหมพิราม พ.ต.ท.รณฤทธิ์ ใจว่อง สวป. แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา ชื่อนายฉลาด หรือทิ้ง สุขเทพ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 ม.5 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก โดยสามารถจับกุมได้ที่สถานีรถไฟพิษณุโลก ขณะที่ผู้ต้องหากำลังจะหลบหนี ควบคุมตัวมาสอบสวนให้การรับสารภาพ พร้อมของกลางท่อนไม้ยาวประมาณ  1 เมตร ที่ใช้ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 58 ที่ผ่านมา  ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามหมายศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 11/2558

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดแหตุนายฉลาด พร้อมกับเพื่อรวม 4 คนและผู้ตายได้ตั้งวงดื่มเหล้ากัน  ที่บริเวณทุ่งนา ม.5 ต.หอกลอง ซึ่งเป็นบริเวณเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง  หลังจากดื่มเหล้าขาวหมดไป 5 ขวด ต่างคนต่างเมาได้แยกย้ายกันกลับ โดยผู้ตายเดินไปนอนบนคันนาใกล้กัน จากนั้นนายฉลาดได้โอกาสเดินเข้าไปหาผู้ตายที่กำลังนอนหลับ พร้อมกับปลุกเรียกให้ผู้ตายตื่น ขณะผู้ตายกำลังโงหัวลุกขึ้นนายฉลาดจึงใช้ท่อนไม้ที่เตรียมมาด้วยฟาดที่กานคอและศีรษะไป 3 ครั้งอย่างแรง จนตายแน่นิ่ง จากนั้นได้กลับไปนอนที่เล้าไก่ กระทั่งทราบว่าผู้ตายเสียชีวิต จึงได้หลบหนี้ไปอยู่บ้านเพื่อนที่สะอัก ต.ดอนทอง อ.เมืองพิษณุโลก และกำลังไปขึ้นรถไฟหลบหนี แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้เสียก่อน

พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบก.จว.ภ.จว. กล่าวว่า สาเหตุเกิดจากผู้ตายกับผู้ต้องหาขัดใจกันเรื่องเป็ด เพราะผู้ต้องหาชอบไล่ตีเป็ด จนทำให้ผู้ตายไม่พอใจด่าว่าเป็นประจำ ทำให้เก็บความโกรธแค้นเอาไว้ในใจ  กระทั่งมาตั้งวงเหล้ากันอีกครั้ง จึงได้หาโอกาสผู้ตายนอนหลับเพราะเมามาก  จึงได้คว้าท่อนไม้ใกล้ๆกันเข้าไปทุบตีจนเสียชีวิต ถ้าหากผู้ตายไม่เมากลัวจะสู้ไม่ได้ เพราะผู้ต้องหาถูกฟันมือจนเอ็นมือขาดมาก่อนและไม่มีแรง จึงหาโอกาสฆ่าตอนเมา

พ.ต.อ.สมนึก มากมี ผกก.พรหมพิราม กล่าวว่า ขณะตำรวจยังไม่ทราบชื่อจริงและที่อยู่ผู้ตาย รู้แต่เพียงชื่อเล่นว่า นายโนน ซึ่งทางนายจ้างไม่มีรายละเอียด เพราะผู้ตายไม่เอามาให้ ทราบแต่เพียงว่าหมู่บ้านที่ผู้ตายเคยอยู่ถูกโคลนถล่มมาก่อน จากการตรวจสอบ อาจจะเป็นคนบ้านน้ำก้อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์  ซึ่งกำลังตรวจสอบ จึงขอฝากหากผ่านสื่อมวลชน ซึ่งผู้ตายอายุประมาณ 30 ปี สูงประมาณ 165 ซ.ม.  หากใครรู้จักหรือเคยเห็นผู้ตายขอให้แจ้งเบาะแสให้ตำรวจพรหมพิรามทราบด้วย

 

 

 

แทบช็อก! หาปลาอยู่ดีๆ เจอหัวระเบิด ค.60 ห่าง ร.ร.พิษณุโลกแค่ร้อยเมตร

 

                  ชาวบ้านออกหาปลาคูน้ำหน้าโรงเรียนในเมืองพิษณุโลกแทบช็อกเจอหัวระเบิด ค.60 บอกเหยียบใส่นึกว่าเป็นปลาช่อน เอาขึ้นมาพ้นน้ำเห็นเป็นระเบิดรีบวางไว้ข้างทางแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่เก็บกู้เผยโชคดีวางเบาๆ ไม่เช่นนั้นมีบึ้มแน่

 

        เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันนี้ (13 ม.ค.) ร.ต.ต.พันธุ์พงษ์ ภาวงค์ รองสารวัตรงานเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD.) ตชด.31 ค่ายเจ้าพระยาจักรี จ.พิษณุโลก รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดที่คลองสาธารณะริมทางรถไฟ ห่างจากโรงเรียนสะพานสาม หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมือง ประมาณ 100 เมตร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยทหารจาก ม.พัน.9 กองทัพภาคที่ 3 ต.พิษณุโลก
       
       เบื้องต้นพบว่าเป็นลูกปืน ค.60 จึงได้เก็บกู้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง เพื่อเก็บรักษาและนำไปทำลาย
       
       ร.ต.ต.พันธุ์พงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นลูกปืน ค.60 มม. ยังสามารถใช้งานได้ โชคดีชาวบ้านที่พบไม่ได้นำไปโยน ขว้างปา กระทบกระแทก เลื่อย หรือกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการระเบิดจนเป็นอันตรายได้
       
       ด้านนายเทอม คงชาวนา อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 832/19 หมู่ 7 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้พบลูกระเบิด กล่าวว่า มาหาปลาที่คูน้ำหน้าโรงเรียนวัดสะพานสาม ซึ่งตามปกติก็มาหาปลาเป็นประจำ เพราะคลองแห่งนี้เป็นแหล่งที่พบปลาตัวใหญ่ชุกชุม แต่คราวนี้ขณะกำลังลงหาปลาอยู่รู้สึกว่าเท้าเหยียบปลาช่อนตัวใหญ่ จึงงมขึ้นมาจากน้ำ ปรากฏว่าเป็นลูกระเบิดจึงนำขึ้นมาวางไว้แล้วแจ้งตำรวจให้มาเก็บกู้ 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL