อาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2016
   
Text Size

ค้นหาข่าว

ประชามติออนไลน์ พิษณุโลก :: ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ ::

ยื่นหนังสือ ผบช.ภ.6 ขอความเป็นธรรมคดีบุตรชายถูกรุมทำร้ายจนตายไม่คืบ

พ่อเฒ่าวัย 87 ปี พร้อมญาติพี่น้อง ยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ขอความเป็นธรรมหลังบุตรชายถูกรุมทำร้ายร่างกาย ก่อนนำร่างมาโยนทิ้งหน้าบ้าน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา คดีผ่านไปกว่า 1 เดือนไม่มีความคืบหน้า หวั่นคนร้ายเป็นคนมีอิทธิพลในพื้นที่

 

 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่  26 พฤษภาคม  ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 6   นายสมชาย สีหะอำไพ อายุ 87 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ 3  ต.ตลุกกระเทียม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  พร้อมญาติกว่า 20 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6  เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังบุตรชาย คือ นายศรศักดิ์ สีหะอำไพ อายุ 45 ปี ถูกรุมทำร้ายร่างกายอาการสาหัสภายในงานบวชในหมู่บ้าน โดยคนร้ายนำร่างที่โชกเลือดไปโยนทิ้งไว้บริเวณหน้าบ้าน เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 11 เมษายน 2559 และเสียชีวิตลงในวันที่ 12 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา โดยมีบาดแผลฉกรรจ์ที่คาง ลำคอ หลอดลมขาด  ศรีษะแตก  แพทย์จากโรงพยาบาลพุทธชินราช ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากอาการเลือดออกในสมอง  ด้วยเห็นว่าเวลาผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว คดีความเงียบไม่มีการเรียกตัวผู้ต้องสงสัย หรือไม่มีการสอบสวนพยานหรือผู้เห็นเหตุการณ์แต่อย่างใด ญาติๆหวั่นเกรงว่าคนร้ายที่รุมทำร้ายร่างกายอาจเป็นคนมีสี หรือเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยบรรยากาศหลายคนกลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะสิ่งที่ลูกหลานตนถูกกระทำนั้นโหดเหี้ยมรุนแรงเกินไป

นายสมชาย สีหะอำไพ พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า คนตาย เป็นคนขยันทำงาน ไม่เคยมีครอบครัวมาก่อน ไม่เคยมีปัญหากับใคร  ซึ่งหลังเกิดเหตุเรื่องก็เงียบหายไป  ตำรวจในพื้นที่ไม่มีการเรียกสอบปากคำใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งๆที่ เหตุเกิดในงานบวช มีคนถูกรุมทำร้ายร่างกาย แถมยังนำร่างมาโยนทิ้งหน้าบ้านเหมือนหมู เหมือนหมา จะไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ได้ยังไง นอกเสียจากว่ากลุ่มคนร้ายที่ลงมือเป็นคนมีสี หรือเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่  ที่มาวันนี้ อยากจะมาร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย อยากให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่เร่งไล่ล่าหาตัวคนร้ายมารับผิด  มาขอขมาวิญญาณลูกชายของตน ตนอยากจะถามนักว่าลูกตนไปทำเลวร้ายอะไรขนาดนั้น ถึงต้องฆ่าแกงกันยังกับผักปลา ยังกับเขาไม่มีชีวิต ทั้งๆที่ คนในหมู่บ้านก็รู้จักลูกชายของตนดี ว่าไม่ใช่คนเกเร หรือลักเล็กขโมยน้อย ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร ก็อยากจะขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวเท่านั้น

ต่อมา พ.ต.ต.สุทธเกียรติ  มาจาก   สารวัตรฝ่ายอำนนวยการ 7 กองบังคับการอำเนวยการตำรวจภูธร ภาค 6 เป็นตัวแทนได้เดินทางมารับเรื่องดังกล่าว เพื่อนำเรียนให้กับผู้บังคับบัญชารับทราบเรื่องได้เดินทางมารับเรื่องดังกล่าวเพื่อนำเรียนให้กับผู้บังคับบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ทราบ เพื่อเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่สืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป สร้างความพอใจกลุ่มชาวบ้านจึงเดินทางกลับภูมิลำเนาไป

 

 

 

สุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว รุมขย้ำกัดไก่ตายยกเล้า

 
หนุ่มใหญ่เจ้าของซุ่มไก่ชนพันธุ์เหลืองหางขาวสุดเซ็ง สุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว รุมขย้ำกัดไก่ตายยกเล้า 25 ตัว สูญรายได้นับแสนบาท
 
 

เมื่อเวลา 15..30 น. วันที่ 25 พ.ค. ร.ต.อ.วิชัย  พรมรักษา รอง สว. (สอบสวน) สภ.ชุมชนมหาวิทยาลัยนเรศวร รับแจ้งว่ามีสุนัขกัดไก่ชนพันธุ์เหลืองหางขาวตายเป็นจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 19/1 ม.2 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พบนายเร่ง  คงสวัสดิ์ อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน ยืนรออยู่ด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ พร้อมชี้ให้ดูซากไก่ชนพันธุ์เหลืองหางขาว จำนวน 25 ตัว ที่เลี้ยงไว้ในเล้าที่ห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร ถูกสุนัขรุมกัดตายอย่างน่าเวทนา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท นอกจากนี้ถูกความคับแค้นใจได้นำซากไก่ที่ถูกสุนัขกัดตายแล้ว มาชำแหละปรุงเป็นอาหารทั้งน้ำตาพร้อมแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วย เพราะยิ่งเห็นยิ่งช้ำใจ พร้อมแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ติดตามดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าของสุนัข ให้ออกมารับผิดชอบที่ปล่อยปละละเลยไม่ดูแลล่ามโซ่สุนัขให้ดี ปล่อยให้ออกมาไล่กัดไก่ของตนจนตายยกเล้า

นายเร่ง  คงสวัสดิ์ ผู้เสียหาย เปิดเผยด้วยสีหน้าเศร้าหมองว่า ตนยึดอาชีพเพาะพันธุ์ไก่ชนพันธุ์เหลืองหางขาว ซึ่งเป็นไก่ชนในตำนานที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชใช้ตีกู้บ้านกู้เมืองมาได้ จนได้รับสมญานามว่า  "เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง" ซึ่งเลี้ยงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ซึ่งไก่ที่เลี้ยงไว้นั้นตนเลี้ยงเพื่อส่งเข้าประกวดความสวยงามของสายพันธุ์ ไม่ใช่เลี้ยงไว้เพื่อชนแต่อย่างใด โดยไก่ของตนค่อนข้างเป็นที่รู้จักของนักเลงไก่เป็นอย่างดี มีลูกค้ามาขอซื้อไปแล้วส่งประกวดความสวยงามจนชนะเลิศ ได้รับถ้วยพระราชทาน มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 รางวัล
นางเร่ง คงสวัสดิ์ ผู้เสียหาย เล่าด้วยความคับแค้นใจอีกว่า ก่อนหน้านี้ เวลา 03.00 น. ของวันนี้ ตนเห็นว่าอากาศดีจึงออกจากเล้าไก่ไปลงข่ายดักปลาที่ริมแม่น้ำน่าน และกลับมาที่เล้าไก่อีกทีเวลา 07.00 น. ก็ได้ยินไก่ส่งเสียงร้องหวยโหนจึงรีบวิ่งมาดู ก็พบมามีสุนัขพันธุ์บางแก้วจำนวน 3 ตัว กำลังรุมขย้ำกัดไก่ในเล้าของตน ซึ่งเป็นเล้าที่ปิดล้อมด้วยลวดเหล็กและตอกตะปูอย่างดี แต่สุนัขก็ยังใช้ฟันกัดดึกเล้าจนได้ จากนั้นจึงรีบหาท่อนไม้ใกล้มือเข้าไปไล่สุนัขทั้ง 3 ตัว จนวิ่งหนีกระเจิงไปตามทุ่งนาใกล้กัน และรีบติดตามไปก็พบว่าฝูงสุนัขได้เข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง แต่ลักษณะเหมือนไม่มีคนอยู่ เพราะคาดว่าเจ้าของน่าจะออกไปทำงานกันหมด ก่อนจะย้อนกลับมาดูที่เล้าอีกครั้งแล้วพบว่าไก่ชนพันธุ์เหลืองหางขาว อายุประมาณ 6 เดือน ถูกกัดตายไป 20 ตัว ส่วนไก่อายุ  1 เดือน ถูกกัดตายไป 5 ตัว โดยแต่ละตัวมีรอยเขี้ยวฝังจมอยู่เลือดไหลอาบไส้ทะลักอย่างสยดสยอง ที่ลำคอถูกกัดยับ เหลือเพียงไก่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ฟักไข่อยู่บนเล้าเท่านั้น และลูกไก่น้อยที่เพิ่งฟักอยู่ในกรงอีกไม่กี่ตัว มูลค่าความเสียหายในครั้งนี้คิดเป็นเงินถึง 102,500 บาท หลังเกิดเรื่องจึงเดินทางเข้าแจ้งความ เพราะอยากให้เจ้าของสุนัขมารับผิดชอบไก่ของตนด้วย เพราะถ้าโมโหสุดขีดจนถึงขั้นทำร้ายทุบตีสุนัขก็กลัวจะถูกดำเนินคดีในข้อหา พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ มีโทษทั้งปรับทั้งจำอีกด้วย
ด้าน ร.ต.อ.วิชัย  พรมรักษา เจ้าของคดี กล่าวว่า หลังจากได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว พบร่องรอยของตะแกรงเหล็กที่ล้อมไก่ไว้ใต้ห้างนา ถูกกัดกระชากออกเปิดเป็นช่องขนาดใหญ่ บริเวณพื้นดิน พบขนไก่ที่ถูกกัดหลุดกระจายเกลื่อนพื้น บริเวณโดยรอบยังพบรอยเท้าสุนัขเหยียบย่ำเต็มพื้น จึงได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งหากสุนัขที่มากัดไก่ตายยกเล้ามีเจ้าของก็จะเชิญตัวเจ้าของสุนัขและเจ้าของไก่ เข้ามาเจรจาชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายคดีอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท เป็นความผิดลหุโทษสามารถไกล่เกลี่ยยอมความกันได้ พร้อมจะให้นางเร่ง คงสวัสดิ์ ผู้เสียหาย ไปให้ปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดต่อไป.
 

คนร้ายใจโหดใช้ฆ้อนทุบหัวชิงทรัพย์แม่ค้าขายไก่ต้มน้ำปลาเลือดอาบ

คนร้ายใช้ฆ้อนทุบหัวชิงทรัพย์แม่ค้าขายไก่ต้ม ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ และเงินสด 3,000 บาท ตำรวจเร่งไล่ล่า

 

 

เมื่อเวลา 15.30น. วันที่ 19พ.ค. ร.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์  นิลนนท์ รอง สวป.สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายเจ้าของร้านขายไก่ต้มน้ำปลาได้รับบาดเจ็บ บริเวณริมถนนพิษณุโลกหล่มสัก ใกล้เคียงโรงแรมธรรมชาติรีสอร์ท หมู่ 7ต.สมอแข อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย  พ.ต.อ.นิคม  สภาพพร รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งร้องโอยครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่ในศาลาริมทาง ทราบชื่อ คือ นางเกรียงไกร  เหรียญทอง อายุ 45ปี เจ้าของร้านไก่ต้มน้ำปลา อยู่บ้านเลขที่ 131/2หมู่ 4ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะฝั่งขวาเลือดไหลอาบใบหน้า ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปมีโทรศัพท์มือถือ 1เครื่อง กระเป๋าสตางค์ 1ใบ และเงินสดจำนวน 3,000บาท เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพจึงให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลพุทธชินราช

จากการสอบถาม นายบำรุง  หมันต่อม อายุ 50ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/1หมู่ 1ต.ไผ่ขอดอน อ.เมืองพิษณุโลก ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุตนทำงานอยู่ที่ร้านขายต้นไม้ ตรงข้ามกับร้านขายไก่ต้มน้ำปลา สังเกตเห็นว่านางเกรียงไกรเอามือกุมหัวมีเลือดอาบใบหน้า เดินพยุงตัวมานั่งที่ศาลาริมทางข้างร้าน และตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ตนจึงรีบข้ามถนนไปดูก็พบว่านางเกรียงไกรถูกคนทำร้ายโดยใช้ค้อนทุบที่ศีรษะอย่างแรงจนหัวแตก เมื่อสอบถามทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุเป็นชายสูงวัย อายุประมาณ 50ปี สวมเสื้อสีฟ้าอ่อน นุ่งกางเกงสีดำ 3ส่วน แอบย่องเข้ามาจากป่าหญ้าหลังร้านขณะที่กำลังนั่งขายไก่ต้มน้ำปลาอยู่ จึงไม่ทันระวังถูกคนร้ายใช้ค้อนตีแล้วชิงทรัพย์สินไปดังกล่าว ก่อนจะวิ่งหายกลับเข้าไปในป่า ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนดูแต่ก็ไม่พบตัว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังลงพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมปิดล้อมตามแนวป่าและหมู่บ้านใกล้เคียงที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ แต่ก็ยังไม่พบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้แต่อย่างใด ซึ่งจะเร่งสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย เพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

   

เก๋งตกคลองเรียบทางรถไฟคนขับดับคารถ

 
หนุ่มใหญ่หลับใน ขับรถพุ่งตกคลองน้ำเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 

 
 
เมื่อเวลา 02.30 น.   ร.ต.อ.นิพนธ์ สุทธหลวง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งตกคลองน้ำ บริเวณ ม.5 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยสมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบ รถยนต์เก๋งยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิ้ลยู สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน กท – 5171 พิษณุโลก สภาพหงายท้องตกอยู่ในคลองน้ำเรียบทางรถไฟ เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยกันนำรถขึ้นมาจากคลองน้ำ ตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายอิสระ ทองไหลมา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 298/54 ถ.พระยาเสือ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เสียชีวิตในสภาพนอนหงายอยู่ที่เบาะด้านหลังของตัวรถ 

จากการสอบถามทราบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวได้ขับมาตามเส้นทางเรียบทางรถไฟมาด้วยความเร็วจนมาถึงที่เกิดเหตุอาจจะเกิดอาการหลับใน จึงทำให้รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวได้เกิดเสียหลักร่วงลงไปภายในคลองน้ำ จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งการเกิดอุบีติเหตุในครั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหาสาเหตุที่จริง.

 

 

 

คนร้ายงัดตู้บริจาควัดนางพญา

 
เกิดเหตุคนร้ายงัดประตูอุโบสถภายในวัดนางพญา อ.เมืองพิษณุโลก แล้วนำตู้บริจาคจำนวน 12 ตู้ มาไว้ด้านหน้าอุโบสถ พร้อมใช้กรรไกรงัดแม่กุญแจเพื่อลักเงินภายในตู้ ที่คาดว่ามีหลายหมื่นบาทไป ขณะที่กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้
 

 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 พ.ค. พ.ต.ท.เอกชัย  พรมทอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจากพระครู สุจิตธรรมวิมล เจ้าอาวาสวัดนางพญา ว่ามีคนร้ายได้งัดตู้บริจาคภายในพระอุโบสถจำนวนหลายตู้ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สารนัย  คงเมือง รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก รรท.ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.ไพรินทร์  แสงแก้ว นวท.สบ.4 ศพฐ.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ในที่เกิดเหตุพบว่าคนร้ายปีนรั้วด้านหน้าอุโบสถ แล้วทำการยกคัทเอาท์สะพานไฟด้านนอกออกเพื่อดับไฟด้านหน้า จากนั้นจึงใช้ของแข็งงัดประตูอุโบสถโดยงัดอกเลาบานประตูไม้โบราณจนหลุด และกระทุ้งกลอนประตูด้านในจนพัง ก่อนเข้าไปนำตู้บริจาคที่เก็บไว้ภายในยกมาไว้ด้านหน้าอุโบสถอีกครั้ง แล้วใช้กรรไกรงัดตู้บริจาคกวาดเงินที่เป็นธนบัตรชนิดต่างๆ ไป เหลือทิ้งไว้เงินเหรียญจำนวน 12 ตู้

ด้าน พระครูสุจิตธรรมวิมล เจ้าอาวาสวัดนางพญา กล่าวว่า ปกติแล้วอุโบสถจะปิดเวลา 18.00 น.ของทุกวัน โดยแต่ละวันจะนำตู้บริจาคที่อยู่ด้านหน้าอุโบสถไปเก็บไว้ภายใน จากนั้นช่วงเช้าก็จะนำมาไว้ด้านนอก แต่เช้าวันนี้นายใบ้ซึ่งเป็นคนทำความสะอาดอุโบสถ มาทำความสะอาดตามปกติกลับพบว่าคนร้ายมาลักเงินในตู้บริจาคไปแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยภายในอุโบสถมีกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ตัว สามารถจับภาพคนร้ายเอาไว้ได้ พบว่าคนร้ายน่าจะเป็นชายที่มีรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165 - 170 ซม. สวมเสื้อสีขาว สวมหมวกปิดบังใบหน้า และสวมถุงมือในการลงมือก่อเหตุ โดยคนร้ายเข้ามาในอุโบสถ เวลา 02.30 น. ของวันนี้ โดยคนร้ายงัดประตูเสร็จจึงค่อยมาขนตู้บริจาคออกไปไว้ด้านนอกอุโบสถ ทั้ง 12 ตู้ แล้วงัดเอาเงินไป นอกจากนี้ยังพบว่าเงินผ้าป่าสามัคคีที่ติดไว้ตามเสาอุโบสถยังถูกคนร้ายลักไปด้วย คาดว่าคนร้ายได้เงินไปในครั้งนี้เป็นเงินจำนวนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท
เบื้องต้นตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมเก็บรอยนิ้วมือแฝงของคนร้าย และสิ่งของที่คาดว่าจะเป็นของคนร้ายรายนี้ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนเพิ่มเติม เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป สำหรับวัดนางพญาแห่งนี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เคยมีคนร้ายเข้ามางัดตู้บริจาคแล้วครั้งหนึ่ง ทางวัดจึงได้นำกล้องวงจรปิดมาติดไว้ แต่สุดท้ายในครั้งนี้คนร้ายใจบาปก็ยังกลับมางัดอุโบสถลักเงินในตู้บริจาคเช่นเดิมอีก โดยไม่เกรงกลัวต่อบาปแต่อย่างใด.
   

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL