จันทร์, มกราคม 16, 2017
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ผัวฉุนขาดเมียด่าบุพการี บีบคอเสียชีวิต แล้วหลบหนีไปเชียงราย

พ่อค้าเสื้อผ้าฉุนขาดภรรยาที่มีปากเสียงกันและด่าบุพการี ถึงกับขาดสติ บีบคอภรรยาเสียชีวิต แล้วนำผ้าคลุมร่างไว้ ก่อนหนีไปบ้านญาติที่ จ.เชียงรายและเกิดกลัวความผิดติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด 

 

 

เมื่อเวลา 16.00น. ของวันที่ 10ม.ค.  พ.ต.ท.มนตรี แดงดี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งจากตำรวจ ภ.จว.เชียงราย ว่านายไกรภพ กิติจรัญภรณ์ อายุ 50ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 99/55ม.7ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เข้ามาประสานขอมอบตัว ที่ สภ.เชียงราย หลังจากได้ลงมือฆ่าภรรยาตนเอง ภายในบ้านที่หมู่บ้านเอื้ออาธรบึงพระ โครงการ 3หมู่ ที่ 7ต.บึงพระ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน และแพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นของโครงการบ้านเอื้ออาธร บึงพระ

ตรวจสอบด้านหลังบ้านพบศพเป็นหญิง 1ราย สภาพนอนหงายมีผ้าห่มคลุมร่างไว้ มีร่องรอยฟกช้ำที่บริเวณลำคอ และมีเลือดไหลออกมาจากทางปาก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วๆไม่ต่ำกว่า 20ชม. ทราบชื่อต่อมา คือ นางพิศนิพา พินิจวัฒนพรชัย อายุ 54ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 99/55ม.7ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหลังบ้าน

จากการสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียง เล่าว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมาผู้ตายและสามี มีอาชีพขายเสื้อผ้าที่ตลาดสด ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก หลังจากขายของเสร็จได้กลับมาอยู่บ้าน  ก็ได้นั่งดื่มกินกัน และได้เกิดมีปากเสียงกัน ผู้ตายได้ด่าบุพการีของ นายไกรภพ จึงทำให้นายไกรภพ ได้เกิดบันดาลโทสะได้ใช้มือบีบคอผู้ตายจนหมดลมเสียชีวิต จากนั้นได้นำผ้ามาคุมร่างของผู้ตายและได้หนีไปหาญาติที่ จ.เชียงราย เพราะกลัวความผิดที่ได้กระทำลงไป จึงได้ไปเข้ามอบตัวกับทางตำรวจที่ จ.เชียงราย หลังจากนั้นจึงได้ประสานกับทางตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ให้มาตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวจริงหรือไม่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบ ก็พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย จะได้ส่งตัวนายไกรภพ มาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองพิษณุโลกต่อไป

 

จ่อยิงช่างเชื่อมดับ

คนร้ายโหดชักอาวุธปืนลูกซองจ่อยิงเผาขนหนุ่มช่างเชื่อมเมืองสองแควดับคาประตูระบายน้ำ คาดแค้นส่วนตัว
 
 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ร.ต.อ.กล้าณรงค์  จันทรมณี รอง สว. (สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตในโครงการประตูระบายน้ำอัดน้ำกลางคลอง-แม่น้ำวังทอง สำนักชลประทานที่ 3 กรมชลประทาน พื้นที่หมู่ 8 บ้านวังน้ำใส ต.แม่ระกา อ.วังทอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบตามลำดับชั้น แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลวังทองและเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา ที่เกิดเหตุบนสันปูนของช่องประตูระบายน้ำกว้างประมาณ 1 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายเฉลิมพล  เบี้ยจั่น อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/8 ถ.พญาเสือ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก สภาพศพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ตามเนื้อตัวเริ่มแข็งทื่อ มีบาดแผลถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเข้าบริเวณแก้มขวาทะลุแก้มซ้ายเป็นบาดเหวอะหวะฉีกขาดน่าสยดสยองยาวกว่า 10 ซม. และที่หน้าอกมีบาดแผลจากคมกระสุนปืนอีก 4 แห่ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชม. ใกล้กันพบย่ามสัมภาระ คันเป็ด และอุปกรณ์ตกปลาวางอยู่ และพบกระดาษหน้าอุดกระสุนปืนลูกซองจำนวน 3 ชิ้น แต่ไม่พบหมอนรองกระสุนปืนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จากการชันสูตรวิถีกระสุนปืนเบื้องต้นคาดว่าเป็นลักษณะการยิงกดจากบนลงล่าง หรือการจ่อยิงในระยะเผาขน ซึ่งจะต้องรอการชันสูตรที่ละเอียดแน่ชัดจากแผนกนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราชอีกครั้ง

ต่อมา น.ส.สุดารัตน์  ครุฑนาค อายุ 21 ปี แฟนสาวของผู้เสียชีวิต หลังทราบข่าวได้เดินทางมาดูร่างแฟนหนุ่ม ถึงกับร้องไห้ฟูมฟายด้วยความโศกเศร้าเสียใจ เปิดเผยว่า นายเฉลิมพล  เบี้ยจั่น ผู้เสียชีวิต มีอาชีพเป็นช่างเชื่อมอยู่ที่ตัวเมืองพิษณุโลก และชอบตกปลาเป็นชีวิตจิตใจ โดยเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา แฟนหนุ่มบอกว่าจะขี่รถจักรยานยนต์ออกไปตกปลา ซึ่งทางญาติได้ห้ามปรามไว้เพราะเห็นว่าเป็นเวลากลางคืนแล้วเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องโหดร้ายกับแฟนหนุ่มเพียงนี้ เพราะว่าปกติแฟนเป็นคนรักสันโดษ ไม่ค่อยสุงสิงคบเพื่อนที่ไหนและไม่ดื่มสุรา หรือมีคู่อริที่ไหนมาก่อน จึงยังไม่ทราบสาเหตุที่คนร้ายลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม
จากการสอบสวน นายสายันต์  แผ้วสูงเนิน อายุ 46 ปี ชาวบ้านที่มาพบศพคนแรก ให้การว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตนเองเดินทางมาดูน้ำในที่นาใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จนไปพบว่ามีคนนอนอยู่ตรงสันปูนของช่องประตูระบายน้ำ เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ กลับพบว่าเสียชีวิตไปแล้วจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ สำหรับประตูระบายน้ำแห่งนี้มักมีคนแอบเข้ามาตกปลา หรือมีวัยรุ่นเข้ามามั่วสุมอยู่เป็นประจำ แต่ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลจะปิดล็อคประตูทางเข้าออกไว้ในช่วงกลางคืน แต่ก็จะแอบลักลอบเข้ามาอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ผู้เสียชีวิตยังเคยมีภรรยาอยู่ในหมู่บ้านที่เกิดเหตุด้วย แต่ได้เลิกรากันไปนานแล้ว
เบื้องต้นสันนิษฐานคาดว่า ระหว่างที่นายเฉลิมพล  เบี้ยจั่น ผู้เสียชีวิต ได้แอบลักลอบเข้ามาตกปลาที่ประตูระบายน้ำในช่วงเวลากลางคืน อาจจะมาเจอกับกลุ่มคนร้ายที่พากันมาตกปลาเช่นกัน หรืออาจเคยมีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อน เมื่อพบหน้าจึงมีเรื่องทะเลาะวิวาทถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธปืนที่ติดตัวมาจ่อยิงจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนจะพากันหลบหนีหายไปกับความมืด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะลงพื้นที่ติดตามหาเบาะแสและหาตัวคนร้าย เพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
 

จยย.ขี่พุ่งชนท้ายเสียชีวิตคาที่ 1 ราย

หนุ่มสุโขทัยขับรถปิคอัพมารับแฟนสาวที่พิษณุโลก จอดติดสัญญาณไฟแดงกลางสี่แยกถูกจยย.ขี่พุ่งชนท้ายเสียชีวิตคาที่ 1 ราย เซ่น 7 วันอันตราย

 

 

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 30 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธเมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถปิคอัพ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณสี่แยกเรือนแพ ถ.มิตรภาพ (ฝั่งขาออกเมือง) ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นสี่แยกสัญญาณไฟจราจร พบรถปิคอัพยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บม 4917 พิษณุโลก ถูกรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 1 กช 5775 พิษณุโลก ชนท้ายรถฝั่งขวาเข้าอย่างจังจนยุบทั้งแถบ อุปกรณ์ชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์แตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้นถนน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา คือ นายราชรรณ์  ยืนยาว อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 376/2 หมู่ 7 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน มีบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์ที่ลำคอนอนจมกองเลือดอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างส่งผ่าชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

จากการสอบสวน นายทรงยศ  พรมตรุษ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/3 หมู่ 8 ต.ดงเดือย อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย คนขับรถปิคอัพ ที่ยืนรอมอบตัวพร้อมให้การว่า ตนเองเดินทางมาจาก จ.สุโขทัย พร้อมกับเพื่อนอีก 1 คน เพื่อมารับแฟนสาวที่มาลงรถโดยสารประจำทางที่ บขส. แห่งที่ 2 สี่แยกอินโดจีน จ.พิษณุโลก ระหว่างทางขับมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกสัญญาณไฟจราจร ตนเองได้จอดรถติดสัญญาณไฟแดงตามปกติ กระทั่งสัญญาณไฟเขียวตนกำลังจะขับรถเคลื่อนออกไป แต่ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขี่มาชนท้ายรถเข้าอย่างจังเสียงดังสนั่น ด้วยความตกใจจึงรีบลงไปดูก็พบว่าคนขี่รถจักรยานยนต์บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่สุด จึงโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะขี่รถมาด้วยความเร็วสูงเพื่อให้ทันสัญญาณไฟเขียว หรือไม่ทันสังเกตว่ามีรถปิคอัพจอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่ จึงเสียหลักขี่มาชนท้ายจนเสียชีวิต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมจะติดต่อให้ญาติผู้เสียชีวิตมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

   

ปิกอัพชนจยย.นักเรียนวัย 14 ดับ

 
สลดเด็กนักเรียนหญิงขี่รถจยย. กำลังไปโรงเรียน ถูกรถปิคอัพพุ่งชนดับอนาถคาที่ 1 ศพ ส่วนรถปิคอัพเสียหลักหมุนฟาดเสาไฟดับอีก 1 ศพ รวม 2 ศพ
 
 

            เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. ร.ต.อ.ไพโรจน์  คล้ายสุวรรณ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถปิคอัพชนกับรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย บนถนนสายเลี่ยงเมืองพิษณุโลก – อุตรดิตถ์ (ฝั่งขาขึ้น) หน้าโครงการบ้านเอื้ออาทรบึงพระ หมู่ 7 บ้านพิกุลทอง ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ปิคอัพยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ 2  ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บย 6656 เชียงราย ชนกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูเมอร์เอ็กซ์ สีดำ – ส้ม ทะเบียน 1 กฌ 7235 พิษณุโลก ก่อนเสียหลักหมุนไปฟาดกับเสาไฟส่องสว่างริมทางจนหักครึ่ง สภาพรถเสียหายพังยับเยินและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย โดยมีนายสุทธิพงษ์  นุธรรม อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 290 หมู่ 17  ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นคนขับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราชไปก่อนหน้านี้

           ตรวจสอบภายในซากรถยนต์ปิคอัพฝั่งข้างคนขับพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อคือ นางบัวคำ  นุธรรม อายุ 56 ปี ภรรยาของนายสุทธิพงษ์ สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลเหวอหวะบริเวณลำคอเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดร่างออกมาอย่างทุลักทุเล นอกจากนี้ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร ยังพบศพผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ ด.ญ.สิริกร  ขำรักษ์ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนวัดบึงพระ อยู่บ้านเลขที่ 88/268 หมู่ 7 ต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก สภาพศพใส่ชุดนักเรียนนอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน มีบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์หลายแห่งตามร่างกาย โดยมีนายวสันต์  ขำรักษ์ อายุ 51 ปี บิดา ที่เพิ่งทราบข่าวเดินทางมาดูศพบุตรสาว เมื่อเห็นร่างอันไร้วิญญาณถึงกับเข่าทรุดโผเข้ากอดศพร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ และกอดกระเป๋านักเรียนของบุตรสาวแนบกายไว้อยู่ตลอดเวลา เป็นภาพที่สะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

           
             จากการสอบถาม นายวสันต์  ขำรักษ์ บิดาของ ด.ญ.สิริกร  ขำรักษ์ ผู้เสียชีวิต ทราบว่า บุตรสาวแต่งตัวขี่รถจักรยานยนต์ออกไปเรียนหนังสือตั้งแต่ช่วงเช้า กระทั่งมีชาวบ้านมาแจ้งว่าบุตรสาวถูกรถยนต์ปิคอัพชนหน้าหมู่บ้าน ตนจึงรีบออกไปดูก็พบว่าบุตรสาวชีวิตแล้ว ทั้งนี้ตนมีบุตรเพียงคนเดียว และบุตรสาวเป็นเด็กเรียนดี อีกทั้งยังเป็นนักกีฬาฟุตบอลหญิงตัวแทนของโรงเรียนด้วย ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดกับครอบครัวตัวเอง
 
                 ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานคาดว่า ระหว่างที่ ด.ญ.สิริกร กำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากหมู่บ้าน มีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ จอดบังอยู่ริมทางจึงไม่ทันสังเกตว่ามีรถยนต์ปิคอัพของนายสุทธิพงษ์ที่โดยสารมากับภรรยา ลูกสาว ลูกเขย และหลานชายวัย 4 ขวบ รวม 5 คน หลังจากเดินทางไปทำธุระที่ จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนา จ.เชียงราย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ขับลงมาจากสะพานสูงด้วยความเร็วสูง จึงไม่สามารถเบรครถได้ทันทำให้เสียหลักพุ่งชนเข้าอย่างจัง ส่วนรถยนต์ปิคอัพเสียหลักหมุนเคว้งไปฟาดกับเสาไฟส่องสว่างริมทางจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว โดยจะสอบปากคำคนขับเพิ่มเติมหลังจากอาการดีขึ้นแล้ว พร้อมจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าหมู่บ้านอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนคดีดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตจะมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.
 

รวบเด็กแวนซ์ 7 ราย

 
ชุดจัดระเบียบสังคมจังหวัดพิษณุโลก ออกกวดขัน ป้องกันและปราบปรามแก๊งเด็กแวนซ์
 
 
วันที่ 24 ธันวาคม 2559 เวลา 00.30 น. ชุดจัดระเบียบสังคมจังหวัดพิษณุโลก นำโดย นายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยฝ่ายทหาร ม.พัน9 พล.ร.4 สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ที่ทำการปกครองเมืองพิษณุโลก ร่วมกันป้องกันและปราบปราม แก๊งเด็กแว้น ตามคำสั่ง คสช. บริเวณแยกประโดก ได้ควบคุมตัวเยาวชนจำนวน 7 ราย มอเตอร์ไซค์จำนวน 5 คัน ได้ยึดรถไว้ที่ ม.พัน9 และได้นัดเยาวชนธรรมประวัติ พร้อมผู้ปกครองในวันที่ 26 ธันวาคม 2559 เวลา 09.00 น. ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ม.พัน 9 ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความสงบและปลอดภัยแก่ประชาชน
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL