พฤหัสบดี, ตุลาคม 30, 2014
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

จับผู้ต้องหาลักลอบขนยาไอซ์รายใหญ่เครือข่ายภาพกลางขึ้นเหนือ


ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาค้ายาไอซ์และยาบ้า หลังทำการล่อซื้อและส่งมากับรถตู้โดยสารบรรจุในขวดสารเคมีทางการเกษตรและหีบห่ออีกครั้งเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

 

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 ต.ค. ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองพิษณุโลก นายจักริน  เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พล.ต.นพพร  เรืองจันทร์ ผบ.พล.ร.4 นายภาสกร  บุญญลักษณ์ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.ถวัลย์  บุญสูง ผกก.ตชด.31 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ได้ผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย คือ นายรพีพงษ์  หรือชัย น้อยสุพรรณ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/48 หมู่ 8 ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 550.30 กรัม ที่บรรจุอยู่ในกระป๋องพลาสติกจำนวน 12 กระป๋อง อุปกรณ์การบรรจุหีบห่อ

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากชุดจับกุมได้จับกุม น.ส.วรรณนภา  หริอ บี พัดดวง อายุ 30 ปี พร้อมยาบ้า จำนวน 1,000 เม็ด และยาไอซ์อีกจำนวน 52.94 กรัม โดยรับสารภาพว่าได้ซื้อยาไอซ์ดังกล่าวมาจากนายชัย โดยมีการส่งของกันทางรถตู้โดยสาร ทางชุดสืบสวนจึงได้วางแผนติดต่อล่อซื้อจากยาไอซ์จากนายชัยเป็นจำนวนเงิน 1.5 ล้านบาท และมีการส่งสินค้าทางรถตู้โดยสารกรุงเทพฯ - พิษณุโลก โดยใช้ชื่อผู้รับ คือ น.ส.วรรณนภา ให้ไปรับริมถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ หน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ไปรับของดังกล่าวพบเป็นกล่องกระดาษจำนวน 3 ใบ ด้านหน้าเขียนชื่อผู้ส่งจากร้านรวมเกษตร โดยใส่หมายเลขของนายรพีพงษ์ ภายในมีขวดพลาสติกจำนวน 12 ใบ และภายในได้บรรจุยาไอซ์ จำนวน 10 ซอง น้ำหนักรวม 550.30 กรัม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขออนุมัติหมายจับเข้าจับกุมตัว นายรพีพงษ์ ที่บ้านพัก ที่ จ.นครปฐม

นายภาสกร  บุญญลักษณ์ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก กล่าวว่า ทางฝ่ายปกครองได้ทำการล่อซื้อยาบ้าจากนางสาวบีแล้วทำการขยายผลจนสามารถจับกุมตัวนายชัย เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่ากระทำมาแล้ว 2 ครั้ง โดยจะบรรจุหีบห่อตบตาเจ้าหน้าที่ไว้ภายในบ้านที่ จ.นครปฐม แล้วส่งให้ลูกค้า แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในที่สุด โดยทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะส่งตัวผู้ต้องหาให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกับจะให้ทาง ปปส.ภ.6 ทำการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดรายนี้ต่อไป.

 

 

 

ผงะพบระเบิดน้อยหน่าโผล่ถังขยะ

คนเก็บขยะวิ่งแจ้งผู้ใหญ่บ้านเร่งตรวจสอบหลังเก็บขยะพบระเบิดน้อยหน่าหรือระเบิดแบบ M26ทิ้งไว้ข้างถังขยะ ตรวจสอบเป็นระเบิดทำเอง คาดเป็นข้องวัยรุ่นนำมาทิ้งไว้หลังกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเข้มก่อนวันลอยกระทง

 

 

 

หนูน้อย 7 ขวบ ดวงแข็งตกบ่อน้ำบาดาลลึก 8 เมตร รอดตายราวปาฏิหาริย์

เกิดเหตุหนูน้อยวัย 7 ขวบ ดวงแข็ง วิ่งตามสุนัขแล้วเกิดพลัดตกบ่อน้ำบาดาลลึก 8 เมตร แล้วตะโกนให้ผู้อื่นช่วย จนรอดตายราวปาฏิหาริย์

 

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าว่า มีอุบัติเหตุเด็กพลัดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล ใกล้เคียงตลาดสดบึงพระ หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นป่ารก พบชาวบ้านและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน กำลังช่วยกันใช้เชือกโรยตัวลงไปช่วยเหลือเด็กที่ตกลงไปอยู่ก้นบ่อ โดยเด็กร้องไห้พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงใช้ผ้ามัดกับตัวเด็ก ก่อนช่วยกันอุ้มและดึงขึ้นมาด้านบนปากบ่ออย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงลุ้นเอาใจช่วยของชาวบ้าน ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ช.สมศักดิ์ สมศรี หรือน้องฟลุ๊ค อายุ 7 ขวบ อยู่บ้านพักเลขที่ 47 หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นักเรียนโรงเรียนวัดบึงพระ สภาพเนื้อตัวเปียกปอนและเปรอะเปื้อนดินโคลน และมีบาดแผลถลอกตามร่างกายและที่นิ้วมือข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ชาวบ้านได้ช่วยกันพยุงตัวพาไปล้างเนื้อล้างตัวจนเอี่ยมสะอาด

จากการสอบถาม นางชมพู  ปุญญฤทธิ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 381/3 หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นผู้พบเด็กเป็นคนแรก เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังตากผ้าอยู่ข้างบ้านนั้น ได้ยินคล้ายเสียงเด็กร้องไห้และร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นมาจากบ่อน้ำบาดาลข้างบ้านพัก ซึ่งเป็นบ่อน้ำบาดาลที่เลิกใช้งานแล้ว จึงเดินไปดูก็พบว่ามีเด็กตกลงไปอยู่ที่ก้นบ่อ แต่โชคยังดีที่ด้านล่างบ่อมีไม้วางพาดกั้นไว้ ทำให้เด็กไม่จมน้ำ ซึ่งปกติบ่อน้ำจุดนี้จะมีแผ่นกระเบื้องปิดอยู่ แต่เด็กอาจจะไม่ทราบจึงเข้าไปเล่น แล้วพลาดไปเหยียบจนกระเบื้องแตกจนร่วงตกลงไป จากนั้นตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

ด้าน ด.ช.สมศักดิ์  สมศรี หรือน้องฟลุ๊ค อายุ 7 ขวบ เล่าให้ฟังว่า ตนเองวิ่งเล่นกับสุนัข จากนั้นเจ้าสุนัขก็ไล่ขับไก่ข้างบ้าน ตนจึงวิ่งไล่ตามไปจนถึงปากบ่อน้ำที่มีกระเบื้องปิดไว้ จากนั้นกระเบื้องได้แตกจนตนเองร่วงหล่นลงไปก้นบ่อ จากนั้นตะเกียกตะกายเกาะแผ่นไม้ที่วางพาดกั้นขอบบ่อเอาไว้ แล้วร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ รอจนชาวบ้านมาช่วยเหลือตนเองขึ้นมาจากก้นบ่อได้ในที่สุด

ด้าน นางสว่าง สมศรี อายุ 78 ปี ยายของน้องฟลุ๊ค เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหลานชายวิ่งออกมาตามหาสุนัขที่วิ่งหายเข้าไปในป่าที่เกิดเหตุ ตนจึงออกตามหาแต่ไม่พบตัว กระทั่งมีชาวบ้านมาแจ้งว่าหลานชายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาลลึกกว่า 8 เมตร แต่ยังไม่สามารถนำตัวขึ้นมาได้ ตนจึงเข้าไปดูและพบเจ้าหน้าที่กำลังให้ความช่วยเหลือ และดึงหลานชายขึ้นมาจากก้นบ่อน้ำได้อย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งก่อนหน้านี้น้องฟลุ๊ค หลานชาย ก็เคยถูกไฟฟ้าช็อตแต่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด จำนวน 2 ครั้ง จนมีรอยแผลเป็นทั่วร่างกาย ซึ่งหลังจากนี้จะต้องระมัดระวังดูแลหลานชายอย่างใกล้ชิด เพราะกำลังอยู่ในวัยเล่นซน และจะทำการปลอบขวัญให้น้องฟลุ๊คต่อไป.

 

 

   

ทัวร์พิษณุโลก-กรุงเทพฯ พลิกคว่ำข้างถนนพิจิตร ตาย 1 เจ็บกว่า 40

รถทัวร์โดยสารพิษณุโลก-กรุงเทพฯ ยางแตกรถเสียหลักตกข้างทาง พลิกคว่ำลงคูน้ำข้างถนน พนักงานประจำรถดับ 1 ราย ผู้โดยสารบาดเจ็บกว่า 40 ราย

 

 

 

       
        11 ต.ค. 57  พ.ต.อ.ชยินธร สุคนธร ผกก.สภ.วชิรบารมี จ.พิจิตร รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยว่า เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารสายพิษณุโลก-กรุงเทฯ บริษัท พิษณุโลกยานยนต์ จำกัด บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคัน พลิกคว่ำตกลงไปในคูน้ำข้างถนนสาย 117 พิษณุโลก-นครสวรรค์ กม.91-92 บ้านปลวกสูง ต.บ้านนา ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถ
       
       จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารออกมาจากรถทัวร์ ซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง เนื่องจากสภาพคูน้ำเป็นดินโคลน พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ น.ส.วันเพ็ญ กลิ่นชะเอม เป็นพนักงานของรถทัวร์
       
       สอบสวนทราบว่า รถทัวร์คันเกิดเหตุมี นายณรงค์ศักดิ์ จำปาเป็น เป็นพนักงานขับรถ รับผู้โดยสารทั้งหมดเกือบ 40 คน ออกจากตัวเมืองพิษณุโลก เมื่อเวลาเกือบ 4 ทุ่ม มุ่งหน้าไปยังกรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุยางล้อรถด้านซ้ายเกิดแตก จนรถเสียหลักพลิกคว่ำตกถนนลงไปในคูน้ำข้างทาง

 

  
       
       ทั้งนี้ ตำรวจได้ติติดต่อญาติของผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อนำตัวไปรักษายังภูมิลำเนาต่อไป 
 

 

ซิ่งเก๋งมาทำบุญวันออกพรรษาหลับในชนต้นไม้ลูกเมียเสียชีวิต

หนุ่ม กทม. ซิ่งเก๋งพาครอบครัวมาทำบุญที่จังหวัดพิษณุโลกบ้านเกิดภรรยา เกิดหลับในเสียหลักตกร่องกลางถนน จนไปชนกับต้นไม้ข้างทางเข้าอย่างจัง จนเมียและลูกชายเสียชีวิตคาที่ ส่วนตัวเองเจ็บสาหัส

 

เมื่อเวลา 05.00 น. วันนี้ (9 ต.ค.) พ.ต.ท.อุบล  จันทะเขียว พนักงานสอบสวน สภ.บางระกำ อ.บางระกำ จ. พิษณุโลก รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักตกข้างทางและชนกับต้นไม้ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนเส้นพิษณุโลก-นครสวรรค์ ขาเข้าตัวเมืองพิษณุโลก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 106-107 หมู่ 4 บ้านหนองเต่าดำ ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ และแพทย์เวรโรงพยาบาลบางระกำเข้าตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุบริเวณร่องเกาะกลางถนนพบต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกชนเข้าอย่างจังจนหักครึ่ง ใกล้กันพบรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นโซนิค สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กอ-9667 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านซ้ายฝั่งผู้โดยสารพังเสียหายยับเยิน ส่วนที่นั่งฝั่งคนขับพบนายหัตถ์ชัย  ชื่นชม อายุ 33 ปี อยู่บ้ายเลขที่ 23/117 หมู่ 5 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ มีบาดแผลที่บริเวณขาขวา ร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

โดยตลอดเวลา นายหัตย์ชัย คนขับ ได้ร้องบอกให้ช่วยเหลือภรรยาและลูกของตนเอง ที่นั่งโดยสารมาภายในรถด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็พบว่าทั้ง 2 ราย ได้เสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ นางคิชาสรณ์  น้อยเดช อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 7 ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก โดยมี ด.ช.เตชิน ชื่นชม อายุ 4 ขวบ ลูกชาย นอนเสียชีวิตอยู่ภายในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ สร้างความสลดใจให้แก่ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

จากการสอบถาม นายหัตถ์ชัย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบว่า ตนได้พาภรรยาและลูกเดินทางมาจากกรุงเทพมหานครเพื่อกลับมาเยี่ยมครอบครัว เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก โดยลูกชายได้นอนหลับมาในอ้อมอกของภรรยา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นจุดที่ถนนมืด ตนรู้สึกเหมือนเคลิ้มง่วง พอรู้สึกตัวมาอีกทีรถได้เสียหลักตกลงข้างทาง และตนไม่สามารถควบคุมรถได้ จนเป็นเหตุให้รถไถลไปชนกับต้นไม้ขนาดใหญ่ข้างทางเสียงดังสนั่น จนภรรยาและลูกชายเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา “ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ไว้ก่อน และจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป.

 

 

   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL