ศุกร์, สิงหาคม 01, 2014
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

สลด! หนุ่มพาเมียท้อง 8 เดือนบึ่งกระบะกลับบ้านรถชนต้นไม้ดับยกครัว

พ่อค้าขนมหวานขับรถกระบะพาเมียท้อง 8 เดือนจากตลาดมุ่งหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางสายพิษณุโลก-บึงพระ ดับยกครัว

 

 

 

       
       เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ร.ต.อ.ธเนศ วงศ์ปลิง ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างถนนสายพิษณุโลก-บึงพระ เขตหมู่ที่ 2 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายใน 2 ราย โดยมีหญิงท้องอยู่ด้วยจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมรถกู้ชีพเบลทูล รพ.พุทธชินราช และเจ้าหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน
       
       ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณข้างทางสายดังกล่าว ขาเข้าเมืองพิษณุโลกพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน บร 3052 พิษณุโลก กระจกแตกละเอียด ประตูเบาะนั่งข้างคนขับอัดก๊อบปี้กับต้นไม้ข้างทาง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่เป็นคนขับทางเจ้าหน้าที่รถกู้ชีพนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว
       
       ภายในตัวรถบริเวณเบาะนั่งข้างคนขับพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงตั้งครรภ์ ถูกอัดก๊อบปี้กับต้นไม้ ศีรษะมีเลือดไหลเป็นจำนวนมากอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ต้องใช้รถยกดึงรถยนต์กระบะออกจากต้นไม้ ก่อนที่จะเร่งใช้เครื่องมือตัดถ่างประตูออกเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจึงสามารถนำร่างออกมาได้ก่อนเร่งส่งต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราชทันที เพื่อช่วยเหลือเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ เนื่องจากผู้เป็นแม่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้ว
       
       สอบสวนเบื้องต้น ทราบชื่อหญิงตั้งครรภ์คือ น.ส.ทัศนีวงศ์ แพงภักดิ์ อายุ 28 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 63/9 หมู่ที่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
       
       ส่วนแฟนหนุ่มคนขับทราบชื่อคือนายสุรศักดิ์ วงศ์สุวรรณ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 638 หมู่ที่ 2 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งแพทย์พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายนายสุรศักดิ์ และ น.ส.ทัศนีวงศ์ พร้อมลูกในครรภ์ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้อุบัติเหตุเศร้าครั้งนี้ได้คร่าชีวิตครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดรวม 3 ราย

 


       
       จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายสุรศักดิ์ ขับรถยนต์มาตามถนนสายพิษณุโลก-บึงพระ เพื่อกลับบ้านพัก โดยมี น.ส.ทัศนีวงศ์ ภรรยา ที่ตั้งครรภ์อยู่นั่งมาด้วย เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถยนต์กระบะเกิดเสียหลัก ตัวรถหมุนข้ามเลนไปอัดก๊อบปี้กับต้นไม้ใหญ่อย่างแรง ทำให้ทั้ง 2 และทารกในครรภ์เสียชีวิตทั้งหมด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
       
       สอบถามญาติของผู้เสียชีวิตทราบว่า สองสามี-ภรรยาเดินทางไปขายขนมหวานที่ตลาดนัดบริเวณใกล้เคียงค่ายสฤษดิ์เสนา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยตนเองรู้สึกผิดสังเกตว่าวันนี้ลูกสาวกลับบ้านช้า โดยปกติไปไหนจะโทรศัพท์มาบอกตนเองตลอด เนื่องจากท้องแก่ 8 เดือนแล้ว ก่อนที่จะมีคนโทร.มาบอกว่าบุตรสาวประสบอุบัติเหตุจึงเดินทางมาดู

 

ผบช.ภ.6 แถลงจับพ่อค้ายาไอซ์และเฮโรอิน มูลค่า 300 ล้าน

 

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 นำตัวผู้ต้องหาแอบขนยาไอซ์ 37 กก.และเฮโรอีนน้ำหนัก 23 กก. มูลค่าร่วม 300 ล้านบาท มาแถลงข่าวหลังตั้งด่านสกัดจับได้ขณะจะนำไปส่งให้กับพ่อค้าที่ จ.อยุธยา

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันนี้(18 ก.ค.) พลตำรวจโท พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรธวัช แจ่มอุดมโชค ผู้กำกับการ สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมพ่อค้าขนยาเสพติด คือนายจันทร์ แสงบางไทร อายุ32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 11 ต.ท่าหมื่นราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ขับรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ หัวลาก 22 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-5705 เชียงราย มาจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย พร้อมของกลางเป็นยาเสพติด ยาไอซ์ 37 กก.ที่บรรจุในซองชา อัดพลาสติก เคลือบเทียนไข และเฮโรอีนน้ำหนัก 23 กก.บรรจุห่อเทียนไขสีเหลือง มูลค่าร่วม 300 ล้านบาท ได้ซุกซ้อนไว้บริเวณด้านหลังคนขับรถ การจับกุมลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทองสืบทราบ ว่าจะการลักลอบขนยาเสพติดจากจ.เชียงราย ผ่าน จ.พิษณุโลก เป้าหมายนำไปส่งที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายจันทร์ ได้แอบขนยาดังกล่าว มากับรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ หัวลาก 22 ล้อ บรรทุกพืชผัก ผลไม้ ขับขี่มาตามถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทอง ตั้งด่านตรวจค้นจนพบยาดังกล่าว

เบื้องต้นนายจันทร์ ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ที่กระทำไปเพราะไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว จึงยอมรับจ้างขนยาเสพติดล็อตนี้เป็นจำนวนเงิน 700,000 บาท และได้รับเงินมาแล้ว 50,000 บาท จากนายโสภณ เอี่ยมสกุล และภรรยา ชาว จ.เชียงราย ให้มาส่งให้กับเจ๊ดา ที่ จ.อยุธยา แต่ถูกตำรวจจับกุมได้ในที่สุด ขณะเอเยนต์รายใหญ่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

 

จับยาไอซ์- เฮโรอิน มูลค่ากว่า 100 ล้านบาทที่อ.วังทอง

จนท.ตร.สภ.วังทอง ตั้งด่านสกัดจับผู้ลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ ยาไอซ์ 37 กกเฮโรอีน 23 กก.มูลค่าร่วม 100 ล้านบาท  ผู้ต้องหาชาย 1 คน รับจ้างขนยามาจากอ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้ค่าจ้าง 700,000 บาท  จะนำส่งที่จ.อยุธยา ลักลอบใส่กระเป๋ารถขนส่งผักและผลไม้ ตร.จับได้คาด่านวังทอง ช่วง 01.30 น.วันที่ 17 กค. 57

 

 

วันที่   17 ก.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก  โดยพ.ต.อ.ธรธวัช  แจ่มอุดมโชค ผกก.สภ.วังทอง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6  ได้จับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ โดยเวลาประมาณ   01.30 น.ที่ด่านสกัดบนถนนพิษณุโลก - หล่มสัก หน้าที่ว่าการอำเภอวังทอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจวังทองได้เรียกตรวจค้นรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์  หัวลาก 22 ล้อ บรรทุกพืชผัก ผลไม้ มีคนขับชาย 1   คน ทราบชื่อนายจันทร์  แสงบางไทร ชาวต.ท่าหมื่นราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ขับรถคันดังกล่าวมาจากอ.เชียงของ จ.เชียงราย ตรวจค้นพบลักลอบขนยาเสพติด โดยใส่กระเป๋าเป้ซ่อนไว้บริเวณหน้ารถจำนวนใบ ภาพในกระเป๋ามีถุงบรรจุยาไอซ์  37 กก.และเฮโรอีนน้ำหนัก 23 กก.   หลังจับกุมได้ ได้ประสานตำรวจวิทยาการมาตรวจสอบ พบเป็นยาเสพติดจริงทั้งยาไอซ์และเฮโรอีน มูลค่าร่วม 100 ล้านบาท

การจับกุมลักลอบขนยาวเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทองสืบทราบ ว่า จะการลักลอบขนยาเสพติดจากจ.เชียงราย ผ่าน จ.พิษณุโลก เป้าหมายนำไปส่งที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  หลังจับกุม จนท.ได้วางแผนขยายผลหาตัวบงการรายใหญ่  เบื้องต้นคนขับรถ ที่สารภาพว่าได้ค่าจ้างขนยาเสพติดล็อตนี้จำนวน  700,000  บาท ได้รับค่าจ้างมาแล้ว 50,000 บาท แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ พร้อมกับวางแผนให้ผู้ต้องหา ติดต่อกับผู้รับยาเสพติดปลายทาง เพื่อขยายผลกับผู้ซื้อรายใหญ่ ที่เป้าหมายจ.อยุธยา โดยเช้าวันนี้ จนท.ตำรวจได้วางแผนทำการนัดหมายส่งมอบยาที่จ.นครสวรรค์ แต่สุดท้าย การขยายผลนั้นไม่สามารถจับกุมผู้มารับยาเสพติดได้ โดยตำรวจเตรียมแถลงข่าวในเวลา 09.00 น.วันพรุ่งนี้ 18 กค.2557 ที่สภ.วังทอง

 

 

   

แถลงผลกวาดล้างเด็กแวนซ์ปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกาย

ทหารกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหลายหน่วยงานแถลงข่าวกวาดล้างแก๊งเด็กแวนซ์จนสามารถจับกุมกลุ่มเด็กแวนซ์ก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย พร้อมเตือนผู้ปกครองให้ดูแลใกล้ชิด หากก่อเหตุซิ่งกวนเมืองอีก และจับได้ ต้องเอาผิดผู้ปกครองด้วย

 

 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 2557 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ พ.ต.อ.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก นางกัญฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับแถลงผลการกวาดล้างแก๊งเด็กแวนซ์ พร้อมสามารถจับกุมกลุ่มเด็กแวนซ์จำนวน 6 ราย ที่ก่อเหตุร่วมกันปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกาย คือ นายศราวุธ หรือ เอ วัดแก้ว อายุ 20 ปี นายโอ๊ต อายุ 19 ปี นายบอล อายุ 15 ปี นายปอนด์ อายุ 15 ปี นายเม อายุ 14 ปี และนายก้อง อายุ 14 ปี ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เวลาประมาณ 00.30 น. ที่บริเวณถนนสีหราชเดโชชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้ก่อเหตุถีบรถจักรยานยนต์ ผู้เสียหาย ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนน จากนั้นได้ลงมือทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บและชิงรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย พร้อมเงินสด 300 บาท มือถือ 1 เครื่อง ทั้ง 2 รายไป จากนั้นทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

โดยหลังก่อเหตุทางกองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลทหารราบที่ 4 ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง ทำการออกกวาดล้างแก๊งรถซิ่งกวนเมือง จนสามารถจับกุมแก๊งรถซิ่งพร้อมรถจักรยานยนต์จำนวน 31 คัน และอาวุธ ทั้งมีด ไม้ ระเบิดปิงปอง จากนั้นสามารถขยายผลจนสามารถผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายได้ในที่สุด

พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือของทุกส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กแวนซ์ เพราะถือว่าที่ผ่านมากลุ่มเด็กแวนซ์สร้างปัญหามากมาย ไม่ว่าจะก่อเหตุอาชญากรรม ปล้นทรัพย์สร้างความเดือดร้อนดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ต้องเข้ามาดูแลลูกหลานให้มากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาทางสังคมดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะสนธิกำลังออกกวาดล้างแก็งซิ่งกวนเมือง อย่างต่อเนื่อง ถ้าหากพบว่าเยาวชนรายเดิมยังกระทำผิดอีก ก็จะทำดำเนินคดีกับผู้ปกครองด้วย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีผู้ต้องหาในข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร ส่วนเยาวชนที่ร่วมกระทำผิด ทาพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ก็จะนำตัวส่งศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ต่อไป

 

เด็กแวนซ์ไล่ตีกันเจ็บระนาว

สองแควแก๊งเด็กแว้นซิ่งป่วนเมืองรับวันเข้าพรรษา ไล่ตีกันเจ็บระนาว เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจนสามารถจับกุมกลุ่มนักซิ่งแก๊งเด็กแว้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง จำนวน 25 คน เป็นเยาวชน 17 คน และผู้ใหญ่ 8 คน และคนซ้อนอีก 23 คน รวม 48 คน

 

 

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 13 ก.ค. ร.ต.ท.อำนาจ  อ่อนปาน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีแก๊งเด็กแว้น จำนวนกว่า 100 คัน ขี่รถ จยย. ซิ่งป่วนเมือง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้าน บนถนนหลายสาย เช่น ถ.มิตรภาพ ถ.พระร่วง ถ.สีหราชเดโชชัย ถ.บายพาสเลี่ยงเมือง หน้าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม และในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก อีกทั้งยังไล่ตีกับคู่อริหลายจุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์  โล่ห์สุวรรณ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.สามารถ  จูเทศ พงส.ผทค.หน.งานสอบสวน พ.ต.ท.นนทวร  สีอินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับตำรวจอาสา เจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าสกัดจับกุมกลุ่มเด็กแว้นดังกล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มเด็กแว้นยังได้ก่อเหตุขี่รถไล่ตีกับคู่อริ ที่บริเวณ ถ.พระร่วง หน้าโรงเรียนจ่านกร้อง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ทราบชื่อคือ นายวรวิทย์  คชพงษ์ อายุ 13 ปี นายเจตนิพันธ์  แก้วกระจ่าง อายุ 13 ปี และนายคัชชิต  ปานสมบูรณ์ อายุ 15 ปี (เยาวชน) ซึ่งทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ใน ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถูกกลุ่มเด็กแว้นคู่อริรุมทำร้ายร่างกายจนน่วมสลบคาที่ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช ซึ่งกลุ่มเด็กแว้นยังนำรถ จยย. ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมิโอ สีส้ม-ขาว ทะเบียน ฬฉร 718 กทม. ของคู่อริ ถีบทิ้งลงคูน้ำใกล้เคียงอีกด้วย ก่อนจะพากันซิ่งรถหลบหนีหายไปกับความมืด

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมกลุ่มนักซิ่งแก๊งเด็กแว้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง จำนวน 25 คน เป็นเยาวชน 17 คน และผู้ใหญ่ 8 คน และคนซ้อนอีก 23 คน รวม 48 คน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งข้อหาสำหรับผู้นั่งซ้อนท้ายแก๊งเด็กแว้นจึงได้ปล่อยตัวไป และตรวจยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อต่างๆ จำนวน 31 คัน อาวุธมีดดาบยาว มีดสั้น ระเบิดปิงปองอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือ สร้างเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันนี้ ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ รอง ผบ.พล.ร.4 กองทัพภาคที่ 3 พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์  โลห์สุวรรณ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก และ นางกัญญ์ฐญาณ์  ภู่สวาสดิ์ พมจ. พิษณุโลก ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มเด็กแว้นดังกล่าว ตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก โดยมีบรรดาผู้ปกครองที่เดินทางมาเยี่ยม และขอยืนประกันตัวบุตรหลาน แต่เนื่องจากเป็นคดีอาญา ต้องนำตัวส่งฟ้องศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลกก่อน จึงจะสามารถยืนหลักทรัพย์ให้ประกันตัวได้ ทำให้ผู้ปกครองบางรายถึงกับร้องไห้ เพราะความสงสารบุตรหลานของตนเอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำและตักเตือนผู้ปกครองให้ดูแลอบรมบุตรหลานของตนเองให้ดี ไม่ให้ออกมาขี่รถซิ่งก่อกวน สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านในพื้นที่อีก หากพบว่าเยาวชนรายใดยังกระทำความผิดซ้ำซากอีก จะต้องแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ปกครองด้วย.

 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL