ศุกร์, สิงหาคม 28, 2015
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ไฟไหม้บุษบกบรรจุ “พระบรมสารีริกธาตุ” พันปีวัดเมืองสองแคววอด

เกิดเหตุไฟไหม้บุษบกไม้สักทองวัดเสนาสน์ เมืองสองแคว บรรจุ “พระบรมสารีริกธาตุ” อายุเก่าแก่กว่า 1,120 ปีที่อัญเชิญจากอินเดีย วอดเหลือแต่กองไม้ แถมวัตถุมงคลอีก 6 ไห และภาพจิตรกรรมเพดาน-ฝาผนัง ที่เพิ่งบูรณะซ่อมแซมเสียหายด้วย

 

 

        เมื่อวันที่ (23 ส.ค.58  พ.ต.ท.สุเทพ มาดิษฐ์ พนักงานสอบสวน สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุไฟลุกไหม้ภายในวัดเสนาสน์ หมู่ 1 ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ พูลเผ่าดำรง ผกก.สภ.วัดโบสถ์ ผู้บังคับบัญชารับทราบ พร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลวัดโบสถ์ และ อบต.ท่างาม จำนวน 2 คัน มาฉีดน้ำสกัดเพลิง

             จุดเกิดเหตุอยู่ภายในมณฑปพระบรมสารีริกธาตุ พบกลุ่มควันพุ่งออกมาจากทางช่องประตู หน้าต่าง โดยทางวัดได้ใช้กุญแจเปิดประตูเข้าไปพบไฟกำลังโหมลุกไหม้บุษบกทำด้วยไม้สักทอง ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จนวอดเสียหาย ด้านในมณฑปไฟคุกรุ่นพร้อมกองไม้ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ฉีดน้ำนานกว่า 30 นาทีจึงสงบ

 

        พระสมศักดิ์ กตสาโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดเสนาสน์ บอกว่า ช่วงเกิดเหตุไม่มีใครอยู่วัด เนื่องจากพระไปบิณฑบาตกันทั้งหมด จนกระทั่งกลับมาถึงวัดและฉันเช้าเสร็จ นายหิรัญ เกตุเทศ อายุ 51 ปี ลูกศิษย์วัดได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแจ้งกับตนเองว่า มีกลุ่มควันพุ่งออกมาจากช่องประตู หน้าต่างที่มณฑปพระบรมสารีริกธาตุ ตนพร้อมด้วยพระลูกวัดจึงรีบวิ่งไปดูและตะโกนร้องขอให้ชาวบ้านใกล้เคียงมาช่วยกันดับไฟ แต่ก็ไม่สามารถดับไฟได้ จากนั้นจึงรีบโทรศัพท์แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอความช่วยเหลือไปยัง อบต.ใกล้เคียง

        โดยภายหลังไฟสงบลงจึงเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า บุษบกที่ทำด้วยไม้สักทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจำนวน 39 องค์ที่อันเชิญมาจากประเทศอินเดีย อายุเก่าแก่กว่า 1,120 ปี และไหบรรจุวัตถุมงคลพระเครื่องจำนวน 6 ไห ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ภาพวาดจิตรกรรมเพดาน ฝาพนังที่เพิ่งบูรณะซ่อมแซมก็ถูกไอความร้อน และคราบเขม่าควันเสียหายอีกด้วย ประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

        ต่อมา พ.ต.ท.ภาณุ พิทยาเวชวิวัฒน์ นวท.สบ 2 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่า สาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ น่าจะเกิดจากการที่มีคนเข้ามากราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ และอาจจุดธูปเทียนบูชาทิ้งไว้ในกระถางธูปด้านข้าง จากนั้นทางวัดได้มาปิดประตู-หน้าต่าง ช่วงเวลา 17.00 น.ของวันที่ผ่านมา โดยไม่ได้สังเกต ทำให้เกิดไฟเกิดลุกลามไปไหม้ที่ฐานบุษบก ซึ่งทำด้วยไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ก่อนที่บุษบกจะล้มพังทลายลงมากองที่พื้น และถูกไฟไหม้เกรียมเหลือเพียงเศษซากเถ้าถ่าน ซึ่งจะต้องสอบปากคำพระในวัด หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนจะสรุปสาเหตุที่ชัดเจนอีกครั้ง

 

สั่งปิด 5 ปี ร้านไม้หมอน

 
ส่วนการสอบสวนคดีอาญากระทรวงมหาดไทยสั่งปิด 5 ปี ร้านจำหน่ายสุราพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก
 
 

เวลา 00.03 น.  วันที่ 22 สิงหาคม 2558 เวลา 00.03 น. ส่วนการสอบสวนคดีอาญากระทรวงมหาดไทยนายภาสกร บุญญลักษณ์ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับและตรวจสอบ กระทรวงมหาดไทย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน พร้อม ชุดเฉพาะกิจจังหวัดพิษณุโลก ตรวจสถานบริการรอบสถานศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร พบร้านซีอุสบาร์พิษณุโลก ร้านไม้หมอน จังหวัดพิษณุโลก จำหน่ายสุราให้แก่เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ฝ่าฝืนตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ข้อ 4 (2) จึงดำเนินการสั่งปิด 5 ปี 

 
 
ภาพ/ข่าว นายวัฒนพร อัครชินพรรณ ประชาสัมพันธ์สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก รายงาน 055-259565
 

รวบแล้วโจรลักทรัพย์ภายในตลาดสด

รวบแล้วโจรลักข้าวสาร อาหารสด ถังแก๊ส กลางตลาดสด หลังภาพวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ชุดสืบแกะรอยตามรวบได้คาบ้านพัก เผยนำของที่ลักไปขายหาเงินดื่มสุรา

 

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้นำตัวผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ข้าวสาร อาหารสด อาหารทะเลและถังแก๊ส ภายในตลาดสดเทศบาล 4(โคกมะตูม) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ไปทำแผน ท่ามกลางกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก

โดยผู้ต้องหารายนี้คือ นายวัชระ หรือนายถึง ทับทิม อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 386 ม.10 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับ นายแผน(นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาว ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก และนายมนตรี หรือนายแบงค์ มาภักดี ซึ่งขณะนี้ได้อยู่ในระหว่างการหลบหนี โดยตนไม่มีอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง อาศัยหารับจ้างทั่วไป จนกระทั่งได้ชักชวนกันออกตระเวนหาลักทรัพย์ตามตลาดโดยเฉพาะภายในตลาดสดเทศบาล 4 (โคกมะตูม) ซึ่งในเวลากลางคืนไม่มีเวรยามเฝ้าประจำ จึงทำให้ตนลงมือได้ง่าย ส่วนของที่สามารถลักมาได้ ก็จะนำไปขายและแบ่งไว้กินบ้างส่วน เงินที่ได้มาก็จะนำมาแบ่งกันและใช้ดื่มสุรา

พ.ต.ท.เทพฤทธิ์ สิงห์สถิต สารวัตรสืบสวนตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลกได้เปิดเผยว่า ตามที่มีเหตุคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ภายในตลาดสดเทศบาล 4(โคกมะตูม)จำนวนหลายครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวนจึงได้ออกติดตามหาข่าวมาตลอด จนได้เบาะแสจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ในจุดใกล้เคียงสถานที่เกิดเหตุที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ จึงได้ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ในพื้นที่ ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในภาพจากล้องวงจรปิด และได้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ภายในตลาดจริง ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือนายมนตรี หรือนายแบงค์ มาภักดี ที่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย คือร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับบุคคลหรือทรัพย์นั้นโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร

   

พบศพชายนิรนามถูกฆ่าโหดฟัน-แทงยับคอเกือบขาด/ทิ้งซากบนภูหินร่องกล้า-หนอนไต่เต็ม

ชาวบ้านพบศพหนุ่มวัยฉกรรจ์ถูกฆ่าโหดทิ้งศพบนภูหินร่องกล้า สิ่งกลิ่นคลุ้ง-หนอนไต่ยั้วเยี้ย เผยมีร่องรอยฟกช้ำทั่วร่าง แถมถูกฟัน-แทงยับคอเกือบขาด แต่ไม่เจอหลักฐานประจำตัวใดๆ

 

      

       พ.ต.อ.สุมิตร มั่นเมือง ผกก.สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดพงศ์ พัวศรี พงส.ผทค.หัวหน้าพนักงานสอบสวน, พ.ต.ท.สมยศ บุญอินทร์ พงส. ผนพ.สภ.นครไทย, พ.ต.ท.หญิง เรณุกา หมอนแพร นวท. (สบ 3) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6, แพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย, เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า, สมาคมกู้ภัยข่าวพิษณุโลก และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลก ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าประมาณ 9 กิโลเมตร เมื่อวานนี้ (8 ส.ค.)
       
       หลังได้รับแจ้งว่าพบศพอยู่ในชายป่าริมถนนสายบ้านใหม่ร่องกล้า-ภูทับเบิก ทางหลวงหมายเลข 2331 บริเวณ กม.ที่ 37 บ้านใหม่ร่องกล้า หมู่ 10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก


       
       ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านใหม่ร่องกล้าได้แจ้งว่า มีลูกบ้านพบชายนอนเสียชีวิตอยู่ในชายป่าข้างถนนสายดังกล่าวโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เนื่องจากมีฝนตกลงมา และสถานที่ดังกล่าวมืดมาก จึงใช้เชือกกั้นสถานที่เกิดเหตุ ป้องกันร่องรอยหลักฐานสูญหาย ก่อนประสานตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 และแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทยเข้าตรวจสอบ
       
       เบื้องต้นพบศพเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี สูงประมาณ 165 ซม. รูปร่างสันทัด ไว้ผมรองทรงสูง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงินคาดเขียวขาวด้านข้าง ใส่กางเกงขายาวสีแบบทหาร เข็ดขัดหนังสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีน้ำตาล มีรอยสักสีดำเป็นรูปหัวมังกรที่ต้นขาด้านขวา รูปใหญ่ประมาณ 12 ซม. นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ในชายป่าห่างถนนประมาณ 15 เมตร สภาพศพตายมาแล้วประมาณ 3-4 วัน ศพเริ่มเน่า มีหนอนตัวเท่าก้านไม้ขีดไต่ตามลำตัว
       
       ตามลำตัวมีร่องรอยบาดแผล รอยช้ำที่ต้นขาด้านขวา ด้านนอกสะโพกขวา หน้าขาขวา ไหล่ขวา และเข่าขวา มีรอยแผลถูกฟันที่หน้าผากขวายาวประมาณ 4 ซม. บาดแผลถูกฟันที่คางยาวประมาณ 9 ซม. บาดแผลถูกฟันที่คอยาวประมาณ 8 ซม. คอเกือบขาด ถูกแทงที่ลิ้นปี่บาดแผลยาวประมาณ 4 ซม.
       
       นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบรอยรถยนต์ถอยลงไปที่เกิดเหตุ และขับออกไป ลักษณะมาจากทางภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ มุ่งหน้าทาง อ.นครไทย ในตัวไม่มีหลักฐานสำคัญแสดงตนว่าเป็นใคร โดยหลังจากพบศพได้ประสานผู้ใหญ่บ้านในเขต ต.เนินเพิ่ม ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ประชาสัมพันธ์สอบถามลูกบ้านว่ามีใครสูญหายหรือไม่ แต่ไม่พบว่าเป็นคนในเขต ต.เนินเพิ่ม
       
       ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งศพไปตรวจชันสูตรที่ รพ.พุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก และจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใด พร้อมติดตามคนร้ายต่อไป

 

ไฟไหม้บ้าน 2 ตายายเสียหายทั้งหลัง

เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร จนเกิดเพลิงไหม้บ้านชาวบ้าน ต.สมอแข อ.เมืองพิษณุโลก ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังหุงข้าวต้มเลี้ยงหมู มูลค่าความเสียหายประมาณ 1 แสนบาท

 

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันนี้( 5 ส.ค.) ร.ต.ท.สุรพงศ์ เหมือนศรีชัย ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้บ้าน ที่บริเวณหมู่ที่ 5 บ้านกอ ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยรถน้ำและรถดับเพลิง อบต.สมอแข เทศบาลเมืองอรัญญิก และ อบจ.พิษณุโลก จำนวน 5 คัน ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ไฟกำลังลุกลามไหม้อย่างรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ระดมฉีดน้ำ เป็นการด่วน พร้อมทั้งต้องระมัดระวังเนื่องจากยังไม่ได้ตัดกระแสไฟฟ้าแต่อย่างใด ซึ่งใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงควบคุมเพลิงได้ แต่ได้เเผาผลาญวอดเสียหายทั้งหลัง

จากการสอบถามนางพร สิงห์หวี อายุ 65 ปี และนายกล่ำ สอนสิทธิ์ อายุ 70 สองสามีภรรยา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ออกมาเลี้ยงข้าวไก่ หน้าบ้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นบนบ้าน 1 ครั้งแล้วมีประกายไฟลุกลามไฟไหม้ทั่วไป จึงได้ร้องให้เพื่อนบ้านช่วยเหลือ พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าหน้าที่ มาช่วยกันดับเพลิง ซึ่งกว่าจะสามารถดับเพลิงได้ ไฟก็ได้ไหม้หมดหลังดังกล่าว ซึ่งตนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แล้วลุกลามไปทั่วบ้านจนหมดหลัง อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ขณะที่มูลค่าความเสียหายประมาณ 1 แสนบาท

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL