พฤหัสบดี, พฤษภาคม 05, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

เส้นเลือดในสมองแตกคร่าชีวิต ปชส.เพชรบูรณ์

แพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราช เผยภัยเงียบเส้นเลือดในสมองแตก โรคร้ายที่คร่าชีวิต ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ระบุหมั่นสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศเมืองไทยค่อนข้างร้อนจัด

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 มีผู้พบศพ น.ส.พิจิตรา ทรงฤกษ์ หรือ หนุ่ย อายุ 55 ปี ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต อยู่บริเวณห้องโถงในห้องพัก หมู่บ้านเพชรชมพู ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถระบุสาเหตุของการเสียชีวิตได้ อีกทั้งในที่เกิดเหตุ ก็ยังพบไม่ร่องรอยของการต่อสู้อะไร ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ชันสูตรศพเพื่อหารายละเอียดอีกครั้ง ล่าสุดในช่วงเวลา 13.00 น.วันนี้ ร.ต.อ.ธนวัฒน์ ไวกสิกรรม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้ส่งร่างของผู้เสียชีวิตมา ชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนร่วมวิชาชีพ และญาติสนิท เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.พิจิตรา นั้น เบื้องต้น นายแพทย์ชวกิต ศรีเมืองวงษ์ นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ได้เปิดเผยว่า จากการผ่าชันสูตรร่างผู้เสียชีวิตอย่างละเอียดนั้น พบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจาก ผลเส้นเลือดก้านสมองแตก สาเหตุน่าจะเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือโรคประจำตัว จึงทำให้ผู้เสียชีวิตเกิดหมดสติ ประกอบกับอาศัยอยู่เพียงลำพังจึงไม่มีใครมาพบเหตุ จนเสียชีวิตดังกล่าว นายแพทย์ชวกิต ศรีเมืองวงษ์ นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ได้เปิดเผยว่าอาการของเส้นเลือดในสมองแตกเป็นภัยเงียบในปัจจุบันนี้ สาเหตุเกิดจากความดันสูงมักพบว่าผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะแต่บาง รายอาจไม่มีก็ได้ คลื่นไส้ อาเจียน อาจหมดสติหรือระดับความรู้สึกตัว แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง พูดไม่ชัดหรือถ้าเกิดในสมองเด่นทำให้พูดไม่ได้ อาการและอาการแสดงจะขึ้นกับขนาดของก้อนเลือด และอาการจะเป็นขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉียบพลัน ผู้ป่วยบางรายอาจมีเส้นเลือดแตกก่อนแล้วล้มลงทำให้เข้าใจผิดว่าเลือดออกจาก ศีรษะกระแทกพื้นอาการมักเกิดขึ้นเฉียบพลัน ผู้ป่วยจึงควรสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศเมืองไทยร้อนจัดเช่นนี้ อาจทำให้เกิดโรคดังกล่าวได้

 

รวบโจiจำหน่ายยาบ้า พร้อมตระเวนลักทรัพย์ตามบ้าน

 
ตำรวจชาติตระการรวบโจรใจบาป จำหน่ายยาบ้า พร้อมตระเวนลักทรัพย์ตามบ้าน แถมงัดกุฏิพระ 5 ห้อง

 

 

วันนี้ 19 เม.ย. 2559 เวลาประมาณ 18.00 น. พ.ต.ท.สุทธิพันธ์ วันที รอง ผกก.สส.สภ.นครไทย และ พ.ต.ต.ธนกฤต  อินภู่ สว.สส.สภ.นครไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นครไทย ได้จับกุมตัว นายวสันต์ แก้วกำเนิด อายุ 33 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเกษตรสัมพันธ์ ม.7 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
 
  สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2559 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทยได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุลักทรัพย์ บ้านหลังหนึ่ง ภายใน ม.24 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณหลายรายการ ต่อมาเวลาไล่เลี่ยกันได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์อีกหนึ่งจุด คือบริเวณวัดนครไทยวราราม ม.6 ต.นครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย เข้าตรวจสอบ พบกุฏิพระถูกงัดจำนวน 5 ห้อง ได้ทรัพย์สินหลายรายการ เช่น เงินสดกว่าหมื่นบาท พระเครื่องหลายสิบองค์ เครื่องรางของขลังต่างๆ อีกหลายรายการ จึงได้กระจายกำลังกันออกติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
    
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ติดตามสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายรายนี้อย่างเร่งด่วนโดยทราบเบาะแสว่าชายต้องสงสัยเหตุลักทรัพย์ดังกล่าว ใช้รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บว 556 พิษณุโลก จึงได้ทำการตรวจสอบ และพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของนายวสันต์ฯ ซึ่งนำมาจอดไว้ที่ลานวัด ก่อนเข้าไปงัดกุฏิพระก่อเหตุลักทรัพย์ถึง 5 ห้อง โดยอาศัยช่วงที่พระสงฆ์ลงมาสวดเพื่อบวชพระรูปใหม่ ไม่มีใครอยู่ภายในห้อง จึงใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมางัดกุฏิพระแต่ละห้องอย่างใจเย็น และเข้าไปลักเอาทรัพย์สินไปหลายรายการ
   
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นครไทย จึงได้ติดตามหาตัวนายวสันต์ฯ จนพบรถยนต์คันดังกล่าวของนายวสันต์ฯ จอดทิ้งไว้ในหมู่บ้าน แต่ไม่พบตัวทราบว่าได้วิ่งหลบหนีไปอยู่บริเวณริมห้วยท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าปิดล้อม และสามารถจับกุมตัวได้ โดยให้การยอมรับและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นหาของกลางที่ตนได้ขโมยมาที่บ้านหลังหนึ่ง
    จากการตรวจสอบของกลาง พบของกลางหลายรายการ เช่น สร้อยคอทองคำ, สร้อยข้อมือทองคำ, กำไรข้อมือทองคำ, เงินสด 10,000 บาท, พระเครื่อง 64 องค์, เครื่องรางของขลังจำนวนหนึ่ง และ ยังตรวจพบยาบ้าอีก จำนวน 29 เม็ด จึงได้ควบคุมตัวนายวสันต์ฯ พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครไทย เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.
 

เพลิงไหม้อาคารเก็บของและห้องครัววัดบึงกระดานวอด

เจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมรถน้ำจาก อบต.สมอแข อบต.ดอนทอง จำนวน 5คัน ระดมดับเพลิงไหม้อาคารเก็บของเก่าและห้องครัว ภายในวัดบึงกระดาน โดยใช้เวลานานกว่า 30นาทีเพลิงจึงสงบ

 

 

วันที่ 16เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191  ได้รับแจ้ง ว่ามีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากห้องเก็บของภายในวัดบึงกระดาน ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเพลิงไหม้ อาคารเก็บของเก่าและเป็นห้องครัว ภายในวัดบึงกระดาน  เจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมรถน้ำจาก อบต.สมอแข อบต.ดอนทอง จำนวน 5คัน ได้เดินทางมาดำเนินการควบคุมเพลิงภายในจุดเกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารเก็บของเก่าอย่างรุนแรง  ประกอบกับมีลมกระโชก เปลวเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เร่งฉีดน้ำสกัดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังห้องสมุดที่อยู่ติดกัน โดยใช้เวลานานกว่า 30นาที จึงสามารถฉีดน้ำควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการสอบถาม พระครูเกษมวาปีพิสัย เจ้าอาวาสวัดบึงกระดาน ทราบว่าอาคารหลังดังกล่าวเป็นอาคารเก็บของเก่าที่ทางวัดเก็บสะสมไว้ โดยภายในอาคารไม่มีผู้อยู่อาศัย ขณะเกิดเหตุ มีประชาชน พบเห็นกลุ่มควันจากภายในอาคาร จึงได้เดินทางมาตรวจสอบ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ภายในอาคาร จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการควบคุมเพลิงที่กำลังโหมไหม้ในครั้งนี้ ค่าเสียหายมูลค่ากว่า 1 แสนบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้แจ้งให้เจ้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

   

เมาแล้วขับจับยึดแล้ว 12 ราย ส่งเข้าค่าย

 คืนเดียวตั้งด่านตามโครงการตรวจจับเมาแล้วขับ จับปรับยึดรถเข้าค่าย เพื่อลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จับแล้วคืนแรก 12 ราย จยย. 6 รถยนต์ 6 ราย พร้อมส่งฟ้องศาล รถที่ยึดทหารนำไปเก็บรักษาภายในค่ายกองทัพภาคที่ 3

 

 

วันนี้( 12 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดจัดระเบียบสังคม ได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ แก่ผู้ขับขี่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งค่ำคืนที่ผ่านมาถือว่าเป็นคืนแรก ที่มีการตั้งจุดตรวจจับตามโครงการตรวจจับเมาแล้วขับ จับปรับยึดรถเข้าค่าย เพื่อลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยผลจากการตั้งด่านเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สามารถจับนักดื่มที่เมาแล้วขับ ได้จำนวน 12 คัน ได้ผู้ต้องหา 12 ราย เป็นรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 คัน รถยนต์จำนวน 6 คัน ซึ่งทางเจ้าหน้าทหารกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 ก็จะนำรถที่ตรวจยึดไปเก็บรักษาไว้ที่กองพลทหารราบที่ 4 และจะให้มารับรถอีกทีหลังเทศกาลสงกรานต์ ภายใน 7 วัน ขณะที่ผู้ขับขี่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะส่งฟ้องศาลให้ดำเนินคดีต่อไป

 

ผู้ต้องหาฆ่ารัดคอเด็กหญิงวัย 14 ปี

ทำพิธีขอขมาต่อหน้ารูป-สารภาพข่มขืน

 

 

 

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว  นายสน หุมเพียง ผู้ต้องหาที่ก่อคดีฆ่ารัดคอและข่มขืน ด.ญ.วัย 14 ปี ที่ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 5 เมษายน และสามารถจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา  โดยเบื้องต้นนายสน ให้การรับสารภาพว่าใช้เชือกรัดคอ จนเสียชีวิต แต่ยังไม่ได้ข่มขืน    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดอาญา 2.ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้เด็กนั้นถึงแก่ความตาย 3.บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย4.ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

 

โดยก่อนหน้านี้  นาย เรืองฤทธิ์ ศรีคาน อายุ 57 ปี บิดาของน้องวัย 14 ปี ที่เสียชีวิต กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายสน  ผู้ต้องหา มากราบขอขมาและอโหสิกรรม ต่อหน้าศพของน้องวัย 14 ปีที่บ้าน เพื่อให้ได้จากไปอย่างสงบสุข  แต่เนื่องจากเกรงว่า ผู้ต้องหาจะถูกรุมประชาทัณฑ์  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดให้มีพิธีขอขมา ต่อหน้ารูปของผู้เสียชีวิตขึ้นในวันนี้  ทั้งนี้ล่าสุด  นายสน ผู้ต้องหาได้สารภาพแล้วว่า ตนเองข่มขืน เด็กหญิงจริง   หลังจากที่ในวันจับกุมให้การปฏิเสธ

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL